“จะใช่ฤาไม่ ข้าก็เป็นเมียพี่แล้ว”
“บอกข้ามา เอ็งเอากลิ่นทิพย์ไปไว้ที่ใด” ชายหนุ่มหันมาจับไหล่ของหญิงสาวแล้วเขย่าด้วยความโกรธ พร้อมกับกัดฟันถาม
“จะถามหามันใย ข้ายืนอยู่ตรงนี้ทั้งคน มองข้าบ้างสิ”
“เอ็งทำเยี่ยงนี้ทำไม” นายหาญ ยกมือเตรียมจะฟาดลงไปที่ใบหน้าของกลิ่นจันทร์ ทว่าเขาพยายามข่มอารมณ์เอาไว้ จนมือสั่นระริก ก่อนที่จะมีชายหญิงชราคู่หนึ่งเดินเข้ามา
“มีอันใด เสียงดังลั่นไปถึงเรือนโน้น” นายเกลี้ยงเท้าเอวถามลูกเขย นายหาญไม่ตอบคำถามได้แต่ส่ายศีรษะไปมา ถอยหลังเดินได้เพียงสองก้าวก็ล้มลงกอง พลางร้องไห้เหมือนจะขาดใจ ทว่าเสียงตกใจของภรรยาทำให้นายเกลี้ยงหันไปดูลูกสาว เขาต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่านั่นคือกลิ่นจันทร์หาใช่กลิ่นทิพย์ จึงรู้เหตุผลเดี๋ยวนี้เองว่าเหตุใดนายหาญจึงได้โวยวายเสียงดังนัก
“กลิ่นจันทร์ เอ็งมาได้อย่างไร แล้วน้องเล่า” นายเกลี้ยงทิ้งจอบในมือ แล้วปรี่เข้าไปหาลูกสาวคนโต ตรวจมองร่างกายอย่างละเอียด ถึงแม้หน้าตาเหมือนกัน มีหรือจะแยกไม่ออกเพราะเลี้ยงมากับมือ
“ไยต้องพากันตกใจปานนั้น แค่อีกลิ่นทิพย์ไปเป็นทาสแทนข้า ถึงกับจะเป็นจะตายกันเชียวรึ” ร่างบางมองสีหน้าของผู้เป็นบิดา เธอรับรู้ได้ถึงความผิดหวังที่แผ่ออกมา ดวงตาขมึงสองดวงสบกันอย่างแน่วแน่ต่างไม่ยอมกัน
“ทำเยี่ยงนั้นได้อย่างไร เอ็งก็รู้ว่าน้องต้องแต่งงานกับไอ้หาญ แล้วเอ็งทำเยี่ยงนี้ไม่อายผีอายสางบ้างรึ”
“ไยข้าต้องอาย ทีมันแย่งทุกอย่างไปจากข้า พ่อกับแม่เอาข้าไปขายให้คนอื่น ทิ้งข้าโดยไม่หันมามองก็เพราะมัน เป็นมันสิต้องอายที่ถูกแย่งผัว”
“เพี้ย” นายเกลี้ยงฟาดมือไปที่หน้าลูกสาว ตอนนี้เขาโกรธจนตัวสั่น
“พี่เกลี้ยงอย่าจ้ะ ข้าขอ อย่าทำลูกเลยนะ” นางกล่ำรีบเข้ามาห้าม ก่อนเหตุการณ์จะบานปลายจนถึงกับเลือดตกยางออก
“ข้าชังหน้าเอ็งนัก นึกไม่ถึงว่าจะเลวทรามได้ถึงเพียงนี้”
“พ่อชังข้า แต่รู้ฤาไม่ ข้าต้องทนทุกข์ทรมานอยู่เรือนนั้นอย่างไร มีใครรู้บ้างฤาไม่ ข้าต้องโดนรังแกสารพัด อีคุณเอื้องฟ้ามันบ้าอำนาจ ข้าต้องอยู่เยี่ยงหมูเยี่ยงหมาให้มันทำร้ายจนหน้าปูดบวมกี่คลาก็เป็นเช่นนั้น แลโดนเขาโขกสับจักให้ไปซ้ายแลขวาย่อมได้ตามแต่มันจะบงการ บ่าวไพร่ในเรือนรึก็พากันรังเกียจเดียดฉันท์ตบตีข้า แลไม่รู้ว่าจะได้อิสระเมื่อใด แต่อีกลิ่นทิพย์ไม่เพียงสุขสบาย ซ้ำกำลังจะตบแต่งกับพี่หาญ ควรรึที่ข้าจักอยู่เฉยให้มันเอาเปรียบ แลพูดถึงลูกชายมันก็ช่างเขลากระไร ข้างามปานนี้มันก็ยังไม่แล หึ! ดีอย่างที่ข้าเอาหมามุ่ยใส่ในผ้านุ่งอีพวกบ่าวไพร่ก่อนที่จะมา อย่างน้อยข้าจะถือว่าได้รับความเป็นธรรมอยู่บ้าง แลตอนนี้อีกลิ่นทิพย์มันก็หายดีแล้ว ก็ให้มันไปเป็นทาสสิ ควรรึที่ข้าต้องมารับกรรมเป็นทาสเขาแทนมัน” กลิ่นจันทร์พรั่งพรูความทุกข์ใจออกมาด้วยความอัดอั้น สารธยายสิ่งเลวร้ายที่ได้พานพบ พร้อมกับหยดน้ำตาไหลรินอาบสองแก้ม ทำให้บิดาใจอ่อนยอมลดมือลงแล้วเบี่ยงหน้าไปทางอื่น
“อย่างนี้ใช่ฤาไม่ เอ็งจึงไม่ยอมปลดผ้าคลุมหัวออกในงานแต่ง” มารดาจับใบหน้าของลูกสาว แล้วถามด้วยเพราะคาใจ ในขณะที่ลูกสาวยังคงกัดฟันแน่นไม่ตอบคำถาม
“หาญ เป็นเช่นนี้เอ็งจักทำเยี่ยงไร” ชายชราหันไปถามลูกเขย เพราะอย่างไรเสีย กลิ่นจันทร์ก็ผิด ที่วางแผนสลับตัวในวันแต่ง ทว่านายหาญเอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ไม่ตอบคำถาม เขารู้ว่ายังไงเสียก็ต้องรับผิดชอบกลิ่นจันทร์เพราะได้เข้าหอกันเป็นที่เรียบร้อย รอยยิ้มแสนหวานของกลิ่นทิพย์ทำให้นายหาญรู้สึกเจ็บปวดเกินกว่าจะอ้าปากพูดสิ่งใดออกมา
“พี่หาญต้องรับผิดชอบข้า ข้าเป็นเมียพี่หาญแล้ว” กลิ่นจันทร์แสดงท่าทียืนยันเสียงแข็งดังเด็กเอาแต่ใจ