พื้นที่เพาะปลูกของหมู่บ้านมี 3ผืน แบ่งออกโดยแนวของเนินหินเตี้ยๆ และต้นไม้สูงใหญ่ที่ให้ร่มเงาแบ่งปลูกข้าวปราณไปสองส่วน อีกส่วนหนึ่งเป็พื้นที่เพาะปลูกสมุนไพรปราณมีบ่อน้ำที่ชาวบ้านขุดไว้ใช้รดน้ำ 4 บ่อกระจายไปในพื้นที่เพาะปลูก
แม้จะมีพื้นที่มากมายในสายตาของหลินหนิงชิน แต่เท่าที่นางได้ยินจากที่ชาวบ้านพูดคุยกันมาตามทาง นางก็พอจะรับรู้ได้ว่าผลผลิตที่ชาวบ้านเก็บเกี่ยวได้ไม่เพียงพอกับความ้าอย่างแน่นอน
"ข้าเข้าใจแล้วพลังปราณที่อยู่ในดินน้อยเกินไปทำให้พืชปราณพวกนี้เติบโตได้ยาก น้ำทิพย์ในมิติของข้าช่วยได้พอดีนี่สินะเป็เหตุผลให้ข้าทะลุมิติมาพร้อมกับน้ำทิพย์ แต่ตอนนี้พวกเขากำลังเก็บเกี่ยวข้าวกันแล้วเอามาใช้ตอนนี้คงไม่ทัน”
เมื่อชาวบ้านเริ่มทำการเพาะปลูกข้าวใหม่นางจะช่วยเหลือจะว่าอย่างไรล่ะสิ่งที่นางไม่มีวันหมดก็คือน้ำทิพย์ที่มีพลังปราณอย่างล้นเหลือจากในมิตินี่ล่ะ!
ยังเหลือเวลาอีกครึ่งเดือนก่อนที่ตระกูลหลินสายหลักในเมืองเป่ยถังจะส่งคนมารับแลกเปลี่ยนสินค้าที่หมู่บ้านจิ้งซาน แปลงสมุนไพรยังไม่ทันได้ถูกเก็บเกี่ยว นางคิดว่าจะใช้น้ำทิพย์กับแปลงสมุนไพรก่อนอย่างน้อยเวลาสิบกว่าวัน รวมกับคุณสมบัติของน้ำทิพย์แม้จะเพิ่มผลผลิตไม่ได้ในเวลานี้ แต่ยังคงช่วยให้คุณภาพของสมุนไพรดีขึ้นได้เพิ่มราคาแลกเปลี่ยนสินค้ามาได้บ้างก็เท่ากับช่วยคนในหมู่บ้านทุกคนรวมถึงครอบครัวของนางเองด้วย
คำว่าแลกเปลี่ยนสินค้านั้นจริงๆแล้วก็คือการค้าขายตามปกติเพียงแต่ชาวบ้านในหมู่บ้านจิ้งซานไม่ได้ออกไปไหนกันง่ายนัก เมื่อค้าขายได้เงินมาก็ต้องฝากเงินไปซื้อข้าวของอยู่ดี ดังนั้นจึงกำหนดราคาแลกเปลี่ยนสินค้าขึ้นมาเพื่อความสะดวก แต่หากใคร้าส่วนของตนเองเป็เงินก็สามารถทำได้
เวลานี้รอบตัวของหลินหนิงชินมีเด็กชายเด็กหญิงวัยใกล้เคียงกัน สิบกว่าคน รุมล้อมส่งเสียงทักทายนางตัวนางเองปกติเป็คนร่างกายอ่อนแอ จึงไม่ได้ทำงานแม้จะยังผ่ายผอมแต่ผิวที่ไม่ค่อยได้โดนแดด จึงขาวเนียนเสื้อผ้าที่สวมใส่ก็สะอาดสะอ้านทั้งยังได้รับการดูแลอย่างดีมาั้แ่ฟื้นจากการป่วย ทำให้นางดูโดดเด่นกว่าเด็กในวัยเดียวกันอยู่บ้าง
"โอ้!! จริงสิ ั้แ่ตื่นขึ้นมาข้ายังไม่เคยเห็นใบหน้าตัวเองเลยนี่นา"
นางอุทานเบา ๆ แต่สังเกตจากท่าทางของเด็ก ๆรอบกายที่มองนางด้วยแววตาชื่นชมก็คลายกังวลไปได้บ้าง นางคงไม่ขี้เหร่กระมัง เอาไว้กลับบ้านไปคราวนี้นางต้องหากระจกให้เจอ!!
หลินหนิงชินเริ่มเล่นและพูดคุยกับบรรดาสหายตัวน้อยของนางพลางสบสายตากับพี่ชายคนรองที่พยักหน้าเบาๆ เป็เชิงอนุญาต
นางเห็นแล้วว่าทางด้านหลังของนางเป็พื้นที่เพาะปลูกสมุนไพรจึงค่อยๆชักชวนให้กลุ่ม "ผู้ร่วมขบวนการ" ตัวน้อยเหล่านี้ เคลื่อนที่ไปในทิศทางของบ่อน้ำที่อยู่ใกล้กับพื้นที่เพาะปลูกสมุนไพรจากนั้นก็หาโอกาสล้างมือและแอบเติมน้ำทิพย์ลงในบ่อได้สำเร็จ
..........
วันเวลาผ่านไปเช่นนี้อีกหลายวันหลินหนิงชินออกไปเที่ยวเล่นกับเหล่าสหายบ้าง นาง้าฟังเื่ราวและรับรู้สถานการณ์รอบตัวให้มากขึ้น บางวันก็อยู่บ้านกับมารดาฟังเื่เล่าต่าง ๆ ของคนในเมืองเป่ยถังผ่านประสบการณ์ของมารดา และเวลาส่วนใหญ่ก็จะพักผ่อนอยู่ในห้องเพื่อเข้าไปในมิติ
นางแอบเติมน้ำทิพย์ลงในถังที่ครอบครัวใช้ดื่มและทำอาหาร นางไม่กล้าให้พวกเขาดื่มน้ำทิพย์ลงไปโดยตรง เพราะอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากเกินไปกับร่างกาย จึงผสมลงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น คุณสมบัติของน้ำทิพย์นั้นชัดเจนอยู่แล้วว่าช่วยเสริมสร้างพลังปราณหลังจากนี้หลินหนิงชินก็เริ่มทำความคุ้นเคยกับสิ่งอื่นต่อไป
"ลองทดสอบเ้าเตาหลอมโอสถนี่สักหน่อยดีกว่า มันชิ้นเล็กนิดเดียวหากข้าทำหายไปคงจะต้องเสียใจภายหลังแน่"
นางนำจี้รูปเตาหลอมโอสถชิ้นนั้นไปฝังไว้ใต้ต้นไม้นอกบ้านจากนั้นก็ปล่อยมันทิ้งไว้ข้ามคืนในเช้าวันต่อมาเมื่อนางตื่นนอนนางก็พบว่ามันกลับมาอยู่ในมือของนางแล้ว
"อืม เช่นนี้ก็วางใจว่ามันจะไม่มีวันหายไป และดูเหมือนว่าข้าจะใช้มันได้เพียงผู้เดียวเท่านั้น"
ทะลุมิติมาเช่นนี้อย่างไรนางก็นับว่าตัวเองเป็"ตัวเอก"หลินหนิงชินคิดว่าตำราเ่าั้คงไม่มีไว้ประดับมิติอย่างแน่นอนนางจึงเริ่มต้นอ่านตำราในมิติอย่างแข็งขัน
..........
"อาหนิง พี่ได้กระจกมาแล้ว" เสียงร้องตื่นเต้นของพี่ขายรองซ่งสวินดังขึ้นพร้อมกับร่างที่ถลาเข้ามาประชิดถึงหน้าเตียง
"ขอบคุณมากเ้าค่ะพี่รองน้องขอดูแค่เพียงไม่นานก็จะคืนให้พี่สาวซานซานนะเ้าคะ"
"ไม่เป็ไรซานซานบอกมาแล้วว่าให้เ้าขอยืมหนึ่งคืนพรุ่งนี้พี่รองค่อยนำไปคืนนาง"
กระจกเป็อีกสินค้าที่ชาวบ้านใช้แลกมาจากขบวนสินค้าของสกุลหลินเนื่องจากมีปัจจัยการดำรงชีวิตหลายอย่างที่สำคัญมากกว่า ทั่วทั้งหมู่บ้านมีชาวบ้านที่ยินดีแลกกระจกมาใช้เพียงไม่กี่ครอบครัวซึ่งส่วนใหญ่จะเป็ครอบครัวที่มีจำนวนสตรีหลายคนการขอยืมชั่วคราวเช่นนี้นับว่าไม่แปลกอันใดอีกทั้งยังเห็นได้ว่าคนในหมู่บ้านล้วนมีน้ำใจและรักใคร่สามัคคีกันอย่างดี
เด็กน้อยเอ่ยขอบคุณพี่ชายคนรองอีกครั้งและส่งพี่ชายกลับไปห้องของตนเองด้วยสายตาแล้วนางจึงเริ่มสำรวจ "โฉมหน้า"ของตัวเอง
"หืม…..ไม่คิดเลยว่าจะงดงามถึงเพียงนี้"
นางคิดไว้แล้วสำหรับบทตัวเอกที่ทะลุมิติมาอย่างนางย่อมไม่มีทางขี้เหร่แต่รูปลักษณ์ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านี้ก็ออกจะเกินความคาดหมายไปไม่น้อย ดวงหน้ารูปไข่คิ้วเรียวยาวเป็ระเบียบ ดวงตากลมโตสดใสป็นประกาย ขนตาหนาเป็แพกะพริบตาแต่ละครั้งราวกับผีเสื้อกำลังขยับปีก จมูกเล็กเชิดรั้นขึ้นเล็กน้อยริมฝีปากแดงฟันซี่เล็กขาวสะอาด เป็ความงดงามสมวัยและส่อเค้าความงามยามเติบโตได้อย่างชัดเจน
นางไม่แปลกใจแล้วที่คนในหมู่บ้านทุกเพศทุกวัยต่างจับจ้องนางด้วยสายตาชื่นชม และอ่อนโยนถึงเพียงนั้นทีแรกนางยังคิดว่าเป็เพราะร่างกายเคยอ่อนแอชวนให้คนสงสารจึงทำให้ทุกคนปฏิบัติดีกับนางเป็พิเศษตอนนี้เห็นได้ชัดเลยว่า "หน้าตาดี มีชัยไปกว่าครึ่ง"
“หึ..หึ..หึ..หน้าตาดีนับว่าเป็วาสนาของข้าล่ะ”เด็กน้อยนั่งหันซ้ายขวาดูเงาตนเองในกระจกอย่างพึงพอใจ
..........
หลายวันที่ผ่านมาครอบครัวสกุลหลินแต่ละคนล้วนััได้ถึงพลังปราณสะสมในร่างกายที่เพิ่มขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจร่างกายก็ดูเหมือนจะแข็งแรงขึ้น ผิวพรรณหรือแม้แต่เส้นผม ก็สุขภาพดีขึ้นช้าๆ อย่างน่าอัศจรรย์แม้จะแปลกใจแต่ยังไม่มีใครเอ่ยถึงเื่นี้ออกมา
ส่วนหลินหนิงชินนางเองก็กำลังคิดจะเปิดเผยเื่นี้กับคนในครอบครัวอยู่แล้ว เื่บางเื่ไม่อาจหาเหตุผลมากล่าวอ้างได้โดยง่าย นางวางแผนจะให้ทุกคนในครอบครัวรวบรวมลมปราณเพื่อกลายเป็ผู้ฝึกปราณให้ได้ก่อนอยู่แล้วจึงอยากบอกพวกเขา
“ท่านพ่อท่านแม่ ่เวลาที่ข้าป่วยข้าได้พบกับชายชราผู้หนึ่งเ้าค่ะชายชราผู้นั้นบอกกับข้าว่าเป็บรรพบุรุษสกุลหลินของพวกเราท่านปู่บรรพบุรุษยังได้มอบของขวัญให้ข้ามาด้วยเ้าค่ะ” เด็กหญิงเล่าความออกมาอย่างไร้เดียงสาก็นางเพิ่งจะ 6 ขวบนี่นะจะให้กล่าวคำอธิบายยืดยาวไปทำไมสู้ทำเป็ไม่รู้เื่ราว ให้พวกเขาคิดต่อกันไปเองแล้วกัน
“ให้อะไรมาหรือน้องเล็ก ไหนมาให้พี่รองดูหน่อย” หลินซ่งอวี้หยอกล้อน้องสาวตัวน้อยส่วนพี่ใหญ่ของนางทำหน้านิ่ง อมยิ้มนิดๆคิดว่าน้องสาวตัวน้อยคงกำลังเล่าถึงความฝันตามประสาเด็ก
“เด็กคนนี้ ไม่ใช่ว่าได้ขนมมาจากลุงหลี่ของเ้ารึ?” ฟางลี่ชินอดหยอกเย้าบุตรสาวไม่ได้นางก็คิดว่าบุตรสาวของตนกำลังเล่าถึงความฝันเช่นกัน
“ไม่ใช่ๆ ท่านพ่อท่านแม่ ข้าจะให้ท่านดูนี่มันแปลกประหลาดจริงๆ นะเ้าคะ”ว่าแล้วนางก็ปล่อยน้ำทิพย์ให้ไหลผ่านนิ้วมือเล็กๆ ของนางมาเติมลงในถ้วยให้กับทุกคน
“พวกท่านลองดื่มดูสิเ้าคะ”
หลินจงเว่ยยกถ้วยขึ้นมาจิบก่อนใครไปหนึ่งคำ
“นี่..นี่มัน..พลังปราณ น้ำนี้เต็มไปด้วยพลังปราณบริสุทธิ์เลยทีเดียว”
“ยังมีจี้ชิ้นนี้อีกเ้าค่ะ ท่านปู่บรรพบุรุษบอกว่ามันคือเตาหลอมโอสถ มันยังสามารถเก็บของชิ้นใหญ่ๆ ได้อีกด้วยนะเ้าคะ เวลาท่านปู่บรรพบุรุษจะมอบอะไรให้ข้าท่านจะนำมันมาใส่ไว้ในจี้ให้เ้าค่ะ"
“นี่คงเป็อาวุธเวทประเภทมิติเก็บของ เมื่อหลายร้อยปีก่อนผู้คนใช้มันอย่างแพร่หลายแต่ในเวลานี้ไม่มีผู้หลอมอาวุธที่สามารถหลอมมันขึ้นมาใหม่ได้แล้ว ที่ใช้กันอยู่มีเพียงสมบัติตกทอดมาจากบรรพบุรุษเท่านั้น ผู้นำตระกูลหลินก็มีแหวนมิติอยู่วงหนึ่งเช่นกัน”หลินจงเว่ยอธิบายตามที่เขาเคยรู้มา
หลินหนิงชินเพียงคิดอ้างว่าเตาหลอมโอสถนี้เป็ที่เก็บของจะได้มีคำตอบให้กับครอบครัวเมื่อนางหยิบของออกจากมิติ ไม่คิดเลยว่าเื่มันจะบังเอิญเช่นนี้
“อาหนิง เื่นี้ต้องเป็ความลับนะลูก บอกใครไม่ได้เลยมันอาจเกิดอันตรายกับเ้าได้ จะมีแค่ครอบครัวเรา 5 คนเท่านั้นที่รู้ลูกเข้าใจหรือไม่”
ตอนนี้เมื่อมีจี้มิติทุกคนยิ่งเชื่ออย่างสุดจิตใจว่าบรรพบุรุษสกุลหลินมาพบบุตรสาว//น้องสาวของพวกเขาคนนี้
“ท่านปู่บรรพบุรุษบอกข้าแล้วเ้าค่ะ ข้าไม่ได้บอกใครเลย ตอนข้าไปเติมน้ำในบ่อน้ำที่ใช้รดสมุนไพรข้าก็ไม่ได้บอกเสี่ยวเป่า เสี่ยวม่าน ด้วยนะเ้าคะ และข้ายังแอบเติมน้ำนี้ให้กับถังน้ำดื่มในบ้านไม่มีใครเห็นด้วยข้าเก่งหรือไม่เ้าคะ”
ทุกคน “----- ” พวกเราเข้าใจแล้วถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกายตัวเอง
ล้อเล่นหรือ !!นี่มันน้ำที่เต็มไปด้วยพลังปราณเชียวนะ!! โอกาสที่จะได้รับพลังปราณง่ายดายเช่นนี้แม้ฝันพวกเขายังไม่เคยคิดแม้ว่ามันจะต้องค่อยๆ สะสมไปทีละเล็กละน้อยก็ตาม
“อย่างไรก็อาจจะมีคนสงสัย ยังดีที่อาหนิงเติมน้ำทิพย์ในบ่อรดแปลงสมุนไพรเช่นนี้แล้วชาวบ้านอาจคิดได้ว่าพลังปราณในบริเวณหมู่บ้านมีหนาแน่นขึ้นมาเอง
หากพวกเราสามารถเติมน้ำในทุกบ่อที่คนในหมู่บ้านใช้พวกเขาจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเขา. ก็จะไม่มาเพ่งเล็งครอบครัวเรามากนัก”หลินจงเว่ยผู้เป็หัวหน้าครอบครัวพยายามเค้นหาทางออกให้ครอบครัว
อยู่ดีๆ หากเป็ว่าเฉพาะครอบครัวของเขาจะมีพลังปราณเพิ่มขึ้นเพียงครอบครัวเดียว มันน่าประหลาดเกินไป ชาวบ้านต่อให้รักสามัคคีกันแค่ไหนก็ยังไม่ใช่คนในครอบครัวเดียวกัน ระวังตัวไว้ก่อนย่อมเป็ผลดีกว่า
“เช่นนั้นหมายความว่าพวกเราทุกคนมีโอกาสที่จะรวบรวมลมปราณและเป็ผู้ฝึกปราณได้ในอนาคตได้หรือขอรับท่านพ่อ” หลินซ่งสวินรำพันเสียงสั่นเครือนี่เป็ความฝันของเขา เขาอยากเป็ผู้ฝึกยุทธ์เขาอยากแข็งแกร่งเพื่อดูแลครอบครัว
“ข้าด้วย พี่ใหญ่ ข้าก็อยากเป็ผู้ฝึกยุทธ์” ซ่งอวี้กล่าวหนักแน่น
“ตอนนี้ยังไม่ต้องเคลื่อนไหวอะไรมากอาหนิงเ้าเติมน้ำทิพย์ใส่กระบอกไม้ไผ่พวกนั้น แล้วให้พวกพี่ๆของเ้าลอบเข้าไปเติมน้ำในบ่อที่คนในหมู่บ้านใช้ร่วมกัน
พวกเ้าอย่าลืมไปเติมลงในบ่อน้ำที่แปลงข้าวปราณอีก3บ่อที่เหลือด้วย ให้การค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่จะมาถึงนี่ผ่านไปก่อนแล้วพวกเราค่อยเริ่มฝึกฝนกัน”