เดินมาตามตลาดได้สักพักเทียนอี้ก็เห็นเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 8 ขวบคนหนึ่งแต่ตัวด้วยเสื้อผ้าขาดๆโทรมๆ วิ่งมาทางตนเองด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา. ในมือเด็กคนนี้กำลังกอดหมั่นโถลูกใหญ่อยู่ลูกหนึ่ง และด้านหลังของเด็กน้อยคนนั้นก็มีชายคนวิ่งตามมาติดๆ
เด็กผู้หญิงตัวน้อยวิ่งเข้ามาชนเทียนอี้เข้าอย่างจังจนเด็กน้อยคนนั้นกระเด็นแล้วล้มลงไป คงเป็นเพราะเด็กคนนี้ร้องให้ไปด้วย แล้วก้มหน้าก้มตาวิ่งไปด้วยจึงมองไม่เห็นเทียนอี้ที่ยืนอยู่จึงชนเข้าเต็มลัก ความจริงแล้วเทียนอี้สามารถเดินหลบออกไปได้เช่นกัน
แต่เพราะว่าเทียนอี้สังเกตุเห็นอะไรที่ผิดปกติบางอย่าง บนตัวเด็กผู้หญิงคนนี้มีพลังงานสีดำจางๆลอยอยู่รอบๆตัวตลอดเวลาและจากที่เทียนอี้สังเกตุดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสังเกตุเห็นมันด้วย เทียนอี้จึงอยากจะตรวจสอบดูเพื่อความแน่ใจ จึงปล่อยให้เด็กคนนี้วิ่งเข้ามาชนโดยที่ตนไม่ได้หลบออกกไป
เมื่อเด็กคนนั้นวิ่งมาชนเทียนอี้และล้มลง ชายที่วิ่งตามมาติดๆก็วิ่งตามมาทันในที่สุด ก่อนที่จะเข้าไปรวบตัวเด็กคนนั่นแล้วจับคือเสื้อยกขึ้นมาด้วยมือข้างเดียวก่อนที่จะเริ่มพูดด่าทอออกมาด้วยความโมโห
"ขอทานน้อยข้าบอกเจ้าแล้วว่าอย่าขโมยของของข้าอีกครั้งนี้ข้าจะเอาเจ้าไปขายให้พ่อค้าทาส"
เมื่อได้ยินว่าจะถูกนำไปขายให้พ่อค้าทาส เด็กหญิงตัวน้อยก็ทำราวกับกำลังจะร้องไห้ออกมาเธอทำเพียงพยายามกัดปากไว้พยายามไม่ร้องออกมาเสียงดังและกอดของในมือไว้แน่น
"ฮื้อๆ..ท่านลุงอย่าขายข้าเลยน่ะข้ามีท่านพ่อต้องดูแล ท่านพ่อไม่สบายถ้าเอาข้าไปขายพ่อข้าต้องหิวตายแน่ๆ ฮื้อๆๆๆ."
เมื่อได้ยินเช่นนั้นพ่อค้าคนนั้นมันก็ไม่ได้รู้สึกสงสารเด็กน้อยคนนั้นขึ้นมาแต่อย่างได ทั้งยังมีแววตาเจ้าเล่ปรากฏขึ้นมาบนดวงตาก่อนจะยิ้มด้วยรอยยิ้มที่ดูน่าขยะแขยง และตะหวาดเด็กน้อยกลับไปอีกครั้ง
"ตายก็เรื่องของมันสิ ตายไปได้ซะก็ดียังไงเจ้าก็ขโมยของข้ามานานแล้วขายเจ้าได้เท่าไหร่ข้าก็จะได้เงินทั้งหมดไว้คนเดียว ฮา ฮ่า ฮา ฮ่า"
เมื่อพูดเสร็จมันก็กำลังจะหันหลังหิ้วเด็กน้อยไปขายให้พ่อค้าทาส แต่เทียนอี้ที่ทนดูเหตุการณ์มาสักพักแล้วก็ไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป เทียนอี้เริ่มรู้สึกไม่สบอารมณ์ตั้งแต่ชายคนนี้พูดว่าจะจับเด็กสาวไปขายเป็นทาสแล้ว เทียนอี้ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกคนชั่วจับไปขายเป็นทาสไหนเลยจะทนได้
เทียนอี้จับแขนขวาของพ่อค้าที่กำลังหิ้วคอเสื้อของขอทานน้อยไว้จนแน่น เมื่อพ่อค้าคนนั้นรู้สึกว่าแขนตัวเองโดนจับไว้แน่นจนมันรู้สึกปวด มันก็หันมามองหน้าเทียนอี้ด้วยความไม่พอใจทันที เมื่อมันเห็นว่าเทียนอี้ใส่เสื้อผ้าที่ดูมีราคา มันจึงเปลี่ยนเป็นท่าทีที่ดูนอบน้อม ก่อนจะหันมาหัวเราะและคุยกับเทียนอี้
"แหะ แหะ นายน้อยไม่ทราบว่าท่านมีธุระอันไดหรือขอรับ หรือว่าท่านต้องการซื้อขอทานน้อยของข้าคนนี้หรือขอรับ" เทียนอี้ไม่ได้สนใจในท่าทีของมันเขาทำเพียงตอบกลับไปด้วยสีหน้าเย็นชา
"ขอทานน้อยนี้ติดหนี้เจ้ามากเท่าไหร่กัน? เจ้าถึงจะเอานางไปขายเช่นนี้ ข้าว่าเจ้าเพียงต้องการเงินจำนวนมากจากดารขายนางมากกว่า เจ้านี่มันเป็นตัวบัดซบประเภทไดกัน"
เมื่อชายคนนั้นเห็นว่าเทียนอี้มองแผนการของมันออกมันจึงทำได้แค่กัดฟันกรอดเท่านั้น. เทียนอี้หน้าไปมองขอทานน้อยด้วยสายตาที่แสดงให้เห็นถึงความเห็นใจ ก่อนจะหยิบเงินออกมา 100 เหรียญทองแล้วโยนไปให้พ่อค้าคนนั้น
"แค่นี้คงพอสิน่ะ แล้วใสหัวไปให้พ้นสายตาของข้าซะ"
พ่อค้าคนนั้นเมื่อเห็นว่าเทียนอี้โยนเงินให้มันเป็นจำนวนมาก มันก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นประจบประแจงทันที แต่ระหว่างที่มันกำลังเก็บถุงเงินอยู่นั้นเทียนอี้ก็ทำการยกเลิกการซ่อนพลังของตนทันที ทำให้เทียนอี้ตอนนี้ดูน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก พ่อค้าที่เห็นเช่นนั้นมันก็เกิดอาการหวาดกลัวอย่างมากก่อนจะรีบหยิบถุงเงินและวิ่งหนีไปในทันที เมื่อจัดการกับพ่อค้าเสร็จเทียนอี้ก็เก็บซ้อนพลังไว้เช่นเดิม ก่อนที่จะหันมาหาขอทานน้อยที่กำลังพยายามกลั่นน้ำตาเอาไว้อยู่
"ขอทานน้อยไม่เป็นอะไรแล้ว ข้าจะการกับเจ้าพ่อค้านั้นเรียบร้อยแล้วต่อไปเจ้าก็ไม่ต้องกลัวที่จะถูกจับไปขายเป็นทาสแล้ว" ขอทานน้อยลุกขึ้นมาก่อนจะใช้มือน้อยๆปาดน้ำตาและกล่าวขอบคุณกับเทียนอี้
"ขอบคุญมากเจ้าค่ะท่านผู้ฝึกตน"
ขอทานน้อยกล่าวขอบคุญเทียนอี้อย่างมีมารยาท เมื่อเห็นกิริยาท่าทางของขอทานน้อยเทียนอี้อดที่จะแปลกใจไปไม่ได้ เพราะว่ากิริยาท่าทางของขอทานน้อยที่แสดงออกมาเหมือนกับว่าขอทานน้อยได้รับการอบรมมารยาทมาอย่างดี เทียนอี้มองไปที่ขอทานน้อยอย่างครุ่นคิดอีกครั้ง ก่อนที่จะยิ้มออกมา แล้วพูดกับขอทานน้อย
"เมื่อกี้เจ้าวิ่งชนข้าแล้วล้มลงแขนขามีแต่ลอยแผล พอดีข้าพอมีความรู้ทางการแพทย์อยู่บ้างเล็กน้อยมานี้สิข้าจะทำการรักษาให้เจ้า "
เทียนอี้พูดพร้อมกับใช้มือขวาวางไว้บนหัวของขอทานน้อย ก่อนที่จะใช้พลังแห่งแสงที่ได้รับมาจากมังกรขาว ส่งเข้าไปยังร่างกายของขอทานน้อย เพื่อทำการชำระล้าง และรักษาอาการบาดเจ็บเล็กน้อยให้ขอทานน้อย
ทีแรกขอทานน้อยกำลังจะผละตัวออกจากมือ ของเทียนอี้ที่วางไว้บนหัว แต่เมื่อนางรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ผ่านเข้ามาในร่างกายทำให้นางหยุดชะงัก ก่อนที่จะปล่อยให้ความอบอุ่นนั้นเข้ามาในร่างกายตอนนี่บนตัวของขอทานตัวน้อยปรากฎเป็นควันสีดำจางๆค่อยๆลอยออกมาจากร่างของขอทานน้อยจนมันเริ่มที่จะหายไปจนหมดพร้อมกับแสงที่ออกมาจากมือเทียนอี้ที่ดับลงพร้อมกัน
ตอนนี้ขอทานน้อยรู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงขึ้น อาการอึดอัดและไม่สบายตัวที่เคยมีมานานก็หายไปด้ืวย บาดแผลเล็กๆน้อยๆที่อยู่ตามร่างกายก็ได้หายไปเช่นกัน เมื่อเห็นเช่นนั้นนางก็ร้องออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ สายตาของนางเปร่งประกายแสงระยิบระยับมองไปยังเทียนอี้อย่างมีความหวัง
ต้องรู้ก่อนว่าอาการป่วยที่อยู่ภายในของนางนั้นไม่ปกติ หาหมอมาแล้วมากมายก็ไม่หายแต่พี่ชายที่อยู่ตรงหน้าของนางนี้ สามารถทำให้อาการป่วยของนางที่เป็นมานานหายได้ในพริบตาจึงทำให้นางเต็มไปก้วยความหวังเพราะบิดาของนางเองก็เป็นโรคเดียวกัน
" ท่านพี่ชายจอมยุทธ ขอบคุณมากที่ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้ข้า ตอนนี้ท่านช่วยไปรักษาพ่อของข้าให้ด้วยได้หรือไม่ ถ้าท่านสามารถช่วยรักษาพ่อของข้าได้ ข้าจะยอมเป็นวัวเป็นม้าให้ใช้ไปตลอดชีวิต" ตอนนี้สายตาของขอทานน้อย เต็มไปด้วยความคาดหวังว่าเทียนอี้จะสามารถช่วยรักษาพ่อของนางให้หายจากโรคที่เป็นได้
" ฮ่าๆๆ ข้าไม่ต้องการวัวต้องการม้าตัวเล็กๆผอมๆเช่นเจ้าหรอก แต่ข้ารับปากว่าจะลองช่วยพ่อเจ้าดูแต่จะหายหรือไม่นั้นมันก็ต้องขึ้นอยู่กับวาสนาของพ่อเจ้าแล้ว" เทียอี้หัวเราะออกมาพร้อมรับปากว่าจะช่วยพ่อของขอทานน้อยให้
หลังจากนั้นขอทานน้อยก็ได้พาเทียนอี้ เดินไปทางทิศตะวันตกของเมืองฟ้าคำรณเดินมาค่อนข้างไกลพอสมควรก็มาถึง บริเวณนี้เป็นชุมชนแออัด ที่อยู่อาศัย ของคนไร้บ้านและขอทาน จำนวนมากของเมืองฟ้าคำรณ
ขอทานน้อยพาเที่ยนอี้เดินมาทางกระท่อมหลังเล็กๆหลังหนึ่ง ที่อยู่ริมสุดของชุมชนแห่งนี้ ทั้งเก่าและใกล้จะพังลงมาเต็มที่แล้ว เมื่อมาถึงหน้ากระท่อมก็ได้ยินเสียงไอออกมาจากภายในกระท่อม ขอทานน้อยรีบวิ่งเข้าไปภายในกระท่อมด้วยความเป็นห่วงทันทีเมื่อได้ยินเสียงไอจากในกระท่อม เมื่อเห็นเช่นนั้นเทียนอี้ก็เดินตามเข้าไปเช่นกัน
เมื่อเข้ามาภายในกระท้อมเทียนอี้ก็พบกับร่างของชายคนหนึ่งที่ตอนนี้มีรูปร่างที่ผอมโซเป็นอย่างมากกำลังนอนไออยู่บนเตียง ตอนนี้ชายคนนั้นกำลังพยายามที่จะลุกขึ้นนั่งโดยมีขอทานตัวน้อยช่วยพยุงอยู่ด้านข้าง
เทียนอี้มองไปรอบๆร่างกายของชายคนนั้นก็พบกับกลุ่มพลังงานสีดำที่กำลังลอยวยอยู่รอบๆตัวของชายคนนั้น ตอนนี้เทียนอี้มั่นใจได้แล้วว่าพ่อลูกคู่นี้กำลังถูกคำสาปที่ชั่วร้ายเล่นยางอยู่ จนทำให้มีอาการเจ็บป่วยไม่ได้ป่วยเป็นโรคร้ายแต่อย่างไร ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่เทียนอี้คิดตั้งแต่แรกเมื่อเห็นกลุ่มพลังงานสีดำออกมาจากร่างของขอทานน้อยที่ตลาดแล้ว
"ขอบคุณนายน้อยที่ท่านช่วย เหมยลี่ ไว้ที่ตลาดของข้า ซุยหง เป็นเพียงคนยากจนไม่มีสิ่งไดตอบแทนขอให้ท่านรับการคารวะจากข้มด้วย" ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงก่อนที่จะพยายามก้มลงคารวะให้เทียนอี้
เมื่อเห็นว่าซุยหงพยายที่จะก้มลงคารวะให้ตนเองก็รีบวิ่งเข้าไปประคองร่างของซุยหงทันที เพื่อให้ซุยหงลุกขึ้นก่อนที่จะเข้าไปพูดคุยกับสองพ่อลูกตระกูลซุย
เมื่อเทียนอี้ช่วยพยุงซุยหงขึ้นมานั่งได้เช่นเดิมแล้ว ก็มองสำรวจร่างกายที่ผอมแห้งของซุยหงอีกครั้ง แต่เทียนอี้กลับต้องตกใจกับพลังที่แผ่ออกมาเพียงน้อยนิดที่เขาสัมผัสได้จากซุยหงขอบเขตราชันย์จักรพรรดิ์!
เทียนอี้สัมผัสพลังที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดนี้ได้เพราะสัมผัสมังกรของตน ถ้าเป็นผู้อื่นคงไม่มีใครสามารถมองออกได้แน่ เพราะพลังของซุยหงตอนนี้เบาบางมากเพราะถูกอาการบาดเจ็บกัดกินมานานเกินไป จนพลังในร่างแทบไม่เหลือแม้แต่น้อย จนตอนนี้มีพลังแค่พอจะรักษาชีวิตของตนไปวันๆเท่านั้น
แต่ด้วยระดับพลังดั้งเดิมของซุยหง เทียนอี้บอกได้เลยว่าเขาต้องไม่ใช่คนธรรมดาเป็นแน่ ตองเคยเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่มาก่อนอย่างแน่นอน ขณะที่เทียนอี้อยู่ในความคิดของตนอยู่นั้นก็ได้หลุดปากพูดออกมาเสียงเบา
"ขอบเขตราชันจักรพรรดิท่านเป็นใครกันแน่"....