คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    จากแหลมสิงห์สู่ระยอง

    ติ๊ง!

    ความรู้สึกเหมือนถูกดึงกระชากกลับเข้าร่างเกิดขึ้นตรงเวลาเป๊ะ 

    อคินลืมตาตื่นขึ้นบนฟูกนอนในบ้านต้นไม้หลังเดิม แต่ความรู้สึกในคืนนี้ต่างออกไป 

    บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดไร้เสียงเครื่องจักรเวทมนตร์ก่อสร้างที่เคยดังกระหึ่มมาตลอดหลายคืน 

    ราวกับว่าภารกิจของเขาในพื้นที่นี้ได้จบสิ้นลงแล้ว

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]

    [ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 4 เมษายน]

    [อรุณสวัสดิ์ยามค่ำ]

     

    อคินลุกขึ้นบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อย

    ก่อนจะคว้าเป้สัมภาระและเดินลงมาจากบ้านต้นไม้

    ที่ด้านล่าง ไม่ใช่พี่ต้นคนเดิมที่รอเขาอยู่ 

    แต่เป็น 'เอก' ยามหนุ่มรุ่นน้องที่เขารู้จักดีในฐานะเพื่อนร่วมกะ 

    เอกนั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ 

    พลางขีดเขียนสมุดบันทึกเวรด้วยท่าทางหงุดหงิด

    "อ้าว! อคิน ตื่นแล้วเหรอครับ" 

    เอกทักทายเมื่อเห็นอคินไต่บันไดลิงลงมา 

    สีหน้าของเขาดูดีใจขึ้นมานิดหน่อยเหมือนเจอคนคุยด้วย

    "หวัดดีเอก... ทำไมวันนี้ดูเหงาๆ ล่ะ? พี่ต้นไปไหนซะล่ะ?" 

    อคินถามพลางมองไปรอบๆ ป้อมยามที่ดูโล่งผิดตา

    เอกถอนหายใจยาวเหยียด 

    "โอ๊ย พี่อย่าพูดถึงเลย... โดนสั่งย้ายกันระนาวครับ พี่ต้นแกโดนส่งไปเฝ้าแนวป่ารอยต่อโน่น ส่วนพี่ตูมพี่ตามฝาแฝดก็โดนดึงตัวไปเฝ้าท่าเรือกะกลางวัน... ตอนนี้กะห้าโมงเย็นถึงตีหนึ่ง เหลือผมเฝ้าคนเดียวเนี่ย!"

    ยามหนุ่มบ่นอุบพลางชี้ให้ดูตารางเวรที่ว่างเปล่า 

    "งานเพิ่มแต่เงินเท่าเดิมนะพี่... ดีนะที่พี่อคินกวาดล้างพวกมอนสเตอร์แถวนี้ซะเกลี้ยง คืนนี้เลยน่าจะชิวหน่อย ไม่งั้นผมหัวหมุนแน่"

    เอกล้วงซองจดหมายสีน้ำตาลประทับตราครุฑเวทมนตร์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ 

    "จริงสิครับ... นี่ของพี่ ฝ่ายทะเบียนเขาฝากมา"

    อคินรับซองจดหมายมาเปิดอ่าน แสงไฟจากตะเกียงส่องกระทบตัวหนังสือที่เขียนด้วยลายมือบรรจง

    [คำสั่งย้ายด่วน

    ถึง: อคิน หน่วยกวาดล้างพิเศษ

    ภารกิจ: กวาดล้างอสูรตกค้างในพื้นที่แนวกำแพงเขตระยอง และพื้นที่เขาคิชฌกูฏ

    หมายเหตุ: ยกเลิกหน้าที่เวรยามรักษาการณ์ ให้ปฏิบัติหน้าที่หน่วยล่าอิสระเต็มเวลา]

    "ระยอง... เขาคิชฌกูฏ..." 

    อคินพึมพำ ดวงตาเป็นประกาย 

    "งานใหญ่เลยนะเนี่ย"

    "โชคดีนะครับพี่" 

    เอกยิ้มให้กำลังใจ 

    "ไปอยู่ที่โน่นคงไม่ได้เจอกันพักใหญ่ แต่ระดับพี่อคิน สบายอยู่แล้ว"

    ...

    อคินใช้เวลาไม่นานในการพาเหล่าสหายลงมากินอาหารในค่ายนี้เป็นมื้อสุดท้าย 

    เขาเทอาหารเม็ดใส่ชามให้เหล่าลูกทีมสี่ขาได้กินจนอิ่มหนำ

    "กินเยอะๆ นะทุกคน คืนนี้เราต้องเดินไกล"

    อคินลูบหัว 'ส้มซ่า' ที่กำลังเคี้ยวอาหารเสียงดัง กรุบๆ

    ชายรีบไปตักอาหารในส่วนของตัวเองมากินอย่างรวดเร็ว

    พวกเขาเร่งรีบเติมเต็มท้องที่ว่างเปล่าในเวลาไม่นาน 

    ก่อนจะกลับขึ้นไปบนบ้านต้นไม้เพื่อเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น 

    ม้วนถุงนอนและฟูกเก่าๆ ผูกติดกับเป้ใบใหญ่

    เมื่อทุกอย่างพร้อม ขบวนการนักล่าราตรีก็เริ่มออกเดินทาง มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

    ...

    เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจันทบุรีและระยองในยามค่ำคืนนั้นเงียบสงัด 

    ถนนลาดยางสายเก่าถูกธรรมชาติทวงคืน 

    รากไม้ขนาดใหญ่เจาะทะลุพื้นคอนกรีตขึ้นมาเป็นระยะๆ 

    ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับคนเดินเท้า และสัตว์ มันคือเส้นทางผจญภัยชั้นดี

    "นี่... เจ้ามนุษย์"

    เสียงแหลมเล็กแต่ชัดเจนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ อคินไม่ได้ตกใจ เขาก้มลงมอง 'ส้มซ่า' แมวลายสลิดที่เดินนวยนาดอยู่ข้างๆ

    "ว่าไงส้มซ่า? เหนื่อยแล้วเหรอ?" 

    อคินถามกลับอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับกำลังคุยกับเพื่อนมนุษย์

    "เหนื่อยบ้าอะไรล่ะ ข้าฟิตจะตาย!" 

    ส้มซ่าสะบัดหางอย่างถือดี 

    "ข้าแค่จะบอกว่า... กลิ่นแถวนี้มันตุๆ ชอบกล ไม่เหมือนกลิ่นทะเลบ้านเราเลย มันเหม็น... เหม็นเหมือนของเก่าเก็บ"

    "ก็เรากำลังเข้าเขตภูเขานี่นา" 

    อคินหัวเราะเบาๆ 

    "จมูกดีจริงนะเรา"

    'ปลาเผา' แมวสีลายสลิดที่เดินตามหลังมาเงียบๆ หูตั้งชันขึ้นเล็กน้อยเหมือนกำลังจับสังเกตอะไรบางอย่าง 

    ส่วน 'บัวลอย' แมวสามสีนั่งอยู่บนไหล่ของอคิน หาวหวอดๆ โดยไม่สนใจบทสนทนา

    พวกเขาเดินเท้าไปเรื่อยๆ โดยมีโบ้เจ้าสุนัขหลังอ่านที่ตอนนี้แยกโล่อันใหญ่ไว้บนหลังเดินนำหน้า

    แฮ่... ครืด...

    เสียงลากเท้าหนักๆ ดังมาจากพุ่มไม้ข้างทาง

    ซอมบี้สวมชุดชาวสวนยางเก่าขาดรุ่งริ่งเดินโซเซออกมา 

    ผิวหนังแห้งกรังติดกระดูก ดวงตาขุ่นมัวจ้องมองมาที่กลุ่มสิ่งมีชีวิต

    "นั่นไง! พูดปุ๊บมาปั๊บ!" 

    ส้มซ่าแยกเขี้ยวขู่ฟ่อ

    "ทุกคน! ดูต้นทางไว้! ตัวนี้ฉันจัดการเอง" 

    อคินสั่งการเสียงเข้ม

    ชายหนุ่มชักดาบออกจากฝัก เชิ้ง! พร้อมปลดเชือกที่มัดโล่ไว้ที่หลัง แล้วเอามาถือในมือซ้าย

    เขาพุ่งตัวเข้าหาซอมบี้ตัวนั้นด้วยความเร็วที่ไม่ใช่ของคนธรรมดา 

    ดาบในมือตวัดเป็นเส้นโค้งสวยงาม ตัดผ่านคอของซอมบี้อย่างแม่นยำโดยที่มันยังไม่ทันได้ยกมือขึ้นมาด้วยซ้ำ

    ฉัวะ!

    หัวของซอมบี้กระเด็นตกลงพื้น ร่างไร้วิญญาณล้มตึง

    "กระจอกชะมัด" 

    ส้มซ่าบ่น 

    "นึกว่าจะแน่กว่านี้"

    "เอาน่า... เก็บกวาดให้เรียบ จะได้เดินทางต่อ" 

    อคินเช็ดคราบเลือดออกจากดาบ ก่อนจะลากร่างนั้นไปจุดไฟเผาทำลาย

    ตลอดเส้นทาง พวกเขาพบเจอซอมบี้และสัตว์อสูรขนาดเล็กบ้างประปราย 

    แต่ไม่มีอะไรหยุดยั้งปาร์ตี้ 'นักล่าราตรี' ได้

    ...

    พวกเขาเดินทางต่อมาเรื่อยๆกระทั่งข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมา

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:49:59]

    [เหลือเวลาไม่มาแล้ว รีบหน่อย ถ้าไม่อยากหลับกลางทาง]  

     

    อคินเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น นำะาเหล่าสหายวิ่งสุดแรง

    ในที่สุด แสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า'แคมป์ประตูระยอง' ตั้งตระหง่านอยู่ที่ตีนเขา 

    กำแพงต้นไม้สูงใหญ่ดูแข็งแรงทนทาน ทหารยามบนป้อมสังเกตการณ์ส่องไฟลงมาที่ผู้มาเยือน

    "หยุด! นั่นใคร!"

    อคินชูมือขึ้นข้างหนึ่ง 

    "ผมอคินครับ! ย้ายมาจากแหลมสิงห์!"

    เขายื่นจดหมายคำสั่งให้ยามที่เดินมารับที่หน้าประตู

    ยามคนนั้นรับไปอ่าน ก่อนจะพยักหน้า 

    "อ๋อ... คุณอคิน หน่วยกวาดล้างพิเศษ เชิญเลยครับ ทางเราเตรียมที่พักไว้ให้แล้ว"

    ประตูค่ายเปิดออก อคินเดินตามยามเข้าไปด้านใน 

    บรรยากาศที่นี่ดูเคร่งขรึมกว่าที่แหลมสิงห์ ทหารส่วนใหญ่ดูเป็นมืออาชีพและผ่านศึกมาโชกโชน

    "เนื่องจากคุณเป็นหน่วยล่าอิสระ และมี... เอิ่ม... สัตว์เลี้ยงเยอะ" 

    ยามเหลือบมองแก๊งสี่ขา 

    "ฝ่ายจัดสรรที่พักเลยจัดโซนพิเศษให้ครับ"

    ยามพาอคินเดินลึกเข้าไปท้ายค่าย หยุดอยู่ที่ต้นยางนาขนาดมหึมาที่มี 'บ้านต้นไม้' สร้างแทรกตัวอยู่ตามกิ่งก้านสาขา 

    มันสูงจากพื้นประมาณ 10 เมตร มีบันไดเวียนพันรอบต้นขึ้นไปอย่างสวยงาม

    "โห... สวยกว่าที่แหลมสิงห์อีกแฮะ" อคินตาโต

    "คืนนี้พักผ่อนเถอะครับ พรุ่งนี้ค่อยเริ่มงาน ฝ่ายทะเบียนตัดชื่อคุณออกจากตารางเวรยามแล้ว หน้าที่ของคุณมีแค่กวาดล้างตอนกลางคืนเท่านั้นครับ" 

    ยามบอกก่อนจะขอตัวกลับไปประจำจุด

    อคินพาเด็กๆ ขึ้นไปบนบ้านต้นไม้ ภายในกว้างขวางและดูสะอาดสะอ้าน เขาปูที่นอนให้ตัวเองและเหล่าสัตว์เลี้ยง

    "ถึงสักที..."

    ก่อนที่ความง่วง จากการใกล้หมดเวลา จะครอบงำ

    อคินนั่งพิงผนังไม้ 

    "ไหนดูซิ... ไม่ได้ตรวจดูรายละเอียดปาร์ตี้มาหลายวันแล้ว"

    เขาวาดมือกลางอากาศ เรียกหน้าต่างระบบขึ้นมา

    ติ๊ง!

     

    [หน้าต่างสถานะ]

    ชื่อ: อคิน

    เลเวล: 41

    อาชีพ: อัศวิน

    อาชีพรอง: ร่างทรง 

    พลังชีวิต : 92%

    พลังเวท: 52%

    ความเหนื่อยล้า: 40%

     

    อคินขมวดคิ้วเมื่อเห็นบรรทัดอาชีพรอง

    "ร่างทรง? ฮ่ะๆๆ ระบบนี่ตลกชะมัด... จากนักบวชพัฒนาเป็นร่างทรงเฉยเลย นึกว่าจะเป็นพระซักอีก"

     

    [ค่าสถานะพื้นฐาน]

    ความแข็งแรง: 136 (+15)

    ความรวดเร็ว: 120 (+13)

    สมาธิ: 80 (+14)

    ปัญญา: 80 (+15)

     

    "สเตตัสพุ่งเลยแฮะ... สงสัยช่วงนี้คงเพราะออกล่าทุกวันละมั้ง" 

    อคินพยักหน้าพอใจ ก่อนจะเลื่อนไปดูหน้าต่างปาร์ตี้

     

    [ปาร์ตี้: นักล่าราตรี]

    [อคิน เลเวล 41]

    [โบ้ เลเวล 37]

    [ส้มซ่า เลเวล 37]

    [ปลาเผา เลเวล 35]

    [บัวลอย เลเวล 35]

     

    "เก่งขึ้นทุกคนเลยนะพวกเรา..."

    อคินยิ้มกว้าง มองดูเหล่าเพื่อนซี้สี่ขาที่นอนหลับปุ๋ยกันไปเรียบร้อยแล้ว

    เขาทิ้งตัวลงนอนข้างๆ โบ้ มือข้างหนึ่งวางพาดบนพุงนุ่มๆ ของส้มซ่า

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:01]

    [สิ้นสุดการเชื่อมต่อ] 

     

    วูบ!

    สติของอคินดับลงพร้อมกับรอยยิ้ม

     

     

     

    ติ๊ง!

    หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าใสสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าเขา

    ข้อความบนนั้นไม่ได้แข็งทื่อเหมือนเครื่องจักรทั่วไป แต่มันกะพริบถี่ๆ ราวกับกำลังรีบเร่งแจ้งข่าว

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]

    [ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 5 เมษายน]

     

    เขาบิดคอไล่ความมึนงงจากการตื่น พลางกวาดสายตาไปรอบบ้านต้นไม้... และแน่นอน ว่าเขาไม่ได้อยู่ลำพัง

    ดวงตาหลายคู่จ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว

    'โบ้' สุนัขพันทางสีน้ำตาลแดงนั่งยืดตัวตรงอยู่ที่หน้าประตู หางของมันกวาดไปมากับพื้นไม้จนเกิดเสียง ตับๆๆ ถี่รัว

    แววตาของมันไม่ใช่แค่ดีใจแบบหมาเห็นเจ้าของ แต่เป็นแววตาของทหารองครักษ์ที่เห็นแม่ทัพฟื้นคืนชีพ

    ถัดไปที่เสาไม้กลางห้อง 'ส้มซ่า' แมวลายส้มตัวอ้วนกำลังลับเล็บกับเนื้อไม้อย่างขะมักเขม้น

    เสียง แคว่ก... แคว่ก... ฟังดูน่าเกรงขามกว่าแมวทั่วไป

    ส่วน 'ปลาเผา' แมวสีเทาลายสลิด และ 'บัวลอย' แมวสามสี นั่งขนาบข้างอคินซ้ายขวา จ้องหน้าเขาเขม็งราวกับกำลังจับผิด

    "มองหน้ากันแบบนี้... หิวกันแล้วล่ะสิ?"

    อคินระบายยิ้มบางๆ เอื้อมมือไปเกาพุงเจ้าโบ้ที่พุ่งเข้ามาเอาหัวดุนตักเขา

    ติ๊ง!

     

    [กรุณาเติมสารอาหารก่อนเริ่มภารกิจ... อย่าลืมกินส่วนของตัวเองด้วยล่ะ เข้าใจไหม?]

     

    อคินเลิกคิ้วมองข้อความบรรทัดสุดท้ายที่ดูเป็นกันเอง

    ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด ราวกับระบบรู้จักเขาดีกว่าใคร

    "รู้แล้วน่า... ขี้บ่นจริง"

    ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความรู้สึกหนักอึ้งหายไปจนหมดสิ้น

    แทนที่ด้วยพละกำลังที่เอ่อล้น

    เขาหยิบอุปกรณ์สวมใส่ที่วางเรียงรายอยู่มุมห้องขึ้นมาสวมใส่ เกราะหนังฟอกแข็งสีน้ำตาลเข้ม สนับแขนเหล็กกล้า

    และสุดท้าย... ดาบกับโล่คู่ใจที่ถูกขัดเงาวับ เขาติดตั้งมันเข้ากับสายสะพายหลังอย่างชำนาญ

    ท่วงท่าคล่องแคล่วว่องไวนั้นดูขัดกับบุคลิกพนักงานออฟฟิศที่เขาเคยเป็น

    ราวกับสัญชาตญาณนักรบในร่างนี้มันตื่นขึ้นมาพร้อมกับระบบ

    "ไปกันเถอะ... คืนนี้เวลายิ่งน้อยๆ อยู่"

    ...

    ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้นดินเบื้องล่าง บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

    ค่ายประตูระยอง... สถานที่พักพิงสุดท้ายของผู้รอดชีวิตในแถบชายฝั่งตะวันออก

    ในยามค่ำคืนเช่นนี้ มันไม่ได้เงียบสงบเหมือนป่าช้าอย่างที่ควรจะเป็น

    แสงไฟสีส้มสว่างไสวจากคบเพลิงและตะเกียงพายุนับร้อยดวงขับไล่ความมืดออกไป

    สร้างเกาะแห่งแสงสว่างท่ามกลางทะเลป่าที่มืดมิด

    เสียงตอกตะปู ปึง! ปึง! เสียงเลื่อยไม้ ครืด... คราด... และเสียงตะโกนสั่งงานดังระงมแข่งกับเสียงจิ้งหรีดเรไร

    กลิ่นเหงื่อไคล กลิ่นเหล็ก และกลิ่นอายของความเหนื่อยล้าลอยคลุ้งในอากาศ

    นี่คือกลิ่นของ 'การดิ้นรน' ของมนุษย์ที่พยายามสร้างบ้านใหม่บนซากปรักหักพัง

    อคินกระชับผ้าคลุมไหล่ เดินนำขบวนสัตว์เลี้ยงลัดเลาะไปตามเงามืดของเต็นท์ที่พักอาศัย

    เขาพยายามไม่สบตาใคร ไม่ใช่เพราะหยิ่งยโส

    แต่เพราะเขารู้สึกว่าตัวเอง 'แตกต่าง' ... เขาคือคนของรัตติกาล ในขณะที่คนเหล่านี้คือคนของทิวา

    จุดหมายของเขาคือแสงสว่างที่เจิดจ้าที่สุดใจกลางค่าย... โรงอาหารกลาง

    โรงเรือนเปิดโล่งมุงด้วยใบจากชั่วคราวคลาคล่ำไปด้วยผู้คน

    ส่วนใหญ่เป็นชายฉกรรจ์สวมชุดเกราะเปื้อนฝุ่นแดงและคราบเลือดแห้งกรัง

    เหล่านักผจญภัยและอาสาสมัครที่เพิ่งกลับมาจากภารกิจกวาดล้างตอนกลางวัน

    พวกเขานั่งจับกลุ่มกัน เสียงพูดคุยโหวกเหวกและเสียงหัวเราะดังลั่นเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวที่เพิ่งเผชิญมา

    "คนเยอะกว่าค่ายแหลมสิงห์อีกแฮะ..."

    อคินพึมพำ

    เขาเดินเลี่ยงไปยังมุมมืดที่จัดไว้สำหรับสัตว์เลี้ยง เทอาหารเม็ดลงในชามสี่ใบ

    เสียงเม็ดอาหารกระทบชามเซรามิกดัง กรุบกรับ เป็นสัญญาณสวรรค์ที่ทำให้เจ้าสี่ขาและสามเหมียวพุ่งเข้าใส่อาหารทันที

    ระหว่างรอเด็กๆ จัดการมื้อเย็น อคินหยิบจานสังกะสีเดินไปต่อแถวรับอาหาร

    กลิ่นเครื่องแกงเผ็ดร้อนและข้าวสวยหุงใหม่ๆ ลอยมาแตะจมูก กระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะให้ทำงานหนัก

    "แกงเนื้อหมูป่ายักษ์ครับพี่! วันนี้ล่าได้เพียบ กินไม่อั้นเลยครับ!"

    พ่อครัวตักแกงราดข้าวพูนจานด้วยรอยยิ้มกว้าง ฟันขาวตัดกับใบหน้าเปื้อนเขม่าควัน

    "ขอบคุณครับ"

    อคินรับจานมา แล้วเลือกที่นั่งมุมอับที่สุดของโรงอาหาร ติดกับเสาต้นใหญ่ที่เงาพาดทับ

    เขาตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ รสชาติเผ็ดร้อนของพริกแกงแผ่ซ่านไปทั่วปาก

    แต่สมาธิของเขาไม่ได้อยู่ที่รสชาติ

    ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ และหูผึ่งรับฟังบทสนทนาจากโต๊ะข้างเคียง

    นี่คือแหล่งข่าวกรองชั้นยอดของเขา

    "เฮ้ย! วันนี้พวกเอ็งไปทางไหนมาวะ?"

    ชายร่างยักษ์ที่โต๊ะขวามือวางแก้วเบียร์กระแทกโต๊ะ ตะโกนถามเพื่อนอีกกลุ่ม

    "พวกข้าไปทาง 'สวนสน' ว่ะ..."

    ชายอีกคนตอบเสียงเนือยๆ พลางส่ายหัว

    "โล่งเตียน! ไม่เหลือซาก! ไอ้พวกกิลด์ 'เขี้ยวพยัคฆ์' มันยกพลเข้าไปกวาดล้างตั้งแต่เช้า พวกกูไปถึงเจอแต่รอยตีนกับซากกอบลินเน่าๆ เสียเที่ยวฉิบหาย"

    "ทาง 'แหลมแม่พิมพ์' ก็เหมือนกัน"

    อีกเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมาอย่างหงุดหงิด

    "ได้ยินว่าพวกนักเวทย์สายไฟไปเผารังแมงมุมจนเกลี้ยง หาตัวเก็บเวลยากฉิบหายช่วงนี้ พวกสัตว์อสูรมันหนีเข้าป่าลึกไปหมดแล้วมั้ง"

    อคินเคี้ยวข้าวช้าลง สมองประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็ว

    สวนสน... เคลียร์แล้ว

    แหลมแม่พิมพ์... เคลียร์แล้ว

    พื้นที่หากินเริ่มแคบลงทุกที...

    "แล้วทางทิศเหนือล่ะ? แถว 'วัดเขาสุกิม'?"

    ชายคนเดิมถามต่อ

    ทันทีที่ชื่อสถานที่นี้หลุดออกมา วงสนทนาที่เคยเสียงดังพลันเงียบลงไปครู่หนึ่ง

    บรรยากาศรอบโต๊ะเย็นยะเยือกลงอย่างประหลาด ก่อนจะมีคนตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

    "อย่าไปยุ่งแถวนั้นดีกว่าพี่... เชื่อผม"

    คล้ายกับเรื่องคลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    58.22M 2245
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786