"พร๊วดดดด"
อาเบลเดินหลบมุมเข้าซอยที่เปลี่ยวไม่มีผู้คนเดินผ่านเขาเดินเกาะกำแพงมาเรื่อย ๆ เพราะต้องการหาที่นอนพัก
เขาเดินจนมาหยุดตรงหน้าบ้านหลังหนึ่งที่ดูเก่าแก่มากๆ เขานึกว่าเป็นบ้านร้างก่อนจะเปิดประตูรั้วเข้าไป
แต่ไม่ทันได้เข้าไปในบ้าน เขาก็กระอักเลือดออกมาอย่างรุนแรง เลือดจำนวนมากพุ่งลงไปกองอยู่ตรงพื้นพร้อมกับร่างกายของเขาหมดแรงล้มลงหมดสติสลบสไลไป
"หืม อะไรน่ะ ผีหรอ ไม่หรอกมั้งหรือว่าจะเป็นผี"
"คนละ ถ้าเป็นคนจะนอนตรงนี้ทำไม? ผีหรอ? คนหรอ?"
เป็นหญิงสาวใส่ชุดคลุมสีดำปิดหน้าปิดตาเธอพึ่งกลับมาถึงบ้านหลังจากหาซื้อของมาพอดีเธอเปิดประตูรั้วเข้ามาและกำลังจะปิด แต่แล้วเธอก็มองไปเห็นอะไรสักอย่างที่คล้ายคนนอนอยู่หน้าบ้านของตนเอง เธอทำสีหน้าสงสัย และพูดตอบเองเออเองอยู่คนเดียว
"ไม่น่าจะใช่ผีนะ เอ๋ หนุ่มหล่อละ"
เธอจึงเดินเข้าไปหาและพบชายหนุ่มที่หล่อเหลาสลบสไลไม่ได้สติอยู่ที่พื้น มุมปากของเธอเผยรอยยิ้มออกมาก่อนจะเหลือบมองไปที่ตัวเห็นเลือดมากมายและแสดงท่าทางตกใจออกมา
"แย่แล้ว เลือดออกเต็มไปหมดเลย"
หญิงสาวทำท่าทางหวาดกลัวต่อเลือดก่อนที่เธอจะวิ่งเข้าไปในบ้านที่ดูเก่าๆของเธอ เธอหาของอยู่ในนั้นไม่นานก็วิ่งกลับออกมาพร้อมกับอะไรบางอย่างในมือ เธอนำมาให้อาเบลกินก่อนจะเดินอุ้มพาร่างใหญ่ๆของอาเบลขึ้นบ้านไป
************************†***********************
"อึก"
เช้าแสงแดดเชิดจ้า เป็นเวลาทั้งคืนที่อาเบลนอนสลบอยู่บนเตียง เขาตื่นนอนด้วยความอ่อนเพลียเล็กน้อย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตนบาดเจ็บนอนอยู่บนพื้น
("หืม เตียง? ทำไมถึงมานอนที่เตียงได้")
เขานึกเท่าไรก็นึกไม่ออก พยายามค้นหาความทรงจำแต่ก็ไม่เห็นจะจำอะไรได้เลยแม้แต่นิดเดียวหลังจากสลบไป
"กึก กึก"
เสียงประตูเปิดก่อนจะมีหญิงสาวชุดคลุมดำปิดหน้าปิดตา เดินถือถาดอาหารสำเร็จรูปเข้ามาในห้อง เธอหันมองพูดคุยทักทายอาเบล ก่อนจะวางอาหารไว้ที่โต๊ะข้างเตียง
"ตื่นพอดีเลย อรุณสวัสดิ์ นี่อาหารเช้ากำลังร้อนๆเลยค่ะ"
"เธอเป็นใคร"
อาเบลมองไปที่เธออย่างสงสัยและเอ่ยถามออกมา
"อืม เรียกฉันว่า เอมิ นะ"
"ผมมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง"
"นายเลือดไหลเยอะมาก นอนสลบอยู่ทางเข้าหน้าบ้านฉัน"
"ขอบคุณครับที่ช่วยเหลือ"
"อืมไม่เป็นอะไรค่ะ กินข้าว พักผ่อนเถอะนะ"
"ไม่เป็นอะไรครับ ผมต้องใช้โทรศัพท์ โทรศัพท์ของผมอยู่ไหนหรอ"
อาเบลตอนที่ตื่นขึ้นมาเขาคล่ำไปทั่วตัวไม่พบของอะไรสักอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ กางเกง กางเกงใน ใช่แล้วใต้ผ้าห่มของอาเบลตอนนี้เปลือยเปล่าล่อนจ้อนอยู่
"อ้อ อยู่อีกห้องนะค่ะ"
เธอทำท่าทางนึกอยู่ซักพักก่อนจะพูดออกมา
"เอามาให้ผมได้ไหมครับ"
อาเบลเอ่ยพูดขอร้องกับเธอ
"ไม่ได้ นายต้องพักฟื้นนะ"
เธอสั่งห้ามอาเบลด้วยน้ำเสียงน่ารักน่าเอ็นดู
"งั้นถอดกุญแจมือนี่ให้หน่อยสิ"
อาเบลชี้นิ้วไปที่ข้อมือของเขาที่คล้องไว้กับเตียง
"อะ ไม่ได้"
หญิงสาวสายหัวไปมา
"ทำไมไม่ได้ละ เธอจับผมไว้ทำไม"
อาเบลถามอย่างแปลกใจ มันจะมีคนปกติที่ไหนที่คล้องกุญแจมือคนที่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนเลย
"ไม่ได้ ยังไงก็ไม่ได้"
"งั้นบอกผมได้ไหม จับผมทำไม"
อาเบลรู้สึกปวดหัวกับเธอมาก แต่สถานการณ์ตอนนี้มันก็แปลกสุดๆเขาจึงตั้งใจเกลี้ยกล่อมให้เธอบอกเหตุผลออกมาก่อนจะได้แก้สถานการณ์ถูก
"น.... นา.. นายยยย"
หญิงสาวบิดตัวไปมาอย่างเขินอาย
"ผม ทำไมหรอ"
อาเบลชี้ไปที่ใบหน้าตนก่อนจะถามออกไป
"นะ.นา...นายหล่อกว่าซุสอีก ฉันถูกใจนายมากกกกกกก"
หญิงสาวเปล่งเสียงเกือบจะตะโกนดังลั่นออกมา คำพูดของเธอมันทำให้อาเบลงุนงงเป็นอย่างมาก แค่ความหล่อของเขาก็ทำให้เธอทำเรื่องแบบนี้ได้เลยหรอ แล้วใครคือซุส คำถามต่างๆนาๆ ถาโถมเข้าใส่สมองของอาเบล
"คือ ผมหล่อเธอเลยจับตัวไว้"
"ใช่ๆ ฉันตกหลุมรักนายตั้งแต่แรกเจอเลย ซุสหล่อเทียบกับนายไม่ติด"
หญิงสาวพยักหน้าตอบ
"เออ คือผมต้องกลับบ้าน เธอปล่อยผมไปเถอะนะ"
"ไม่ นายไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น นายต้องเป็นเด็กดีเชื่อฟังฉัน"
"ปัง!!!!!!!"
หญิงสาวปฏิเสธเสียงแข็ง ก่อนจะปิดประตูอย่างรุนแรงดังลัั่นเดินออกไปทำอะไรสักอย่างโดยทิ้งอาเบลให้มึนงงอยู่บนเตียง
**********************†**************************
"ลา ลา ลา ล๊า ล่า ลา......"
หญิงสาวที่ตอนนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เธอดูมีความสุขมากด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง ตอนนี้เธอกำลังนั่งรอของที่เธอสั่งไปอยู่หน้าบ้าน เป็นของที่เธอตั้งใจซื้อให้อาเบลโดยเฉพาะ
"อ๊ายยยย มีความสุขจัง ใบหน้าน้ำเสียง กริยาท่าทางซุสเทียบไม่ติดเลยจริงๆ"
"ซุสหรอ....."
แววตาของเธอแสดงความดุร้ายออกมาก่อนจะระบายอารมณ์
"ปัง!!!!!"
เสียงอะไรบางอย่างกระทบเข้ากับกำแพงดังลั่น เสียงดังมากมันบ่งบอกถึงความรุนแรงของสิ่งที่มากระทบได้ แต่ที่น่าแปลกก็คือทำไมกำแพงถึงไม่เป็นอะไรเลยละ
"ช่างมันแล้วกัน อาเบลหรอ อ๊ายยย หล่อจังเลย ฟ้าประทานมาให้ฉัน"
เธอหยิบบัตรนักเรียนเขาออกมาดู ก่อนจะบิดตัวเขินอายไปมาอยู่เป็นเวลานานมาก
"อาเบลลลลลลลล ฉันมาแล้ว อาหารที่ฉันทำอร่อยสุดๆไปเลยใช่ไหม"
หญิงสาวได้รับของครบเรียบร้อยก็รีบวิ่งมาหาอาเบลเลยทันที เธอแทบอดใจรอไม่ไหวแล้วที่จะได้อยู่ด้วยกันกับเขา เธอวิ่งมาพร้อมกับถุงกระดาษต่างๆที่เต็มไปด้วยของแบรนด์เนมทั้งหมดนั่น มีทุกอย่างที่สามารถส่งเสริมความหล่อเหลาของอาเบลขึ้นไปอีกข้้นได้ง่ายๆ
"นี่จ๊ะ ชุดที่กำลังเป็นที่นิยม แบรนด์ดังมากเลย ฉันลองวัดขนาดตัวเรียบร้อยแล้ว รับรองพอดีตัวแน่นอน และนี่เป็นรองเท้ารุ่นลิมิเต็ดเอดิชันที่ทำออกมาจำนวน 10 คู่ในปีนี้ ของบริษัทดัง แพงมากเลยนะต้องใช้เส้นสายเยอะด้วยกว่าจะได้มา"
เธอนั่งอยู่ปลายเตียง ทะยอยหยิบของออกมาทีละชิ้นสองชิ้น ของแต่ละชิ้นเป็นของที่มีราคาสูงมาก คนธรรมดาทั่วไปคงจะหาซื้อไม่ได้ถ้าไม่มีเส้นสายจริงๆ แต่อาเบลไม่ได้รู้สึกอะไรเลย เขาเองก็ไม่เคยใช้ของพวกนี้อยู่แล้ว เขารู้สึกว่าตอนนี้เขาควรออกไปจากที่นี่ได้แล้วแต่เพราะร่างกายของเขายังฟื้นฟูเหมือนก่อนหน้านี้ยังไม่ได้เลย เขาจึงต้องทนอยู่แบบนี้ไปก่อน
"อืมขอบคุณนะเอมิ ยังไงเราก็ต้องอยู่ด้วยกันแบบนี้ เราสองคนมาทำความรู้จักกันก่อนดีไหม"
อาเบลรู้สึกอันตรายเป็นอย่างมาก เขาจึงต้องหาทางสนิทสนมกับเธอก่อนไม่งั้นใครจะรู้ได้ว่าเธอจะทำอะไรอาเบลบ้าง
"เริ่มจากถอดชุดคลุมให้ผมเห็นใบหน้าหน่อย ผมอยากรู้จักคุณให้มากขึ้นอีก"
อาเริ่มพูดให้ระยะห่างระหว่างพวกเขาให้ใกล้ชิดกันเพื่อไม่ให้เธอคิดอันตรายกับเขา
"ไม่ ไม่ถอดเด็ดขาด"
เธออารมณ์เสียขึ้นมากทันที ปฏิเสธเสียงแข็งออกมา
"ทำไมหรอครับ ยังไงเราก็ต้องอยู่ด้วยกันแล้ว ต้องมองกันทุกวันเราก็ต้องเห็นหน้าซึ่งกันและกันสิ"
อาเบลเริ่มพูดให้เขาดูว่าอยากจะสนิทกันกับเธอจริงๆ
"ไม่ ซุสเคยเห็นใบหน้านี้แล้ว มันก็เลยทิ้งฉันไป ฉันจะไม่ให้ใครเห็นใบหน้านี้เด็ดขาด"
เธอก็ยังปฏิเสธออกมาอย่างเด็ดขาด
"ผมไม่รู้หรอกนะว่าใบหน้าเธอจะดีไม่ดี คนเรามันต้องพบหน้าพูดคุยกันมันถึงจะเข้าใจกันได้ ผมว่าเรามาเปิดอกคุยกันดีไหม
"น......."
เธอกำลังจะพูดอะไรออกมาแต่ก็ไม่ทันได้เปล่งเสียงก็หยุดพูดเสียก่อน เธอนั่งคิดอยู่ปลายเตียงอยู่เนิ่นนานก็ยังไม่พูดหรือขยับต้วเลยแม้แต่น้อย
"นายจะดูใบหน้าของฉันจริงๆหรอ จะไม่รังเกียจจริงๆหรอ จะรับได้จริงๆหรอ"
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าอันหล่อเหลาของอาเบลที่ยิ้มแย้มออกมาให้เธอ
"จริงครับ ผมว่าคนเรามันอยู่ที่นิสัยใจคอมากกว่าจะรู้จักกันที่ใบหน้า"
อาเบลพยักตอบกลับและพูดให้เธอรู้สึกดี เขาก็ไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว
"งั้นเปิดก็ได้"
หญิงสาวคิดอยู่นานก็พลันเตรียมจะเปิดใบหน้าให้อาเบลดูและทำความรู้จักกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไป เธอเองก็กลัวว่าอาเบลเห็นใบหน้าเธอแล้วจะรังเกียจเหมือนกับซุส แต่ในเมื่อเธอได้ยินอาเบลพูดแบบนี้แล้วจึงยอมที่จะเปิดให้อาเบลเห็นใบหน้าของเธอ
"พรืบ"
เธอยืนขึ้นก่อนจะถอดชุดคลุมสีดำออกอย่างรวดเร็ว ชุดคลุมสีดำล่วงล่นกองบนพื้นปรากฏรูปลักษณ์ของเธอเต็มดวงตาทั้งสองข้างของอาเบล
"อ...."
อาเบลเบิกตากว้างโต นิ่งอึ้งไม่พูดไม่จาออกไป หลังจากเห็นร่างกายของเธอตั้งแต่ใบหน้าและแขนขา
"นั่นไง นายก็ไม่ต่างจากไอเวรซุสนั่นที่เข้ามาทำดีกับฉัน แต่พอเปิดให้เห็นใบหน้าน่าเกลียดนี้ก็ เตรียมจะผลักไสไล่ส่งฉันเหมือนหมูเหมือนหมา ฉันคิดว่ามันอาจจะเป็นแค่ซุสและยัยพวกนั้น ไม่ใช่เลยมันก็เป็นเหมือนกันหมดทุกคนในโลกนี้แหละ"
"เดี๋ยวก่อน เอมิ ผมรู้สาเหตุที่เธอเป็นแบบนี้"
สติของอาเบลอยู่ในความคิดตั้งเนิ่นนานกว่าจะดึงสติกลับมาได้และเอ่ยพูดสิ่งที่ตัวเองคิดเอาไว้ออกมา เอมิเธอกำลังจะปลดปล่อยอารมณ์โกรธใช้แรงทั้งหมดซัดใบหน้าของอาเบลให้เหมือนกับซุสซะ ก็พลันหยุดมือเมื่อได้ยินคำพูดของอาเบล
"อะไรนะ รู้สาเหตุ"
"ใช่ครับ ผมรู้และมีวิธีแก้ด้วย"
"จริงหรอวิธีไหนละ"
"อืม ผมจะบอกก็ได้นะ แต่ต้องปล่อยผมก่อน"
"ไม่ ไม่บอกงั้นก็เตรียมเป็นเหมือนซุสได้เลย"
หญิงสาวหมดหวังไปตั้งนานแล้วเธอได้ยินคำพูดของอาเบลแต่ก็ไม่ได้ทำใจเชื่ออยู่แล้ว จึงตัดสินใจจัดการอาเบลซะ ให้เป็นแบบซุส ใครมันที่โกหกว่ารับใบหน้าเธอได้มันต้องเจ็บยิ่งกว่าเธอ
"เห้อออ ก็ได้ครับ ผมจะเชื่อใจเธอแล้วกัน"