บทที่ 12 ให้ป้อนไหม?
“หือ~พลังฉีไม่พอ”ไป๋เซี่ยรีบกระโดดหลบออกไปแล้วพยายามสิ่งออกจากเขตของจระเข้หางดาทันทีพร้อมกับหยิบเอาเม็ดยาเพิ่มพลีงฉีออกมากิน แต่ก็ถูกหางที่แหลมคมฟาดเข้ามาดักทางเอาไว้“ฉลาดเหมือนกันนะเนี่ย~”ไป๋เซี่ยสาดกระสุนเข้าตัวของจระเข้หางดาบอีกครั้ง แล้วสร้างม่านเพลิงก่อนที่จะเอาแมกกาซีนที่บรรจุกระสุนเอาไว้แล้วออกกมาเปลี่ยน “รู้งี้น่าจะวื้อหน้ากากกันแก๊สมาด้วยแฮะ ยอมเจ็บตัวหน่อยละกัน”ไป๋เซี่ยที่กำลังรอให้พลังฉีฟื้นฟูเขาหยิบเอาระเบิดไฟฟ้าออกมาถือไว้ในมือ ม่านเพลิงของเขาก็ถูกดับลงด้วยจระเข้หางดาบ มันพุ่งทะลุม่านเพลิงเข้ามาพร้อมกับอ้าปากออกกว้างเพื่องับไป๋เซี่ย“อ้าวอ้าปากถูกจังหวะซะด้วยย~ให้ไป๋เซี่ยป้อนไหมเค๊อะ~อ้ามมม~~”ไป๋เซี่ยโยนระเบิดเข้าไปในปากของมันทันทีก่อนที่จะโยกตัวหลบไปอย่างง่ายดาย ก่อนที่จะได้ยินเสียงเหมือนนกร้องออกมาจากปากมัน แล้วมันก็ลมลงไปนอนแน่นิ่งพร้อมกับควันที่ลอยออกมาจากปากและจมูกของมัน“ลาก่อนนะ”ไป๋เซี่ยที่หลบออกมาร่อนลงพื้นอย่างสวยงาม เขาไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหามันแล้วเดินไปที่หัวของจระเข้หางดาบ ก่อนที่เอาปืนจ่อหัวมันแล้วกราดยิงจนหมดเเม็ก ไป๋เซี่ยเปลี่ยนแม็กก่อนที่จะยิงปืนซ้ำเข้าไปจนหลอดพลังชีวิตของมันหายไปจึงได้หยุดลง[ท่านได้รับทักษะสะบัดหางมรณะ ทักษะระดับ:SS][ท่านได้รับทักษะหายใจใต้น้ำ ทักษะระดับ:S][ท่านได้รับทักษะอาภรณ์วารี ทักษะระดับ:S][ท่านได้รับสมุนไพรหายใจใต้น้ำ ไอเท็มวัตถุดิบ ระดับ D ชั้นยอด][ท่านได้รับแร่วารีกระจ่าง ไอเท็มวัตถุดิบ ระดับ D ชั้นยอด][ท่านได้รับสูตรยา จิตรน้ำค้าง][ท่านได้รับแบบแปลนดาบใหญ่ ดาบยักษ์แยกวารี ระดับ C ชั้นดี]“เหนื่อยจริงเลย ถ้ามันใช้หางแทนก็คงจะยืดเยื้อกว่านี้”ไป๋เซี่ยเดินเก็บร่างของพวกมันก่อนที่จะกลับเข้าไปที่เมือง แล้วเอากลับไปขายและได้รับค่าความสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้นมากับอี้หลางแบบงงๆ?กิจวัตรของเขามีแค่ออกล่ากับขายของอย่างบ้างคลั่งแม้แต่ตอนกลางคืน ไป๋เซี่ยนั่งกระดิกนิ้วลั่นไกภายในสนามพลังฉีระดับ C ชั้นดีที่เพิ่งซื้อมาใหม่ หลังจากที่ล่าจนไม่เหลืออะไรแล้ว เขาก็เดินไปหาโรงเตี๊ยมในเมืองก่อนที่จะออกจากเกมไป“รสชาติโคตรดีเลย!!เข้าใจละทำไมพวกผู้ฝึกตนกับพวกนักล่าถึงได้ปฏิเสธเนื้อสัตว์ธรรมดาที่ไม่ใช่สัตว์เซียนหรือสัตว์มาร!!”หลังจากที่ออกมาจากเกม เขาก็ลองเอาเนื้อของกระทิงเขาเพลิงออกมาย่างแล้วกินพร้อมกับคลุกเครื่องเทศบางชนิดที่ซื้อมาจากในเกมเขาดื่มดำกับความละมุนของเนื้อย่างติดมันผสมกับเครื่องเทศที่หอมกรุ่นอยู่สักพัก ก่อนที่จะเอาเหล้าเลิศรส รวมถึงไปป์และยาสมุนไพรออกมาลิ้มรสชาติมัน รสชาติของมันทำให้เขาลืมบุหรี่ที่เขาเคยสูบก่อนหน้านั้นไปเลย คืนนั้นเขาเอาเนื้อของสัตว์ที่ล่าได้หลายชนิดออกมานั่งกินทั้งคืนเขาเปิดโทรศัพท์อ่านกระทู้ต่างๆภายในเกมไปด้วยในขณะที่นั่งกิน และก็เจอเข้ากับกระทู้ที่มีคนกล่าวถึงตัวเขา พร้อมกับข้อความแสดงความอิจฉาต่างๆมากมายต่อกลุ่มของหลินหลิน เมื่อเห็นกระทู้เหล่านั้นเขาก็ยิ้มออกมาทันที แต่เมื่อรู้ว่ากิลด์ที่พวกหลินหลินสังกัดอยู่ด้วยคือเดอะเดม่อนเฟียร์เขาก็ขมวดคิ้วทันที กิลด์พวกนี้มักจะขึ้นชื่อในเรื่องความเกรียนและปากเสียเป็นหนึ่งทั้งดักปล้น แย่งชิง เล่นไม่ซื่อทำผิดกฎกติกาต่างๆมากมายหรือทำผิดสัญญาหรือข้อตกลงที่ทำเอาไว้ ถือเป็นกิลด์ที่คอยบั่นทอนความสนุกของเกมกิลด์หนึ่ง ปกติกิลพวกนี้มักจะเล่นเป็นฝ่ายร้ายหรือกิลด์สายโจรและนักฆ่าตลอดในเกมที่ผ่านๆมา ทำไมเกมนี้มันถึงได้มาโผล่ที่สายเซียนกัน เขานักคิดสักพักก่อนที่จะเข้าใจ หลังจากสงครามจบลงได้มีกฎหมายว่าห้ามฝึกทักษะหรือตำราวิถีมารเด็ดขาดรวมถึงผู้ที่บ่ำเพาะวิชาพิาบางคนก้ไปได้ไม่่ค่อยดีนัก เพราะแบบนี้ทุกๆคนที่มาเล่นเกมนี้ส่วนใหญ่ก็คงจะเป็นผู้ฝึกตนวิถีเซียนเข้ามาเล่นเพื่อที่จะได้ฝึกและทำความเข้าใจในทักษะ หากมันเลือกไปอยู่แดนมารก็คงไม่ค่อยมีคนยอมจ่ายเพื่อซื้อทักษะวิถีมารเท่าไหร่ ไป๋เซี่ยไม่ค่อยพอใจนักหลังจากที่นั่งคิดสักพักเขาก็ยิ้มออกมา เขาก็นั่งอ่านกระทู้และหาข้อมูลเกมเรื่องสงครามต่างๆมาอ่านก่อนที่จะขมวดคิ้วทำไมข้อมูลในหอสมุดกับในเกมมันถึงไม่ตรงกัน?ข้อมูลจากกระทู้ที่ทางเกมประกาศมาไม่น่าจะมีอะไรผิดพลาดที่ผิดพลาดน่าจะเป็นข้อมูลภายในเกมมากว่า เขาเลือกหาข้อมูลอื่นๆอีกจำนวนมากขึ้นมาอ่านเพิ่ม“มีแบบนี้ด้วยเหรอ”เขาเห็นกระทู้ที่มีคนตั้งราคาของทักษะระดับ E-A เอาไว้ด้วยราคาที่ถือว่าสูงพอสมควร“อือ~แบบนี้จะมีคนมาขายไหมเนี่ย”ไป๋เซี่ยตั้งกระทู่้ของเขาเอาไว้เช่นกัน โดยตั้งราคาเอาไว้ซื้อทักษะอาชีพรองที่คนไม่ต้องการ ด้วยราคาที่สูงจนไม่น่าเชื่อ หลังจากนั้นไม่นานก็มีคนมากล่าวหาว่าเขาหลอกลวง หรือตั้งกระทู้แกล้งคนเล่น ซึ่งเขาเองก็ขี้เกียจที่จะไปยุงกับพวกมันเพราะน่ารำคาญเกินไป เขาขี้เกียจจะเสียเวลากับพวกน่ารำคาญแบบนี้ หลังจากที่นั่งกินและอ่านจนพอใจเขาก็ลุกไปอาบน้ำก่อนที่จะเข้านอน ในเช้าวันต่อเขาลุกขึ้นมานั่งย่างเนื้อของสัตว์จำนวนมากอย่างมีความสุข ก่อนที่จะอาบน้ำแล้วเข้าเกมไป เมื่อเข้ามาในเกมเขาก็เดินออกจากเมืองไปที่เขตใจกลางป่าทันที[ท่านได้เข้าสูป่าเขตใจกลาง อาณาเขตของพยัคฆ์เพลิงพิโรธ][บอสประจำเมืองขนาดกลาง พยัคฆ์เพลิงพิโรธ Lv 150]พยัคฆ์ตัวยาวกกว่า8เมตรมันกำลังนอนอยู่บนแท่นหินสีแดงฉานพร้อมกับแกว่งหางไปมาอย่างสบายใจ เปลวไฟรอบตัวของมันกำลังพลิ้วไปตามลมอย่างมีความสุข ไป๋เซี่ยเองก็ไม่รอช้ายกปืนขึ้นมาแล้วส่งกล้องไปที่หัวของมันก่อนที่จะลั่นไกออกไปทันที หางของพยัคฆ์ตัวใหญ่ค่อยๆหยุดนิ่งลงและเปลวเพลิงของมันที่กำลังพลิ้วตามลมค่อยๆมอดดับลงช้าๆ[ท่านได้รับทักษะเพลิงพิโรธผลาญโลกันต์ ทักษะระดับ:SSS X1][ท่านได้รับทักษะบรรลุธาตุไฟ ทักษะระดับ:SSS X1][ท่านได้รับทักษะท่วงท่าพยัคฆ์เพลิงพิโรธ ทักษะระดับ:SSS X1][ท่านได้รับทักษะอาภรณ์พยัคฆ์เพลิงพิโรธ ทักษะระดับ:SSS X1][ท่านได้รับทักษะคมเขี้ยวพยัคฆ์พิโรธ ทักษะระดับ:SSS X1][ท่านได้รับทักษะตราประทับเพลิงพิโรธ ทักษะระดับ:SSS X1][ท่านได้รับหนังพยัคฆ์เพลิงพิโรธ ระดับ C ชั้นยอด][ท่านได้รับแร่ เพลิงผลาญพิโรธ ไอเท็มวัตถุดิบ ระดับ C ชั้นยอด][ท่านได้รับเขี้ยวพยัคฆ์เพลิงพิโรธ ไอเท็มวัตถุดิบ ระดับ C ชั้นยอด][ท่านได้รับสูตรยา เพลิงอมตะ][ท่านได้รับเล็บพยัคฆ์เพลิงพิโรธ ไอเท็มวัตถุดิบ ระดับ C ชั้นยอด][ท่านได้รับสมุนไพร ดอกประกายเพลิง ไอเท็มวัตถุดิบ ระดับ C ชั้นยอด][ท่านได้รับแบบแปลนกระบี่ กระบี่เพลิงแหวกเมฆาศาสตรา ระดับ C ชั้นยอด][ท่านได้รับเนื้อพยัคฆ์เพลิงพิโรธ ไอเท็มวัตถุดิบ ระดับ C …]หลังจากที่เห็นทักษะทั้งหมดนี่แล้วเขาก็รีบวิ่งกลับเข้าไปที่เมืองด้วยความรวดเร็วก่อนที่จะเช้าห้องที่โณงเตี๊ยมและออกเกมไป ไป๋เซี่ยลุกขึ้นมาจากเตียงก่อนที่นำทักษะออกมาดูทีละทักษะ[อาภรณ์พยัคฆ์เพลิงพิโรธทักษะระดับ:SSSเพิ่มความเข้าใจในธาตุไฟให้กับผู้ที่ฝึกทักษะนี้ ผู้ที่ฝึกทักษะนี้หากใช้ทักษะหรือธาตุไฟในการโจมตี เพิ่มพลังโจมตีขึ้นสี่เท่า และลดความเสียหายทีเกิดจากธาตุไฟทั้งหมดหนึ่งเท่า]หลังจากที่ฝึกทักษะนี้จนเชี่ยวชาญจะมีความเข้าใจในธาตุไฟและทุกครั้งที่ใช้ทักษะธาตุไฟจะเพิ่มความรุนแรงของทักษะนั้นขึ้นสี่เท่า!!แถมยังช่วยลดความเสียหายืั้เกิดจากธาตุไฟอีกด้วย เขาคิดถึงทักษะกายจิตวิญญาณเหมันต์บริสุทธิ์ ระดับSSSและเริ่มเปรียบเทียบกันทั้งสองทักษะทันที หนึ่งเพิ่มความรุนแรงในการโจมตีธาตุไฟ อีกหนึ่งเพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูพลังฉีและรักษาร่างกายดีเยี่ยม“ชั้นจะฝึกทักษะบ่มเพาะอันไหนดี?”เขานั่งพร้อมกับค่อยๆจมลงไปในความคิด ในสมัยที่ยังเรียนอยู่คำพูดของอาจารย์ก็ดังขึ้นอยู่ภายในหัวของเขา“จำเอาไว้ในให้ดีนะทุกคนว่าร่างกายของเราทุกๆคนเลย สามารถเลือกฝึกวิชาที่เป็นวิชาธาตุมากกว่าหนึ่งแต่ไม่อาจฝึกวิชาธาตุที่ขัดแย้งกันได้ เช่น ครูฝึกวิชาธาตุไฟก็จะสามารถฝึกวิชาธาตุลมเพื่อหนุนเสริมธาตุไฟได้ แต่ก็ไม่สามารถเรียนและฝึกวิชาธาตุน้ำและไม้ได้” ครูพูดขึ้นพร้อมกับสร้างเปลวไฟลูกเล็กขึ้นบนฝ่ามือก่อนที่จะค่อยหมุนตัวกลายเป็นพายุเพลิง“ถ้าหากฝืนเรียนธาตุที่ขัดแย้งกันเองละก็จะถูกธาตุไฟเข้าแทรกและนี่เองก็เป็นิีกหนึ่งสาเหตุของการเกิดธาตุไฟเข้าแทรกและเสียชีวิตในที่สุด หากโชคดีก็อาจรอดตายได้แต่ก็ไม่สามารถฝึกตนได้หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง”“อึก!!ถ้าเกิดว่าเราลองบ่มเพาะทั้งสองธาตุที่ขัดแย้งกันดูละ ตอนนี้ทักษะบ่มเพาะของเราเป็นแค่ทักษะสัมผัสปราณระดับEที่มีเรียนมาจากในโรงเรียนเท่านั้น”ไป๋เซี่ยกลืนน้ำลายลงคอพร้อมกับคิดหาวิธีที่ตนจะสามารถบ่มเพาะทักษะที่มีธาตุตรงข้ามกันได้“ไม่มีวิธีเลยเหรอ”ไป๋เซี่ยลองเอาโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเปิดหาข้อมูลและบทความต่างๆ ก่อนที่จะเจอเข้ากับข้อมูลที่ระบุไว้โดยไร้หลักหลักฐานและข้อมูลของผู้ที่เผยแพร่ข้อความนี้ โดยข้อความนี้ได้ระบุไว้ว่า ต้องมีร่างกายที่มีพรสวรรค์ระดับกายเซียนถึงจะสามารถฝึกได้ทุกธาตุ ซึ่งไป๋เซี่ยเองก็ไม่รู้ว่าข้อมูลนี้เชื่อถือได้แค่ไหนแต่ตอนนี้เขาเลือกที่จะเชื่อ ไป๋เซี่ยกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดกลัวปนความตื่นเต้น ถ้าเกิดฝึกแล้วมันเกิดหักล้างกัน แน่นอนเขาพอมีเงินอยู่ถ้าหากรักษาได้ เขาอาจจะรักษาร่างหายที่เสียหายและไม่สามารถฝึกบ่มเพาะได้ โดยการใช้เม็ดยาชำระล้างเขาเก็บทักษะของพยัคฆ์เพลิงพิโรธลงแหวน ก่อนที่จะเข้าเกมแล้วก็รีบเดินทางไปยังหอสมุดอีกครั้ง หลังจากที่เจอหญิงสาวคนเดิมนั่งอยู่ำไป๋เซี่ยก็เร่งฝีเท้าเข้าไปหาเธอ