ยอดมนุษย์ทะลุเกมกลายพันธุ์

    บทที่ 56 ฉันคือนักเรียนมัธยมปลาย

     

    “โอเค!”

     

    สิ้นสุดเสียง เสียวอวี่ก็รีบบัพให้จั่วมู่ทันที

     

    หลังจากที่จั่วมู่ได้รับการบัพแล้ว เธอก็รีบดีดตัวขึ้นจากเตียงและเพิ่มความเร็วพุ่งตัวกลับเข้าไปอีกห้องหนึ่งผ่านกำแพงที่เป็นรูกว้าง เพื่อร่วมต่อสู้กับคนอื่น ๆ ที่อยู่ในนั้น

     

    หลังจากที่เธอเข้าร่วมทีม จากสถานการณ์ที่เริ่มไม่ค่อยสู้ดีก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง

     

    ความแข็งแกร่งของจั่วมู่เดิมทีเธอคือผู้มีความสามารถสูงสุดของขอบเขตพิเศษขั้น 7 แต่หลังจากที่ได้รับการบัพของเสียวอวี่ เธอจึงมีความสามารถเทียบเท่ากับขอบเขตพิเศษขั้น 8

     

    ดังนั้นการเผชิญหน้ากับเงาดำที่มีความแข็งแกร่งสูงสุดของขอบเขตพิเศษขั้น 8 จึงทำให้การต่อสู้เริ่มมีสีสันขึ้นมา

     

    เนื่องจากทั้งสี่คนเป็นเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ด้วยกันมานาน พวกเขาจึงเข้าใจและคุ้นชินกับความสามารถของทุกคน การต่อสู้แบบร่วมมือกันทำให้พวกเขากลับมาได้เปรียบอีกครั้ง

     

    ถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาด ก็คงเหลือแค่เวลาที่จะทำให้เงาดำนี้ได้รับความพ่ายแพ้

     

    แต่เนื่องจากถูกยื้อเวลามานาน เงาดำก็เริ่มจะไหวตัวทันแล้วเช่นกัน

     

    หลังจากฝ่ากลุ่มทั้งสี่ออกมา เงาดำก็มาหยุดอยู่ข้าง ๆ กำแพงและหยุดการโจมตีอย่างฉับพลัน

     

    “ฟู่...ฟู่...”

     

    จั่วมู่และคนอื่น ๆ ก็หยุดโจมตีเช่นกัน พวกเธอห้อมล้อมเงาดำไว้เป็นรูปทรงใบพัด

     

    พวกเธอหายใจอย่างแผ่วเบา แต่เนื่องจากการต่อสู้ที่ดุเดือดก่อนหน้านี้จึงทำให้ลมหายใจของพวกเธอเริ่มไม่เป็นจังหวะ

     

    จั่วมู่มองไปยังเงาดำพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด “จางฉี่หลิง ทางที่ดีที่สุดคือยอมมอบตัวซะเถอะ วันนี้อย่าคิดว่าจะหนีออกไปจากที่นี่ได้เพราะพวกเราล้อมนายไว้ทุกทางแล้ว”

     

    “หึหึ...”

     

    เงาดำหัวเราะด้วยน้ำเสียงแปลกประหลาด หมอกสีดำที่ปกคลุมอยู่รอบตัวค่อย ๆ กระจายออกอย่างช้า ๆ จนเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง

     

    ใบหน้าของเขาขาวโพลนผิดปกติราวกับไม่เคยเจอแสงอาทิตย์มาก่อน แต่กลับดูมีความอ่อนโยนในมาดของนักวิชาการ

     

    ช่างเป็นเรื่องยากเกินกว่าที่จะจินตนาการได้จริง ๆ ว่าคนคนนี้คืออาชญากรที่ก่อคดีสำคัญมากมาย

     

    จางฉี่หลิงมองจั่วมู่และคนอื่น ๆ จากนั้นก็เอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงไม่แยแสว่า “ล้อมไว้หมดแล้วงั้นเหรอ? พวกเธอคิดว่าจะเอาชนะฉันได้อย่างนั้นสิ?”

     

    ระหว่างที่พูด จางฉี่หลิงก็หันไปมองเซี่ยฮุยที่อยู่ข้าง ๆ “เจ้าเด็กนั่นคงเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาสินะ ด้วยความเร็วของฉัน พวกเธอคิดว่าจะขวางฉันได้เหรอ?”

     

    คำพูดที่ทรงพลังของจางฉี่หลิงทำให้จั่วมู่และคนอื่น ๆ เกิดอาการเลิกลักด้วยความตกใจ

     

    ระหว่างที่ทุกคนกำลังตื่นตระหนก ดวงตาของจางฉี่หลิงก็เกิดแสงสว่างจาง ๆ ขึ้น

     

    หลังจากนั้นร่างของเขาก็ขยับเล็กน้อยเพื่อฝ่าวงล้อมของทั้งสี่คนและพุ่งเข้าใส่เซี่ยฮุยภายในชั่วพริบตา

     

    “เสียวอวี่คุ้มกันเขาไว้”

     

    จั่วมู่หน้าถอดสี เธอไหวตัวได้อย่างรวดเร็วเป็นคนแรก

     

    แม้ว่าเสียวอวี่จะเป็นแค่ผู้มีความสามารถในการฮีลขอบเขตพิเศษขั้น 6 แต่ความสามารถเมื่ออยู่ในสนามต่อสู้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลย

     

    เมื่อเห็นจางฉี่หลิงกำลังพุ่งตรงมาทางเซี่ยฮุย เธอก็รีบขยับตัวมาขวางตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็ว

     

    “คุ้มกัน!”

     

    สิ้นสุดเสียงของเธอ นักรบเหล็กขนาดใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้นในวงเวทย์ทรงกลม

     

    นักรบเหล็กมีรูปร่างสูงใหญ่จนเกือบจะติดกำแพง

     

    ในมือของมันมีโล่เหล็กขนาดใหญ่ ทันทีที่มันปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเสียวอวี่ นักรบเหล็กก็ยกโล่ขึ้นมาขวางไว้ในทันที

     

    หลังจากที่พวกเขาทั้งสองเข้ามาขวางไว้ ในเวลาเดียวกันแสงสีเขียวหม่นก็ปรากฏขึ้นหลายสายและเจาะทะลุเข้าไปอยู่ในร่างของนักรบเหล็ก

     

    มันคือการบัพของเสียวอวี่ที่เสริมกำลังให้นักรบเหล็ก

     

    ทันทีที่นักรบเหล็กปรากฏตัวขึ้น พลังปราณที่ส่งออกมาจากร่างของมันเทียบเท่ากับขอบเขตพิเศษขั้น 7 ในทันที

     

    เสียวอวี่ยังคงบัพให้มันอย่างต่อเนื่องและความสามารถของมันก็สูงขึ้นจนแตะขอบเขตพิเศษขั้น 8

     

    “คิดว่าหุ่นเชิดแค่ตัวเดี๋ยวจะต้านฉันได้งั้นเหรอ?”

     

    หลังจากที่มันข้ามเข้ามาด้านหลังกำแพง จางฉี่หลิงก็เผชิญหน้ากับนักรบเหล็กที่เสียวอวี่อัญเชิญออกมา อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงหยิ่งผยองว่า “ช่างไร้เดียงสาจริง ๆ”

     

    พูดจบจางฉี่หลิงก็ขยับเข้ามาใกล้นักรบเหล็กอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันที่เขาจะหยุดเดินในมือก็เกิดแสงสีดำทมิฬขึ้น

     

    ตอนที่เขาแกว่งแขนก็เผยให้เห็นใบมีดสีดำขนาดใหญ่เชื่อมต่อกับแขนข้างหนึ่งของเขา

     

    ใบมีดวาดผ่านอากาศจนเกิดเสียงแหลมเสียดหู หลังจากนั้นก็ปะทะเข้าใส่โล่ขนาดใหญ่ของนักรบเหล็ก

     

    ในเวลานี้เองแรงสั่นสะเทือนที่มองไม่เห็นก็ปะทะเข้าใส่ร่างของนักรบเหล็กอย่างแรง

     

    แกรก!

     

    เสียงแตกกระจายดังขึ้น โล่เหล็กในมือของนักรบเหล็กแยกออกจากกันหลายเส้นก่อนจะขยายเป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่อง

     

    หลังจากที่ใบมีดเจาะและปะทะเข้ากลางโล่เหล็ก ใบมัดก็ยังระดมแทงเข้าใส่โล่เหล็กอย่างไม่หยุด

     

    ด้วยเหตุนี้โล่จึงพลังทลายลงเร็วยิ่งขึ้น!

     

    ระยะเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ โล่ก็แตกกระจุยกระจายเป็นเสี่ยง ๆ และร่วงกราวลงสู่พื้น

     

    ใบมีดสีดำทมิฬไม่ได้หยุดลงแค่นั้น หลังจากทำลายโล่สำเร็จใบมีดก็เจาะเข้าที่ร่างของนักรบเหล็กอย่างดุเดือด ร่างกายของนักรบเหล็กไม่ได้แข็งแรงเท่ากับโล่เหล็กก่อนหน้านี้

     

    เพียงแค่ชั่วพริบตา ใบมีดสีดำทมิฬก็เจาะทะลุผ่านเข้าร่างของนักรบเหล็กทันที

     

    “เสียวอวี่!”

     

    จั่วมู่ตะโกนเสียงดังและวิ่งตรงเข้ามา ตอนที่ร่างของเธอเพิ่งจะผ่านช่องกำแพงเข้ามา เสียวอวี่ก็พบว่าใบมีดเล่มนั้นกำลังทะลุร่างของนักรบเหล็กและจ่อมาที่หน้าของเธอ

     

    ต้านไม่อยู่แล้ว!

     

    เสียวอวี่มองนักรบเหล็กที่น่าจะต้านการโจมตีได้อีกไม่นานด้วยสีหน้าระทมทุกข์

     

    ร่างเล็ก ๆ ของเธอถ้าหากถูกใบมีดเล่มนี้แทงเข้าใส่คงแยกออกเป็นสองส่วนแน่ ๆ

     

    คิดเช่นนี้ เธอก็เหลือบมองเซี่ยฮุยด้วยความกังวล แต่จู่ ๆ เธอก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังมองใบมีดดำทมิฬด้วยสีหน้าแปลกประหลาด เขาไม่ได้แสดงสีหน้าและแววตาหวาดกลัวเหมือนกับคนที่กำลังจะเจอความตายเลยแม้แต่น้อย

     

    เสียวอวี่รู้สึกแค้นใจจนขบฟันแน่น ถ้าหากไม่ใช่เพราะมีเซี่ยฮุยอยู่ที่นี่ เธอคงกระโดดหลบได้นานแล้ว และด้วยความแข็งแกร่งของเธอยังไงก็สามารถหลบการโจมตีในครั้งนี้ได้แน่นอน

     

    แต่ในฐานะที่เธอจะเป็นหนึ่งในสมาชิกของหน่วยลาดตระเวน เธอจะละทิ้งประชาชนตาดำ ๆ ไม่ได้อย่างเด็ดขาด เธอเคยให้คำสาบานแล้วว่าเธอจะไม่ทำเรื่องเช่นนี้เป็นอันขาด

     

    สมองของเธอเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าชีวิตของผู้มีความสามารถในการฮีลอย่างเธอช่างน่าเวทนาเสียเหลือเกิน และเธอกำลังจะถูกศัตรูเข้าใกล้ในระยะประชิดเสียแล้ว

     

    ถ้าหากการคุ้มกันของนักรบเหล็กล้มเหลว แม้แต่ความสามารถในการต้านการโจมตีก็อย่าได้หวัง

     

    คงต้องตายแล้วล่ะ!

     

    เธอมองไปที่ใบมีดสีดำทมิฬที่กำลังเข้าใกล้ตัวเองด้วยสายตาสิ้นหวัง

     

    เธอเบือนหน้าหันไปมองจั่วมู่ที่กำลังวิ่งเข้ามา เธอไม่อยากเห็นสีหน้าเศร้าโศกของหัวหน้าทีมของเธอเลย

     

    เธอหลับตาลง “หัวหน้า ไม่ทันแล้วล่ะ...”

     

    หนึ่งวินาที...สองวินาที...

     

    แต่แล้วความเจ็บปวดที่เธอคาดการณ์ไว้ก็ยังไม่มาถึง!

     

    ฟู่!

     

    เธอรู้สึกได้ถึงลมมวลใหญ่ที่พัดผ่านเกมไปจึงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

     

    วินาทีนั้นเธอเห็นเงาหนึ่งเข้ามาขวางตรงหน้าเธอ และกำลังดึงหมัดกลับมาอย่างช้า ๆ

     

    “หา?”

     

    สมองของเสียวอวี่มีเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ลอยอยู่ในนั้น ความรู้สึกของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและวุ่นวาย

     

    พ่อหนุ่มคนนั้น?

     

    “เจ้าหนู นายเป็นใครกันแน่”

     

    จางฉี่หลิงที่กำลังโจมตีเข้าใส่พวกเขาหยุดชะงักไปอย่างฉับพลัน จู่ ๆ เขาก็มองมาที่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าสาวน้อยหน่วยลาดตระเวนคนนั้น หมัดเพียงหมัดเดียวทำให้ใบมีดทมิฬของเขาแตกเป็นเสี่ยง ๆ สิ่งนี้ทำให้เขาต้องเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

     

    “ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ”

     

    เซี่ยฮุยคลายหมัดของตัวเอง จากนั้นก็จัดระเบียบปกคอเสื้อของตัวเองให้เข้าที่

     

    เขาพูดเสียงเรียบ “ฉันก็เป็นแค่นักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่งเท่านั้น”

     

    นักเรียนมัธยมปลายบ้าบออะไรกัน!

     

    จางฉี่หลิงแอบสบถด่าอยู่ภายในใจ จะมีใครเคยเห็นนักเรียนมัธยมปลายสามารถต่อกรและโจมตีผู้มีความสามารถขอบเขตพิเศษขั้น 8 ได้แบบสบาย ๆ ขนาดนี้บ้าง?

     

    “ฉันไม่สนหรอกนะว่านายจะเป็นใคร”

     

    จางฉี่หลิงกวาดตามองเซี่ยฮุย แต่เขากลับไม่สามารถตรวจจับพลังลมปราณของผู้มีความสามารถขอบเขตพิเศษจากร่างกายของเด็กคนนี้แม้แต่น้อย

     

    ตอนที่อีกฝ่ายเข้ามาขวางการโจมตีของเขาก็ใช้แค่พลังทางกายภาพเท่านั้น

     

    หลังจากข่มความรู้สึกกังวลใจที่ผุดขึ้นมาภายในใจ จางฉี่หลิงก็โจมตีเซี่ยฮุยอีกครั้งด้วยการเปิดใช้พลังลมปราณทั้งหมดที่มีของขอบเขตพิเศษขั้น 8

     

    หมอกสีดำในมือของเขาหลอมรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นกระบี่หนึ่งเล่มและแทงเข้าใส่เซี่ยฮุยในทันที

     

    “ไปตายซะ!”

     

    คนที่ตายคือนายต่างหากล่ะ!

     

    เซี่ยฮุยพูดในใจเบา ๆ เขาเปิดใช้พลังลมปราณขั้น 9 อย่างฉับพลัน ท่าทางของเขาราวกับสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่นและผายกรงเล็บของตัวเองออกมา วินาทีนั้นพลังปราณที่ถูกส่งออกมาก็สร้างความตกตะลึงให้กับพวกเขาจนยากเกินกว่าที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

     

    “นี่มันอะไรกัน?”

     

    เมื่อเห็นพลังปราณที่น่าทึ่งถูกส่งออกมาจากร่างของเซี่ยฮุย จางฉี่หลิงที่กำลังจะเข้าใกล้เขาก็เปล่งเสียงตะโกนออกมา “เป็นไปได้ยังไงกัน ขอบเขตพิเศษขั้น 9”

     

    ขอบเขตพิเศษขั้น 9!

     

    เสียวอวี่ที่ยืนอยู่ด้านหลังเซี่ยฮุยมองเห็นพลังลมปราณที่เซี่ยฮุยเรียกออกมาได้อย่างชัดเจน ดวงตาของเธอเป็นประกายระยิบระยับราวกับเม็ดคริสตัล

     

    ขั้น 9!

     

    จั่วมู่ที่เพิ่งจะข้ามกำแพงเข้ามาด้านในเห็นจางฉี่หลิงหยุดชะงักไปชั่วขณะ เธอก็แสดงสีหน้าประหลาดใจและดีใจออกมาในเวลาเดียวกัน

     

    ความแข็งแกร่งที่เซี่ยฮุยปล่อยออกมาให้เห็นทำให้จั่วมู่รู้สึกประหลาดใจไปชั่วขณะเช่นกัน

     

    แต่เธอไม่คิดจะปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ เธอรีบเพิ่มความเร็วและยื่นมือไปด้านหน้าเพื่อตบเข้าที่กลางหลังของจางฉี่หลิง

     

    ฝ่ามือของจั่วมู่ปะทะเข้าใส่ร่างของจางฉี่หลิงได้รวดเร็วเป็นอย่างมาก

     

    ร่างของเธอลอยขึ้นจากพื้นก่อนจะทะยานมาด้านหน้าเป็นเส้นโค้งด้วยการเคลื่อนไหวที่งดงามเป็นอย่างมาก

     

    วินาทีที่ร่างของเธอเหยียบลงกับพื้น เธอก็ขยับเข้ามาใกล้ด้านหลังของจางฉี่หลิง

     

    สามลมหายใจ!

     

    เมื่อเห็นฝ่ามือของจั่วมู่กำลังปะทะเข้าใส่หลังของตัวเอง จางฉี่หลิงก็กลับมามีสติอีกครั้งหลังจากที่ชะงักไปเมื่อรู้ว่าเซี่ยฮุยเปลี่ยนเป็นผู้มีฝีมือระดับสูงขอบเขตขั้น 9

     

    จางฉี่หลิงรีบหมุนตัวกลับไปหาจั่วมู่อย่างรวดเร็ว และใช้กระบี่ยาวสีดำในมือต้านฝ่ามือของจั่วมู่ไว้

     

    จั่วมู่เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกตกใจขึ้นมา เธอรู้ดีว่าฝ่ามือของเธอไม่มีทางที่จะต้านการโจมตีจากกระบี่ในมือของจางฉี่หลิงได้แน่ ๆ

     

    แต่ตอนนี้ร่างของเธอพุ่งเข้ามาใกล้ขนาดนี้แล้ว คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้

     

    ในช่วงเวลาที่กระชั้นชิดเช่นนี้ จั่วมู่จากเดิมที่เป็นผู้ลอบโจมตี ท้ายที่สุดเธอก็กลับกลายเป็นผู้ถูกสังหารเสียอย่างนั้น

     

    จบเห่แล้ว!

     

    จั่วมู่มองกระบี่ที่กำลังส่งตรงมาที่เธอด้วยความสิ้นหวัง

     

    นี่คือการเพิกเฉยงั้นเหรอ?

     

    เมื่อเห็นจางฉี่หลิงเปลี่ยนเป้าหมายไปทางอื่น เซี่ยฮุยก็เกิดคำถามผุดขึ้นมาในใจ ในเมื่อเขาตัดสินใจที่จะลงมือ เขาก็จะไม่ปล่อยให้จั่วมู่ถูกสังหารแน่นอน

     

    กระโดดตลบมิติ!

     

    เขาขยับขาเล็กน้อยและพุ่งตัวไปขวางด้านหน้าของจั่วมู่ จากนั้นก็ใช้หมัดกระแทกเข้าใส่กระบี่ของจางฉี่หลิงที่กำลังฟาดลงมา

     

    “ปัง!”

     

    เป้าหมายของจางฉี่หลิงในครั้งนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เป็นเพราะความเร็วของเซี่ยฮุยที่รวดเร็วเกินไป เขาจึงสามารถย้ายมาหยุดอยู่ตรงหน้าจั่วมู่และต้านการโจมตีด้วยกระบี่ได้ทันท่วงที

     

    หมัดและกระบี่ที่ปะทะเข้าหากันด้วยพลังจากขอบเขตขั้น 9 และ 8 การโจมตีนี้ไม่ใช้พลังในระดับที่เท่ากัน

     

    ใบมีดของกระบี่สีดำทมิฬแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ทันทีที่ปะทะเข้ากับหมัดของเซี่ยฮุย

     

    เขาคือผู้มีความสามารถขอบเขตพิเศษขั้น 9 จริง ๆ

     

    จางฉี่หลิงโยนกระบี่ในมือทิ้ง จากนั้นในมือของเขาก็ปรากฏกระบี่สีดำแบบเดียวกันกับก่อนหน้านี้ขึ้นมาอีกหนึ่งเล่ม

     

    แม้ว่าจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อกับหมัดของเซี่ยฮุย แต่การใช้อาวุธก็ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเพิ่มความมั่นใจขึ้นมาเล็กน้อย

     

    “รางวัลนำจับของเขาเท่าไหร่?”

     

    “หา......”

     

    เมื่อได้ยินเซี่ยฮุยถามโพล่งขึ้นมา จั่วมู่ก็ชะงักไปเล็กน้อย

     

    หลังจากตั้งสติได้อีกครั้ง เธอก็เข้าใจความหมายของชายหนุ่มผู้มีความสามารถขอบเขตขั้น 9 คนนี้ทันที เธอจึงรีบตอบกลับไป “100,000 เหรียญ”

     

    “ค่าตัวนายสูงเหมือนกันนะเนี่ย?”

     

    เซี่ยฮุยยิ้มให้จางฉี่หลิงด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย “ว่าไง? คิดจะสู้ต่ออีกเหรอ? หลังจากนี้ฉันไม่ออมมือแล้วนะ”

     

    จางฉี่หลินถมน้ำลายปนเลือดออกมา การโจมตีเมื่อครู่ไม่ได้ทำให้เขาบาดเจ็บ แต่เป็นเพราะเขาถูกทำลายกระบี่ยาวไปก่อนหน้านี้ ดังนั้นพลังปราณที่อยู่ภายในร่างกายจึงถูกทำลาย

     

    คำพูดของเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าแสดงเจตนารมณ์ให้เขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายไม่ปล่อยเขาไปแน่

     

    “อย่าได้ใจให้มันมากนัก ถ้าหากฉันระเบิดตัวเอง ฉันคิดว่านายเองก็คงจะคุ้มกันคนพวกนี้ให้ปลอดภัยไม่ได้หรอกนะ”

     

    ระหว่างที่พูดสายตาของจางฉี่หลิงก็แสดงออกถึงความโหดเหี้ยมออกมา “อีกอย่าง...โรงแรมแห่งนี้ก็มีประชาชนตาดำ ๆ ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เยอะแยะเลยไม่ใช่เหรอ”

     

    “โอ้โห...”

     

    เซี่ยฮุยแสดงสีหน้าออกมาราวกับสิ่งนี้อยู่เหนือความคาดหมายของเขา เขาคลายหมัดและยักไหล่ “นายจับจุดได้แล้วสินะ!”

     

    เมื่อเห็นว่าเหล่าหน่วยลาดตระเวนกำลังเดินเข้ามาห้อมล้อมไว้ เซี่ยฮุยก็กระซิบถามคนที่อยู่ข้างหลังเขา “พวกเธอคิดจะทำยังไงต่อ?”

     

    “ประชาชนที่อยู่ที่นี่ถูกเคลื่อนย้ายออกไปจากโรงแรมแห่งนี้ทั้งหมดแล้ว”

     

    จั่วมู่ที่ยืนอยู่ด้านหลังเซี่ยฮุยกระซิบบอกเขา “ถ้าหากเป็นไปได้ รบกวนช่วยเหลือพวกเราหน่อยเถอะนะ อย่าปล่อยให้เขาหนีออกไปได้”

     

    เซี่ยฮุยแสดงสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น

     

    หลังจากนั้นเขาก็หันไปพูดกับจางฉี่หลิง “ฉันเป็นแค่นักเรียนมัธยมปลายธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น นายกดดันฉันไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก”

     

    “ถ้านายอยากจะระเบิดตัวเองก็ตามสบายเลย”

     

    หลังจากพูดด้วยเสียงเรียบ เซี่ยฮุยก็ก้าวเท้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าจางฉี่หลิงและซัดหมัดออกไปอีกครั้ง

     

    “นาย...”

     

    จางฉี่หลิงที่กำลังจะเปิดใช้พลังเพื่อระเบิดตัวเอง แต่เขาก็พบว่าหมัดของเซี่ยฮุยกำลังจ่อมาที่แก่นกลางความสามารถของเขาพอดิบพอดี จึงทำให้เขาไม่สามารถทำตามแผนที่วางไว้ได้

     

    “พรวด!”

     

    จางฉี่หลิงกระอักเลือดออกมา จากนั้นร่างของเขาก็กระเด็นลอยออกไปตามแรงกระแทกของหมัด

     

    หลังจากที่ร่างทะลุกำแพงไปหลายห้อง ในที่สุดพลังบนร่างกายของเขาก็มลายหายไป

     

    กำแพงห้องเกิดเป็นรูขนาดใหญ่หลายห้อง ตอนที่มองไปยังห้องสุดท้ายที่จางฉี่หลิงนอนอยู่ก็พบว่าอีกฝ่ายนอนหมดสติและอยู่ในอาการโคม่าเสียแล้ว

     

    เซี่ยฮุยเก็บหมัดของตัวเอง เขาหันมามองคนอื่น ๆ อีกห้าคนที่กำลังจ้องมองมาด้วยความตกตะลึง จึงยกมือขึ้นมาถูปลายจมูกแก้เขินและยิ้มแห้ง ๆ

     

    “โทษที เผลอใช้พลังมากไปหน่อย”

    คล้ายกับเรื่องยอดมนุษย์ทะลุเกมกลายพันธุ์ ที่คุณอ่าน

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    218K 196
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357