ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 67

    ..ย้อนกลับไป ทางด้านเสรี..หลังจากที่เขาได้รับสายของน้องชายต่างแม่แล้ว เขาก็ได้รับรู้เรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าเขาค่อนข้างที่จะหัวเสีย เพราะพวกตระกูลสก็อตก่อเรื่องวุ่นวายอีกครั้ง ครั้งที่แล้วก็ตัวลูกชายคนแรก ครั้งนี้ก็ลูกชายคนโต พวกมันจะหยุดก่อปัญหาสักทีไม่ได้หรือยังไงกัน“ฉันจะทำยังไงกับเจ้าพวกนี้ดีนะ ถ้าครั้งนั้นเราไม่ขอให้ช่วยเรื่องของอาหารกระป๋องของกองทัพล่ะก็ มันก็คงจะดีกว่านี้ไม่น้อย..” เสรีกล่าวพลอยนึกถึงเหตุการณ์ที่พวกสก็อตช่วยเหลือเขาในครั้งก่อนๆ มันเป็นอะไรที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพวกเขามีบุญคุณ หรือมีส่วนเกื้อหนุนให้เขามาถึงทุกวันนี้ได้“ใครอยู่ข้างนอก.. เตรียมรถให้พร้อมใน 5 นาที” เสรีกล่าวพร้อมกับกดเบอร์โทรศัพท์ไปหาปีเตอร์ประธานบริษัทคิงแดรี่ฟูดส์ในทันที แน่นอนว่าเขารอสายไม่นานอีกฝ่ายก็รับสายของเสรีทันที “สวัสดีครับท่านเสรี.. มีเรื่องอะไรด่วนหรือเปล่า คือว่าตอนนี้ผมกำลังประชุมเรื่องสำคัญอยู่..” ปีเตอร์กล่าวออกไป ถึงเขาจะประชุมสำคัญแค่ไหน เขาก็จำเป็นต้องรับสายนี้ เพราะถ้าไม่มีเรื่องด่วนอะไรท่านเสรีไม่เคยโทรหาใครอย่างนี้ก่อนเสมอ“มีน่ะมีแน่.. ไอ้เจ้าลูกชายคนโตของแกน่ะ ก่อปัญหาเอาไว้กับคุณชายภาวินน่ะสิ!.. เท่านี้พอจะเป็นเรื่องด่วนได้หรือยัง” เสรีกล่าวพร้อมกับเน้นเสียงไม่พอใจไปในคำพูดด้วย เพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างการซื้อ-ขายคอนโดก็ยังทำให้ตระกูลของเขาโดนหางเลขไปด้วยเลย“ห๊ะ!.. มันเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอครับ” ปีเตอร์ลุกขึ้นยืนกลางที่ประชุมอย่างตกใจ อดัมไปสร้างปัญหาอะไรไว้ให้กับคุณชายอีกกัน ทั้งๆที่เขากำลังวางแผน และประชุมเรื่องการซื้อสูตร และลิขสิทธิ์แพนเค้กของท่านอยู่เลย มันกลับกำลังจะล้มอย่างไม่เป็นท่าตั้งแต่ตอนนี้เสียแล้ว“ไม่ต้องถามมากปีเตอร์ ตอนนี้แกควรพาครอบครัวของแกไปพบกับคุณชาย ที่นาโคอนโดเดี๋ยวนี้! คุณชายต้องการพบตัวพวกแก.. ฉันเองก็กำลังจะพบกับคุณชายที่นั่น อย่าปล่อยให้คุณชายรอนาน เอาไว้เจอกัน” เมื่อเสรีกล่าวเสร็จก็วางสายไม่รอคำตอบจากปีเตอร์เลยแม้แต่น้อย ส่วนปีเตอร์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยกนิ้วขึ้นมากัดเล็บตามนิสัยเสียของเขา เวลาคิดอะไรหนักเขามักจะทำมันอย่างไม่รู้ตัว“ทุกคนออกไปก่อน.. คริส ลูกรออยู่ที่นี่” ปีเตอร์กล่าวออกมาท่ามกลางความสับสนของที่ประชุม แต่พวกเขาก็รีบเก็บของ และเร่งฝีเท้าออกจากห้องประชุมในทันที จากประโยคที่ได้ยินท่านประธานคุยไม่กี่ประโยคพวกเขาก็รู้แล้วว่ามันต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน คริสเองก็คิดเช่นนั้นเธอจึงกล่าวถามกับพ่อของเธอ“มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นเหรอคะคุณพ่อ..” คริสทำหน้าสงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น“จะอะไรซะอีกล่ะ เจ้าอดัมดันไปก่อปัญหาให้กับคุณชายใหญ่ ตระกูล ณ สุวรรณภูมิน่ะสิ! ครั้งที่แล้วก็เจ้ามิเชลนั่นก็ยังไม่เคลียร์อีก.. เฮ้ออ อนาคตของตระกูลจบสิ้นกัน..” ปีเตอร์กล่าวพร้อมกับจะล้มให้ได้ทั้งยืน แต่ทว่าตอนนี้เขาทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะคุณชายต้องการพบตัวพวกเขาทั้งครอบครัว“แล้วเราจะทำยังไงกันดีคะ.. แม่ต้องอกแตกตายแน่ๆถ้ารู้เรื่องนี้เข้า หนูคิดว่าเรื่องนี้เรายังไม่ควรบอกกับแม่นะคะ ถ้าเราค่อยๆแก้ไขไป เดี๋ยวสถานการณ์ก็คงจะดีขึ้นตามลำดับนั่นแหละค่ะ” คริสกล่าว เธอเป็นห่วงแม่ไม่น้อย ครั้งที่แล้วก็มิเชล แม่ยังเป็นถึงขนาดนั้นเลย ตอนนี้ดันเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ท่านคงจะสลบแน่ถ้าได้รู้ข่าว“ยังไงเธอก็ต้องรู้อยู่ดี.. ตอนนี้คุณชายเรียกตัวพวกเราทั้งครอบครัวไปพบ ลูกเองก็เตรียมตัวให้ดีล่ะ พ่อโทรบอกกับแม่ก่อน ลูกเตรียมรถเอาไว้ได้เลย เราจะไปคันเดียว แล้วค่อยไปรวมตัวกับแม่ที่นู่น..”ปีเตอร์กล่าว คริสที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้า ก่อนที่เธอจะเรียกเลขาที่อยู่นอกห้องให้เข้ามาเก็บเอกสารของเธอไปไว้ที่โต๊ะทำงานของเธอ ในใจของเธอเวลานี้เอาแต่โทษพวกพี่ชาย น้องชายที่ทำให้เธอจะต้องมาเจอเรื่องอย่างนี้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ค่อนข้างชินไปแล้วกับสถานการณ์ดังกล่าว ‘เฮ้อออ วันๆหาแต่เรื่องให้ปวดหัวจริงๆ..’ คริสกล่าวบ่นในใจ ก่อนจะส่ายหัวเบาๆ ทางด้านปีเตอร์ที่โทรกระจายกับภรรยาของเขาที่อยู่บ้าน เมื่อเธอได้ยินก็แทบจะทำอะไรไม่ถูก และเร่งออกบ้านไปยังจุดมุ่งหมายตามที่สามีบอกทันที จากนั้นปีเตอร์ก็ขึ้นรถของลูกสาวที่จอดรออยู่หน้าบริษัทเป็นที่เรียบร้อย ก่อนจะเร่งเดินทางไปพบกับคุณชายตามคำเชิญเรียกพบ ณ นาโนคอนโด.. ..กลับมาทางด้านของโอ๊ต ที่กำลังอึ้งกับสิ่งที่ภาคภูมิได้กล่าวมาก่อนหน้านี้..“กระผมยอมแพ้แล้วขอรับคุณชาย.. ได้โปรดดูแลหลานสาวของผมด้วยขอรับ” ภาคภูมิกล่าวย้ำกับคุณชายโอ๊ต แน่นอนว่ามันทำให้โอ๊ตถึงกับชะงักไปเลย เขาไม่คิดว่าการใช้มุขเดิมมันจะสร้างเรื่องให้น่าปวดหัวเช่นนี้เลย โอ๊ตที่มีสีหน้าสงสัย และตกใจในเวลาเดียวกันก็เอ่ยถามออกมาทำไมวันนี้แกถึงยอมง่ายจังล่ะ เมื่อวานแกยังยื่นมีดให้ฉันแทงแกอยู่เลย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับแกกันแน่.. หรือว่าแกจะเป็นตัวปลอม... คายไอ้หมูตอนภาคภูมิตัวจริงออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะเฟ้ยยย..” โอ๊ตกล่าวถามพร้อมกับเลื่อนมือเข้าไปที่คอของภาคภูมิ เขาทั้งบีบทั้งเขย่าหวังเพื่อที่จะให้เจ้าภาคภูมิตัวปลอมคายเจ้าตัวจริงออกมา วันนี้กับเมื่อวาน เป็นอะไรที่เรียกได้ว่าคนละฟิลลิ่งเลยทีเดียว“อ๊าก! อ๊าก! อ๊าก! คุณชาย อ๊าก! อ๊าก! อ๊าก! ผมภาคภูมิ อ๊าก! อ๊าก! ตัวจริงขอรับ..อ๊าก!” ภาคภูมิที่โดนเขย่าตัวก็กล่าวตอบอย่างไม่เป็นภาษา โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นเขาก็ถึงกับซึมๆไปเลยทีเดียวที่มันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาหวัง อยู่ดีๆก็หาเรื่องใส่หัวตัวเองซะอย่างนั้น ก่อนที่โอ๊ตจะไอเพื่อปรับเสียงให้ดูจริงจังมากขึ้น“อะ..แฮ่ม! ฉันแค่ต้องการล้อเล่นกับแกก็เท่านั้น เอาเป็นว่าแกก็ไม่ได้มีความผิดอะไรมากนัก คอยเตือนลูกน้องของแกให้ดีเถอะ ครั้งนี้ฉันจะปล่อยผ่านไปก่อน.. อีกอย่างถ้าฉันเอาตัวของหลานสาวแกมาอย่างไม่ยุติธรรมอย่างนี้ คนอื่นๆก็คงได้นินทาฉันตายกันพอดี..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับหรี่ตามองคนอื่นๆในประโยคสุดท้ายอย่างเลิ่กลั่กแล้วหนึ่ง ผู้จัดการกิ๊กที่เพิ่งจะกลับมาจากการคุยสาย และได้ยินอย่างนั้นเธอก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆเท่านั้น ส่วนเจ้าอาทิตย์กับเจ้าอดัมไม่ได้มีส่วนร่วมกับการสนทนานี้ พวกมันได้แต่กำลังนั่งสำนึกผิดกับการกระทำที่ผิดพลาดของพวกมันอยู่ แต่มันไม่ใช่กับเจ้าหมูตอนภาคภูมิที่ตีสีหน้าเศร้าๆซึมๆอยู่“ได้โปรดเถอะขอรับคุณชาย ได้โปรดลงโทษกระผมด้วย ได้โปรดให้หลานสาวของผมได้ดูแลท่านเป็นการลงโทษด้วยเถอะขอรับ..” ภาคภูมิกล่าวพร้อมกับทำตาใสๆเหมือนลูกแมวอ้อนๆ โอ๊ตก็อยากจะตบหน้าผากตัวเองซะจริงๆ เขาไม่น่าเอามนต์มาแกล้งเล่นกับมันเลยจริงๆ“แกยังจะไม่เลิกใช่ไหม.. นี่แหนะ! เฮ้ออ หลานสาวแกจะไปชอบจะไปรักใครก็ปล่อยเธอไปอยู่กับคนนั้นเถอะน่า.. ทำอย่างนี้เคยนึกถึงความรู้สึกของเธอบ้างไหม เป็นผู้ใหญ่ยังไงบังคับลูกหลานตัวเอง..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับดีดหน้าผากของเจ้าภาคภูมิไปหนึ่งที ก่อนจะอบรมสั่งสอนมันไปหนึ่งประโยค“โอ๊ย!.. คือว่าหลานสาวของกระผมดูเหมือนจะชอบจะรักคุณชายนะขอรับ กระผมเห็นว่าคุณชายมีใจให้เธอเหมือนกัน ก็เลย... ถ้าเธอได้อยู่กับคุณชาย มีคุณชายเป็นที่พึ่งกระผมเชื่อว่าเธอจะมีความสุขขอรับ เท่านี้ผมก็นอนตายตาหลับแล้วขอรับ..อื้มๆๆ”ภาคภูมิลูบหน้าผากของตัวเองก่อนจะพูดความในใจออกมา และด้วยประโยคสุดท้ายที่โอ๊ตได้เห็นสีหน้าของภาคภูมิแล้ว มันดูเหมือนว่าได้พูดออกมาจากใจจริง มันก็ทำโอ๊ตถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว“แล้วจะทำหน้าเหมือนรีบตายทำไมกันล่ะนั่น.. ช่างเถอะ! เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของอนาคต ปล่อยมันไปก่อน กลับมาเรื่องปัจจุบันดีกว่า..” โอ๊ตพิงหลังลงโซฟาก่อนจะกล่าวออกมาอย่างเซ็งๆ ภาคภูมิที่ได้ยินก็ยิ้มออกมาหน้าระรื่น“แค่คุณชายเก็บเรื่องของหลานสาวของกระผมไว้พิจารณาก็เป็นที่ปลาบปลื้มยินดีแล้วขอรับ..” ภาคภูมิกล่าว ด้วยเหตุการณ์ที่มันพาไปอะไรหลายๆอย่าง มันช่างประจวบเหมาะจริงๆ โอ๊ตที่ได้ยินก็รู้สึกหมั่นไส้มันจริงๆ แต่เขาก็ต้องกลับมาโฟกัสกับเรื่องปัจจุบันก่อน“..ผมตัดสินใจแล้วว่าผมไม่ต้องการจะซื้อคอนโดแห่งนี้ อย่างที่ให้เหตุผลไปเบื้องต้น ผมไม่ค่อยพึงพอใจกับสถานที่นี้สักเท่าไร และผมจะขายมันคืนให้กับธนาคาร ทางคุณจะรับซื้อเอาไว้ในราคาเดิม หรือยังไงก็แล้วแต่ ผมไม่สนใจ.. ผมไม่ได้ขู่นะ ถ้าผมไม่พอใจ ผมก็แค่ย้ายธนาคารเท่านั้นเอง” โอ๊ตกล่าวกับผู้จัดการกิ๊ก ‘ถ้าไม่ได้เรียกว่าขู่ แล้วมันจะเรียกว่าอะไรเหรอคะ.. นี่มันขู่กันชัดๆ’ ผู้จัดการกิ๊กคิดในใจ แต่เธอก็ทำได้แค่ยิ้มออกมาให้กับคุณชายท่านเท่านั้น “ทางธนาคารจะรับผิดชอบกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ทั้งหมดเองเจ้าค่ะท่านชาย ไม่ว่าท่านชายจะเรียกร้องให้เราชดเชยด้วยอะไรก็ตาม.. เออ ยกเว้นดิฉันไว้สักคนได้ไหมคะ แฮ่ๆ..” ผู้จัดการกิ๊กกล่าว และมันก็ทำให้โอ๊ตถึงกับอยากจะหันไปตบกระบาลเจ้าหมูตอนภาคภูมิจริงๆ ก่อนที่เขาจะพูดแก้เขินออกไป“เห็นไหมล่ะ คนอื่นได้เข้าใจผิดกันพอดี... เฮ้ออ แค่รับซื้อคอนโดคืนในราคาที่ผมจ่ายไปเท่าเดิมก็พอแล้ว.. เรื่องของธนาคารก็มีเพียงเท่านี้แหละ คุณกลับไปได้แล้ว” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับจะยกมือตีเจ้าหมูตอนภาคภูมิอย่างหมั่นไส้“ได้ตามที่ท่านชายรับสั่งเจ้าค่ะ.. ถ้าอย่างนั้นก่อนที่ดิฉันไปขออนุญาตแจ้งมาตรการของทางธนาคารเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนะเจ้าคะ.. ทางผู้บริหารมีความเห็นที่ตรงกันว่าจะถอนการสนับสนุนกับทางนาโนคอนโดในทุกรูปแบบ และทุกกรณีเจ้าค่ะ คุณชายโปรดวางใจ เราไม่ได้นิ่งนอนใจกับสิ่งที่ท่านต้องพบเจอแน่นอนค่ะ และดิฉันขออนุญาตเป็นตัวแทนในการขอบพระคุณท่านชายที่เลือกใช้บริการกับทางธนาคาร ทางเราถือว่าเป็นเกียรติมากจริงๆเจ้าค่ะ..”

    คล้ายกับเรื่องระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน ที่คุณอ่าน