ฮองเฮาโค่นบัลลังก์

    ตอนที่ 37 หึง

    ตอนที่ 37 หึง

                    เสวียนฮวาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อได้ยินคนยกถังไม้เข้ามา คนที่ยกเป็นสตรีวัยกลางคน ร่างอ้วนผู้หนึ่ง อีกคนหนึ่งเป็นเด็กสาววัยรุ่นร่างเล็ก 

                    เมื่อทั้งสองเห็นว่าเสวียนฮวาเพิ่งตื่น ก็รีบนั่งถวายบังคมอย่างเก้ๆ กังๆ 

                    “ขะ...ข้าน้อยขอประทานพะ...พระราชอภัยด้วยเถิดองค์พระฮองเฮา ท่านซูฉีรับสั่งให้ข้าน้อยเอาน้ำร้อนมาพระราชทานแด่พระองค์”

                    เสวียนฮวาขำ นึกหัวเราะที่หญิงชาวบ้านใช้ราชาศัพท์ผิดๆ ถูกๆ กับนาง 

                    “ลุกขึ้น...ลุกขึ้น อย่ามาใช้ราชาศัพท์กับข้าเลย คนกันเองทั้งนั้น ข้าก็เป็นคนหยวินหนาน-เสฉวนแต่กำเนิด ไยพวกเจ้ามาทำเหมือนข้าเป็นคนอื่นไกล”

                    ทั้งคู่ยังก้มหน้าตัวสั่นอยู่ ถึงอย่างไรเขาทั้งสองก็เป็นคนบ้านนอกคอกนา 

                    “ทำตัวตามสบายเถิด อย่ามาถืออิสริยยศอันใดเลย  ข้าขอบใจพวกเจ้ามาก พวกเจ้าช่วยเทน้ำอุ่นให้ข้าก็พอแล้ว เดี๋ยวข้าอาบน้ำเอง อย่ามากพิธีเลย”

                    “พะ เพคะ องค์ฮองเฮา” 

                    แล้วหญิงสองคนก็เทน้ำร้อนลงอ่างจนเกือบเต็ม

                    “เชิญฮองเฮาเพคะ”

                    “ขอบใจเจ้ามาก เจ้าไปเถิด”

                    “เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วยาม อาหารคงจะเตรียมเสร็จเรียบร้อย และนี่เสื้อผ้าใหม่นะเพคะ ท่านซูฉินไปซื้อให้จากในเมืองมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเจ้าค่ะ”

                    เสวียนฮวามิรู้จะขอบคุณสหายเก่าของนางผู้นี้อย่างไร เขาเตรียมอะไรต่อมิอะไรให้นางดีเหลือเกิน

                    “ข้าน้อยขอตัวเพคะ”

                    “อย่าเพิ่ง...ทหารของข้าเล่า? เจ้าช่วยเตรียมอาหารให้เขาด้วยได้หรือไม่ และช่วยจัดยาทำแผลให้เขาที”

                    “ฮองเฮาวางใจเถิดเพคะ คุณชายผางกินอาหารมากเหลือเกิน เนื้อแพะย่างทั้งขาก็กินลงไปหมดคนเดียวพร้อมกับข้าวตั้งหม้อหนึ่ง” ดรุณีน้อยพูดไปก็ยิ้มอย่างขวยเขินไปด้วย

                    เพลิงโทสะคุกรุ่นขึ้นมาทันใด คุณชายผางงั้นหรือ เวลาไม่เท่าไหร่เขารู้ชื่อแซ่เจ้าแล้วงั้นรึ...ผางเยว่ – พอนางคิดก็เผลอขบฟันตนเองอย่างไม่พอใจ

                    “เดี๋ยวข้าน้อยจะจัดยาทาแผลให้คุณชายผางด้วยนะเพคะ”

                    “ไม่ต้อง! แค่นั้นมันไม่ตายหรอก ข้าเป็นห่วงม้าต่างหากเล่า ช่วยดูไป๋อี้ให้ข้าด้วยก็แล้วกัน มีแผลอันใดบ้างก็ไม่รู้”  เสวียนฮวาพูดด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น

                    “ไป๋อี้...??”

                    “ม้าขาวตัวนั้นไง มันเป็นอย่างไรบ้าง?”

                    “เอ่อ...”

                    “หา ไป๋อี้ไม่สบายงั้นหรือ?” เสวียนฮวาร้องถามอย่างตกใจ

                    “มิใช่อย่างนั้นเพคะ แต่...หม่อมฉันแจ้งตามตรง บังเอิญม้าเมียตัวหนึ่งอยู่ในฤดู...” ดรุณีน้อยหน้าแดงขึ้นมา รู้สึกกระอักกระอ่วนนัก

                    “...” เสวียนฮวาขมวดคิ้ว

                    “ฤดูผสมพันธุ์เจ้าค่ะ เจ้าม้าขาวตัวนั้นก็เลย...” หญิงวัยกลางคนชี้แจง

                    “หา......”  เสวียนฮวาตกใจ 

                    “ฮองเฮาอย่าห่วงเลยเจ้าค่ะ เจ้าของม้าเขาดีใจใหญ่ ม้าขาวตัวนั้นงามเหลือเกิน จู่ๆ มาเป็นพ่อพันธุ์ให้ ใครๆ ก็ดีใจทั้งนั้น” นางพูดไปขำไปจนน้ำหูน้ำตาไหล

                    เสวียนฮวาพ่นลมออกจมูก รู้สึกหมั่นไส้กันทั้งคนทั้งม้า วิสัยเยี่ยงเดียวกันไม่มีผิด คิดอยากขึ้นมาก็ไปข่มเหงสตรีเขา ขนาดมิใช่ม้าในฝูงยังหน้าด้านไปขึ้นขี่ตัวเมียของผู้อื่น

                    มองหน้าเด็กสาวที่อมยิ้มกริ่มหน้าแดงคนนั้นก็หน้าตาน่าดูมิใช่น้อย ไม่รู้ว่าเจ้าของม้ามันไปทำอะไรเขาแล้วหรือยัง 

                    ...นิสัยยิ่งเจ้าชู้อยู่ด้วย

                    “เอ่อ...ขะ ข้าน้อยขอตัวก่อนนะเจ้าคะ ประเดี๋ยวต้องไปเตรียมพระอาหารให้พระองค์มิทัน” 

                    “ได้..ขอบใจเจ้ามาก พวกเจ้าไปเถิด”

                    สตรีทั้งสองออกไป ประตูก็ถูกปิดจนสนิท เสวียนฮวาก็ถอดเสื้อผ้าจนเปลือยเปล่าแล้วปีนเข้าไปในอ่างอาบน้ำ

                    นางยังคงหน้าบึ้ง คิดถึงหน้าเด็กสาวที่เรียกผู้ชายของนางแล้วก็หน้าแดงไปด้วยก็พาลให้อารมณ์บูดขึ้นมา  ถึงจะรู้สึกผ่อนคลายที่ได้แช่ในน้ำอุ่นแล้วก็ตาม

                    ยิ่งคิดก็ยิ่งมีน้ำโห....

                    “ท่านหญิง..”

                    เสวียนฮวาสะดุ้งโหยง เงยหน้าขึ้นไปหาต้นเสียงตามสัญชาติญาณ พอได้เห็นร่างใหญ่ของผางเยว่อยู่บนขื่อใต้หลังคาก็ตกใจจนแน่นิ่ง ส่วนเขานั้นก็ส่งรอยยิ้มกว้างดุจเด็กน้อยเล่นซนให้กับนางราวกับสนุกที่แกล้งให้นางตกใจได้

                    เขาปล่อยตัวลงมา น่าประหลาดที่เสียงเท้าเขาเมื่อกระทบกับพื้นไม้นั้นดังแค่ “ตุ้บ” เบาๆ เท่านั้นเอง

                    “ไยท่านหญิงทำหน้าเหมือนเห็นผี?”

                    “ก็มาไม่มีสุ้มเสียง  เป็นใครก็ขวัญหายทั้งนั้น”

                    “อย่าตกใจเลย ท่านหญิงของข้า...” เขาทำท่าจะเข้ามากอดนางที่อยู่ในอ่างน้ำอุ่น

                    “อย่ามายุ่งกับข้า...”

                    “...” ผางเยว่ชะงัก

                    “เนื้อแกะย่างที่ดรุณีน้อยทำให้เจ้า คงหวานล้ำกว่ามธุรสใดๆ กระมัง”

                    “....” ผางเยว่

                    “คุณชายผางกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย กินข้าวหมดเสียตั้งหม้อหนึ่ง คงอร่อยมากกระมัง อาหารที่หญิงงามทำให้”

                    “...” ชายหนุ่มกลอกตาเหมือนครุ่นคิด

                    “...เจ้าไปเกี้ยวนางเสียสิ ไหนๆ ไป๋อี้ก็ก็ฝากรอยไว้ที่นี่แล้ว เจ้าก็อย่าให้น้อยหน้าม้าขาวของเจ้าซี่”

    “ท่านหญิงหึงข้าหรือ?”

    “...” เสวียนฮวา

    “เขาถามชื่อแซ่ ข้าก็ตอบตามตรง เขาให้อาหาร ข้าก็กินจนหมด มิได้มีสิ่งใดมากกว่านั้นเลย”

    “...” เสวียนฮวารู้สึกผิดที่จู่ๆ นางแสดงความไม่พอใจใส่เขาอย่างไร้เหตุผล นึกถึงสมัยที่นางเป็นฮองเฮาในวังหลวง ตอนนั้นไม่เคยมีสักเสี้ยวความคิดที่นางหึงหวังฮุ่ย ไม่ว่าชายผู้นั้นจะมีสนมกี่คนก็ตาม 

    ผางเยว่คือชายคนแรกในชีวิตที่นางเห็นเขาเป็นคนรัก ยามที่นางอ่านเรื่องของฮองเฮาหรือหรือกุ้ยเฟยที่แสดงอาการหึงหวงฮ่องเต้ในอดีตเสวียนฮวาก็ขบขันกับอารมณ์หึงอันไร้เหตุผลของสตรีเหล่านั้น แต่วันนี้นางกลับเผลอหึงเขาเสียเอง ทั้งๆ ที่ที่ผ่านมา เขาทุ่มเททั้งกายและใจทำเพื่อนางถึงเพียงนั้น

    ความจริงหากเขาจะมีสตรีอื่นสักหมื่นแสน นางก็มิอาจจะตำหนิเขาได้ด้วยซ้ำ นางเสียเองสิ ที่เป็นหญิงสองผัวเสียด้วยซ้ำ

    “ข้าขอโทษ ความจริงข้าก็ไม่ได้เป็นภริยาเจ้า หากเจ้าจะมีหญิงอื่นข้าจะไปห้ามเจ้าได้อย่างไร”

    “ขอโทษ? ขอโทษอันใด ข้าน้อยคือบ่าวของท่านหญิง ท่านหญิงคือเจ้าของข้า หากข้าน้อยแบ่งใจให้สตรีอื่น ก็เท่ากับข้าน้อยทรยศท่านหญิง ข้าน้อยภักดีกับท่านหญิงเพียงผู้เดียว...ผู้เดียวเท่านั้น”

    คนบ้า! – เสวียนฮวาร้องในใจ ก้อนแข็งขึ้นมาจุกที่คอ 

    “ท่านหญิงหึงข้าน้อยหรือ?”

    นางพยักหน้า เขาก้มหน้าลงมาจูบนาง ริมฝีปากของคนทั้งสองก็บดขยี้ใส่กันและกันอย่างเร่าร้อน 

    “ข้ากลัวใครรู้เหลือเกิน” 

    “งั้นข้าน้อยออกไปก่อนก็ได้”

    “เจ้า...เจ้าต้องการไม่ใช่หรือ ปกติเจ้าจะต้องการทุกรุ่งสางเลย เจ้าปลดปล่อยบ้างหรือยัง?”

    “ข้าจะปล่อยที่ใด ข้ามีแต่ท่านหญิง”

    “ไม่ใช่ ข้าหมายถึง เจ้าทำให้กับตัวเอง”

    เขาส่ายหน้า

    เสวียนฮวายิ้ม นางลุกขึ้นจากถังน้ำอุ่น ร่างงามเพริศแพร้วของหญิงสาวก็เปิดเผยทุกสัดส่วนต่อหน้าเขา ยิ่งพอเขาเห็นผิวเนียนสะอาดขาวยิ่งกว่าหิมะต้นฤดู เขาก็ยิ่งบังเกิดความพลุ่งพล่าน 

    เสวียนฮวายิ้มกว้าง เมื่อได้เห็นความปรารถนาของเขา นึกกระหยิ่มกับดรุณีน้อยผู้นั้น นางจะรู้หรือไม่ว่าได้เผลอยกหม้อน้ำไม่เดือดต่อหน้านาง 

    บุรุษงามล้ำผู้นี้ เขาปรารถนาแต่สตรีนามว่าเสวียนฮวาเท่านั้นเพียงผู้เดียว

    ร่างบางของหญิงสาวถูกมือกำยำของชายหนุ่มช่วยยกขึ้นจากอ่าง  เมื่อเท้าของนางแตะพื้นหญิงมือของนางก็ปลดสายรัดเอวให้เขาทันที

    เมื่อได้ทอดสายตาเห็นความแข็งแกร่งของผางเยว่ นางอดนึกขำมิได้ เมื่อวานนี้นางยังนึกว่าจะเป็นวาระสุดท้ายของชีวิตอยู่เลย เพ่งดูเท่าไหร่ก็พาลคิดว่ามันน่าเสียวไส้แต่ก็รู้สึกน้ำลายสอ 

    นางคุกเข่าลงไปเพื่อปรนนิบัติให้ชายคนรัก  ผางเยว่ลูบคลำหัวของนายหญิงด้วยความเคลิบเคลิ้ม แอ่นสะโพกด้วยความซ่านเสียว 

    ฝ่ายเสวียนฮวานั้นอร่อยนัก รสชาติของบุรุษก็เข้าปาก กลิ่นของความเป็นชายโชยเข้าจมูกทำให้หญิงสาวยิ่งพลุ่งพล่าน 

    นางรู้ว่าเวลามีน้อย เกรงว่าใครจะสงสัย นางจึงลุกขึ้นแล้วก็ขึ้นไปยืนหันหลังให้ชายหนุ่ม มือเกาะขอบอ่างไม้ เอียงหน้าหันกลับมามองชายคนรักพร้อมโปรยยิ้มอย่างเชื้อเชิญ

    บั้นท้ายอวบกลมเนียนอร่ามตาก็อยู่ในครรลองสายตาของชายหนุ่ม ยิ่งพอเขาเห็นสัดส่วนสตรีที่ล้นออกมานั้นแล้วเขาก็ยิ่งรู้สึกหื่นกระหาย รีบเข้าไปจู่โจมนายหญิงตนเองในทันใด

    และสองหนุ่มสาวก็ร่วมกันแหวกว่ายในห้วงแห่งความสุขสวาท                      

                    

                    

                    

    คล้ายกับเรื่องฮองเฮาโค่นบัลลังก์ ที่คุณอ่าน