“โอเค!”
สิ้นสุดเสียง เสียวอวี่ก็รีบบัพให้จั่วมู่ทันที
หลังจากที่จั่วมู่ได้รับการบัพแล้ว เธอก็รีบดีดตัวขึ้นจากเตียงและเพิ่มความเร็วพุ่งตัวกลับเข้าไปอีกห้องหนึ่งผ่านกำแพงที่เป็นรูกว้าง เพื่อร่วมต่อสู้กับคนอื่น ๆ ที่อยู่ในนั้น
หลังจากที่เธอเข้าร่วมทีม จากสถานการณ์ที่เริ่มไม่ค่อยสู้ดีก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
ความแข็งแกร่งของจั่วมู่เดิมทีเธอคือผู้มีความสามารถสูงสุดของขอบเขตพิเศษขั้น 7 แต่หลังจากที่ได้รับการบัพของเสียวอวี่ เธอจึงมีความสามารถเทียบเท่ากับขอบเขตพิเศษขั้น 8
ดังนั้นการเผชิญหน้ากับเงาดำที่มีความแข็งแกร่งสูงสุดของขอบเขตพิเศษขั้น 8 จึงทำให้การต่อสู้เริ่มมีสีสันขึ้นมา
เนื่องจากทั้งสี่คนเป็นเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ด้วยกันมานาน พวกเขาจึงเข้าใจและคุ้นชินกับความสามารถของทุกคน การต่อสู้แบบร่วมมือกันทำให้พวกเขากลับมาได้เปรียบอีกครั้ง
ถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาด ก็คงเหลือแค่เวลาที่จะทำให้เงาดำนี้ได้รับความพ่ายแพ้
แต่เนื่องจากถูกยื้อเวลามานาน เงาดำก็เริ่มจะไหวตัวทันแล้วเช่นกัน
หลังจากฝ่ากลุ่มทั้งสี่ออกมา เงาดำก็มาหยุดอยู่ข้าง ๆ กำแพงและหยุดการโจมตีอย่างฉับพลัน
“ฟู่...ฟู่...”
จั่วมู่และคนอื่น ๆ ก็หยุดโจมตีเช่นกัน พวกเธอห้อมล้อมเงาดำไว้เป็นรูปทรงใบพัด
พวกเธอหายใจอย่างแผ่วเบา แต่เนื่องจากการต่อสู้ที่ดุเดือดก่อนหน้านี้จึงทำให้ลมหายใจของพวกเธอเริ่มไม่เป็นจังหวะ
จั่วมู่มองไปยังเงาดำพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด “จางฉี่หลิง ทางที่ดีที่สุดคือยอมมอบตัวซะเถอะ วันนี้อย่าคิดว่าจะหนีออกไปจากที่นี่ได้เพราะพวกเราล้อมนายไว้ทุกทางแล้ว”
“หึหึ...”
เงาดำหัวเราะด้วยน้ำเสียงแปลกประหลาด หมอกสีดำที่ปกคลุมอยู่รอบตัวค่อย ๆ กระจายออกอย่างช้า ๆ จนเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง
ใบหน้าของเขาขาวโพลนผิดปกติราวกับไม่เคยเจอแสงอาทิตย์มาก่อน แต่กลับดูมีความอ่อนโยนในมาดของนักวิชาการ
ช่างเป็นเรื่องยากเกินกว่าที่จะจินตนาการได้จริง ๆ ว่าคนคนนี้คืออาชญากรที่ก่อคดีสำคัญมากมาย
จางฉี่หลิงมองจั่วมู่และคนอื่น ๆ จากนั้นก็เอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงไม่แยแสว่า “ล้อมไว้หมดแล้วงั้นเหรอ? พวกเธอคิดว่าจะเอาชนะฉันได้อย่างนั้นสิ?”
ระหว่างที่พูด จางฉี่หลิงก็หันไปมองเซี่ยฮุยที่อยู่ข้าง ๆ “เจ้าเด็กนั่นคงเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาสินะ ด้วยความเร็วของฉัน พวกเธอคิดว่าจะขวางฉันได้เหรอ?”
คำพูดที่ทรงพลังของจางฉี่หลิงทำให้จั่วมู่และคนอื่น ๆ เกิดอาการเลิกลักด้วยความตกใจ
ระหว่างที่ทุกคนกำลังตื่นตระหนก ดวงตาของจางฉี่หลิงก็เกิดแสงสว่างจาง ๆ ขึ้น
หลังจากนั้นร่างของเขาก็ขยับเล็กน้อยเพื่อฝ่าวงล้อมของทั้งสี่คนและพุ่งเข้าใส่เซี่ยฮุยภายในชั่วพริบตา
“เสียวอวี่คุ้มกันเขาไว้”
จั่วมู่หน้าถอดสี เธอไหวตัวได้อย่างรวดเร็วเป็นคนแรก
แม้ว่าเสียวอวี่จะเป็นแค่ผู้มีความสามารถในการฮีลขอบเขตพิเศษขั้น 6 แต่ความสามารถเมื่ออยู่ในสนามต่อสู้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลย
เมื่อเห็นจางฉี่หลิงกำลังพุ่งตรงมาทางเซี่ยฮุย เธอก็รีบขยับตัวมาขวางตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็ว
“คุ้มกัน!”
สิ้นสุดเสียงของเธอ นักรบเหล็กขนาดใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้นในวงเวทย์ทรงกลม
นักรบเหล็กมีรูปร่างสูงใหญ่จนเกือบจะติดกำแพง
ในมือของมันมีโล่เหล็กขนาดใหญ่ ทันทีที่มันปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเสียวอวี่ นักรบเหล็กก็ยกโล่ขึ้นมาขวางไว้ในทันที
หลังจากที่พวกเขาทั้งสองเข้ามาขวางไว้ ในเวลาเดียวกันแสงสีเขียวหม่นก็ปรากฏขึ้นหลายสายและเจาะทะลุเข้าไปอยู่ในร่างของนักรบเหล็ก
มันคือการบัพของเสียวอวี่ที่เสริมกำลังให้นักรบเหล็ก
ทันทีที่นักรบเหล็กปรากฏตัวขึ้น พลังปราณที่ส่งออกมาจากร่างของมันเทียบเท่ากับขอบเขตพิเศษขั้น 7 ในทันที
เสียวอวี่ยังคงบัพให้มันอย่างต่อเนื่องและความสามารถของมันก็สูงขึ้นจนแตะขอบเขตพิเศษขั้น 8
“คิดว่าหุ่นเชิดแค่ตัวเดี๋ยวจะต้านฉันได้งั้นเหรอ?”
หลังจากที่มันข้ามเข้ามาด้านหลังกำแพง จางฉี่หลิงก็เผชิญหน้ากับนักรบเหล็กที่เสียวอวี่อัญเชิญออกมา อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงหยิ่งผยองว่า “ช่างไร้เดียงสาจริง ๆ”
พูดจบจางฉี่หลิงก็ขยับเข้ามาใกล้นักรบเหล็กอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันที่เขาจะหยุดเดินในมือก็เกิดแสงสีดำทมิฬขึ้น
ตอนที่เขาแกว่งแขนก็เผยให้เห็นใบมีดสีดำขนาดใหญ่เชื่อมต่อกับแขนข้างหนึ่งของเขา
ใบมีดวาดผ่านอากาศจนเกิดเสียงแหลมเสียดหู หลังจากนั้นก็ปะทะเข้าใส่โล่ขนาดใหญ่ของนักรบเหล็ก
ในเวลานี้เองแรงสั่นสะเทือนที่มองไม่เห็นก็ปะทะเข้าใส่ร่างของนักรบเหล็กอย่างแรง
แกรก!
เสียงแตกกระจายดังขึ้น โล่เหล็กในมือของนักรบเหล็กแยกออกจากกันหลายเส้นก่อนจะขยายเป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่อง
หลังจากที่ใบมีดเจาะและปะทะเข้ากลางโล่เหล็ก ใบมัดก็ยังระดมแทงเข้าใส่โล่เหล็กอย่างไม่หยุด
ด้วยเหตุนี้โล่จึงพลังทลายลงเร็วยิ่งขึ้น!
ระยะเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ โล่ก็แตกกระจุยกระจายเป็นเสี่ยง ๆ และร่วงกราวลงสู่พื้น
ใบมีดสีดำทมิฬไม่ได้หยุดลงแค่นั้น หลังจากทำลายโล่สำเร็จใบมีดก็เจาะเข้าที่ร่างของนักรบเหล็กอย่างดุเดือด ร่างกายของนักรบเหล็กไม่ได้แข็งแรงเท่ากับโล่เหล็กก่อนหน้านี้
เพียงแค่ชั่วพริบตา ใบมีดสีดำทมิฬก็เจาะทะลุผ่านเข้าร่างของนักรบเหล็กทันที
“เสียวอวี่!”
จั่วมู่ตะโกนเสียงดังและวิ่งตรงเข้ามา ตอนที่ร่างของเธอเพิ่งจะผ่านช่องกำแพงเข้ามา เสียวอวี่ก็พบว่าใบมีดเล่มนั้นกำลังทะลุร่างของนักรบเหล็กและจ่อมาที่หน้าของเธอ
ต้านไม่อยู่แล้ว!
เสียวอวี่มองนักรบเหล็กที่น่าจะต้านการโจมตีได้อีกไม่นานด้วยสีหน้าระทมทุกข์
ร่างเล็ก ๆ ของเธอถ้าหากถูกใบมีดเล่มนี้แทงเข้าใส่คงแยกออกเป็นสองส่วนแน่ ๆ
คิดเช่นนี้ เธอก็เหลือบมองเซี่ยฮุยด้วยความกังวล แต่จู่ ๆ เธอก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังมองใบมีดดำทมิฬด้วยสีหน้าแปลกประหลาด เขาไม่ได้แสดงสีหน้าและแววตาหวาดกลัวเหมือนกับคนที่กำลังจะเจอความตายเลยแม้แต่น้อย
เสียวอวี่รู้สึกแค้นใจจนขบฟันแน่น ถ้าหากไม่ใช่เพราะมีเซี่ยฮุยอยู่ที่นี่ เธอคงกระโดดหลบได้นานแล้ว และด้วยความแข็งแกร่งของเธอยังไงก็สามารถหลบการโจมตีในครั้งนี้ได้แน่นอน
แต่ในฐานะที่เธอจะเป็นหนึ่งในสมาชิกของหน่วยลาดตระเวน เธอจะละทิ้งประชาชนตาดำ ๆ ไม่ได้อย่างเด็ดขาด เธอเคยให้คำสาบานแล้วว่าเธอจะไม่ทำเรื่องเช่นนี้เป็นอันขาด
สมองของเธอเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าชีวิตของผู้มีความสามารถในการฮีลอย่างเธอช่างน่าเวทนาเสียเหลือเกิน และเธอกำลังจะถูกศัตรูเข้าใกล้ในระยะประชิดเสียแล้ว
ถ้าหากการคุ้มกันของนักรบเหล็กล้มเหลว แม้แต่ความสามารถในการต้านการโจมตีก็อย่าได้หวัง
คงต้องตายแล้วล่ะ!
เธอมองไปที่ใบมีดสีดำทมิฬที่กำลังเข้าใกล้ตัวเองด้วยสายตาสิ้นหวัง
เธอเบือนหน้าหันไปมองจั่วมู่ที่กำลังวิ่งเข้ามา เธอไม่อยากเห็นสีหน้าเศร้าโศกของหัวหน้าทีมของเธอเลย
เธอหลับตาลง “หัวหน้า ไม่ทันแล้วล่ะ...”
หนึ่งวินาที...สองวินาที...
แต่แล้วความเจ็บปวดที่เธอคาดการณ์ไว้ก็ยังไม่มาถึง!
ฟู่!
เธอรู้สึกได้ถึงลมมวลใหญ่ที่พัดผ่านเกมไปจึงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
วินาทีนั้นเธอเห็นเงาหนึ่งเข้ามาขวางตรงหน้าเธอ และกำลังดึงหมัดกลับมาอย่างช้า ๆ
“หา?”
สมองของเสียวอวี่มีเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ลอยอยู่ในนั้น ความรู้สึกของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและวุ่นวาย
พ่อหนุ่มคนนั้น?
“เจ้าหนู นายเป็นใครกันแน่”
จางฉี่หลิงที่กำลังโจมตีเข้าใส่พวกเขาหยุดชะงักไปอย่างฉับพลัน จู่ ๆ เขาก็มองมาที่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าสาวน้อยหน่วยลาดตระเวนคนนั้น หมัดเพียงหมัดเดียวทำให้ใบมีดทมิฬของเขาแตกเป็นเสี่ยง ๆ สิ่งนี้ทำให้เขาต้องเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
“ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ”
เซี่ยฮุยคลายหมัดของตัวเอง จากนั้นก็จัดระเบียบปกคอเสื้อของตัวเองให้เข้าที่
เขาพูดเสียงเรียบ “ฉันก็เป็นแค่นักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่งเท่านั้น”
นักเรียนมัธยมปลายบ้าบออะไรกัน!
จางฉี่หลิงแอบสบถด่าอยู่ภายในใจ จะมีใครเคยเห็นนักเรียนมัธยมปลายสามารถต่อกรและโจมตีผู้มีความสามารถขอบเขตพิเศษขั้น 8 ได้แบบสบาย ๆ ขนาดนี้บ้าง?
“ฉันไม่สนหรอกนะว่านายจะเป็นใคร”
จางฉี่หลิงกวาดตามองเซี่ยฮุย แต่เขากลับไม่สามารถตรวจจับพลังลมปราณของผู้มีความสามารถขอบเขตพิเศษจากร่างกายของเด็กคนนี้แม้แต่น้อย
ตอนที่อีกฝ่ายเข้ามาขวางการโจมตีของเขาก็ใช้แค่พลังทางกายภาพเท่านั้น
หลังจากข่มความรู้สึกกังวลใจที่ผุดขึ้นมาภายในใจ จางฉี่หลิงก็โจมตีเซี่ยฮุยอีกครั้งด้วยการเปิดใช้พลังลมปราณทั้งหมดที่มีของขอบเขตพิเศษขั้น 8
หมอกสีดำในมือของเขาหลอมรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นกระบี่หนึ่งเล่มและแทงเข้าใส่เซี่ยฮุยในทันที
“ไปตายซะ!”
คนที่ตายคือนายต่างหากล่ะ!
เซี่ยฮุยพูดในใจเบา ๆ เขาเปิดใช้พลังลมปราณขั้น 9 อย่างฉับพลัน ท่าทางของเขาราวกับสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่นและผายกรงเล็บของตัวเองออกมา วินาทีนั้นพลังปราณที่ถูกส่งออกมาก็สร้างความตกตะลึงให้กับพวกเขาจนยากเกินกว่าที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้
“นี่มันอะไรกัน?”
เมื่อเห็นพลังปราณที่น่าทึ่งถูกส่งออกมาจากร่างของเซี่ยฮุย จางฉี่หลิงที่กำลังจะเข้าใกล้เขาก็เปล่งเสียงตะโกนออกมา “เป็นไปได้ยังไงกัน ขอบเขตพิเศษขั้น 9”
ขอบเขตพิเศษขั้น 9!
เสียวอวี่ที่ยืนอยู่ด้านหลังเซี่ยฮุยมองเห็นพลังลมปราณที่เซี่ยฮุยเรียกออกมาได้อย่างชัดเจน ดวงตาของเธอเป็นประกายระยิบระยับราวกับเม็ดคริสตัล
ขั้น 9!
จั่วมู่ที่เพิ่งจะข้ามกำแพงเข้ามาด้านในเห็นจางฉี่หลิงหยุดชะงักไปชั่วขณะ เธอก็แสดงสีหน้าประหลาดใจและดีใจออกมาในเวลาเดียวกัน
ความแข็งแกร่งที่เซี่ยฮุยปล่อยออกมาให้เห็นทำให้จั่วมู่รู้สึกประหลาดใจไปชั่วขณะเช่นกัน
แต่เธอไม่คิดจะปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ เธอรีบเพิ่มความเร็วและยื่นมือไปด้านหน้าเพื่อตบเข้าที่กลางหลังของจางฉี่หลิง
ฝ่ามือของจั่วมู่ปะทะเข้าใส่ร่างของจางฉี่หลิงได้รวดเร็วเป็นอย่างมาก
ร่างของเธอลอยขึ้นจากพื้นก่อนจะทะยานมาด้านหน้าเป็นเส้นโค้งด้วยการเคลื่อนไหวที่งดงามเป็นอย่างมาก
วินาทีที่ร่างของเธอเหยียบลงกับพื้น เธอก็ขยับเข้ามาใกล้ด้านหลังของจางฉี่หลิง
สามลมหายใจ!
เมื่อเห็นฝ่ามือของจั่วมู่กำลังปะทะเข้าใส่หลังของตัวเอง จางฉี่หลิงก็กลับมามีสติอีกครั้งหลังจากที่ชะงักไปเมื่อรู้ว่าเซี่ยฮุยเปลี่ยนเป็นผู้มีฝีมือระดับสูงขอบเขตขั้น 9
จางฉี่หลิงรีบหมุนตัวกลับไปหาจั่วมู่อย่างรวดเร็ว และใช้กระบี่ยาวสีดำในมือต้านฝ่ามือของจั่วมู่ไว้
จั่วมู่เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกตกใจขึ้นมา เธอรู้ดีว่าฝ่ามือของเธอไม่มีทางที่จะต้านการโจมตีจากกระบี่ในมือของจางฉี่หลิงได้แน่ ๆ
แต่ตอนนี้ร่างของเธอพุ่งเข้ามาใกล้ขนาดนี้แล้ว คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้
ในช่วงเวลาที่กระชั้นชิดเช่นนี้ จั่วมู่จากเดิมที่เป็นผู้ลอบโจมตี ท้ายที่สุดเธอก็กลับกลายเป็นผู้ถูกสังหารเสียอย่างนั้น
จบเห่แล้ว!
จั่วมู่มองกระบี่ที่กำลังส่งตรงมาที่เธอด้วยความสิ้นหวัง
นี่คือการเพิกเฉยงั้นเหรอ?
เมื่อเห็นจางฉี่หลิงเปลี่ยนเป้าหมายไปทางอื่น เซี่ยฮุยก็เกิดคำถามผุดขึ้นมาในใจ ในเมื่อเขาตัดสินใจที่จะลงมือ เขาก็จะไม่ปล่อยให้จั่วมู่ถูกสังหารแน่นอน
กระโดดตลบมิติ!
เขาขยับขาเล็กน้อยและพุ่งตัวไปขวางด้านหน้าของจั่วมู่ จากนั้นก็ใช้หมัดกระแทกเข้าใส่กระบี่ของจางฉี่หลิงที่กำลังฟาดลงมา
“ปัง!”
เป้าหมายของจางฉี่หลิงในครั้งนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เป็นเพราะความเร็วของเซี่ยฮุยที่รวดเร็วเกินไป เขาจึงสามารถย้ายมาหยุดอยู่ตรงหน้าจั่วมู่และต้านการโจมตีด้วยกระบี่ได้ทันท่วงที
หมัดและกระบี่ที่ปะทะเข้าหากันด้วยพลังจากขอบเขตขั้น 9 และ 8 การโจมตีนี้ไม่ใช้พลังในระดับที่เท่ากัน
ใบมีดของกระบี่สีดำทมิฬแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ทันทีที่ปะทะเข้ากับหมัดของเซี่ยฮุย
เขาคือผู้มีความสามารถขอบเขตพิเศษขั้น 9 จริง ๆ
จางฉี่หลิงโยนกระบี่ในมือทิ้ง จากนั้นในมือของเขาก็ปรากฏกระบี่สีดำแบบเดียวกันกับก่อนหน้านี้ขึ้นมาอีกหนึ่งเล่ม
แม้ว่าจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อกับหมัดของเซี่ยฮุย แต่การใช้อาวุธก็ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเพิ่มความมั่นใจขึ้นมาเล็กน้อย
“รางวัลนำจับของเขาเท่าไหร่?”
“หา......”
เมื่อได้ยินเซี่ยฮุยถามโพล่งขึ้นมา จั่วมู่ก็ชะงักไปเล็กน้อย
หลังจากตั้งสติได้อีกครั้ง เธอก็เข้าใจความหมายของชายหนุ่มผู้มีความสามารถขอบเขตขั้น 9 คนนี้ทันที เธอจึงรีบตอบกลับไป “100,000 เหรียญ”
“ค่าตัวนายสูงเหมือนกันนะเนี่ย?”
เซี่ยฮุยยิ้มให้จางฉี่หลิงด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย “ว่าไง? คิดจะสู้ต่ออีกเหรอ? หลังจากนี้ฉันไม่ออมมือแล้วนะ”
จางฉี่หลินถมน้ำลายปนเลือดออกมา การโจมตีเมื่อครู่ไม่ได้ทำให้เขาบาดเจ็บ แต่เป็นเพราะเขาถูกทำลายกระบี่ยาวไปก่อนหน้านี้ ดังนั้นพลังปราณที่อยู่ภายในร่างกายจึงถูกทำลาย
คำพูดของเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าแสดงเจตนารมณ์ให้เขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายไม่ปล่อยเขาไปแน่
“อย่าได้ใจให้มันมากนัก ถ้าหากฉันระเบิดตัวเอง ฉันคิดว่านายเองก็คงจะคุ้มกันคนพวกนี้ให้ปลอดภัยไม่ได้หรอกนะ”
ระหว่างที่พูดสายตาของจางฉี่หลิงก็แสดงออกถึงความโหดเหี้ยมออกมา “อีกอย่าง...โรงแรมแห่งนี้ก็มีประชาชนตาดำ ๆ ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เยอะแยะเลยไม่ใช่เหรอ”
“โอ้โห...”
เซี่ยฮุยแสดงสีหน้าออกมาราวกับสิ่งนี้อยู่เหนือความคาดหมายของเขา เขาคลายหมัดและยักไหล่ “นายจับจุดได้แล้วสินะ!”
เมื่อเห็นว่าเหล่าหน่วยลาดตระเวนกำลังเดินเข้ามาห้อมล้อมไว้ เซี่ยฮุยก็กระซิบถามคนที่อยู่ข้างหลังเขา “พวกเธอคิดจะทำยังไงต่อ?”
“ประชาชนที่อยู่ที่นี่ถูกเคลื่อนย้ายออกไปจากโรงแรมแห่งนี้ทั้งหมดแล้ว”
จั่วมู่ที่ยืนอยู่ด้านหลังเซี่ยฮุยกระซิบบอกเขา “ถ้าหากเป็นไปได้ รบกวนช่วยเหลือพวกเราหน่อยเถอะนะ อย่าปล่อยให้เขาหนีออกไปได้”
เซี่ยฮุยแสดงสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น
หลังจากนั้นเขาก็หันไปพูดกับจางฉี่หลิง “ฉันเป็นแค่นักเรียนมัธยมปลายธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น นายกดดันฉันไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก”
“ถ้านายอยากจะระเบิดตัวเองก็ตามสบายเลย”
หลังจากพูดด้วยเสียงเรียบ เซี่ยฮุยก็ก้าวเท้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าจางฉี่หลิงและซัดหมัดออกไปอีกครั้ง
“นาย...”
จางฉี่หลิงที่กำลังจะเปิดใช้พลังเพื่อระเบิดตัวเอง แต่เขาก็พบว่าหมัดของเซี่ยฮุยกำลังจ่อมาที่แก่นกลางความสามารถของเขาพอดิบพอดี จึงทำให้เขาไม่สามารถทำตามแผนที่วางไว้ได้
“พรวด!”
จางฉี่หลิงกระอักเลือดออกมา จากนั้นร่างของเขาก็กระเด็นลอยออกไปตามแรงกระแทกของหมัด
หลังจากที่ร่างทะลุกำแพงไปหลายห้อง ในที่สุดพลังบนร่างกายของเขาก็มลายหายไป
กำแพงห้องเกิดเป็นรูขนาดใหญ่หลายห้อง ตอนที่มองไปยังห้องสุดท้ายที่จางฉี่หลิงนอนอยู่ก็พบว่าอีกฝ่ายนอนหมดสติและอยู่ในอาการโคม่าเสียแล้ว
เซี่ยฮุยเก็บหมัดของตัวเอง เขาหันมามองคนอื่น ๆ อีกห้าคนที่กำลังจ้องมองมาด้วยความตกตะลึง จึงยกมือขึ้นมาถูปลายจมูกแก้เขินและยิ้มแห้ง ๆ
“โทษที เผลอใช้พลังมากไปหน่อย”