บทที่ 15 เพียงแค่เอ่ยชื่อนี้ ก็รู้สึกเจ็บก้นขึ้นมาทันที!
"ไต้ซือเหลียวคง!" ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ตอบเสียงหนักแน่น
ยามเอ่ยถึงสมญานามนี้ ใบหน้าของท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา ก่อนจะหันไปมองสวี่เหยียนด้วยสายตาตำหนิ "เ้ารู้จักไต้ซือเหลียวคงหรือไม่? นั่นคือปรมาจารย์แห่งวงการแพทย์ของพวกข้าเชียวนะ!"
สวี่เหยียนร่ำเรียนวิชาแพทย์มาั้แ่เด็ก เหตุใดเลยจะไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามนี้!
ที่บ้านของเขามีตำราเข็มเล่มหนึ่งที่ไต้ซือเหลียวคงทิ้งไว้ แม้จะเป็เพียงฉบับคัดลอก แต่ท่านปู่ของเขาก็หวงแหนยิ่งกว่าสิ่งใด!
ครั้งหนึ่ง เขาเล่นซนจนเผลอทำตำราหล่นพื้น ครั้งนั้นก้นของเขาแทบจะถูกตีจนก้นลายพร้อย!
ด้วยเหตุนี้ เพียงแค่ได้ยินชื่อนี้ขึ้นมา เขาก็พลันรู้สึกเจ็บจี๊ดที่ก้นขึ้นมาทันที!
"ท่านปู่ ไต้ซือเหลียวคงอายุกว่าร้อยปีแล้วมิใช่หรือ? ยัง... ยังมีชีวิตอยู่อีกหรือขอรับ?" สวี่เหยียนถามอย่างไม่แน่ใจ
"ไอ้หลานตัวดี! แกอยากโดนตีอีกแล้วใช่ไหม? พูดจาเหลวไหลอันใดกัน!" ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ง้างมือทำท่าจะตี
สวี่เหยียนรีบะโหลบไปซ่อนตัวอยู่หลังเซียวจิ้งเสวียนด้วยท่าทางขลาดกลัวสุดขีด
เซียวจิ้งเสวียนเองก็ตกตะลึงกับคำพูดของท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ แม้เขาจะไม่ได้ร่ำเรียนวิชาแพทย์ แต่ชื่อเสียงของ ‘ไต้ซือเหลียวคง’ นั้นโด่งดังจนใคร ๆ ก็ต้องเคยได้ยิน
"ท่านผู้เฒ่า เข้าใจผิดไปหรือไม่ขอรับ?"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่แค่นเสียงฮึดฮัด "ทำไม? เ้าไม่เชื่อข้ารึ? เดี๋ยวแม่หนูนั่นมา เ้าลองถามนางด้วยตัวเองดูสิ!"
สิ้นคำ ก็เห็นหรานหร่านะโโลดเต้นตามลู่ชิงเข้ามา เมื่อเห็นท่านหมอผู้เฒ่าสวี่และสวี่เหยียน ดวงตากลมโตก็กลอกไปมาอย่างซุกซน ก่อนจะโบกมือป้อม ๆ ทักทาย "สวัสดีเ้าค่ะท่านปู่! เจอกันอีกแล้วนะเ้าคะ!"
"ดี ดี ดีมาก"
ทันทีที่เห็นหรานหร่าน รอยยิ้มบนใบหน้าเหี่ยวย่นของท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ก็บานแฉ่ง รีบลุกขึ้นเดินเข้าไปหา
"แม่หนูน้อย หลับสบายดีหรือไม่? มา ให้ปู่ช่วยดูอาการหน่อย!"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ย่อตัวลงตรงหน้าหรานหร่าน ท่าทางประจบประแจงเอาใจจนออกนอกหน้า สีหน้าท่าทางช่างดูเกินจริงยิ่งนัก
"สบายดีเ้าค่ะ"
หรานหร่านยื่นมือน้อย ๆ ให้เขาจับชีพจร รอยยิ้มตาหยีของนางสว่างไสวจนแทบจะทำให้ตาฝ้าฟางของชายชราพร่ามัว
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ใช้นิ้วทาบลงบนข้อมือนาง เพียงครู่เดียวก็ปล่อยมือ ร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ "แม่หนูน้อย ลมปราณภายในของเ้าช่างกล้าแข็งยิ่งนัก!"
หรานหร่านฉีกยิ้มกว้าง "อาจารย์สอนมาเ้าค่ะ!"
พูดจบ มือน้อย ๆ ก็เอื้อมไปดึงหนวดขาวโพลนของท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เล่น
"ซี๊ด"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่สูดปากด้วยความเจ็บ
"หรานหร่าน!"
เซียวจิ้งเสวียนใ รีบร้องปราม
หรานหร่านหันขวับมามอง จ้องเซียวจิ้งเสวียนตาแป๋วด้วยแววตาไร้เดียงสาระคนงุนงง
เซียวจิ้งเสวียนดุเสียงเข้ม "อย่าเสียมารยาท!"
หรานหร่านเบะปากน้อย ๆ มองท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ด้วยแววตาน่าสงสารจับใจ
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เห็นดังนั้น ก็รีบหันขวับไปถลึงตาใส่เซียวจิ้งเสวียนทันที "จะดุทำไม! ขืนแม่หนูใกลัว ข้าผู้เฒ่าไม่ยอมจบกับเ้าแน่!"
พูดจบ สีหน้าก็เปลี่ยนกลับมาเป็อ่อนโยนใจดีในพริบตา จับมือน้อยอวบอ้วนของหรานหร่านมาทาบที่หนวดของตน "มามะ แม่หนูน้อยชอบหนวดปู่ ก็ดึงเล่นได้ตามสบายเลย!"
ทุกคน "..."
"ท่านปู่ไม่มีคิ้วยาว ๆ!" เ้าก้อนแป้งน้อยเบะปาก บ่นอุบอิบ "อาจารย์ข้ามีคิ้วยาว ๆ ด้วยนะเ้าคะ!"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะร่า "หากแม่หนูชอบ เดี๋ยวปู่จะไว้คิ้วให้ยาวดีไหม?"
"อืม..." เ้าก้อนแป้งน้อยทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะส่ายหน้า "ไม่เอาดีกว่า! ไม่สวย!"
พูดจบ นางก็ถอยหลังไปสองก้าว เงยหน้ามองเซียวจิ้งเสวียน "ท่านพ่อ กินข้าวเช้าหรือยังเ้าคะ? หรานหร่านหิวแล้ว!"
"เอ่อ..." เซียวจิ้งเสวียนลังเลเมื่อเห็นท่านหมอผู้เฒ่าสวี่
ทันใดนั้น ท่านหมอผู้เฒ่าก็ลุกขึ้นยืน กล่าวหน้าตาเฉย "ข้าผู้เฒ่าก็ชักจะหิวขึ้นมาแล้วเหมือนกัน ขอกินด้วยคนเถอะ!"
สวี่เหยียนหน้าดำคร่ำเครียด บะหมี่สามชามที่กินมาก่อนหน้านี้คงเอาไปให้หมามันกินแล้วกระมัง!
เพื่อเอาใจเด็กน้อยคนหนึ่ง ถึงกับยอมทิ้งศักดิ์ศรีกันขนาดนี้เชียวหรือ
"อะแฮ่ม!" เซียวจิ้งเสวียนกระแอมเบา ๆ หันไปสั่งลู่ชิง "ลู่ชิง ยกสำรับเช้าไปที่เรือนรับรอง เชิญท่านหมอผู้เฒ่าสวี่และคุณชายสวี่ร่วมโต๊ะด้วย!"
"ขอรับ ใต้เท้า!" ลู่ชิงรับคำ แล้วถอยออกไป
ไม่นานนัก อาหารเช้าก็ถูกจัดวางเต็มโต๊ะ เซียวจิ้งเสวียนผายมือเชื้อเชิญอย่างสุภาพ "ท่านผู้เฒ่า เชิญ!"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ไม่เกรงใจ นั่งลงอย่างผ่าเผย
ทว่าเขากลับกินไปได้ไม่กี่คำ เพราะมัวแต่สาละวนกับการรินน้ำชา ส่งซาลาเปาเอาใจหรานหร่านไม่หยุดหย่อน
สวี่เหยียนที่ยืนอยู่ด้านหลังกลอกตามองบนจนตาแทบกลับ
ชายชราผู้เป็ที่เคารพนับถือ กลับลดตัวลงมาทำตัวราวกับบ่าวรับใช้ผู้ซื่อสัตย์เพื่อเอาใจเด็กน้อย
เซียวจิ้งเสวียนและลู่ชิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ มุมปากกระตุกยิก ๆ
มีเพียงเ้าก้อนแป้งน้อยที่ทำท่าทางราวกับเป็เื่ปกติธรรมดา
"หรานหร่าน เ้าเป็ศิษย์ของไต้ซือเหลียวคงจริง ๆ หรือ?" ลู่ชิงอดถามไม่ได้
สิ้นคำถาม เซียวจิ้งเสวียนและสวี่เหยียนต่างก็หันมามองหรานหร่านเป็ตาเดียว
"อืม..." หรานหร่านยัดซาลาเปาเข้าปาก แก้มป่องตุ่ยราวกับกระรอกน้อย ตอบเสียงอู้อี้ "ไต้ซือรูปงามท่านนั้นเหมือนจะชื่อนั้นแหละเ้าค่ะ"
"แล้วไต้ซือเหลียวคงเล่า? ตอนนี้อยู่ที่ใด?" สวี่เหยียนรีบซักไซ้
ในใจเขาลิงโลด คิดว่าตนเองมีความรู้ด้านการแพทย์ไม่น้อย หากได้กราบไต้ซือเหลียวคงเป็อาจารย์ ท่านปู่คงต้องบูชาเขาขึ้นหิ้งเป็แน่?
แค่คิดภาพท่านปู่คอยพะเน้าพะนอตนเอง สวี่เหยียนก็เผลอยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
"อยู่บนเขาเ้าค่ะ!" หรานหร่านตอบอย่างไม่ใส่ใจ
เซียวจิ้งเสวียนขมวดคิ้วมุ่น ความไม่พอใจก่อตัวขึ้นในใจ
ไต้ซือเหลียวคงผู้นั้น ปล่อยให้เด็กตัวแค่นี้ลงเขามาเพียงลำพังได้อย่างไร!?
หากเกิดอันตรายขึ้นจะทำเช่นไร?
"เช่นนั้นเ้าก็ลงเขามาคนเดียวรึ?" ลู่ชิงถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
"ใช่แล้ว ใช่แล้วเ้าค่ะ!"
เ้าก้อนแป้งน้อยพยักหน้าหงึกหงัก ยิ้มตาหยี มองทุกคนด้วยสายตารอคอยคำชม "หรานหร่านเก่งไหมเ้าคะ!"
"เก่ง เก่งมาก!"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่รีบสนับสนุน ชูนิ้วโป้งให้เ้าก้อนแป้งน้อย "ตัวแค่นี้แต่ลมปราณแก่กล้า หาคนต่อกรได้ยาก ใครกล้ารังแกเ้าย่อมต้องเจ็บตัวแน่!"
หรานหร่านหัวเราะคิกคัก ใบหน้าอวบอ้วนเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
"อาจารย์ก็บอกเช่นนั้นเหมือนกันเ้าค่ะ!"
พูดจบ หรานหร่านก็หันไปหาเซียวจิ้งเสวียน เอ่ยเจื้อยแจ้ว "อาจารย์เก่งมากเลยนะเ้าคะ บอกว่าหรานหร่านลงเขามาจะเจอญาติ แล้ววันแรกที่ลงมาก็เจอท่านพ่อเลย"
เซียวจิ้งเสวียนเม้มปากแน่น ไม่กล้าบอกความจริงว่าเขาไม่ใช่พ่อของนาง!
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่แค่นเสียงใส่เซียวจิ้งเสวียน น้ำเสียงเจือความอิจฉา "เื่ดี ๆ อย่างลูกสาวหล่นจากฟ้านี่ ทำไมไม่ตกมาที่ข้าบ้างนะ!"
สวี่เหยียนเบะปาก อดแขวะไม่ได้ "ดูสังขารตัวเองบ้างเถิด อายุปูนนี้ยังอยากจะมีลูกสาวอีก? แก่ไม่เจียมสังขาร ไม่รู้จักอาย!"
ปัง!
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ตบโต๊ะดังสนั่น "ไอ้หลานบัดซบ แกพูดถึงใคร? อย่างน้อยข้าก็ยังมีปัญญาเสกพ่อแกที่เป็ไอ้ลูกไม่เอาถ่านออกมาได้ ส่วนแกอายุยี่สิบเข้าไปแล้วยังไม่เคยแม้แต่จะจับมือหญิงสาวเลยกระมัง?"
"ใครว่าเล่า!" สวี่เหยียนเถียงคอเป็เอ็น ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำด้วยความไม่ยอมแพ้ "แค่จับมือสาว ใครบ้างจะไม่เคย?"
"ว่ากระไรนะ!"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ลุกพรวดพราด บิดหูสวี่เหยียนอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ "ไอ้หลานคนนี้ บอกมาตามตรงว่าแกไปทำเื่บัดสีบัดเถลิงที่ไหนมา?"