ตอน(พิเศษ)
ท่วงทำนองของสองเรา NC 18+
แสงจันทร์ส่องต้องเรือนร่างขาวสลาง ร่างบางโยกขยับเหนือเรือนร่างอันหนาแกร่ง เรียกเป็นเสียกระเส่าครางอย่างสมใจ
“ อื่มมห์…”
“ เสวี่ยเอ๋อร์…”
หานเฟิงกล่าวเรียกเสวี่ยเอ๋อร์ที่ทำเพียงโยกขยับเหนือร่างของมันอีกครา หากนางยังคงนิ่งเฉยสายตาที่เค้าความเย็นชาเริ่มจากหายจับจ้องมองประสานกันกับสายตาของมัน หานเฟิงหลุบตาลงต่ำ จับจ้องยอดปทุมอมชมพูชูชัน สร้างอารมณ์กระสัน เรียกเสียงกระเส่าครางอย่างสมใจ
“ อื่มมห์... อ่าาาห์…”
“ เสวี่ยเอ๋อร์…”
“ ไฉน เจ้าจึงทำเช่นนี้?” หานเฟิงถามย้ำซ้ำสอง
กล่าวจบ ก็เห็นว่า หน้าท้องขาวใสเพรียวบางที่คร่อมทับอยู่เหนือร่าง หยุดขยับไหว
“ หรือเป็นท่านใคร่คิดอยากตาย หากเช่นนั้น ข้าจะหยุดกระทำ”
เสวี่ยเอ๋อร์กล่าวคำเป็นครั้งแรก แววตาที่ทอดมองหานเฟิง อ่อนโยนขึ้นมาอีกส่วน หานเฟิงที่ได้ยินคำของนาง ก็ยิ้มรับ ก่อนจะกล่าวคำตอบไป
“ ล้วนแต่เป็นความต้องการของเจ้า เจ้าใคร่คิดให้ข้าตกตาย ก็หยุดกระทำ”
เสวี่ยเอ๋อร์ไม่ต่อปากต่อคำ เพียงเคลื่อนขยับเอวบาง สร้างความหฤหรรษ์ให้แก่หานเฟิงต่อไป
หากเพียงครู่ เสวี่ยเอ๋อร์ที่คร่อมขี่ก็เร้าจังหวะให้เร็วขึ้น เรียกความเสียวซ่านจนหานเฟิงต้องส่งเสียงครางออกมา
“ อ่าห์…”
หานเฟิงยื่นเหยียดสองมือ คว้าจับไปที่แก้มก้นเนียนนุ่มของเสวี่ยเอ๋อร์ เด้งเอวรับจังหวะควบม้าของนาง จนพาให้นางต้องส่งเสียงครางอันน่าอับอาย
“ อ อ๊าส์…”
เสวี่ยเอ๋อร์สองแก้มแดงเถือก หากท่วงทำนองสวาทยังไม่สิ้นสุด บั้นเอวของเสวี่ยเอ๋อร์ยังคงโยกขยับ หานเฟิงยังเด้งรับ ที่ยิ่งมา ยิ่งพาให้คนทั้งสองที่เสียวส่าน ต้องกระเส่าครางไม่เป็นคำ
“ อ่าส์…”
“ ซีดดดดส์… อ่าห์...”
“ อื่มมห์…”
“ อ่าห์…”
“ ซืดดดซ์...”
เสียงกระเส่าครางดังประสานกันจนฟังไม่รู้ว่าของใครเป็นของใคร เสวี่ยเอ๋อร์ที่ปกติจะสงบนิ่ง แลดูเฉยชา หากมาเวลานี้ กลับส่งเสียงกระเส่าครางออกมาอย่างมิขัดเขินเอียงอาย กระทั่งสีหน้าหน้าแววตา ก็ยังคล้ายว่าจะจมจ่อมอยู่ในห้วงแห่งความมึนเมา
เสวี่ยเอ๋อร์ นางเองก็เป็นมนุษย์ มีรัก มีโลภ มีโกรธ มีหลง มีอารมณ์ความใคร่ปราถนาที่มิได้แตกต่างไปจากบุรุษเพศ ทั้งนางที่เคยผ่านประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน จึงยิ่งกลายเป็นถวิลหาในรสชาติของสัมผัส ที่ขาดหายมาเนิ่นนาน เสียง ที่กระเส่าครางออกมา จึงฟังคล้ายว่าจะแฝงไว้ด้วยความโหยหายินดี
“ ซีดดดดส์… อ่าห์...”
“ อื่มมม…”
“ อ่าาาา…”
ท่วงทำนองสวาทยังคงดำเนินต่อไป กระทั่งครู่ต่อมา ก็เข้าสู่ช่วงเหตุการณ์สำคัญ หานเฟิงพลันสัมผัสได้ถึงภายในของเสวี่ยเอ๋อร์ที่ตอดรัดลำทวนของตนอย่างแนบแน่น ยามที่นางโยกขยับ นำพาความเสียวซ่านจนยากจะทานทน
กระทั่งที่เสียงกระเส่าอันวาบหวาม ของทั้งสอง ดังขึ้นพร้อมๆกัน
“ อ๊าาาาส์...”
“ อ้าาาาห์…”
ก็เป็นจุดสูงสุดแห่งห้วงกามารมณ์ หานเฟิงปลายเท้าจิกเกร็งร่างกระตุก เช่นกันกับเสวี่ยเอ๋อร์ ที่ทั้งร่าง สั่นสะท้านขึ้นครา ก่อนจะทิ้งกายทาบทับอยู่บนแผ่นอกหนาของหานเฟิงอย่างสิ้นไร้เรี่ยวแรง
ทั้งสองหายใจหอบสะท้อน ทั้งต่างก็สัมผัสได้ถึงกระแสพลังสายหนึ่งที่แผ่ซ่านเข้ามาภายใน
“ ทำไมต้องทำเช่นนี้?”
หานเฟิงกล่าวถามขึ้นมาอีกครั้ง หากเสวี่ยที่เพียงแค่ฟุบหมอบนอนนิ่ง ไม่กล่าวคำ หานเฟิงที่เห็นเช่นนั้น ก็พลิกขยับ จับเสวี่ยเอ๋อร์จากบนเป็นล่าง ทอดกายอยู่ภายใต้ร่างของมัน
หานเฟิงแลเห็น แววตาของนาง ฉาบทับไว้ด้วยม่านหมอกชั้นหนึ่ง เป็นม่านหมอกแห่งความสุขสมใจ มันจึงโน้มศีรษะลง ประกบริมฝีปากของตนเข้ากับริมฝีปากแดงเรื่องของนาง นางไม่ขัดขืน กระทั่งเปิดอ้าริมฝีปาก รับเอาลิ้นร้อนรวกของมัน ที่กำลังสอดแทรกรุกล้ำเข้าไป
ค่ำคืนนี้ยังไม่จบ เสียงกระเส่าครางของสาวเจ้า ที่สอดรับกับท่วงทำนองสวาท ยังคงดังก้องไปทั่วผืนป่าพงไพร...