Pioneer Era

    ตอนที่ 77 ราธ

    แสงสว่างสีแดงสาดส่องไปทั่ววิสัยทัศน์

    พอรู้ตัวอีกที ก็พบว่ากำลังยืนอยู่ในห้องที่มืดมิดไร้แสงสว่าง

    มืด… ชนิดที่มองไม่เห็นอะไรสักอย่าง

    ไอร้อนระอุของภูเขาไฟที่เคยสัมผัสได้ฉับพลันหายไป และถูกแทนที่ด้วยอากาศที่เย็นสบาย

    สิ่งแวดล้อมรอบตัวช่างสงบหยุดนิ่ง แม้แต่ลมสัมผัสเพียงเล็กน้อยก็ไม่มี ราวกับว่าความวุ่นวายโกลาหลเมื่อกี้เป็นเพียงแค่ความฝัน

    “... ที่นี่คือที่ไหนหรือกรีด? ”

    ไม่มีเสียงตอบกลับมาจากเธอ

    “เออ… กรีด? ”

    เราพยายามส่งเสียงเรียกหาอีกครั้ง พร้อมกับใช้มือคว้านไปในอากาศที่ว่างเปล่า

    “กรีด...? ยังอยู่ตรงนี้หรือเปล่า? ”

    ในตอนนั้นเองที่รู้สึกได้ถึงมืออ่อนนุ่มสองข้างกำลังเข้ามาสัมผัสกายจากข้างหลังในเงามืด

    “เฮ้ย!? มือใคร! ของกรีด? เธอจะทำอะไร! เดียว!? ทำไมถกเสื้อขึ้นมาแบบนี้!? หยุด! อย่าถอดสิเฮ้ย! แว๊กกกกกกกกกกกกก!? ”

    “หุ หุ หุ~ นายนี่ละก็~ ใช้ฉันเป็นโล่เนื้อ แล้วก็ใช้รับเลือดเหม็น ๆ สีเหลือง~ ทำกันถึงขนาดนี้ จะไม่ให้ขอเอาคืนก็คงไม่ใช่ฉันแล้วละ”

    “ระ--- เรื่องนั้นมัน!? โอเค! เราขอโทษ! เราขอโทษจริง ๆ จะไม่ทำอีกแล้ว! ”

    “ไม่ยกโทษให้”

    *พรึบ*

    เพียงชั่วพริบตาเสื้อคลุมสีเทาก็ถูกถอดออกไปจากร่างกาย

    เธอถอดออกไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชนิดที่ว่าต่อให้เราดิ้นแค่ไหน เธอก็ยังสามารถจับถอดออกมาได้โดยไม่มีแม้แต่เสียงเสื้อขาดดังขึ้นมา

    “เสื้อคลุมสวยจังน้า~ เดียวเอามาตัดเย็บเป็นชุดเมดตัวใหม่ดีกว่า~ ไม่สิ~ ความจริงฉันรู้สึกอยากได้เสื้อผ้าเหมือนคุณนกข้างนอกอยู่ด้วย อยากมีเสื้อผ้าสวย ๆ แบบเธอสวมอยู่พอดีเลย~ แต่ดูแล้วเนื้อผ้าใช้ตัดเย็บแค่นี้คงมีไม่พอละนะ~”

    ระ--- รู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่าง!

    “คงต้องลอกปอกเปลือกเสื้อผ้ารวมถึงกางเกงในของนายทั้งหมดมาเป็นวัตถุดิบแล้ว~♥”

    “ยะ---ยอมแล้ว! เข้าใจแล้ว! เดียวกลับเมืองจะซื้อเสื้อผ้าให้ใหม่ จะเอาตัวแพงแค่ไหนก็ยอมจ่ายให้! เพราะงั้นอย่าปอกลอกชุดตัวนี้เลยได้โปรด! ”



    ***

    ในที่สุดพายุลูกใหญ่ก็พัดผ่านพ้นไป

    “สัญญาแล้วนะ~ ขอบอกเอาไว้ก่อนว่าฉันเป็นพวกไม่เกรงใจใครเลยนะเออ”

    “...”

    ยัยหุ่นกระป๋องเริ่มอารมณ์ดีขึ้น พร้อมกับโบกมือไปมาในความมืดอย่างร่าเริง

    “ราธ~ ได้ยินหรือเปล่า~ ถ้าได้ยินก็ช่วยเปิดไฟที~”

    ทันทีที่สิ้นเสียงนั้น แสงสว่างก็ฉับพลันเจิดจ้าขึ้นมา



    มันคือห้องโถง

    เป็นห้องโถงที่ดูเก่าแก่มีอายุ แต่เต็มไปด้วยเทคโนลียีอันล้ำสมัย

    ฝุ่นจับเครื่องเรือนผิวเรียบสีขาวจนหนาทึบ และไร้ซึ่งวี่แววของสิ่งมีชีวิตอื่นใด

    ที่เพดานของห้องโถง มีภาพของโลกภายนอกฉายปรากฏเอาไว้อยู่

    ภาพนั้นทำให้รู้ว่าเจ้ามังกรทมิฬยังคงยืนรอพวกเรา อยู่ในจุดที่พวกเราพึ่งจะหายตัวเข้ามา

    พอสังเกตุดูให้ดี ก็จะพบว่าแท่นหินที่พวกเราใช้วาร์ปเข้ามา มันดูมีลักษณะผิดธรรมชาติอย่างเห็นได้ชัด

    บางทีคงเป็นเครื่องเคลื่อนย้ายมวลสารอะไรสักอย่างละมั้ง?



    ที่ตรงหน้าพวกเรา มีสตรีร่างยักษ์สวมชุดเมดสีดำยืนอยู่คนหนึ่ง

    “กรีด… พาผู้บุกรุกเข้ามาที่นี่ทำไม? แล้วยังเข้าสัตว์ยักษ์ข้างนอกนั้นอีก? เพราะเธอวาร์ปผ่านประตูลงมาที่นี่ มันเลยยืนรออยู่ปากทางเข้าไม่ไปไหนเลยเนี่ย”

    “จริงจังไปได้ราธ เอซไม่ใช่ผู้บุกรุกนะ แต่เป็นสัตว์เลี้ยงของฉันต่างหาก สวนเจ้าสัตว์ยักษ์ตัวนั้น ถ้าเห็นว่ารอแล้วไม่ได้อะไรขึ้นมา อีกสักพักมันก็คงไปแล้วละ”

    “สัตว์--- อั๊ก!? ”

    “ (ถ้าไม่อยากโดนยัยนี่ทุบตายเป็นกล้วยปิ้ง ก็เงียบปากแล้วเล่นตามนำไปก่อน) ”

    เพราะถูกยัยหุ่นกระป๋องชกใส่ท้องเต็มแรง เลยต้องโค้งตัวงอเงยหน้าขึ้นมาจับจ้องพวกเธอ

    “สัตว์เลี้ยงของกรีด? รสนิยมแย่ชะมัด”

    เธอเป็นสตรีร่างยักษ์ที่สูงราวสองเมตร

    มีผมสีครามยาวดัดลอนสวยงามถึงช่วงเอวพร้อมกับมีใบหูหมีประดับอยู่บนหัว ดวงตาสีแดงแหลมคม ใบหน้าคมเข้ารูปดูมีมนต์เสน่ห์

    ร่างกายดูบึกบึนแข็งแรงสมส่วน มีหน้าอกใหญ่ราวคัพ D

    ถึงจะมีแต่กล้ามเนื้อ แต่ก็ไม่ได้ลดเสน่ห์ของความเป็นผู้หญิงที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดเมดสีดำแม้แต่น้อย

    สรุปคือเป็นคนสวย

    แต่ยังสวยและมีขนาดหน้าอกสู้น้องสาวดิวซ์ของเราไม่ได้



    "... จ้องอะไรมิทราบคะ? "

    น้ำเสียงของเธอทุ้มต่ำดุดันมาก

    "แค่คิดว่ายังสวยสู้---"

    "เปล่า! เจ้าสัตว์เลี้ยงตัวนี้คงแค่เห็นว่าเธอสวยดีเลยจ้องใส่นะ ฮะ ฮะ ฮะ! "

    “---น้องสาว… เออ… (คุณกรีดครับ?) ”

    “ (นายนะเงียบปากไปก่อนเลยยะ! ถ้าพูดจาผิดหูไปละก็ ได้ซวยกันแน่) ”

    ซวยเรื่องอะไรหรือครับ?

    ก็อยากจะถามออกไปแบบนั้น แต่คงต้องอุบเงียบเอาไว้ก่อน

    ยัยเมดหมีมองมาทางเราด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียด ราวกับจะประเมินคุณค่า ก่อนจะหมดความสนใจ แล้วหันไปคุยกับยัยหุ่นกระป๋องแทน

    “เอาเถอะ ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เธอมาก็ดีเลย อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอกระหว่างที่หลับไหลถึงสี่ร้อยปีมานี้ แล้วทำไมเธอถึงสามารถออกมาเดินข้างนอกได้อย่างอิสระ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยจะได้หรือเปล่า? ”

    “ได้สิ งั้น~ เอซ นายนะไปเดินเล่นตรงมุมนู้นก่อนแล้วกัน พวกเราจะคุยเรื่องสำคัญกันนะ”

    “... ได้ครับ”

    ด้วยเหตุนี้ เราจึงลุกขึ้น แล้วเดินไปยืนตรงมุมของห้องโถงเงียบ ๆ เพียงคนเดียว



    เนื่องจากไม่มีอะไรทำ เลยใช้เวลาไปกับการตรวจสอบวัสดุของห้องโถงแห่งนี้

    เป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยน่าดูเลยแฮะ

    รอยต่อของวัสดุนั้นเรียบเข้ารูป มีแสงสว่างประดิษฐ์ที่เรืองออกมาจากผนังและผ้าเพดานได้โดยไม่จำเป็นต้องมีหลอดแก้วหรือหลอดไฟติดตั้ง ไม่มีร่องรอยของการเดินสายไฟ และยังมีอากาศหมุนเวียนให้หายใจทั้งที่ไม่มีช่องแอร์ปรากฏให้เห็น

    ทุกสิ่งดูแปลกตา เพราะถึงจะมีรูปลักษณ์ที่คล้ายกัน แต่หลักการและเทคโนโลยี่ของที่นี่ ช่างต่างจากที่เคยรู้จักราวฟ้ากับเหว

    ในตอนที่กำลังเดินสำรวจไปรอบ ๆ ห้อง ก็ไปพบกับบางอย่างที่ดูแตะตาเข้าให้

    มันคือประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ที่ถูกแง้มออกมาเล็กน้อย

    “น่าสนใจ…”

    เราหันกลับไปมองพวกหุ่นกระป๋อง

    ดีเลย พวกเธอไม่ได้สนใจทางนี้เลยสักนิด

    งั้นแอบเข้าไปสำรวจหน่อยดีกว่า

    เราเอานิ้วมือสอดเข้าไปที่รอยแยกของประตู แล้วออกแรงเปิดมันออกมา

    ในตอนนั้นเอง---

    “เฮ้ย! ”

    ---ที่มีโครงกระดูกจำนวนมากไหลบ่าทะลักเข้ามาในห้อง ราวกับน้ำในเขือนที่ไหลบ่าอกมายามพังทลายลง

    " (นี่มันอะไรเนี่ย) "

    โครงกระดูกสีขาวเหล่านั้น มีส่วนสูงตั้งแต่หนึ่งเมตรครึ่ง ไปจนถึงสองเมตรครึ่ง

    พวกซากกระดูกเหล่านี้สวมใส่เกราะประหลาดที่ไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อน

    ครึ่งหนึ่งสวมเกราะผ้าใบตัวบาง ส่วนอีกครึ่งสวมเกราะผิวคล้ายเกล็ดงูที่สร้างจากวัสดุแปลกประหลาดสีเทา

    พวกที่สวมเกราะผ้าใบจะมีขนาดความสูงเฉลี่ยน้อยกว่าพวกที่สวมเกราะผิวเกล็ด

    ที่น่าแปลกอีกอย่างคือสรีระของหัวกะโหลก

    พวกที่สวมเกราะผ้าใบนั้น จะมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่มีความเรียว กับมีโครงกระดูกตรงใบหูที่แหลมยาว

    ส่วนพวกที่สวมเกราะผิวเกล็ด จะมีกระดูกที่หนา ร่างกายส่วนหัวโค้งงอ มีหางยาว คล้ายกับโครงกระดูกของพวกตัวจิ้งเหลน



    "นี่มัน…"

    เราตั้งสติแล้วมองลอดผ่านประตูเข้าไปเข้าใน

    ข้างในนั้นยังมีโครงกระดูกเช่นนี้อีกเป็นจำนวนมากเรียงกองไปทั่วทางเดิน

    ดูเหมือนว่าหลังประตูบานนี้ จะเป็นช่องทางเดินของยานอวกาศอะไรสักอย่าง

    สภาพของโครงกระดูกที่กระจายไปทั่วทางเดินนั้น จะมีสภาพแตกหัก แขนขาด หัวขาด พังทลายหมดสภาพ ผิดกับพวกที่กองอยู่ตรงประตูบานนี้

    ราวกับว่าเคยมีการต่อสู้ที่รุนแรงเกิดขึ้นที่นี่ ณ ที่แห่งนี้มาก่อนในอดีตเช่นนั้น



    "สัตว์เลี้ยงของคุณกรีดซนไม่เข้าท่าเลยนะคะ"

    ยัยเมดหมีเดินเข้ามาหิ้วเราด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะใช้มือข้างซ้ายของเธอดันประตูบานเลื่อนปิดกลับไปอีกครั้ง

    "... พวกนั้นคืออะไร? "

    "ไม่มีเหตุผลต้องแจ้งค่ะ"

    "โครงกระดูกพวกนั้นมาจากไหน? ไม่ใช่โครงกระดูกของชนเผ่าสัตว์แน่นอน เคยเกิดการต่อสู้สินะ? ที่นี่ แห่งนี้? "

    "... กรีด"

    ยัยเมดหมีหันไปทางยัยหุ่นกระป๋อง

    สายตาของเธอกำลังกล่าวโทษว่า “นี่เธอหลุดปากพูดอะไรออกไปอีกแล้วใช่หรือเปล่า? ”

    "เจ้านี่มันรู้มากแค่ไหน? "

    “ปะ--- เปล่านะ! ตามที่เล่าให้ฟังไง! หลังจากวันนั้นที่อพยพมาได้หนึ่งพันปี หลังจากวันที่ลงจอดบนดาวนี้เมื่อสี่ร้อยปีที่แล้ว กับเรื่องที่เร็ว ๆ นี้พวกบรรพบุรุษที่สร้างพวกเราดันเข้าใจผิด ว่าพวกเราคือเทพเจ้าของพวกเขา แล้วเมื่อประมาณยี่สิบปีก่อน ดินแดนที่เคยถูกปกคลุมด้วยพายุสีดำก็หายไป พร้อมกับการปรากฏตัวของพวกเอเลี่ยน แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะจับมือเป็นมิตรกับพวกผู้สร้างอยู่! ตามที่เล่านั่นละ! ฉันรู้ข้อมูลแค่นี้เท่านั้น ก่อนที่จะตัดการเชื่อมต่อกับระบบโนอาร์แล้วหนีออกมา! เชื่อฉันหน่อยสิราธ! ลดมือข้างนั้นลงก่อน! ”

    รู้สึกว่าเหมือนจะได้ยินข้อมูลที่ไม่อาจปล่อยผ่านไปได้ หลุดออกมาจากปากของยัยหุ่นกระป๋องอีกรอบ



    ฟังแค่นี้ก็พอจะเดาเหตุการณ์อะไรหลาย ๆ อย่างขึ้นมาได้แล้ว ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชนเผ่าสัตว์ในอดีต

    ถ้าให้เดา… คงจะเป็นสงครามสินะ?

    แต่ที่รู้สึกปล่อยผ่านไม่ได้จริง ๆ คือเรื่องที่พวกเธอบอกว่า [พายุสีดำหายไปพร้อมกับการปรากฏตัวของเอเลี่ยนเมื่อยี่สิบปีก่อน]

    [เอเลี่ยน] ที่ว่านั้น… หมายถึงพวกเรา หรือว่าหมายถึงโครงกระดูกจำนวนมากที่กองอยู่ตรงนี้?

    ถ้าหมายถึงพวกเรา แล้ว [พายุสีดำ] ที่ว่ามันคืออะไร?

    ไม่สิ…

    เหมือนทวีปของเราจะมีตำนานที่เกี่ยวข้องกับพายุสีดำอยู่แฮะ

    แต่นึกไม่ออกนี่สิ ว่าเคยได้ยินมาจากที่ไหน และมีเนื้อหาเกี่ยวกับมันยังไง

    “... นั่นสินะ ขอโทษด้วยด้วยค่ะที่ฉันด่วนตัดสินใจไป ยังไงระบบอย่างพวกเราคงไม่สามารถทรยศผู้สร้างได้อยู่แล้ว”

    “ใช่ไหมละ? ”

    “งั้นมาปิดปากสัตว์เลี้ยงของคุณกันดีกว่าค่ะ”

    “อืม ได้ ๆ มาปิดปาก--- ว่ายังไงนะ!? ”

    แต่ดูท่าว่าจะไม่มีเวลาว่างมากพอมานั่งขบคิดถึงความลับของทวีปนี้

    เพราะมือของยัยเมดหมีที่กำลังจับคออยู่นั้น เริ่มเพิ่มแรงมากขึ้นจนรู้สึกทรมานแล้ว

    “เดียวสิ! แล้วทำไมต้องฆ่าเขาด้วยละ? เอซคือสัตว์เลี้ยงของฉันนะ! ”

    “เพราะว่าเธอนิสัยมาแบบนี้ตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว ไม่สิ ต้องบอกว่าถูกโปรแกรมให้มีจุดบกพร่องตั้งแต่แรก ก็ไม่เข้าใจว่าผู้สร้างคิดอะไรอยู่ ถึงจงสร้างให้เธอออกมาเป็นแบบนี้ อย่างเธอนะ คงจะหลุดปากพูดอะไรออกไปให้เจ้าเอเลี่ยนตัวนี้ฟังเยอะเลยใช่ไหมละ? ”

    “นั่นมัน…”

    “เพราะงั้น--- อั๊ก!? ”



    เพราะได้ช่องว่าง เลยใช้ขาข้างขวาซัดเข้าใส่คางไปเต็ม ๆ หนึ่งดอก

    แรงที่จับคออยู่ได้ผ่อนลงไปชั่วขณะ เลยใช้จังหวะนั้นรีบหนีออกมา

    วงแหวนที่สวมครอบหัวสุกสว่างเป็นสีน้ำเงินเข้ม แล้วเริ่มสั่งการให้วัตถุทรงไข่ที่เหลือเพียงหกลูกลอยขึ้นมาหมุนรอบตัวเอง เพื่อเตรียมรับมือต่อสู้

    “...”

    ยัยเมดหมีก้มมองดูมือตัวเองที่เลอะไปด้วยสารเหลวสีขาวที่ไหลออกมาจากทางจมูก

    คงเป็นสารหล่อลื่นอะไรสักอย่างของพวกมันละมั้ง?

    “บังอาจทำกับใบหน้าของฉัน…”

    “ยะ--- แย่แล้ว! หนีเร็วเอซ! ”

    “หนี? ”

    “ยัยนี่นะถูกสร้างมาให้โหดที่สุดรองจากโนอาร์ในบรรดาหุ่นยนต์สาวรับใช้เชียวนะ! พวกเราสู้ไม่ได้หรอก! ถ้ายัยนี่โกรธละก็ พวกเราตายแน่ เพราะงั้น---”



    “บังอาจทำกับใบหน้าของฉันนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน! ”



    “---รีบหนีเร็ว! ”

    ยัยเมดหมีคำรามลั่นพร้อมกับแผ่คลื่นความร้อนอันบ้าคลั่งออกมาทั่วร่าง

    ชุดเมดสีดำที่เธอสวมใส่ ถูกย้อมไปด้วยแสงสีแดงจนกลายเป็นสีของเลือด

    แรงกดดันที่น่ากลัวนั้น ทำให้เรารู้สึกถึงความตาย

    ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเริ่มเคลื่อนไหวช้าลง

    ภาพของยัยหุ่นกระป๋องที่กำลังวิ่งหนีไปแท่นวาร์ปทางเข้า

    ภาพของยัยเมดหมีที่กระทืบพื้นอย่างรุนแรงจนยุบตัวลงไปกว่าหนึ่งเมตร

    และภาพของขาสองข้างของยัยหุ่นกระป๋องที่ขาดออกจากร่าง เพราะถูกยัยเมดหมีวาดขาฟาดใส่อย่างคมกริบราวใบมีดในเวลาต่อมา

    ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงสามวินาทีเท่านั้น

    "กรี๊ดดดด! ขาฉัน! "



    "บังอาจทำกับใบหน้าของฉันนนนนน! "



    ดูท่ายัยเมดหมีจะเลือดขึ้นหน้าจนไม่สนแล้วว่าใครคือมิตรหรือศัตรู

    หุ่นยนต์เมดที่ซุ่มซ่ามปากเปราะดูเอาแต่ใจ

    คราวนี้มาหุ่นยนต์เมดจุดเดือดต่ำอีกคน

    ชักอยากเห็นหน้าคนสร้างยัยพวกนี้ขึ้นมาแล้วสิ

    แต่ตอนนี้คงต้อง---

    " (บุก!) "

    ---ช่วยยัยหุ่นกระป๋องเอาไว้ก่อน

    บอลทรงไข่ทั้งหกพุ่งผ่านม่านอากาศใส่ยัยเมดหมีจากทุกทิศทาง

    เหนือหัวหนึ่งลูก และรอบตัวอีกห้าลูก

    "! "

    ยัยเมดหมีชายตามองไปทางลูกบอลสีดำที่กำลังทิ้งตัวลงมาจากด้านบนเพดาน

    เธอง้างแขนขวา แล้วชกสวนกลับใส่เต็มแรง

    ลูกบอลทรงไข่ที่ประกอบไปด้วยมวลเหล็กผสมแร่ภูติหนาแน่น ถูกหมัดของเธอบดขยี้ทิ้งราวกับเป็นลูกแก้วที่เปราะบาง

    เดียว เดียว เดียว!

    ไอบอลพวกนั้นแข็งระดับที่เจาะเกราะรถถังเป็นรูได้เลยนะเฮ้ย!



    หลังจากบดขยี้ลูกแรกเสร็จ ยัยเมดหมีก็กระโดดม้วนตัวหลบลูกที่สองกับสามที่โจมตีมาจากทางด้านซ้ายและด้านหลัง

    ก่อนจะใช้ขาอันทรงพลังซึ่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ หมุนรอบตัวรัวขาแตะใส่อีกสามลูกที่กำลังพุ่งเข้ามาจากรอบทิศทาง

    เรารีบใช้คลื่นสมองสั่งการหักเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางบอลไข่

    ในตอนนั้นเองที่เกิดเสียงโลหะแตกกระจายดังขึ้นอีกสองครั้ง

    ... ชิ พังไปได้สองลูกเลยเรอะ?

    ยัยนี่ฝีมือไม่เลว

    แบบนี้คงต้องเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงหน่อยแล้วมั้ง?



    ว่าแล้วจึงก้าวสองขาวิ่งตรงเข้าใส่เธอ

    บอลที่เหลืออีกเพียงสามลูกกำลังบินย้อนศรกลับเข้ามาอยู่ข้างกาย

    ก่อนจะเริ่มการแลกวิชายุทธเชิงหมัดกับยัยเมดหมี

    เราเปิดการโจมตีก่อนด้วยการกระโดดแตะใส่

    ยัยเมดหมียกแขนตั้งการ์ดรับ พร้อมกับง้างหมัดซ้ายเตรียมสวนกลับ

    หนึ่งในบอลไข่พุ่งตรงโจมตีใส่ทางซ้ายที่เธอกำลังง้างหมัดขึ้นมาประดุจลูกเหล็กปืนใหญ่

    กำปั้นซ้ายถูกคลายมือออก แล้วคว้าบอลไข่ที่พุ่งเข้าใส่ได้อย่างแม่นยำ ก่อนจะบีบมันแตกกระจุยคามือ

    ในตอนนั้นเองที่เราย่อตัวลงต่ำ แล้วควบคุมบอลไข่ที่เหลือสองลูกรั่วกระหน่ำหมัดเย็บใส่เธอตรงใบหน้า

    ยัยเมดหมีใช้สองมืออันแข็งแกร่ง ชกส่วนกลับบอลไข่ที่กำลังรัวเป็นหมัดเย็บนั้น

    ประกายหมัดสีครามวิ่งสวนสอดแทรกกับประกายเส้นสีดำที่โจมตีเข้าใส่

    ในระหว่างนั้น เราก็เริ่มลงมือโจมตีลำดับถัดไปทันที

    ใช้จังหวะที่ศัตรูให้ความสนใจลูกบอล กวาดเท้าซ้ายยึดพื้นให้มั่น แล้วกวาดเท้าขวาขึ้นสูงด้วยแรงเหวี่ยงที่มหาศาล

    เป้าหมายคือใบหน้าของเธอ

    *เปรี๊ยง! *

    เกิดเสียงปะทะบางอย่างดังลั่น ในจังหวะเดียวกับที่มีเสียงของโลหะแตกดังขึ้นอีกสองครั้ง

    ตอนนี้อาวุธได้ถูกทำลายไปหมดสิ้นแล้ว

    แต่ก็ทำให้สามารถโจมตีใส่ยัยหมีเมดได้สำเร็จ

    ท่าจระเข้ฟาดหางถูกลูบอยู่บนใบหน้าของยัยเมดหมีเต็มฝ่าเท้า



    "ใบหน้าาาาาาาาาาา! สองครั้ง! แกทำมันถึงสองครั้งงงงงงง! "



    แถมยังทำให้คลั่งจนไร้สติยิ่งกว่าเดิมสำเร็จด้วย

    ยัยเมดหมีแตะสวน แล้วรัวหมัดใส่ราวพายุ

    เรายกแขนสองข้างขึ้นป้องกันหน้าท้อง พร้อมกับกระโดดถอยหลังเพื่อลดแรงกระแทก ก่อนจะจัดท่ามวยแล้วเต้นฟุตเวิร์คเพื่อหลบเลี่ยงหมัดเหล่านั้น

    ถ้าหากพลาดท่าเพียงหมัดเดียว คงได้บอกลาโลกนี้เป็นแน่แท้

    เริ่มเกิดบาดแผลจำนวนมากขึ้นตามแขนที่โดนหมัดพุ่งเฉี่ยวสัมผัส

    ยัยเมดหมียังคงกระหน่ำรัวหมัดใส่ราวคนบ้า

    ยัง… ยังไม่ถึงเวลา

    ต้องล่อให้เธอโถมน้ำหนักตัวเข้ามามากกว่านี้

    แย่ละสิ!?

    ในตอนนั้นเองที่หมัดอันทรงพลังของยัยเมดหมีพุ่งตรงมาทางด้านข้างในมุมต่ำ

    ถ้าถูกหมัดนั้นซัดเข้าใส่เอวละก็ คงได้ตัวหักครึ่งท่อนแน่นอน

    ภาพในอดีตเริ่มวิ่งย้อนกลับเข้าสู่สมอง

    นี่เรา… กำลังจะ… ตาย?



    "เอซ! "

    "! "

    เสียงเรียกของยัยหุ่นกระป๋องที่ดังมาจากข้างหลัง ทำให้เราดึงสติกลับมาได้

    แสงเลเซอร์จากปลายนิ้วทั้งห้าของเธอได้ถูกยิงออกมา และพุ่งตรงไปที่ดวงตาซ้ายของยัยเมดหมี

    การโจมตีที่ไม่คาดฝันจากพวกเดียวกันนั้น ทำให้ยัยเมดหมีหวดหมัดพลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดาย

    จังหวะนี้ละ!

    เมื่อเธอโถมตัวเองโจมตีออกหมัดมาด้านหน้ามากจนเกินไป จึงทำให้ยัยเมดหมีเริ่มเสียสมดุลในการยืนตั้งท่า

    ถ้าโจมตีอย่างใจเย็น เธอคงไม่เสียท่าง่าย ๆ แบบนี้

    จงไปสำนึกความผิดพลาดของตัวเองในยมโลกซะ!

    เราย่อตัวลงต่ำ ใช้ประโยชน์จากที่ร่างกายเล็กกว่า มุดลอดผ่านหมัดที่พุ่งมาราวพายุ แล้วขัดขาของคู่ต่อสู้

    "!? "

    ร่างอันใหญ่โตของเธอทำท่าจะล้มตัวมาทางด้านหน้า

    เรารีบเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง กระโดดออกข้าง พร้อมกับกระโดดทิ้งตัวศอกใส่ต้นคอจากทางด้านหลัง

    *กร๊อบ! *

    เกิดเสียงของแข็งหักดังลั่นออกมาจากต้นคอของเธอ



    แต่การโจมตียังไม่จบหรอกนะ!

    เพื่อให้มั่นใจว่ายัยเมดหมีจะไม่ลุกขึ้นมาโต้กลับ เลยใช้ขาซ้ายฟาดใส่หน้าท้องจนร่างของเธอลอยขึ้นในอากาศ พร้อมกับตามด้วยวิ่งเข้าโจมตีซ้ำด้วยท่าเข่าลอย

    *กร๊อบบบบ! *

    ร่างของยัยหมีเมดหักครึ่ง บิดเบี้ยว ในสภาพที่น่ากลัวทันที

    "มะ… ไม่จริง… อย่างฉัน… ถูก---"

    ยัยเมดหมีสิ้นแสงสว่างในดวงตา พร้อมกับหยุดนิ่งประดุจเป็นตุ๊กตาไม้

    "... ตายสนิท? "

    หวังว่าจะไม่ลุกขึ้นมาในตอนที่กำลังหันหลังให้หรอกนะ…



    เราคิดเช่นนั้นไปพร้อมกับเริ่มดูอาการของยัยหุ่นกระป๋องที่นอนอยู่ข้างหลัง

    "... เมื่อกี้นี้ขอบคุณที่ช่วยนะ แล้ว… เจ็บหรือเปล่า? "

    "ขอบคงขอบคุณอะไรกัน! ... แต่จะรับเอาไว้ก็ได้นะ… อีกอย่าง ถ้าเสียนายไป เดียวฉันจะแย่เอา เพราะตอนนี้ฉันเดินไม่ได้แล้ว"

    ยัยหุ่นกระป๋องพูดเช่นนั้นพร้อมกับแกว่งขาที่ว่างเปล่าทั้งสองข้างให้ดู

    ที่ตรงบาดแผล ส่วนของรอยแยกตรงหัวเขานั้น กำลังเริ่มสมานตัวด้วยสารบางอย่างที่มีสีขาวผสมสีน้ำเงิน

    สารเหลวเหล่านั้นมีลักษณะที่คล้ายกับเลือดอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

    จะต่างก็ตรงที่สีกับความหนืดของมันนี่ละ

    แถมยังมีกระดูก เส้นเลือด ขดกล้ามเนื้อ ทุกอวัยวะที่สร้างเลียนแบบสิ่งมีชีวิตได้เหมือนจนแทบชนิดแยกไม่ออก

    เป็นหุ่นยนต์ที่ถูกสร้างมาอย่างปราณีตจริง ๆ

    "มา เดียวจะแบกขึ้นหลังให้"

    "... ขอบคุณ นึกว่านายจะใช้วิธีผูกเชือกแล้วลากฉันไปกับพื้นเสียอีก"

    "นี่เห็นเราโหดร้ายขนาดนี้เลยเรอะ? อีกอย่าง ก็สัญญาแล้วนี่ ว่าจะพาไปที่เมืองหลวงนะ ถ้าน้องสาวรู้ว่าเราทำผิดสัญญาที่มีให้กับสุภาพสตรี คงโดนเธอเกลียดขี้หน้าแน่ ๆ "

    "คำก็น้องสาว สองคำก็น้องสาว นายนี่จริง ๆ เลยน้า~"

    "เพราะว่าน้องสาวของเราน่ารักที่สุดในโลกยังไงละ! "

    เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะให้แก่กันและกัน

    เคยคิดว่าการเดินทางร่วมกับคนอื่นมันน่ารำคาญ

    แต่มาคิดอีกที มีคนเอาไว้ต่อปากต่อคำแบบนี้ก็ไม่เลวเท่าไหรนักหรอก



    เราอุ้มเธอขึ้นมาแบกเอาไว้บนกลางหลัง พร้อมกับเก็บส่วนขาที่ขาดออกมาสองข้างติดมือมาด้วย

    เพื่อว่าจะต่อกลับเข้าไปได้นะ

    ที่เหลือก็แค่รอให้เจ้ามังกรทมิฬหายตัวไปจากทางเข้า---

    "อั๊ก! "

    "เอซ! "

    สัมผัสได้ถึงเลือดอุ่น ๆ ที่กำลังไหลออกมาจากร่างกาย

    มีกำปั้นที่คุ้นตากำลังโผล่พ้นออกมาจากหน้าอกซ้ายของเรา

    ในกำปั้นนั้นมีสิ่งที่เรียกว่า [หัวใจ] กำลังเต้นระอุอย่างบ้าคลั่งอยู่

    "ทำ… ไมกัน? "

    "ฉันคือ [ราธ] หมายเลขหุ่น [BAALs-23181208] ผู้ดูแลระบบเตาสุริยะที่ 6 หนึ่งในระบบสนับสนุนของยัยโนอาร์ เป็นคนละหมายเลขกับที่แกพึ่งทำลายทิ้งไป ยินดีที่ได้รู้จักและลาก่อน ชายผู้ล้มตัวฉันตอนคลั่งลงได้"

    จะบอกว่ายังมีร่างสำรองอยู่อีกเช่นนั้นหรือ…

    เธอกล่าวเช่นนั้น แล้วใช้มือขวาที่ยังว่างเปล่าจับหัวของยัยหุ่นกระป๋องขึ้นมา

    " [กรีด] ระบบดูแลจากเตาสุริยะที่ 3 ประเมินแล้วว่า [ทรยศ] ต้องนำร่างไปลงข้อมูลใหม่"

    "มะ--- ไม่! ฉันยังไม่อยากโดนล้างสมอง! ไม่เอา! "

    "เริ่มดำเนินการได้"

    เกิดเสียงเนื้อที่ถูกบดดังลั่นขึ้นพร้อมกับที่ยัยเมดหมีพูดจบ

    "!!! "

    ดวงตาของเราเบิกออกกว้าง

    หัวใจของเราถูกยัยเมดหมี...ขยี้ทิ้งไปแล้ว

    เรากำลังจะตาย?

    ไม่นะ…

    เรายังไม่อยากตาย

    ต้องรีบไปเข้าแคปซูลรักษาก่อนสมองจะหยุดทำงาน

    ไม่งั้นได้ตายแน่

    เราอยากจะพบหน้าของน้องดิวซ์ก่อน

    อยากจะพาเพื่อใหม่ที่ชื่อกรีดไปพบกับเธอ

    สองคนนี้จะต้องเข้ากันได้ดีแน่นอน

    อยากจะ… พบ…

    อีกสักครั้ง…

    …

    ..

    ..

    .

    .

    "พี่ค่ะ! "