ภายในคลังของตระกูลชาง เป็นห้องขนาดปานกลางไม่ใหญ่มากแต่ก็อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์มากมาย พื้นที่โดยรวมประมาณ 100 หลา มีการแบ่งสัดแบ่งส่วนที่ชัดเจน สามารถที่จะหาของได้อย่างง่ายดาย
"หึหึ เป็นบุญตาของข้าอย่างยิ่งสำหรับการมาในครั้งนี้ นี่ท่านชางเหลียนไปบุกถ้ำอสูรมาเท่าไรกัน ของมันช่างละลานตาได้ถึงเช่นนี้"
เมื่อชางอวิ๋นเข้ามาในห้องก็พบว่าอุปกรณ์เยอะแยะมากมาย มีทั้งเคยเห็นในโลกออนไลน์และที่ไม่เคยก็เยอะ เขาไม่สามารถรู้ได้เลยอันไหนดีไม่ดี
"ตรวจสอบ" พลังของชางอวิ๋นตอนนี้ เพียงแค่ตรวจสอบก็ทำให้รับรู้ได้ไกลเป็นร้อยๆลี้
ชางอวิ๋นพบว่า ของในนี้ส่วนมากอยู่ในระดับเงินและทอง เป็นพันๆชิ้น แต่ก็มีของที่สะดุดอยู่ 2-3 ชิ้น มันปล่อยออร่าออกมาเหนือกว่าชิ้นอื่นอย่างเห็นได้ชัด
ชางอวิ๋นจึงเดินเข้าไปสัมผัสมันใกล้ๆ เขาพบดาบคู่อุปกรณ์ระดับราชันย์
'คงไม่จำเป็น เพราะข้ามีดาบคู่รู้ใจ อย่างอัลติม่าร์ เซเบอร์ (ระดับบรรพกาล)' เขาเดินผ่านอย่างไร้เยื่อใย
ดาบนี้ ชางเหลียนไม่เคยคิดที่จะนำมันออกไปใช้ เป็นน้ำหนักของมันที่มหาศาลมาก ไม่มีใครซักคนเดียวที่จะสามารถยกมันได้อย่างต่อเนื่อง ถึงจะเป็นอุปกรณ์ระดับที่สูงมาก มันก็ยังคงไร้ประโยชน์ในสายตาของทุกๆคนอยู่ดี
ชางอวิ๋นจึงเดินเข้าไปดูในชิ้นต่อไปที่มันปล่อยออร่าพิเศษออกมา 'โอสถทิพย์สมัย' ชางอวิ๋นตรวจสอบดูแล้วมีระดับต่ำกว่าโอสถทะลวงปราณระดับที่ 3 เสียอีก จึงเดินไปดูชิ้นต่อไปทันที
!!!! 'น-น-นี่มัน ต่างหูเทพทะลวงจิตที่ไอ้หัวหน้าแคลนอิมมอร์ทอลมันใช้นี่ ข้าอยากได้มานานหละ ต-แต่ทำไมมันเป็นอุปกรณ์แค่ระดับทอง ถึงส่งออร่ามาได้รุนแรงขนาดนี้'
ชางอวิ๋นดูอุปกรณ์ชิ้นนี้อยู่นานจนชางเหลียนต้องเอ่ยปาก
"ท่านจะเอาของชิ้นนี่จริงรึ มันเป็นอุปกรณ์ระดับทองที่ไม่มีค่าอันใดเลย มันคงอาจจะเป็นแค่เครื่องแต่งกายธรรมดาๆอันนึง"
ชางเหลียนพยายามหาความลับมาตั้งแต่ที่เขาได้รับจาก ถ้ำแห่งบรรกาล แต่มันก็ไร้ประโยชน์จริงๆ
"เลือกอันนี้แหละ !! ข้ารู้สึกว่าถูกชะตากับอุปกรณ์ชิ้นนี้"
"ม-มีอุปกรณ์ระดับสูงมากมาย ข้าว่าท่านเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นเถอะ มันไม่สมกับที่ข้าได้รับโอสถระดับสูงสุดจากท่านเลยนะ"
ชางเหลียนพยายามเลือกสิ่งที่ดีที่สุด สำหรับการแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สบายใจอย่างแน่นอน
"ข้าเลือกชิ้นนี้แหละ ท่านคงไม่อยากจะครอบครองไว้เองใช่ไหม"
หมดปัญญาที่จะเกลี้ยกล่อม ชางเหลียนยอมแต่โดยดี
เมื่อการแลกเปลี่ยนลุล่วงไปด้วยดี ธุระทั้งหมดจึงจบลง หลินเฟยและชางอวิ๋นจึงขอตัวกลับตระกูลหลินก่อน ซึ่งชางเหอก็ยังคงเสียดาย เป็นเพราะเขาไม่สามารถโน้มน้าวให้ชางอวิ๋นเข้ามาอยู่ในตระกูลชางได้
พวกเขาจากมาโดยยังไม่บอกความจริง ว่าแท้จริงแล้ว ชิงอวิ๋น นั้นมีต้นตระกูลก็คือ 'ชาง' นี่เอง
ชางอวิ๋นหยิบรองเท้าปราณนภาออกมา 2 คู่ ให้หลินเฟย 1 คู่ เพื่อที่จะกลับตระกูล
แต่ในใจจริงๆแล้ว ชางอวิ๋นต้องการที่จะโปรโมทสินค้าของเขาเอง เพื่อให้คนที่ผ่านไปมาสนใจ ก่อนจะผลิตล็อตต่อไปออกสู่ตลาด
"โอ้วโหววว ความเร็วของมันน่าสนใจมาก แถมไม่ต้องใช้พลังปราณเลยด้วย เจ้าเอาของสิ่งนี้มาจากไหนกัน" หลินเฟยสนใจอย่างมาก ทั้งประสิทธิภาพ ความง่ายในการใช้ และความเร็ว อยู่นอกเหนือกฏเกณฑ์ทั้งปวง
"ข้าผลิตขึ้นมาเอง ถ้าท่านชอบ ท่านก็เก็บไว้ใช้ได้เลย"
!@#$%^ ชางเหลียนรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ขนาดผู้สร้างระดับเซียนในทวีปแดนเหนือ ยังไม่สามารถผลิตของชิ้นนี้ออกมาได้เลย
"ฟิ้ววววว ~~ " ความเร็วมหาศาลผ่านหน้าผู้คนมากมายในเมืองตระกูลชางเกิดความสนใจตามใจหวังของชางอวิ๋น
เพียงแค่ 2 ชั่วยาม พวกเขาทั้งคู่ก็มาถึงเมืองตระกูลหลิน ทั้งที่จริงระดับพลังอย่างหลินเฟยต้องใช้ระยะเวลาถึง 3 ชั่วยามเลยทีเดียว
เมื่อเท้าของชางอวิ๋นแตะถึงพื้นตระกูลหลิน สิ่งแรกที่คิดถึงเลยก็คือ เขาห่างจากหลินหลิงมาได้ 4 วัน ตั้งแต่เขามาที่แห่งนี้เป็นเวลา 3 เดือน นอกจากเทพมังกรฟ้าแล้วก็มีหลินหลิงนี่แหละที่ไม่เคยห่างกันเลยแม้แต่วันเดียว
เมื่อมาถึงวังตระกูลหลิน กลับพบว่ามีผู้บุกรุกวัง เกิดควันไฟไปทั่วทุกที่ ระเบิดดังมานานแล้วถึง 1 ชั่วยาม
หลินเฟยถอดสีหน้า ระเบิดออร่าสีฟ้าออกมาขั้นสูงสุด เป็นเพราะทั้งลูกและภรรยาของเขายังอยู่ภายในพื้นที่ ที่อันตรายเช่นนี้
เมื่อเข้าไปในวังเพียงก้าวเดียวก็เจอกับผู้อาวุโส 1 ใน 4 บาดเจ็บสาหัสลมหายใจรวยริน
"ท-ท-ท่านหลินเฟย !! ป-ป-โปรดเร่งเข้าไปในวังโดยด่วน ฟางซิน(หัวหน้าตระกูลฟาง)กับลูกของมัน(ฟางตงซือ นายน้อยลำดับที่ 1 ของตระกูลฟาง) บุกเข้ามาคิดจะชิงตัวคุณหนูไป"
หลินเฟยอัดปราณรักษาให้กับผู้อาวุโสของตระกูล ไม่เพียงถึงลมหายใจ ชางอวิ๋นรีบทะยานมุ่งหน้าเข้าไปในวัง ร้อนใจมากกว่าหลินเฟยเสียอีก
หลินเฟยเห็นชางอวิ๋นเข้าไปก่อนหน้าเขา ก็สบายใจได้ระดับนึงเป็นเพราะพรสวรรค์ที่เด็กหนุ่มคนนี้แสดงออกมา ยังไม่เคยเป็นสองรองใคร
"หลินหลิงงงง!!" ชางอวิ๋นตระโกนเรียกหาเพื่อหวังว่าจะไม่เกิดอันตรายกับหลิงน้อยของเขา
ชางอวิ๋นบุกทะลวงพบกับจอมยุทธตระกูลฟางที่มีมากกว่า 500 คน แต่พวกมันก็ไม่ได้คณามือของชางอวิ๋นเลยแม้แต่น้อย
เขาเพียงแค่ใช้จิตสังหาร ผู้คนตระกูลฟางก็ร่วงลงบนพื้นทันที อย่างกับเป็นผักเป็นปลา
จอมยุทธตระกูลฟางทั้งหมดตกตะลึง ไม่เคยเห็นจอมยุทธรุ่นเยาว์ที่มีพลังปราณลึกล้ำแบบนี้มาก่อน เพียงแค่จิตสังหารก็สามารถล้มจอมยุทธระดับกลางได้เป็นร้อยๆคน
"ทั้งหมดตั้งค่ายกล" !! ซึ่งเป็นจุดแข็งของตระกูลฟางอยู่แล้ว ในครั้งก่อนมีเพียงแค่ 50 คน ก็สามารถรับมือกับคนระดับออร่าสีฟ้าอย่างหลินเฟยได้
แต่ครั้งนี้จอมยุทธของตระกูลฟางตั้งค่ายกลถึง 100 คน ประสิทธิภาพทวีคูณถึง 10 เท่า
ชางอวิ๋นรู้ถึงสถาณการณ์อันเลวร้าย ไม่สามารถปล่อยเวลาให้ล่าช้าได้เพียงซักลมหายใจ เขาทะยานพร้อมกับโคจรระเบิดพลังปราณขึ้นทันที
"พาาาาา - ลัง~~ - มังกรพิโรธธธธธธธ"
1 ในนั้นที่ตั้งค่ายกล มันเคยสัมผัสกับพลังปราณ 'มังกรพิโรธ' ของชางอวิ๋นมาก่อน เขารู้ดีว่าวิชานี้ร้ายกาจถึงเพียงใด แต่ทว่าตอนนี้มันคือ 'ค่ายกล 100 สังหาร' ไม่มีทางที่พวกเขาจะรับมือไม่ได้
พลังปราณ มังกรพิโรธ จากที่เคยเห็นว่ามันมีสีฟ้า ตอนนี้กลับกลายเป็นสีดำ บรรยากาศรอบๆพลังบูดเบี้ยว สายฟ้าล้อมรอบอย่างเห็นได้ชัด คลื่นพลังปะทะเข้ากับ ค่ายกล 100 สังหารชั่วพริบตา
"ตูมมมมมมมมม" !! เพียงแค่กระบวนท่าเดียวเท่านั้น ค่ายกลที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุด ในหมู่เกาะสวรรค์ อย่าว่าในหมู่เกาะสวรรค์เลย ถ้าเทียบกับทวีปแดนเหนือ นี่เป็นเกราะคุ้มกันระดับกลางที่สามารถสะท้านยุทธภพได้เช่นกัน
แต่ทว่า ทุกคนที่สัมผัสถึงคลื่นพลัง 'มังกรพิโรธ' มันเหมือนกับมังกรกำลังขย้ำเหยื่ออย่างไร้ปราณี ทั้งหมดกระเด็นกระดอน เกราะบาเรียแตกกระจายไม่มีชิ้นดี ทั้ง 100 คน กลับเป็นผู้สาบสูญไปจากโลกนี้ทันที
จอมยุทธที่เหลืออีก 200 กว่าคน รีบทะยานหนีออกจากวังทันทีที่เห็นเหตุการณ์ แต่ด้วยความเร็วเหนือแสง ชางอวิ๋นปล่อยจิตสังหารขั้นสูงสุด
ตระกูลฟางผู้ที่มีพลังปราณต่ำกว่าออร่าสีเหลือง (ปราณระดับ 4) มากกว่า 100 คน กระอักเป็นเลือดแล้วนอนชักอยู่กับพื้นทันที ส่วนอีกไม่ถึงร้อยคนทะยานหนีไปได้แต่ก็ได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า
ชางอวิ๋นระเบิดปราณ 'ตรวจสอบ' พบว่าหลินหลิงยังอยู่ในห้องโถงใหญ่ และรับสัมผัสพลังได้อีก 9 จุดที่เข็มแข็งไม่แพ้หลินเฟยเลย อยู่ใกล้ๆกับจุดที่หลินหลิงอยู่
และ . . . . ใน 9 คนนั้น มี 1 คนที่ทรงพลังอย่างมาก
เขาจึงรีบทะยานสุดแรงกำลังที่มีเข้าไปห้องโถงทันที
. . . . . .
ทันทีที่เขาถีบประตู คงไม่มีประตูชนิดไหนที่สามารถทนแรงของชางอวิ๋นได้ มันกระเด็นหายไปอย่างรุนแรง
ชางอวิ๋นเห็นหลินหลิงอยู่กลางห้องโถง โดยมีหลินเจียฉีภรรยาของหลินเฟย ประคองร่างลูกสาวของตนที่นอนไร้สติอยู่ พร้อมกับน้ำตาแห่งความโศกเศร้า
. . . . . . ไม่รู้เลยว่าจะนางเป็นตายร้ายดีอย่างไร !!