โถงทางเดินหอศิลา
วานและเซเลสเดินเคียงคู่กันกลับมายังหอศิลา บรรยากาศระหว่างทั้งสองเต็มไปด้วยความเงียบงัน ในระหว่างที่ก้าวเดินนั้น เซเลสััได้ถึงกระแสความรู้สึกบางอย่างที่ส่งผ่านมาจากด้านข้าง เมื่อนางเหลือบมองวาน สายตาที่เขาใช้มองนางในตอนนี้มันช่างแตกต่างจากความเ็าที่เคยได้รับในตอนแรกๆ อย่างสิ้นเชิง
แววตาคู่นั้นของเขามีความห่วงใยเจือจางซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมาเลยก็ตาม
เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงหน้าห้องเรียนของชั้นปีที่ 2 เซเลสเอื้อมมือไปผลักบานประตูเข้าไป ทันทีที่เข้าไปในห้อง ไอวี่ที่ยืนรออยู่ก็รีบทักขึ้นทันที
ไอวี่ "เซเลสหายไปไหนมาเนี่ย? เอ๊ะ... แล้วทำไมถึงกลับมาพร้อมกับเ้าหนุ่มเ็านี่ได้ล่ะ?"
เซเลสตอบกลับเพื่อนสนิทไปตามตรง
เซเลส "เมื่อกี้อาจารย์ใหญ่พาไปที่หอสมุดมาน่ะ"
ไอวี่ "งั้นหรอ แล้วเ้าหนุ่มเ็าคนนั้นล่ะ?"
เซเลส "ระหว่างทางกลับจากหอสมุดก็บังเอิญเจอกันน่ะ เลยเดินกลับมาพร้อมกัน"
ไอวี่นิ่งไปชั่วครู่ ดวงตาของนางจ้องเขม็งไปทางวานด้วยความสงสัยระคนเคลือบแคลง เหมือนกำลังพินิจพิเคราะห์ว่าเหตุใดหนุ่มเ็าผู้นี้ถึงได้เดินเคียงคู่มากับเพื่อนรักของนางได้ สายตาของนางไม่ได้ดูโกรธเคืองแต่กลับเต็มไปด้วยคำถามที่อยากรู้คำตอบ
เมื่อบทสนทนาจบลง เซเลสและไอวี่จึงพากันเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะเรียนซึ่งมีสกายรออยู่ ทั้งสองนั่งลงประจำที่ สกายที่เฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ก่อนแล้วจึงเอ่ยถามขึ้น
สกาย "นี่เซเลส... อาจารย์ใหญ่ตามตัวเธอไปทำอะไร? แล้วมันเกี่ยวข้องกับพิธีอัญเชิญัหรือเปล่า?"
ไอวี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ รีบพยักหน้าเสริมทันที
ไอวี่ "นั่นสิ... นั่นสิ เธอจะบอกพวกเราได้ไหม?"
ใบหน้าของเซเลสเปลี่ยนเป็จริงจังขึ้นมาทันที นางนิ่งไปสักพักเพราะไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี สกายสังเกตเห็นสีหน้าของเพื่อนจึงรีบเปลี่ยนท่าทีทันที
สกาย "เอ๊ะ... หรือว่าฉันถามอะไรแทงใจดำไป? หรือถามอะไรที่ไม่ควรถามหรือเปล่า? ถ้าเธอรู้สึกไม่สะดวกจะตอบ หรือรู้สึกไม่ดี... ฉันขอโทษนะเซเลส"
เซเลสหันมองเพื่อนทั้งสองคนก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่สุภาพขึ้น
เซเลส "... เปล่าหรอกค่ะ แต่เท่าที่ดูแล้ว เื่นี้อาจจะเกี่ยวข้องกับการอัญเชิญัจริงๆ นั่นแหละค่ะ"
สกายลดเสียงลงให้เบาที่สุด พลางมองไปรอบๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงตรงไปตรงมา
สกาย "ตอนที่ฉันกับไอวี่ไปเอาเอกสารจากอาจารย์เวโรนิก้ามาให้อาจารย์คาร์ลอส เราก็ได้ยินพวกอาจารย์ที่อยู่ใกล้ๆ แถวนั้นคุยกันเื่เธออยู่ พวกเขาเครียดกันใหญ่เลยเื่ที่ปีนี้มีนักเรียนคนหนึ่งที่พลังโดดเด่นที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่กลับอัญเชิญัออกมาไม่ได้ เห็นว่ากำลังหารือกันอยู่ว่าจะเอายังไงกับเื่นี้ดี"
ไอวี่ที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ขมวดคิ้วด้วยความกังวล แต่เมื่อเห็นเซเลสเริ่มทำสีหน้าไม่สู้ดีนัก นางจึงรีบเปลี่ยนน้ำเสียงและท่าทีเพื่อไม่ให้เพื่อนรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้ เธอหันมามองเซเลสด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น
ไอวี่ "นี่สกาย... เธออย่าพูดให้เซเลสไม่สบายใจสิ ลองคิดดูสิ ถ้าัของเธอเป็ัที่ไม่ธรรมดา เป็ัที่ทรงพลังกว่าใครในที่นี้ล่ะ? เธอไม่สังเกตเห็นหรือไงสกาย? ตอน่พิธีอัญเชิญของเซเลสเมื่อวานน่ะ ออร่าพลังไฟที่พุ่งออกมามันดูทรงพลังมากเลยนะ นักเรียนทุกคนในงานต่างก็เห็นกันหมด มันอาจจะเป็เพราะว่าัของเธอยิ่งใหญ่เกินกว่าจะถูกอัญเชิญออกมาได้ง่ายๆ ในตอนนี้หรือเปล่า?"
เบลล่าที่นั่งอยู่ที่โต๊ะแถวนั้นเงี่ยหูฟังอยู่ตลอด ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอแล้วพูดแทรกขึ้นมาลอยๆ ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
เบลล่า "ัที่ไม่ธรรมดาอย่างนั้นเหรอ? ตลกสิ้นดี!"
สกายหันขวับไปมองเบลล่าทันที คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ เธอจ้องหน้าอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความระอา
สกาย "เบลล่า... เธอยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจริงๆ นะ"
เบลล่าไม่ได้สะทกสะท้านกับคำพูดนั้นแม้แต่น้อย เธอเพียงแค่ยักไหล่เบาๆ แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติราวกับกำลังพูดเื่สภาพอากาศ
เบลล่า "ฉันก็แค่พูดตามความจริงเท่านั้นแหละสกาย"
ไอวี่เริ่มทนไม่ไหวจนต้องหันไปจ้องเบลล่ากลับด้วยสายตาที่เอาเื่
ไอวี่ "คนเขากำลังคุยกันอยู่ ถ้าเธอไม่มีอะไรดีจะพูด ก็หุบปากไปเลยจะดีกว่านะเบลล่า"
เซเลสที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนทั้งสองคนก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สุภาพและแฝงความจริงจัง
เซเลส "ไม่เป็ไรหรอกค่ะไอวี่... ปล่อยเขาเถอะค่ะ"
เซเลสสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วยิ้มออกมาบางๆ ให้เพื่อนทั้งสองคน
เซเลส "ขอบคุณนะที่คอยเป็ห่วง... แต่ฉันโอเคค่ะ ฉันแค่ต้องพยายามให้มากกว่านี้เท่านั้นเอง"
แม้คำพูดของเซเลสจะดูราบเรียบ แต่ไอวี่และสกายที่นั่งอยู่ข้างๆ กลับทำหน้าไม่สู้ดีนัก ทั้งคู่ยังคงส่งสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความกังวลและเห็นใจมาให้เซเลสไม่หยุด พวกเขาพยายามชวนคุยเื่อื่นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากคำพูดของเบลล่า จนกระทั่งเสียงของอาจารย์คาร์ลอสที่ดังประกาศแทรกขึ้นมาทั่วทั้งโถงใหญ่
อาจารย์คาร์ลอส "นักเรียนทุกคน ฟังทางนี้ หลังจากที่พวกเธอฝึกหนักกันมาตลอดจนถึง่พิธีอัญเชิญั ทางโรงเรียนหลวงของเราจะให้นักเรียนทุกคนได้กลับไปพักผ่อนที่บ้านเป็เวลา 1 เดือน เพื่อฟื้นฟูร่างกาย
ส่วนนักเรียนคนหนึ่งในห้องนี้ที่ยังไม่ผ่านพิธีอัญเชิญั ทางกลุ่มอาจารย์จะคุยกันอีกครั้งว่าจะทำยังไงกันต่อไป เพราะหากปล่อยไว้นาน พลังที่สะสมในร่างกายอาจจะมากเกินกว่าที่เธอจะรับไหว จนส่งผลให้ร่างกายรับไม่ไหวถึงขั้นแตกสลายได้"
หลังจากอาจารย์คาร์ลอสประกาศแจ้งเื่ให้นักเรียนทุกคนทราบ บรรยากาศภายในโถงใหญ่ก็เปลี่ยนไปในทันที แม้จะได้รับข่าวดีเื่การหยุดพักผ่อน แต่การเรียนการสอนยังคงดำเนินต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์เต็มก่อนจะถึงวันหยุดยาว ทำให้นักเรียนทุกคนยังคงต้องมุ่งมั่นศึกษาเล่าเรียนตามตารางเดิมอย่างเคร่งครัด
จนกระทั่งหนึ่งสัปดาห์ผ่านพ้นไป ในที่สุดก็ถึงวันสุดท้ายของการเรียนก่อนจะเข้าสู่่หยุดยาว บรรยากาศภายในหอพักคึกคักไปด้วยเสียงพูดคุยของเหล่านักเรียนที่ต่างพากันรีบจัดการสัมภาระลงหีบด้วยความตื่นเต้น
ในหอพัก
ไอวี่พับเสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายลงหีบ ก่อนจะวางมือแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางหันไปพูดกับเพื่อนด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
ไอวี่ "นี่... จะได้เวลาแยกกันจริงๆ แล้วเหรอเนี่ย เราคงไม่ได้นอนห้องเดียวกันไปอีกนานเลยนะ"
สกายที่กำลังสะพายกระเป๋าหันมามองแล้วทำหน้าเอือมระอาใส่ไอวี่
สกาย "เฮ้อ... เธอนี่นะไอวี่ จริงๆ เลยนะ"
ไอวี่เห็นดังนั้นจึงยิ้มทะเล้นใส่สกาย ก่อนจะหันไปพูดกับเซเลสด้วยน้ำเสียงที่สดใสขึ้น
ไอวี่ "ไม่เป็ไรหรอกน่า ยังไงฉันก็สามารถไปหาเธอที่บ้านได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่รอบนี้เราคงต้องแยกกันกลับไปก่อนนะ เพราะต่างคนต่างก็นัดให้รถม้าที่บ้านมารับไว้แล้ว"
หลังจากร่ำลากันสั้นๆ ทั้งสามคนก็ช่วยกันขนหีบสัมภาระลงมาจากหอพักตรงไปยังบริเวณประตูทางเข้าหลักของโรงเรียน เมื่อเซเลสมาถึงจุดนัดพบเธอก็ยืนรออยู่เพียงครู่เดียว รถม้าหรูหราที่ประดับตกแต่งอย่างประณีตก็ค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาจอดเทียบท่า ทันทีที่ประตูรถเปิดออก มีอาสาวรับใช้ของเซเลสก็รีบก้าวลงมาด้วยท่าทางดีใจจนปิดไม่มิด สีหน้าของเธอเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นที่ได้กลับมาพบคุณหนูของเธออีกครั้งหลังจากไม่ได้เจอกันมานาน
ไอวี่ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เห็นท่าทางดีใจเกินเหตุของมีอาที่ะโลงมาจากรถม้าอย่างไม่รักษามาดก็แทบจะหลุดขำออกมาจนตัวโยน แต่เธอก็รีบยกมือขึ้นปิดปากและกลั้นหัวเราะเอาไว้สุดฤทธิ์ พลางนึกในใจว่าคนบ้านนี้ท่าทางจะมีความตื่นเต้นไม่แพ้กันเลย
เซเลสยิ้มบางๆ ให้เพื่อนทั้งสองก่อนจะบอกลา
เซเลส "เอาล่ะ ถึงเวลาที่ต้องแยกกันจริงๆ แล้วนะ"
หลังจากบอกลากัน ไอวี่และสกายก็เดินแยกตัวออกไป ปล่อยให้เซเลสเดินตรงไปหามีอาที่ยืนรออยู่ เมื่อเธอก้าวขึ้นไปบนรถม้าและนั่งลงบนเบาะที่ปูด้วยผ้ากำมะหยี่นุ่มสบาย มีอาก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามพร้อมกับเปิดบทสนทนาถามไถ่ด้วยรอยยิ้ม
มีอา "คุณหนูของมีอา เป็อย่างไรบ้างคะตลอดหนึ่งปีที่อยู่ที่นี่ สบายดีไหมคะ มีอาคิดถึงแทบแย่ ไว้กลับไปถึงบ้านแล้วค่อยคุยเื่ที่โรงเรียนกันต่อเถอะค่ะ"
เซเลสมองมีอาที่แสดงความห่วงใยออกมาอย่างจริงใจ ความกังวลที่เคยสุมอยู่ในใจตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มมลายหายไป
แม้ตลอด่เวลาที่ผ่านมาเธอจะฝึกฝนอย่างหนักจนถึงพิธีอัญเชิญั ทว่าในตอนที่เธอเค้นพลังทั้งหมดในร่างกายออกมาเพื่อเรียกันั้น พลังมหาศาลกลับตีกลับจนเกินกว่าจะควบคุมได้ แทนที่จะมีัปรากฏกายออกมา พลังนั้นกลับตอบโต้เธอมหาศาลจนแทบควบคุมไม่ได้ ราวกับมีบางอย่างกำลังดื้อดึงอยู่ภายในใจลึกๆ ของเธอ
มันเป็ความรู้สึกอุ่นวาบที่คอยย้ำเตือนถึงตัวตนของพลังซึ่งเธอยังไม่อาจเข้าถึงได้ แต่นั่นก็ยังดีกว่าความรู้สึกว่างเปล่าไร้จุดหมาย... ทว่าบัดนี้ ความอบอุ่นที่ได้รับจากการต้อนรับที่บ้าน กำลังช่วยปลอบประโลมให้จิตใจของเธอสงบลงอย่างน่าประหลาด
หลังจากที่รถม้าเคลื่อนตัวออกจากโรงเรียนและใช้เวลาเดินทางอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเสียงล้อรถที่บดไปบนพื้นถนนกรวดก็ค่อยๆ เงียบลง ขบวนรถหยุดนิ่งอย่างนุ่มนวลเบื้องหน้าประตูรั้วเหล็กดัดขนาดใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเรย์
ทันทีที่ประตูรถม้าเปิดออก กลิ่นอายของสวนดอกไม้ที่คุ้นเคยก็ปะทะเข้ากับใบหน้าของเซเลส พร้อมกับภาพของคฤหาสน์หลังโตที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ซึ่งเป็สัญลักษณ์ของการได้กลับมาถึงบ้านอย่างสมบูรณ์แบบหลังจากห่างหายไปนานหนึ่งปีเต็ม
เซเลสก้าวลงจากรถม้าก่อนจะหันไปถามสาวใช้คนสนิทด้วยความสงสัย
เซเลส "มีอา แล้วท่านพ่อกับท่านแม่ล่ะคะ?"
มีอา "ท่านอีริคเดินทางไปต่างเขตหลายวันแล้วค่ะคุณหนู ส่วนท่านแม่และพี่ชายทั้งสามคนกำลังรอคุณหนูอยู่ด้านในคฤหาสน์ค่ะ"
เซเลสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าเรียบเฉยนั้นปรากฏรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากเป็นัยว่าเธอรู้สึกแปลกใจไม่น้อย
เซเลส "พวกพี่ๆ กลับมาแล้วอย่างนั้นเหรอคะ?"
มีอา "ใช่ค่ะคุณหนู ทั้งสามท่านกลับมาถึงคฤหาสน์ได้เกือบเดือนแล้วค่ะ"
เซเลสพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงเข้าไปยังประตูคฤหาสน์ด้วยท่าทางที่ดูผ่อนคลายขึ้น มีอารีบก้าวเท้าเดินตามหลังไปติดๆ สายตาของสาวใช้มองแผ่นหลังของคุณหนูด้วยความชื่นใจและเปี่ยมไปด้วยความสุข
เธอคิดถึง่เวลาที่ได้คอยดูแลและใกล้ชิดกับเซเลสแบบนี้มาตลอดทั้งปีที่ต้องห่างกันไป การได้เห็นคุณหนูของเธอกลับมาอย่างปลอดภัยและเตรียมตัวที่จะได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวอีกครั้ง ทำให้มีอารู้สึกอิ่มเอมใจจนเผลอยิ้มออกมาอย่างปิดไม่มิด