ทะเลปราณได้สั่นสะเทือน ตราประทับมังกรสีแดงได้ขยับพร้อมกันกับตราประทับมังกรดวงที่ห้ากำลังกระพริบ
ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยของตราประทับมังกร พลังปราณอันแข็งแกร่งและโลหิตได้ถูกปลดปล่อยออกจากร่างกายเจียงเฉิน พลังงานอันมหาศาลทำให้ทุกๆคนที่แอบดูอยู่นั้นอ้าปากค้างได้
พลังปราณอันแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อและโลหิตอันเข้มแข็ง มันแข็งแกร่งอย่างมากสามารถนำไปเทียบกับสัตว์อสูรโบราณได้
'ทักษะร่างแปลงมังกรนั้นทรงพลังยิ่งนัก! ทุกๆครั้งที่ตราประทับมังกรได้ถูกสร้างขึ้นมา พลังปราณและโลหิตของข้าเพิ่มเป็นเท่าตัว ร่างกายของข้ามีความทนทานมากขึ้นและแข็งแรงขึ้น แต่ถ้าจะสามารถแปลงเป็นมังกรและสามารถที่จะบินในท้องฟ้าได้ ยังอีกยาวไกลยิ่งนัก ถ้าข้าสามารถที่จะได้โลหิตของมังกรจริงๆและป้อนแก่ตราประทับมังกรได้ล่ะก็ ทักษะร่างแปลงมังกรก็จะอยู่ในขั้นสมบูรณ์ แต่แย่หน่อยที่มังกรนั้นมีตัวตนอยู่ในยุคโบราณ ไม่มีมังกรแท้จริงในทวีปต้นกำเนิดเซียน'
เจียงเฉินได้คิดกับตนเอง มังกรของจริงนั้นเป็นสายพันธ์ุจากพระเจ้า มันอยู่จุดสูงสุดในบรรดาสิ่งมีชีวิตทั้งปวง การดำรงอยู่ของมันไม่มีสัตว์ชนิดใดสามารถที่จะเปรียบได้ แต่มังกรของจริงไม่มีอีกแล้วในทวีปต้นกำเนิดเซียน เจียงเฉินหวังไว้ว่าจะนำเลือดมังกรของแท้มาใช้ในการบ่มเพาะกับทักษะร่างแปลงมังกรมันเป็นได้แค่ความฝันเท่านั้น
เจียงเฉินลุกขึ้นยืนจากที่ๆเขานั่ง ผลประโยชน์จากการเดินทางไปยังเมืองชื่อยอดเยี่ยมนัก การตัดสินใจที่จะเข้าร่วมกับทางกองคาราวานของเยี่ยนหยวี่โหรวเป็นเรื่องที่ดี ถ้าเขาไม่ได้ร่วมก็คงต้องใช้เวลาอีกยาวนานเพื่อที่จะหายากลั่นวิญญาณ
ตอนนี้จิตวิญญาณของเขาได้ฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์แล้ว และเขาได้มาถึงระดับฉีไห่ขั้นกลางแล้วด้วย ด้วยระดับของเขาตอนนี้สามารถที่จะสู้กับผู้เชี่ยวชาญแก่นแท้มนุษย์และผู้เชี่ยวชาญฉีไห่คนอื่นๆ เขาสามารถที่จะสังหารพวกนั้นได้ทันทีโดยที่ไม่ให้โอกาสที่จะขัดขืนได้เลย
เจียงเฉินได้เดินออกจากลานกว้างและได้เห็นชายแก่สองคนยืนอยู่ห่างๆ พวกเขาได้รับคำสั่งให้มารอที่นี่เพื่อรอเจียงเฉินฟื้นฟูเสร็จ เจียงเฉินรู้จักทั้งสองคน พวกเขาเป็นคนที่ร่วมคาราวานพร้อมกับเจียงเฉิน พวกเขาได้ยืนรอห่างจากที่พักเจียงเฉินประมาณร้อยก้าว
เจียงเฉินยิ้มและชื่นชมเยี่ยนเจิ้นอวิ๋นในการต้อนรับขับสู้ของเขา
เจียงเฉินได้เดินตรงไปยังทั้งสอง เมื่อคนทั้งสองเห็นเจียงเฉินเดินมาพวกเขาได้แสดงออกมาถึงความดีใจออกมา
"น้องเจียงเฉิน เจ้าบ่มเพาะเสร็จแล้วหรือ?"
เยี่ยนซิงเดินตรงมาอย่างรีบร้อนและก้มหัวให้เจียงเฉินอย่างสุภาพแสดงออกถึงความเคารพ เมื่อสองวันที่ผ่านมา พวกเขาได้ทราบว่าเจียงเฉินจะมารักษาเยี่ยนเฉินหยวี่ นั่นเป็นเหตุที่เขาทำตัวสุภาพกับเจียงเฉิน
มีเพียงไม่กี่คนที่ทราบถึงตัวตนแท้จริงของเจียงเฉิน หลังจากนั้นเจียงเฉินยังไม่ได้รักษาเยี่ยนเฉินหยวี่ที เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเจียงเฉินและตระกูลลี ตระกูลเยี่ยนไม่ต้องการให้คนรับรู้เกี่ยวกับเจียงเฉินมากนัก
"ใช่ อาการของคุณหนูเป็นเช่นไรตอนนี้"
เจียงเฉินถามไป
"อาการของนางทรุดตัวลงในทุกๆวันและอาการของนางในวันนี้ทรุดลงกว่าเมื่อวานเสียอีก"
เยี่ยนซิงพูดออกมา
"เข้าใจแล้ว เจ้ากลับไปแจ้งผู้นำตระกูลบอกเขาให้พาคุณหนูมาที่นี่ และบอกให้เขานำสมุนไพรที่สำหรับปรุงโอสถชำระล้างมาด้วย"
หลังจากที่เจียงเฉินพูดจบก็ได้เดินกลับไปยังที่พัก
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เยี่ยนซิงรู้สึกสำลักความสุขและรีบออกไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานหลังจากนั้น เยี่ยนเจิ้นอวิ๋น เยี่ยนหงไท่ และผู้เชี่ยวชาญแก่นแท้มนุษย์คนอื่นๆได้มาอย่างรวดเร็วพร้อมเยี่ยนเฉินหยวี่ที่ตามมาด้านหลังด้วย
เยี่ยนเฉินหยวี่ดูซีดเซียวกว่าที่ผ่านมา ความหนาวเย็นและพลังหยางในร่างกายนางได้ปะทะกันและได้ลดทอนพลังชีวิตของนางทุกวินาที ถ้านางไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที มันจะเป็นไปไม่ได้เลยที่นางจะอยู่รอดพ้นอายุสิบห้าปีไปได้
เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นและคนอื่นๆได้ตรงเข้ามาในห้องและเห็นเจียงเฉินกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้
"น้องเจียงเฉิน ได้ฟื้นฟูเรียบร้อยแล้วหรือ"
เยี่ยนเจิ้นอวิ๋น เอ่ยถาม
"ใช่แล้ว ท่านนำสมุนไพรสำหรับปรุงยาชำระล้างมาหรือไม่"
มองไปเยี่ยนเฉินหยวี่ที่ดูซีดเซียวแล้วเจียงเฉินรู้สึกเจ็บปวดใจของเขา
"ใช่ ข้าได้นำมันมาด้วย"
เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นได้โบกมือของเขาและนำสมุนไพรกว่าโหลออกมาจากกระเป๋าเขา วางไว้บนโต๊ะด้านหน้าเขา
"เยี่ยม พวกนี้เป็นสมุนไพรที่มีคุณภาพดีเยี่ยม ข้าจะเริ่มการปรุงยาตอนนี้เลย ขอให้พวกท่านทั้งหมดออกไปจากห้อง หรือไม่ก็ไปยืนที่มุมโดยห้ามส่งเสียงแม้แต่น้อย"
เจียงเฉินยืนขึ้นช้าๆ พลังหยวนได้ไหลออกมาจากร่างกายของเขา และภายใต้การควบคุมของพลังหยวนทำให้สมุนไพรทั้งหมดลอยขึ้นบนอากาศ
เขาได้หงายฝ่ามือออกมา ปรากฎเปลวเพลิงร้อนแรงขึ้นในอากาศ ภายใต้การควบคุมเพลิงของเจียงเฉิน เปลวเพลิงนั้นเริงระบำดั่งมังกรที่ถูกสร้างขึ้นมาจากเปลวเพลิง
"ช่างควบคุมเพลิงได้แม่นยำอะไรเช่นนี้"
ชายแก่ได้ตะลึงในการกระทำของเจียงเฉิน เขาเป็นถึงนักปรุงยาที่เก่งที่สุดในตระกูลเยี่ยน แม้เขาเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญแก่นแท้มนุษย์ขั้นกลาง เขายังไม่สามารถที่จะควบคุมเปลวเพลิงได้ เขายังคงใช้เตาในการปรุงยา
ชู่ว์ๆๆ............
เจียงเฉินได้ปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมาบางส่วนแล้วไปรวมกับเปลวเพลิง และสมุนไพรทั้งหมดให้ถูกโยนเข้าไปในเปลวเพลิงทั้งหมด
"อะไรน่ะ!"
นักปรุงยาแทบจะตะโกนออกมา ในขั้นตอนการขจัดสิ่งปนเปื้อนเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการปรุงยา โดยเฉพาะเมื่อการปรุงยาแบบโอสถชำระล้าง มันจะขจัดสิ่งปนเปื้อนได้ยากมากๆ ถ้าเขาเป็นคนที่ปรุงโอสถชำระล้างนี่ออกมา เขาจะต้องขจัดสิ่งปนเปื้อนจากสมุนไพรทั้งหมด ทีละชนิด แต่นี่เจียงเฉินโยนเข้าไปในเปลวเพลิงด้วยกันทั้งหมด ในการที่จะขจัดสิ่งปนเปื้อนมันแทบเป็นไปไม่ได้ถ้าหากไม่สามารถที่จะควบคุมจิตวิญญาณได้อย่างสมบูรณ์
เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นและคนอื่นๆตะลึงไปตามๆกัน แม้พวกเขาจะไม่ใช่นักปรุงยา พวกเขาก็เคยดูนักปรุงยาคนอื่นก่อนหน้านี้ แต่พวกเขาไม่เคยเห็นผู้ใดทำเยี่ยงเจียงเฉิน
ทุกๆคนต่างจ้องมองซึ่งกันและกันด้วยสายตาที่ไม่น่าเชื่อ มันยากที่จะจินตนาการว่าเด็กหนุ่มอายุสิบห้าถึงสิบหกปี ได้มีทักษะในการปรุงยาที่น่าทึ่งเช่นนี้
คนผู้นี้มีความสามารถพิเศษ!
แป้กๆๆๆๆ.....
สมุนไพรได้ถูกความร้อนเพลิงเผาไหม้และได้เกิดเสียงแตกขึ้น สิ่งเจือปนที่อยู่ที่สมุนไพรได้ถูกขจัดออกจนหมดสิ้นอย่างรวดเร็ว เจียงเฉินยังจ้องมองไปยังเปลวเพลิงอย่างไม่แยแส หน้าเขายังดูสบายๆอยู่
เยี่ยนเฉินหยวี่ที่ยืนอยู่ที่มุมได้จ้องมองไปยังเจียงเฉินในขณะที่เขากำลังปรุงยาด้วยดวงตาที่งดงาม
ผู้ที่มีความขยันขันแข็งจะเป็นผู้ที่มีความน่าสนใจที่สุด ทุกๆการเคลื่อนไหวของเจียงเฉินมาพร้อมกับความรู้สึกที่ทรงอำนาจที่มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่มี เยี่ยนเฉินหยวี่ได้ทนทุกข์ทรมานและได้อยู่ภายในเรือนพักทุกๆวัน นางไม่เคยได้ออกไปด้านนอกตระกูลเยี่ยน และนางมิเคยพบบุรุษอื่นๆจากด้านนอกตระกูลเยี่ยน เจียงเฉินเป็นคนแรกที่นางได้พบ และเป็นคนที่จะมาช่วยรักษานาง
ฮ่าห์!
ยี่สิบนาทีต่อมาเจียงเฉินได้ตะโกนออกมาเบาๆ พร้อมลดพลังวิญญาณของเขาและเพลิงของเขา ยาเม็ดสีขาวเหมือนนม กำลังหมุนอยู่ตรงหน้าเจียงเฉิน
"สวรรค์! โอสถชำระล้างมันมีประสิทธิภาพเต็มสิบส่วนเพียงแค่ยี่สิบนาทีก็สามารถที่จะปรุงโอสถชำระล้างที่มีประสิทธิภาพเต็มสิบส่วนออกมาได้ เขาจะเป็นแบบอย่างของข้านับแต่นี้"
บรรดานักปรุงยาตระกูลเยี่ยนต่างตกตะลึงและบ้างก็หวาดกลัว หลังจากที่เห็นเจียงเฉินได้ปรุงยาออกมาด้วยตาตนเอง พวกเขาต่างรู้สึกว่าพวกเขานั้นเสียเวลาเปล่าไปหลายปี
เจียงเฉินคืออัจฉริยะอย่างหาที่เปรียบมิได้
นั่นเป็นสิ่งที่ทุกคนคิดในขณะนั้น เด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้มีอนาคตที่สดใสรออยู่ ถ้าหากลืมเรื่องความสามารถอื่นๆไป แค่เพียงความสามารถในการปรุงยาของเขานั้นทำให้เขาสามารถอยู่ได้อย่างสุขสบายเฉกเช่นราชา
นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเจียงเฉินถึงได้แสดงความสามารถในการปรุงยาออกมาเป็นการแสดงถึงคุณค่าในตัวเขานอกจากนั้นผู้เชี่ยวชาญแก่นแท้สวรรค์ที่ตระกูลเจียงนั้นไม่ได้มีตัวตนอยู่จริงๆ ถ้าได้ตระกูลเยี่ยนมาช่วย ตระกูลหลี่ก็ไม่สามารถที่จะรังแกได้อีก
"ต่อไปข้าจะทำการรักษาคุณหนู ทุกคนช่วยออกไปข้างนอกด้วย ในกระบวนการรักษาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าห้องโดยเด็ดขาด"
เจียงเฉินพูดอย่างเย็นชา
ตาของเขาจ้องทุกคนที่อยู่ในห้อง พวกเขามีความรู้สึกประหลาดเพียงแค่มองเจียงเฉินแค่ครั้งเดียว พวกเขาก็ยอมทำตามคำสั่งเขา นี่มันแปลกยิ่งนัก
เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นหันไปหาเยี่ยนเฉินหยวี่
"หยวี่เอ๋อร์ เจ้าจงปฎิบัติตามในทุกสิ่งที่น้องเจียงเฉินบอกให้เจ้าทำนะ"
"อย่าได้เป็นห่วงเลยท่านพ่อ หยวี่เอ๋อร์จะปฎิบัติตาม"
เยี่ยนเฉินหยวี่กล่าวด้วยร้อยยิ้ม
"น้องเจียงเฉิน ดูแลหยวี่เอ๋อร์ดีๆนะ"
เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นได้กำหมัดแน่นแล้วพูดกับเจียงเฉิน หลังจากนั้นเขาและคนของเขาทุกคนได้ออกจากห้องและปิดประตูเมื่อออกจากห้องแล้ว
"ท่านผู้นำตระกูล อย่าได้กังวล เจียงเฉินนั้นเป็นคนลึกลับยิ่ง เขาไม่ใช่คนที่ประมาทเลินเล่อ ข้าเชื่อว่าเขาสามารถที่จะรักษาหยวี่เอ๋อร์ได้"
เยี่ยนหงไท่เอามือวางบนบ่าเยี่ยนเจิ้นอวิ๋น เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นผงกหัวและหายใจเข้าลึกๆ ถ้าเขาพูดว่าตัวเขาไม่เป็นห่วงเลยมันคงเป็นเรื่องโกหก
ผู้เชี่ยวชาญแก่นมนุษย์สองสามคนยืนคุ้มกันเรือนที่พัก ไม่กล้าที่จะออกไปจากที่นี่
ภายในห้อง เจียงเฉินยืนตรงข้ามเยี่ยนเฉินหยวี่
"คุณหนูเยี่ยน เจ้ากลืนโอสถชำระล้างนี่ก่อน"
เจียงเฉินยื่นโอสถชำระล้างให้แก่เยี่ยนเฉินหยวี่
"คุณชายเจียง เรียกข้าว่า 'เสี่ยวหยวี่' ก็ได้เจ้าค่ะ"
เยี่ยนเฉินหยวี่รับโอสถชำระล้างไป แต่มือนางสั่นสะท้านเพราะไปสัมผัสนิ้วของเจียงเฉินโดยบังเอิญ
"เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวล ข้าจะไม่ยอมให้อะไรกิดขึ้นกับเจ้าเป็นแน่"
มุมปากของเขายกขึ้น เขานั้นได้ยิ้มสดใสให้เยี่ยนเฉินหยวี่
"อื้ม ข้าจะเชื่อท่าน"
เยี่ยนเฉินหยวี่ผงกหัว นี่เป็นเพียงครั้งที่สองที่นางได้พบกับเจียงเฉิน และนางไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านางได้ให้ความรู้สึกปลอดภัย
เยี่ยนเฉินหยวี่ได้ทานโอสถชำระล้างเข้าไป หลังจากนั้นนางได้เงยหน้ามามองเจียงเฉิน
"นั่งลงและนำขาไขว้กัน มุ่งเน้นไปยังอาการของเจ้าด้วยความสามารถทั้งหมด ไม่ต้องคิดสิ่งใด"
เจียงเฉินพูดอย่างจริงจัง
"อื้ม"
เยี่ยนเฉินหยวี่ตามทิศที่เจียงเฉินไปและนั่งลงบนพื้น
เจียงเฉินก้มลงและนั่งตรงข้ามเยี่ยนเฉินหยวี่ ดวงตาทั้งสองประสานกันและใบหน้าที่น่ารักของเยี่ยนเฉินหยู่ก็พลันขึ้นสี
"เสี่ยวหยวี่ ข้าจะใช้วิธีพิเศษเพื่อช่วยเจ้านำพลังหยางจากร่างกายเจ้าออกมา กระบวนการนี้จะเจ็บเล็กน้อย เจ้าจะต้องอดทนนะ"
เจียงเฉินพูดออกมา
"อื้ม เสี่ยวหยวี่จะอดทน"
เยี่ยนเฉินหยวี่ผงกหัวของนาง นางได้ทนทุกข์ทรมานจากความหนาวเหน็บมากว่าแปดปี
"แค่ก แค่ก..... เสี่ยวหยวี่ โอสถชำระล้างมิได้ขจัดพลังหยางออกจากตัวเจ้าแต่มันช่วยที่จะนำพลังหยางที่ซ่อนอยู่ในร่างเจ้าเผยออกมา ในการที่จะขจัดมันออกได้ข้าต้องการชี้นำจากประตูวิญญาณของเจ้า ข้าไม่ได้มีเจตนาล่วงเกินเจ้า เสี่ยวหยวี่ เจ้าอย่าตัดสินข้าผิดไปล่ะ"
เจียงเฉินพูด
เมื่อได้ยินเจียงเฉินกล่าวถึงประตูวิญญาณ เยี่ยนเฉินหยวี่ได้อายม้วนในทันที ประตูวิญญาณเป็นหนึ่งในจุดที่สำคัญที่สุดของมนุษย์และมันสำคัญมากๆ จุดนี้มันตั้งอยู่บริเวณช่วงท้อง
ทักษะร่างแปลงมังกรสามารถที่จะดูดซับพลังได้ทุกอย่าง นั่นเป็นสิ่งที่กล่าวถึงว่าจะใช้ทักษะร่างแปลงมังกรชี้นำพลังหยางในร่างกายของเยี่ยนเฉินหยวี่ไปสู่เขาผ่านประตูวิญญาณได้
"อื้ม"
เยี่ยนเฉินหยวี่ได้ก้มหัวต่ำลงจนหน้าของนางเกือบสัมผัสหน้าอกนาง
'หมายความว่าเขาจะมาสัมผัสหน้าท้องของข้าน่ะสิ มันน่าอายมาก มันไม่ใช่ที่ๆใครก็สามารถสัมผัสได้ง่ายๆ ข้าโตมาถึงบัดนี้ มือของข้ายังมิเคยได้สัมผัสกับบุรุษคนไหนมาก่อน เจ้าบอกว่าเจ้าต้องการสัมผัสประตูวิญญาณของข้า? นี่มัน .....นี่มัน น่าอายเกินไปแล้ว'
เจียงเฉินนั้นไม่แน่ใจว่าเยี่ยนเฉินหยวี่นั้นกำลังคิดอะไรอยู่ เขาชี้นิ้วของเขาและวางไปยังหน้าท้องของนาง ทันใดนั้นเขาได้สัมผัสประตูวิญญาณของเยี่ยนเฉินหยวี่ สัมผัสที่อยู่บนปลายนิ้วของเขา เขารู้สึกว่ามันช่างอ่อนนุ่มและเรียบเนียนมาก ช่วยไม่ได้ที่เขาจะโปรดปรานมากขึ้นอีก
อ๊ะ!
เยี่ยนเฉินหยวี่ร้องออกมาเพราะเจียงเฉินได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วมาก ทำให้ร่างกายของเยี่ยนเฉินหยวี่สั่นสะท้าน ใบหน้าของนางแดงก่ำ นางจับจ้องไปยังเจียงเฉิน ด้วยสีหน้าขุ่นเคืองเล็กน้อย
'ทำไมบุรุษผู้นี้ถึงได้ไม่ยอมบอกกล่าวข้าว่ากำลังจะสัมผัสแล้ว ข้ายังไม่ได้เตรียมใจเลยนะ!!'
"กลั้นลมหายใจและปล่อยตัวให้ตามสบายและทำให้จิตใจว่างเปล่าซะ"
เจียงเฉินตะโกนออกมาอย่างเย็นชา อาการของเยี่ยนเฉินหยวี่นั้นซับซ้อนมาก เขาไม่สามารถที่จะทำเรื่องผิดพลาดใดๆได้
เยี่ยนเฉินหยวี่ไม่กล้าที่จะไม่ทำตาม ดังนั้นนางจึงปิดตาในทันที
พลังหยวนและสัมผัสเทวะไหลเข้าไปสู่ร่างกายของเยี่ยนเฉินหยวี่ทางประตูวิญญาณ
*************************************************
โปรดติดตามตอนต่อไป...