ข้าจะเป็เศรษฐีแห่งราชวงศ์ิ
เล่มที่หนึ่ง
บทที่หนึ่ง
ทาสชั้นต่ำ
ณลานกว้างจวนตระกูหลิน
“ ตูม!!! ผัวะ!!! ตูม!!!! ”
“ อ๊าก!!! ”
“ คุณชายหลินพอเถอะขอรับท่านพี่ของข้าจะตายแล้วนะขอรับ ” เสียงของจางอี๋เป่าส่งเสียงขอร้องอ้อนวอนให้แก่พี่ชายที่กำลังโดนคุณชายแซ่หลินทุบตีอย่างหนัก
จางอี๋เป่าเป็เด็กหนุ่มวัย14 ปีแต่งกายด้วยชุดทรุดโทรมนั่งขอร้องให้แก่พี่ชายที่กำลังอยู่ใต้เท้าของคุณชายตระกูลหลิน
หลินหวังวัย18 ปีเป็คุณชายรูปงามแต่งกายดูดีใบหน้าดูมีภูมิฐานแต่กลับมีนิสัยและกิริยาหยาบกร้านกำลังทุบตีพี่ชายของจางอี๋เป่าที่อยู่ใต้เท้าอย่างหนัก
จากได้เสียงขอร้องของจางอี๋เป่ามันหยุดเท้าของตนเองเอาไว้นะเอ่อขึ้นมา “ ลุกขึ้นสิจางหยวน”
แม้ว่ามันจะหยุดเท้าของตนเองแต่ก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เสียงจะดูถูก
บุรุษหนุ่มที่นอนอยู่ใต้เท้าของหลินหวังคือจางหยวนพี่ชายของจางอี๋เป่าที่โตกว่าสี่ปี
จางหยวนบุรุษหนุ่มร่างกายผอมแห้งยามนี้กำลังนอนอยู่ใต้เท้าของหลินหวังเขาแต่งกายด้วยชุดทรุดโทรมไม่ได้แตกต่างจากผู้เป็น้องชาย
ยามนี้ร่างกายไร้ซึ่งเรี่ยวแรงดวงตาพร่ามัวเขาเพิ่งทำใจยอมรับความจริงตนเองเมื่อเกิดใหม่ภายในบ้านของชาติตระกูลหลินได้เมื่อประมาณสองวันก่อน
เื่ราวที่เกิดขึ้นกับตัวจางหยวนตลอดสองวันที่ผ่านมาคิดว่าเป็ความฝัน
แต่ในยามนี้เขาถึงยอมใจยอมรับความจริงได้ว่าในยามนี้เขาได้มาอยู่อาศัยภายในร่างของทาสไร้ค่าาแห่งจวนหลินที่มีนามว่าจางหยวน
จางหยวนนอนแน่นิ่งกับพื้นไร้แรงในขณะที่เท้าของผู้ที่อยู่้าเหยียบลงมาที่ร่างกายของมัน
ยามนี้ความรู้สึกภายในใจทั้งอัพอายทั้งโคตรแค้นในตลอดสองวันที่หมายอาศัยอยู่ภายในบ้านนี้เป็ทาสภายในจวนแห่งนี้ไม่มีอันใดดีเลยแม้แต่น้อย
สามารถทานข้าวได้เพียงแค่วันละมื้อยังโดนทุบตีมาตลอดสองวันที่ผ่านมาทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยาแไร้ซึ่งรอยว่างเว้น
หลังจากที่อยู่ภายในร่างนี้เป็เวลาสองวันแล้วพอจะรื้อฟื้นความทรงจำของเื่นี้ขึ้นมาก็ทำให้เรียบเรียงและร่วมรู้เื่ราวทุกอย่างที่เกิดขึ้น
โดยจางหยวนเป็ทาสของจวนสกุลหลินั้แ่ถือกำเนิดขึ้นมาก็ถือกำเนิดมาภายในชวนแห่งนี้ผู้เป็มารดาเป็ทาสภายในชวน
หลังจากที่โดนขายตัวกลายเป็ทาสก็ตั้งท้องแล้วก็มาอาศัยอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ผู้เป็บิดานั้นหลังจากที่ทำงานให้จวนแห่งนี้มาเป็เวลานานอยู่อยู่ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
เมื่อประมาณหกปีก่อนผู้เป็มารดาก็ป่วยตายภายในจสวนโดยไม่มีผู้ใดใยดี
ชะตากรรมช่างอดสูหลังจากที่ผู้เป็มารดานั้นตายไปเขาเหลือเพียงแค่สามพี่น้องพี่คนโตนี้จางหยวนเ้าของร่างกายนี้
แต่ผู้เป็มารดาตายไปต้องเป็คู่ซ้อมฝีมือให้กับคุณชายหลินหวังที่เป็คุณชายใหญ่แห่งตระกูลนี้
แต่ว่าชะตากรรมนั้นก็ช่างน่าสงสานเพราะว่าในยามนั้นจางหยวนมีรูปลักษณ์ที่สง่างามผิดกับทาสทั่วไป
หลินหวังเห็นอีกฝ่ายนั้นหล่อเหลากว่าตนเองตัดสินใจลงมือหนักในการฝึกซ้อมหักกระดูกขาข้างซ้ายของจานหยวนไปหนึ่งข้างทำให้กลายเป็คนพิการ
แม้ว่าจะมีใบหน้าหล่อเหลาแต่เป็คนพิการน้อยคนนักที่ใยดี
ไม่เพียงเท่านั้นหลังจากที่ทำให้ขาของการโยนหักไปหนึ่งข้างในแต่ละวันมันเองก็ลงมือซ้อมหนักจนทั่วทั้งร่างกายของจางหยวนเต็มไปด้วยาแ
ในตลอดสองวันที่ผ่านมาซึมซับความทรงจำของเ้าของร่างและรื้อฟื้นความรู้สึกทั้งหมดกลับมา
ความรู้สึกเ่าั้แทรกแซงเข้ามาภายในร่างกายในตลอดหลายปีภายในจวนแห่งนี้เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาณ
อันนี้เองก็เป็อีกหนึ่งวันที่คุณชายพรุ่งนี้ลงมือหนักร่างกายของทางหยวนเต็มไปด้วยาแมากมาย
ยามนี้ทั่วทั้งร่างกายาเ็ภายในหลังจากที่โดนคนผู้นี้ลงมือหนักมาเป็เวลาหลายวันติด
สภาพร่างกายในยามนี้ไม่สามารถขยับได้เลยแม้แต่น้อ
หลินหวังแม้ว่าจะส่งเสียงเรียกแต่เห็นว่าอีกฝ่ายไม่เคยรับมันใช้ทั้งของตนเองเขียนร่างกายของจางหยวนไปมาพลางแสดงใบหน้าหมดสนุก “ นี่มันอันใดกันเ้ามาดูหน่อยสิเ้าจางหยวนเป็อย่างไรบ้าง”
หลินหวังส่งเสียงเรียกผู้คุ้มกันที่อยู่บริเวณด้านหลังให้เข้ามาดูผู้คุ้มกันผู้นั้นย่างกายเข้ามาพร้อมกับก้มมองร่างของธาตุที่โดนซ้อมจนอ่วม
มันก้มร่างกายลงไปอาคมร่างกายของตนเองต่ำลงไปก็ลองไปตรวจดูอาการ
ลองจับชีพจรแล้วก็ลองตรวจดูาแเมื่อทำการตรวจดูตอนเสร็จเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อยแล้วก็พูดกับหลินหวังว่า “ คุณชายใหญ่ขอรับตอนนี้เอาไวยวัภายในมีเืคลั่งเกรงว่าจะอยู่ได้อีกไม่เกินสองวัน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นจางอี๋เป่าที่กำลังขอร้องอยู่หัวใจภายในอกแทบจะแตกสลายตอนนี้น้ำตาไหลออกจากดวงตาทั้งสองข้างตอนนี้เมื่อได้ยินว่าพี่ใหญ่ของตนเองนั้นจะต้องตาย
แม้ว่าหลินหวังจะลงมืออย่างหนักพร้อมกับจะทำให้จางหยวนตายแต่มันเองก็ไม่ได้แสดงใบหน้าเสียใจเลยแม้แต่น้อย
สำหรับสายตาของพวกมันแล้วแน่นอนว่าทาสยอมเป็สิ่งมีชีวิตที่ไร้ค่าแม้ตายไปก็ไม่มีผู้ใดสนใจ
มันแสดงใบหน้าเบื่อนางเอกพร้อมกับพูดขึ้นมา “ ถ้ามันจะตายแล้วก็เอามันไปโยนไว้ข้างถนนจะให้มันมากมายในจวนของข้า”
“ แล้วน้องชายของมันนำเอาไปขายเป็แรงงานภายในเหมืองส่วนน้องสาวนำไปขายให้หอคณิกา” หลินหวังสะบัดมือแล้วก็พูดขึ้นมาสั่งผู้คุ้มกันของมัน
“ ขอรับ!!! ” ผู้คุ้มกันของมันขานรับพร้อมกับทำตาม
จางหยวนที่นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นสติที่เลือนลางดวงตาพร่ามัวแต่ว่าหูทั้งสองข้างยังคงได้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน
ยามนี้เมื่อได้ยินเช่นนั้นภายในใจราวกับว่าเปลี่ยนเปนเพลิงที่ลุกไหม้แม้ร่างกายจะไม่สามารถตอบสนองได้ก็ตาม
ยามนี้ความแค้นภายในใจที่มีต่อหลินหวังเพิ่มพูนทวีคูณมากขึ้นภายในใจทั้งสาปแช่งทั้งเครียดแค้น
ในยามนี้มันซ้อมเขาจนาเ็สาหัสจนจะสิ้นใจตายในอีกไม่กี่วันแต่เมื่อได้ยินคำสั่งของมันที่ขายน้องชายให้เป็แรงงานภายในเหมืองส่วนนำน้องสาวไปขายภายในหอคณิกาความรู้สึกผูกพันนั้นทำให้ความแค้นนั้นเพิ่มพูนมากขึ้น
ในใจยามนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นสาปแช่งต่อผู้ที่อยู่ด้านหน้าแต่ก็ไม่สามารถทำอันใดได้
ร่างกายถูกยกขึ้นอย่างช้าๆโดยไร้ทางต่อต้านดวงตาทั้งสองข้างที่พร่ามัวจ้องมองภาพของลินหวังคนที่ตนเองเครียดแค้นพร้อมกับสาปแช่งในใจ “ หลินหวังข้าสาบานข้าจะต้องแก้แค้นเ้าให้ได้แม้ว่าจะเป็ิญญา ”
ร่างกายที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงโดนจับออกมาโยนบริเวณข้างถนนที่อยู่ห่างไกลออกจากจวนตระกูลหลินเมื่อรู้ว่าเขาจะตาย
…
ฝนตกพร่ำพร่ำยามฤดูฝนที่ย่างกายเข้ามาจางหยวนที่โดนมาโยนเอาไว้บริเวณข้างถนนนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น
ร่างกายที่แต่งกายด้วยชุดทรุดโทรมยามนี้กำลังเปียกปอนไปด้วยสายฝนที่กำลังโปรยปราย
ร่างกายที่แทบจะไม่มีความรู้สึกเ็ปหรือความรู้สึกอะไรอยู่แล้วยามนี้ความรู้สึกภายในนั้นมันเต็มไปด้วยความด้านชา
ร่างกายในตอนนี้ไม่สามารถแม้แต่ขยับได้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาบนถนนไม่ใยดีแม้แต่น้อย
ดวงตาของคนพวกนั้นไม่หันมามองเลยแม้เพียงนิดเดียวความรู้สึกในตอนนี้ราวกับว่าชีวิตของตนเองนั้นไร้ค่ายิ่งกว่าสัตว์เสียอีก
ในขณะที่ร่างกายที่ทั้งเ็ปทั้งเครียดแค้นภายในใจเสียงสายฝนที่ร่วงโรยลงมา ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาบริเวณด้านหน้าแต่ในขณะนั้นเองมีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาภายในหู
“ ตึ้ง!!! ยินดีต้อนรับสู่ร้านค้าราชวงศ์ิ ”
สติที่สุดแสนเลือนลางเสียงที่มันดังขึ้นมาด้านในหูจางหยวนไม่รู้ว่ามันคือเสียงของผู้ใดแต่ในขนาดนั้นเองทัศนียภาพที่มองเห็นเบื้องหน้ามีรถม้าคันหนึ่งวิ่งมาจอด
“ นี่มัน… ”
และภาพทุกอย่างก็ตัดเข้าสู่ความมืดมิด
จบบท