หลอมรวมโลก
“เดี๋ยวก่อนสิ ยังมีวิธีนั้นอยู่นี่!” ในเวลานี้ ระบบสุนัขเหมือนว่าจะคิดถึงวิธีที่จะแก้แค้นเย่กู่เฉินได้อย่างรวดเร็วขึ้นมาได้ โดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องรอให้พลังของมันหวนกลับคืนสู่จุดสูงสุด
“แต่วิธีนี้มันมีความเสี่ยงมาก...” ระบบสุนัขยกมือขึ้นลูบคางครุ่นคิดอย่างจริงจัง ซึ่งไม่เข้ากับใบหน้าของมันเอาเสียเลย
“เอาก็เอาสิ เป็นไงเป็นกัน จะยังไงเราก็บอกอาเจ๊สโนว์ไปแล้วว่า ไม่ว่าเธอหรือเบื้องบนก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการดูแลของเรา!”
หลังจากครุ่นคิดอย่างจริงจัง ระบบสุนัขก็กัดฟัน ดูเหมือนว่าจะตัดสินใจได้แล้ว จากนั้นเขาไม่ลังเลที่จะขยายสองมือออก
แสงสว่างได้ปรากฏขึ้นทั่วโลกทั้งใบ แต่แสงนี้มีเพียงระบบสุนัขคนเดียวเท่านั้นที่มองเห็น แม้แต่เย่กู่เฉินก็มองไม่เห็น ไม่สิ สัมผัสถึงไม่ได้ด้วยซ้ำ
แสงสว่างปกคลุมไปทั่วโลกทั้งใบ ดำเนินอยู่หลายสิบนาที ก่อนที่มันจะค่อยๆ เลือนหายไป
“เรียบร้อย” มุมปากของระบบสุนัขพลันยกยิ้มขึ้นมาอย่างพึงพอใจ สิ่งที่มันเพิ่งจะทำไปนั้น เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และไม่เคยมีมาก่อน
ถ้าหากจะถามว่ายิ่งใหญ่อย่างไร และไม่เคยมีมาก่อนอย่างไรนั้น คำตอบมีเพียงแค่คำตอบเดียวเท่านั้น ซึ่งก็คือการรวมโลกของนิยายทั้งสองโลกเข้าด้วยกัน!
ไม่สิ สมควรจะบอกว่าเป็นการหลอมรวมโลกทั้งสองใบให้เป็นหนึ่งเดียวมากกว่า เรื่องนี้ ย่อมเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ในขณะเดียวกันก็ไม่เคยมีมาก่อน
ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของระบบทั้งหมด ไม่มีแม้แต่ระบบเดียวที่เคยทำแบบนี้ นี่จึงเป็นคำตอบของคำว่ายิ่งใหญ่อย่างไร และไม่เคยมีมาก่อนอย่างไร
อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้แม้ว่าจะไม่เคยมีมาก่อน แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีระบบไหนไม่คิดที่จะทำ มีความคิดที่จะทำนั้นมีอยู่ แต่น่าเสียดายที่ขาดความกล้า จนไม่มีการหลอมรวมโลกเกิดขึ้นมาก่อน จนกระทั่งวันนี้ มันได้ปรากฏขึ้นมาแล้ว โดยระบบสุนัข
จะบอกว่าระบบสุนัข เป็นระบบที่บ้าดีเดือดที่สุดก็ไม่ผิดนัก เพราะมันกล้าทำในสิ่งที่ระบบทั้งหมดไม่กล้าทำ
และสิ่งที่กระตุ้นให้มันทำ ก็ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากความโกรธ ความแค้นที่มันมีต่อเย่กู่เฉิน!
“หึหึหึ เย่กู่เฉิน แกคงจะไม่รู้ว่าตอนนี้โลกนิยายสองใบได้หลอมรวมกันแล้ว ตัวเอกจากอีกเรื่องกำลังจะปรากฏตัวบนโลกใบนี้แล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า!”
ระบบสุนัขหัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจยิ่ง ตัวเอกที่มันพูดถึง ชัดเจนว่าเป็นตัวเอกจากนิยายเรื่อง ‘ฉันกลับมาจากโลกอมตะ’ ซึ่งนิยายเรื่องนี้เองก็มีผู้แต่งเดียวกันกับนิยายเรื่อง ‘ฉันนี่แหละพระเอก’
และด้วยความที่มีผู้แต่งเดียวกัน สถานที่ดำเนินเรื่องจึงอยู่ในปักกิ่งเหมือนกัน รวมไปถึงมีสี่ตระกูลใหญ่เหมือนกันด้วย
อย่างไรก็ตาม ชื่อของสี่ตระกูลใหญ่ ไม่ได้เหมือนกัน รวมไปถึงพวกตัวร้ายในเรื่องด้วย ดังนั้น ระบบสุนัขจึงปรับเปลี่ยนความทรงจำของตัวเอกเล็กน้อย เพื่อให้เข้ากันกับโลกใบนี้ได้อย่างสมบูรณ์
แน่นอน เขาไม่ลืมทำให้เย่กู่เฉินเป็นตัวร้ายเหมือนเดิม เป้าหมายเขาอยู่ที่จุดนี้ คือการใช้ตัวเอกจัดการกับเย่กู่เฉิน
ตัวเอกของนิยายเรื่องฉันกลับมาจากโลกอมตะ มีชื่อว่าซูหยาง ซูหยางแตกต่างจากหวางเฟิงอย่างสิ้นเชิง หวางเฟิงค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นตามลำดับ กว่าจะแข็งแกร่งที่สุดก็ตอนเกือบที่จะจบเรื่อง
ถ้าหากจะถามว่าแตกต่างอย่างไร คำตอบมีเพียงซูหยางแข็งแกร่งมากตั้งแต่เริ่มเรื่อง เขามีระดับพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับปราณอมตะขั้นต้น
เรียกได้ว่าใช้เวลาฝึกตนอีกไม่นานมากนัก เขาก็จะไปถึงจุดสูงสุดของการฝึกตน กลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก!
จะเห็นได้ชัดเลยว่านิยายเรื่องนี้ ก็มีระดับขั้นฝึกตนแบบเดียวกันกับนิยายเรื่องฉันนี่แหละพระเอก แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร
ด้วยความที่มีผู้แต่งเดียวกัน การมีระดับขั้นฝึกตนแบบเดียวกัน ถือเป็นเรื่องปกติอย่างมาก
“ซูหยาง นายท่านระบบผู้นี้ หวังว่าแกจะไม่ทำให้ฉันผิดหวัง” ระบบสุนัขพูดกับตัวเองอย่างคาดหวัง
ในความคิดของมัน ตอนนี้ซูหยางยังสู้เย่กู่เฉินไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะสู้ไม่ได้ตลอดไป มันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
ซูหยางเป็นตัวเอก เป็นบุตรแห่งโชคชะตา เป็นลูกรักของผู้เขียนสุนัข ความเร็วการฝึกตนนั้นเหนือกว่าทุกคนบนโลกใบนี้อย่างสิ้นเชิง
ตามเนื้อเรื่อง ซูหยางใช้เวลาไม่นานในการไปถึงระดับปราณนิรันดร์ขั้นปลาย ซึ่งถือได้ว่าเป็นความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก
เมื่อซูหยางไปถึงระดับปราณนิรันดร์ขั้นปลายแล้ว ระบบสุนัขก็จะใช้อีกฝ่ายให้ไปจัดการกับเย่กู่เฉินในทันที
แม้ว่าจะมีระดับพื้นฐานฝึกตนเดียวกัน แต่ตัวร้ายมักจะแพ้ตัวเอกอยู่เสมอ ระบบสุนัขมั่นใจว่าซูหยางจะจัดการกับเย่กู่เฉินได้อย่างแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีหักออกไปแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว
ซึ่งมันเพียงพอที่จะบอกได้ถึงความมั่นใจอันเต็มเปี่ยมของระบบสุนัข
ระบบสุนัขมองลงไปที่คฤหาสน์ตระกูลเย่ด้วยสายตาเย็นชา ก่อนที่ร่างกายของมันจะค่อยๆ เลือนหายไป
เพียงไม่ถึงหนึ่งนาที ร่างกายของระบบสุนัขก็หายไปจนหมดสิ้น ทิ้งไว้เพียงอากาศอันว่างเปล่า มีสายลมเย็นๆ พัดหวนมาเท่านั้น
ภายในคฤหาสน์ตระกุลเย่ ห้องนอนของเย่กู่เฉิน สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวไม่น่ามองเล็กน้อย
เขาคิดไม่ถึงเลยว่าระบบสุนัข มันจะแค้นเขามากขนาดนี้ ถึงกับหลอมรวมโลกนิยายสองเรื่องเข้าด้วยกัน
จากจุดนี้ เห็นได้ชัดเลยว่าเย่กู่เฉินรับรู้ทุกการกระทำและการเคลื่อนไหวของระบบสุนัข โดยที่แม้แต่ตัวมันเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขารู้แล้ว
อาจจะเป็นเพราะระบบสุนัขมั่นใจในตัวเองมากเกินไป จึงไม่ระวังว่าเขากวาดผ่านจิตสัมผัสออกไป เพื่อแอบดูมันอยู่
“ซูหยาง...ถ้าจำไม่ผิด น่าจะมาจากนิยายเรื่องฉันกลับมาจากโลกอมตะ!” เย่กู่เฉินพูดกับตัวเอง เสียงของเขาเคร่งเครียดเล็กน้อย
นิยายเรื่องนี้แน่นอนว่ามีผู้แต่งเดียวกันกับนิกายเรื่องฉันนี่แหละพระเอก เรื่องราวเล่าถึงซูหยาง ผู้บังเอิญพลัดหลงไปยังโลกอมตะ
จากนั้นก็ใช้เวลาหมื่นปีอยู่ที่นั่น ก้าวเดินตามเส้นทางฝึกตนอันยิ่งใหญ่ จนประสบความสำเร็จสู่ระดับปราณอมตะ กลายเป็นหนึ่งในผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกอมตะ
อย่างไรก็ตาม ซูหยางยังคงคิดถึงโลกอยู่เสมอ เขาจึงได้ออกค้นหาวิธีที่จะกลับมา และสุดท้ายเขาก็ค้นพบมันจริงๆ รวมไปถึงกลับมาที่โลกได้สำเร็จ
หลังจากกลับมาที่โลก เส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่ของซูหยางก็เปิดออก โอบกอดความงาม เหยียบย่ำซากศพของศัตรู ไม่ว่าใครก็ไม่อาจต่อต้านเขาได!
ใช้เวลาไม่นาน ซูหยางก็กลายเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ทางด้านนิสัยของซูหยางนั้น เป็นคนเอาแต่ใจตัวเองเป็นอย่างยิ่ง
จะบอกว่าเขาเอาตัวเองเป็นที่ตั้งก็ไม่ผิดนัก ไม่ว่าใครก็ตามที่กล้าทำให้เขาไม่พอใจ เขาจะลงมือฆ่าอีกฝ่ายอย่างโหดเหี้ยมในทันที!
จบบทที่ 60