จางเฟิงนั่งฟังตาเฒ่าเหมิงเล่าอย่างใจจดใจจ่อ โดยเเม้เเต่ไม่กระพริบตา
ตาเฒ่าเหมิงมองดูจางเฟิงเช่นกันด้วยรอยยิ้มที่ใบหน้า
"เอ่อท่านผุ้อวุโส ถ้าอยากจะรู้ว่าระดับอนันต์เซียน ระดับเทพจุตติ ระดับเจ้าชั้นฟ้า ระดับเจ้าจักวาล
"มีพลังพิเศษเช่นใดหรือ
อ้อระดับพวกนี้นะหรือ ฮ่าๆข้าจะเล่าให้เจ้าฟังละกันระดับอนันต์เซียนมีอายุไม่มีจำกัด เเต่ถ้าโดนฆ่าก็ตายเช่นกัน
ระดับเทพจุตติถ้าโดนสังหารจะฟื้นคืนชีวิตทันที เเต่การจะฆ่าได้ต้องทำลายโลกลมปราณซึ่งยุ่งยากอย่างมาก
ระดับเจ้าชั้นฟ้าสามารถเหาะได้เร็วกว่าระดับ อนันต์เซียนเเละเทพจุตติ
ได้ถึง100เท่า ความเเข็งเเกร่งทั้งหมด100เท่าอย่างเช่นระยะทาง ใช้เวลาไป1วัน เเต่ระดับเจ้าชั้นฟ้าสามารถไปได้
เเค่กระพริบตาก้ถึงเเล้ว พวกเขาสมารถตัดผ่านมิติไปได้เพราะด้วยความเร็วมากยังไงละ
"ส่วนระดับ เจ้าจักรวาลข้าไม่รุ้
เจ้าจำไว้นะว่าพวกเซียนนะถึงเเม้อายุจะ100ปีหมื่นปี เเต่ถ้าโดนฆ่าทุกอย่างก็สุญเปล่า เอาละๆพอเท่านี้ก็เเล้วกัน
เจ้าหนูเจ้ากำลังหาอาจารหล่อๆเช่นข้าอยุ่หรือไม่
"เอ่อท่านผู้อวุโสข้ายังไม่มีอาจารย์เลย ข้าอยู่เเต่ระดับก่อเกิดเท่านั้น
"ฮ่าๆถ้างั้นเจ้ามาอยู่ในป่านี่กับข้าสัก4ปีไหมละพออายุเจ้า17ปีน่าจะอยูมี่ขั้น หยั่งปราณได้นะสนใจไหมเล่าเเละเจ้าก็ไม่มีที่อยุ่ด้วยน้าาา
อีกอย่างข้าไม่เคยมีลูกศิษย์
อะเเฮ่มๆสนใจไหม
ถึงเเม้ความจริงขั้นพลังจะมีเยอะมากกก เเต่การที่เจ้ามีอายุเยอะ นั่นละเป็นเครื่องที่จะช่วย
พอให้เจ้าไปขั้นที่สูงๆได้
หือเจ้าหนูเจ้าว่าไงเป็นศิษข้าเฒ่าเหมิงผุ้นี้หรือไม่ ถ้าจะสั่งสอนเจ้าจนหมดตัวเลยยอะๆ
จางเฟิงที่นั่งมองเฒ่าเหมิงนั่งลอยอยู่บนกาศ
"ท่านผุ้อวุโสข้าอยากเป็นศิษย์ท่านนะ เเต่ข้าไม่มีพรสวรรค์เลยนะท่านจะรับลูกศิษย์เช่นข้าได้ยังไง
" หึ้ยเจ้าเด็กบ้านี่ตัวเองมีพรสววรค์ยังไม่รู้ ถ้าข้าปล่อยไปต้องเสียดายมากเเน่ เฒ่าเหมิงคิดในใจ
เจ้าอย่าคิดมากข้าไม่ถือๆ ถึงเเม้เจ้าจะไม่มีพรสวรรค์ พรเเสวงห่าไรก็ช่าง
เเต่เจ้าเป็นศิษย์ข้าได้ เอาละๆคลานเข้ามาๆ เฒ่าเหมิงกวักมือเรียก
จางเฟิงค่อยๆคลานๆ จนมาถึงตรงหน้าเฒ่าเหมิงประมาณ1เมตร
"เอาละเจ้าหนูกราบข้าเร็วๆ3ครั้งๆข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์ เขาทำหน้าเลิ่กลั่ก
"ข้าต้องกราบท่าน3ครั้งหรือ
'อืมมเเค่3ครั้งน่าาา เเลกกับการสั่งสอนเเละการสืบทอดของข้าเจ้าจะๆไม่ดีกว่าหรือ
จางเฟิง ค่อยพนมมือเเล้ว โน้มตัวลงไป 1-2-3 ครบเเล้วขอรับบ
" เจ้าหนูเจ้าไปรอข้าที่ริมลำธารไปเดี๋ยวข้าตามไป
จางเฟิงเมื่อได้ยินคำสั่งของอาจาร เขาก็เดินไปข้างหลังกระท่อม
เพื่อรอ เฒ่าเหมิงผู้เป็นอาจารย์ของตน
"ฮ่าๆในที่สุด นานหลายปีข้าก็ได้มีลูกศิษย์กับเขาเเล้วเเละเขาต้องเหนือกว่าผู้เป็นอาจารย์ให้ได้ หึๆ
ศิษย์ข้า เขาพูดเเล้วยิ้มด้วยหน้าตาเหี่ยวย่น
เขาพูดจบก็เหาะขึ้นฟ้าเเล้วเหินลงมาตรงที่จางเฟิงยืนรออยู่ ตัวของเขาค่อยๆร่อน
ลงมาตรงหน้าของจางเฟิง
"ศิษย์ข้าเจ้านั่งลงซะอาจารจะ อธิบายเรื่องการฝึกตนให้เจ้าฟัง
จางเฟิงนั่งลงข้างลำธาร
"การฝึกตน เจ้าคงรู้ว่าทุกคนที่ฝึกตน
เพื่อให้ตนเองเป็นอมตะ
เเต่การฝึกฝน ก็เหมือนกับการปีนป่ายขึ้นหน้าผา บางทีก็อาจจะพลาดพลั้งตกลงมา
บางทีอาจจะตาย บางทีอาจจะบาดเจ็บหนักจนไม่สามารถฝึกปราณได้อีก เรียกง่ายๆว่าพิการ
ผู้ฝึกตนบางคน ไม่มีความสามารถมากพอตบะไม่พอไม่สามารถสู้กับผู้ฝึกตนคนอื่นที่มีตบะสูงกว่าตนเอง
ก็โดนฆ่าได้ หรือผู้หญิงก็อาจจะโดนข่มขืนได้
มนุษย์ธรรมดาคงคิดว่าโลกการฝึกตนนั้นมันสวยงาม เหาะเหินเดินอากาศได้ เป็นอมตะ
ถึงเเม้ว่าอายุเจ้าจะเยอะนับพันๆปี เเต่ถ้าโดนฆ่าทุกอย่างที่ทำมากก็จบ
มนุษย์ธรรมดาสำหรับเซียนเเล้วก็เป็นเพียงเเค่มดปลวกที่จะฆ่าก็ฆ่าได้
เจ้าต้องเเข็งเเกร่งกว่าอาจารย์นะศิษย์ ข้าทั้ง3โลกนี้มีเเต่คนใจร้าย ใจดำอมหิตจ้องจะเอาเเต่ชีวิตก็เยอะส่วนคนดีหายากมากๆ
อาจารย์เป็นห่วงเจ้าจริงๆ เพราะกลัวเจ้าจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคนคน
"เจ้าต้องฝึกตบะของตนเองตลอดห้าม หย่อนยานเด็ดขาา
" เอาละๆ เจ้าไปพักผ่อนเถอะวันนี้ถือว่าเป้นการสั่งสอนธรรมดาเท่านั้น
พรุ่งนี้คือการฝึกของจริง
ค้ำคืนกลางป่าทนิฬนั้นเต็มไปด้วยเสียงของสัตว์อสูร เสียงฝีเท้าของสัตว์ขนาดใหญ่ ถ้าเขาเดินทางมา
เพียงลำพังไม่มีอาจจารย์มาช่วย เขา ถ้าเขาไม่หิวจนตายเขาคงโดนสัตว์อสูรฆ่าไปเป็นเเน่
ตอนที่เขาถูกอาจารย์ช่วยไว้นั่นเเค่เป็นป่า รอบนอกเท่านั้น เเต่นี่เป็นป่าส่วนกลาง
ที่มีขนาดใหญ่ต้นไม้ขนาดเท่า20คนโอบ ต้นไม้มีขนาดความสูงราวๆ400-500เมตรซะส่วนใหญ่
เเต่เเปลก เพราะมีคนอยุ่ในกระท่อมหลังนี้ เเต่สัตว์อสูรไม่มีท่าทีว่าจะบุกเข้ามาเลย
มันเดินอยู่รอบๆ เเต่ไม่กล้าเดินเข้ามาเหมือนมันกลัวอะไรสักอย่าง
บนหลังตอนนี้มีชายคนหนึ่งนั่งอยุ่ เขาลอยอยุ่กลางอากาศ ในท่านั่ง
รอบตัวมีออร่าสีฟ้าปกคลุมอยู่
คนนั้นคืออาจารของจางเฟิงเฒ่าเหมิงนั่นเอง
" เห้ออทำไมวันนี้สัตว์อสูรถึงได้เยอะขนาดนี้นะ
ข้าว่าข้าควรจะเข้าไปในกระท่อมเเล้ว
เข้าฌานจนถึงเช้าดีกว่า
วืบบ เขาปรากฏตัวอีกทีก็มาอยู่ในห้องที่มีจางเฟิงยืนจ้องๆปมองไปที่หน้าต่าง
"เห้เจ้าหนุเจ้ามองอะไรของเจ้าไม่กลัวสัตว์อสูรเขมือบไปกินรึ
"ถ้ามีท่านอยู่ข้าจะกลัวใครเล่า อาจารย์บอกว่าข้าจะปลอดภัย ท่าจะปกป้องข้า ต่อให้เทพเซียนมา
"ข้าก็ไม่กลัวหร๊อก เทพเซียนคงจะหางจุดตูดฮ่าๆอาจารย์ดีดนิ้วทีเดยว เทพเซียนคงตายเป็นกอง
เฒ่าเหมิงผุ้ได้ยินถึงกับหูชา..
"หนอยไอ้เด็กคนนี้ปากคอเราะร้ายจริงๆ ไปนอนได้ละเป็นเด็กเป็นเล็ก เดียวช้างน้อยเจ้าจะเหี่ยวได้นะ
"ก็ได้ๆข้าจะนอน
พูดจบเขาก็ขึ้นเตียงเเล้วเอาผ้าห่มมาปิดทั้งหน้าตัวทั้งหน้า
เอ่อเเล้วท่านอาจารย์จะนอนไหนหรือขอรับ
" สำหรับข้าไม่มีปัญหาหรอกเจ้านอนไปเถอะพรุ่งนี้ฝึกจริงจัง พูดจบเฒ่าเหมิงก็นั่งลงกับพื้น
เเล้วทำมือ มุทรา เขาใช้นิ้ว ชี้กับนิ้วกลางของมือทั้งสองข้าบรรจบที่หน้าผาก เเล้ว ค่อยๆเลื่อนมันลงมากลางหน้าอก
บังเกิดเป็นเเสงสีฟ้าวูบวาบ ในที่สุดวิชาฝึก พลังลิทธิระดับที่ข้ายังไม่รู้เลยว่ามันอยู่ขั้น
ที่เท่าไหร่ของ วิชาทั้งหลาย
ข้าเตรียมการมากี่ปีเเล้วนะ เพื่อผุ้สืบทอด เห้ออในที่สุดก็ได้สักที วิชาฝึกลิทธิของข้า
ที่ข้าไม่อาจจะทำควาามเข้าใจได้ทั้งหมด ทำความเข้าใจได้เเค่70ใน100ส่วนเท่านั้น
เอาพูดจบเเล้วก็มองไปที่จางเฟิงนอนอยู่เตียงด้วยความคาดหวังบางอย่าง
เฒ่าเหมิงผุ้ที่นั่งอยู่บนพื้น ขณะนี้รอบตัวมีออร่าออกมา มากกว่าเดิม เป็นออร่าสีฟ้าอ่อนคล้ายจะโปร่งเเสง
เฒ่าเหมิงค่อยๆเเยกมือทั้งสองข้าออกมาา เเล้วค่อยๆปล่อยออกไป พลังก็จางหายไปตามสายลม
จากนั้นเฒ่าเหมิงก็หลับตา ลงในท่าเข้าฌาน
..............................................................................