ตอนที่ 37 เมดสาว และการแบ่งปัน
การเพิ่มระกับมานานั้นมีอยู่หลากหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝน และใช้งานสกิลให้บ่อยครั้ง เพื่อขยายแก้วบรรจุมานา หรือบางคนแค่ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยที่ไม่ได้ฝึกฝนอะไรเลยระดับมานาของเขาก็เพิ่มขึ้นได้ตามการเติบโตของร่างกาย หากยิ่งฝึกฝนไปด้วยแล้วก็จะยิ่งพัฒนาได้ไวยิ่งขึ้น
และเป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่บางคนต่อให้ฝึกฝนมากมายสักเท่าไหร่ระดับมานาของเขาก็เพิ่มขึ้นมาเพียงน้อยนิดเท่านั้น...หรือที่ร้ายแรงยิ่งกว่านั้นคือระดับมานาสูงสุดของเขาไม่เพิ่มขึ้นมาจากเดิมเลย
...หนึ่งในผู้คนเหล่านั้นและเป็นที่น่าเสียดายที่สุดก็คงจะเป็นคาร์ล ที่เกิดมาพร้อมกับมานาครบทุกสี แต่เขากับมีระดับมานาของทุกสที่ต่ำจนไม่สามารถใช้สกิลอะไรได้เลย...
.
.
---ความหวังของผู้ที่ต้องการเพิ่มระดับมานาก็ยังไม่หมดไปเสียทีเดียว
เพราะยังมีอยู่อีกวิธีในการเพิ่มระดับมานานั่นคือการใช้ยาที่ปรุงจากวัตถุที่หาได้จากดันเจี้ยน และหนึ่งในวัตถุดิบเหล่านั้นคือเส้นผมของลิงผมแดง
เพียงแต่โอกาสเพิ่มระดับมานาจากการใช้ยาที่ทำจากเส้นผมของลิงผมแดงนั้นมันมีเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จค่อนข้างต่ำ
...ความยาวของเส้นผมมีผลเป็นอย่างมาก เส้นผมยิ่งยาวโอกาสสำเร็จยิ่งสูงขึ้นและระดับมานาที่เพิ่มก็สูงขึ้นเช่นกัน
แต่โดยปกติแล้วนั้น เส้นผมที่ยาวประมาณสิบเซนติเมตรมีโอกาสสำเร็จต่ำกว่าหนึ่งเปอร์เซ็นต์เสียอีก
.
.
.
การเพิ่มระดับมานาสำหรับกอนนั้นเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นเลยนั่นก็เพราะสกิลสร้างสุดยอดเมดของเขามันใช้มานาหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่ตลอดเวลา
เขาต้องการเส้นผมของราชาวานรผมแดงเพียงไม่กี่เส้นเท่านั้นเพื่อที่จะนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการสร้างเมดสาวผมแดงตามที่เขาอยากจะสร้างมานาแล้ว
...แต่กอนก็ไม่รู้เช่นกันว่าจะสร้างสุดยอดเมดได้อีกเมื่อไหร่หาวัตถุดิบเก็บเตรียมไว้ก่อนน่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด
ส่วนเส้นผมที่เหลืออีกจำนวนมาก เขายกมันให้กับคาร์ลและไรจิเอาไปแบ่งกัน...
คาร์ล และไรจิมองมาที่กอนด้วยน้ำตาที่คลอเบ้าและความซึ้งใจแบบขั้นสุด---
“กอนเพื่อนรัก…นายจะยกของที่มีมูลค่ามากมายขนาดนี้ให้กับพวกชั้นจริงๆอย่างงั้นเหรอ”
คาร์ลพูดอย่างตื้นตัน และพยายามที่จะเข้ามาสวมกอดร่างของกอน
...แต่กอนก็ได้ใช้มือของเขาดันหัวของคาร์ลไม่ให้เข้ามาใกล้
“นายพูดจริงเหรอกอน...เส้นผมของลิงผมแดงที่มีความยาวขนาดนี้มันน่าจะมีโอกาสเพิ่มระดับมานาได้สำเร็จถึงห้าเปอร์เซ็นต์เลยนะ”
ไรจิพูดอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน...
“แน่นอน...ชั้นไม่จำเป็นต้องใช้มันมากมายอะไรขอแค่เส้นผมสีแดงนี่เพียงไม่กี่เส้นก็พอแล้ว...ชั้นคิดว่าพวกนายจำเป็นต้องใช้มันมากกว่านะ”
กอนตอบด้วยรอยยิ้ม
“ถึงนายจะไม่จำเป็นต้องใช้ แต่ราคามันสูงมากเลยนะ...นายไม่ต้องการมันจริงๆเหรอ”
ไรจิยังคงถามย้ำ...
“ชั้นเอาไปขายมันก็ได้เงินดีอยู่หรอกนะ...แต่ชั้นคิดว่าเอามาให้พวกนายใช้มันน่าจะดีกว่าสำหรับค่าขอโทษที่พาพวกนายมาเจอเรื่องร้ายๆ แล้วก็สำหรับการเป็นเพื่อนกันของพวกเรายังไงล่ะ"
คำพูดของกอนทำให้ไรจิ ซึ้งจนน้ำตาแทบไหลขึ้นมาอีกคน...
ส่วนคาร์ลในตอนนี้นั้นน้ำตาแตกไปนานแล้วและพยายามที่จะเข้ามากอดร่างของกอนอีกครั้งให้ได้
“ฮือ!~ กอนไอเพื่อนรัก!!!”
“ชั้นรู้แล้ว! แต่ไม่ต้องเข้ามากอดก็ได้ไอบ้าคาร์ล”
.
.
.
---การล่าในครั้งนี้ของพวกเขาก็จบลง
และพวกเขาทั้งสามคนกำลังจะเดินออกจากดันเจี้ยน
พนักงานเฝ้าทางเข้าดันเจี้ยนคนเดิมก็จำหน้าพวกเขาได้...
“อ้าว! นั่นมันเด็กบราวน์ทอรัสนิ...ว่าไงล่าก็อบลินได้กี่ตัวกันล่ะ ถือว่าโชคดีนะเนี่ยที่ไม่ถูกก็อบลินฆ่าตาย ฮ่า!!!!ฮา!!! ฮา!!!”
พนักงานคนนั้นพูดจาดูถูก พร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างหยามเหยียด...เพียงแต่เมื่อเขาสังเกตเห็นเส้นผมของลิงผมแดงที่มีความยาวหลายเมตรพาดอยู่บนบ่าของคาร์ลและไรจิ...เสียงหัวเราะของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป
“ฮ่า!!!!ฮา!!!-เฮือก!!! น..น..นั่นมัน เส้นผมของลิงผมแดงอย่างงั้นเหรอ แล้วความยาวนั่นมันอะไรกัน!!”
พนักงานพูดด้วยความอึ้งแบบสุดขีด...เรียกความสนใจให้ผู้คนที่อยู่บริเวณไปรุมล้อมมองดูไปที่คาร์ล และไรจิ
“ไหน ไหน”
“โอ้ว!!! นั่นมันของจริงเหรอเนี่ย!!!”
“สุดยอดไปเลย”
ผู้คนต่างพูดชื่มชมคาร์ล และไรจิ ที่แบกเส้นผมพาดไว้ที่บ่า...ส่วนกอนนั้นเขาเก็บเส้นผมไว้ในหม้อหลุมดำแล้ว
เมื่อพนักงานคนนั้นเริ่มได้สติเขาก็เกิดอาการไม่พอใจขึ้นมา...
“นั่นมันต้องเป็นของปลอมแน่ๆ...ทุกคนอย่าไปเชื่อมันไอพวกนี้มันเป็นบราวน์ทอรัส พวกมันแค่เอาของปลอมมาเรียกร้องความสนใจจากพวกเราเท่านั้น”
.
.
แต่แล้วสิ่งที่พนักงานคนนั้นพูด ก็กลายเป็นเรื่องที่น่าอายและถูกมองว่าเป็นคนที่ขี้อิจฉาแทบจะในทันที
...เมื่อลุงเกรทเทอร์ชั้นชีพที่พวกกอนเคยไปถามข้อมูลพูดขึ้น
“ไม่หรอก...นี่มันเป็นเส้นผมของลิงผมแดงจริงแท้แน่นอนแต่ทำไมมันถึงยาวขนาดนี้ชั้นเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”
…
“พอได้มองใกล้ๆชัดๆ..ก็ชัดเลยว่าเป็นของจริงชั้นขอยืนยันอีกคน”
“โฮ่!!! เอามาจากไหนเนี่ย”
“ไอหนู! ชั้นขอซื้อต่อสักเส้นได้ไหม”
“ชั้นด้วยชั้นด้วย”
ผู้คนต่างเข้ามารุมล้อมมากขึ้นกว่าเดิม
คาร์ล และไรจิตอบปฏิเสธอย่างเสียงแข็งพร้อมกับวิ่งหนีออกมาแล้วพยายามตามหากอนที่ตอนนี้ไม่รู้หายหัวไปไหน
...ความจริงแล้ว กอนที่เห็นท่าทีว่ากำลังจะเกิดการเหตุการณ์ชุลมุนขึ้นเขาได้แอบหนีกลับห้องพักไปอย่างเงียบๆ
และสิ่งแรกที่เขาทำหลังจากหนีออกมา คือการกลับมานอนเล่นเกมอยู่ที่ห้องอย่างสบายใจเฉิบ...ปล่อยให้คาร์ลและไรจิต้องรับความชุลมุน และความปวดหัวด้วยตัวของพวกเขาเอง
.
.
.
----เช้าเปิดเรียนวันใหม่ หลังจากที่วันหยุดเพิ่งจะผ่านไป
ภายในห้องเรียนเก่าๆที่มีสภาพทรุดโทรม
“แกนะแก!!! เจ้าศูนย์กอน!!! บังอาจทิ้งพวกเราแล้วหนีไปได้”
คาร์ลพยายามวิ่งคว้าจับตัวของกอน...
แต่ด้วยความคล่องแคล่วของกอนในตอนนี้ เขาสามารถทำให้คาร์ลไม่สามารถสัมผัสตัวของเขาได้เลย
“แน่จริงก็จับให้ใด้สิเจ้าบ้าคาร์ล”
กอนพูดด้วยความสนุกสนาน
...ส่วนไรจินั้นนั่งมองพวกเขาด้วยเสียงหัว
.
.
แต่ไม่นานหลังจากนั้น...
อาจารย์อเล็กซ์เดินเข้ามาแล้วตามด้วยอาจารย์ไอม่า และอาจารย์อาการะ
“ทุกคนเงียบหน่อย”
เสียงที่โหวกเหวกโวยวายเงียบลงทันทีเหล่านักเรียนต่างรีบไปนั่งที่ของตัวเอง
ในวันนี้อาจารย์อเล็กซ์ดูจริงจังเป็นพิเศษและอาจาร์ยทุกคนก็อยู่กันพร้อมหน้า
“อะแฮ่ม!...นี่ก็ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้วทุกคนอาจจะรู้มาบ้างแล้ว...อีกไม่นานทางโรงเรียนเกอแรนด้าก็จะจัดงานกีฬาสีและครั้งนี้มันสำคัญสำหรับพวกเราทุกคนคลาสบราวน์ทอรัสเป็นอย่างมาก”
งานกีฬาสีของโรงเรียนเกรทเทอร์นั้นมันแตกต่างจากงานกีฬาสีปกติทั่วไปมาก ทั้งเรื่องกีฬาที่ใช้ในการแข่งขัน และวัตถุประสงค์ของการจัดงาน
มันไม่ใช่สิ่งที่ใช้เชื่อมความสัมพันธ์อะไรเลยนักเรียนแต่ละคลาสจะมีสีประจำตัวของตัวเองอยู่แล้ว
อย่างนักเรียนที่อยู่ในคลาสบราวน์ทอรัสทุกคนก็จะเป็นสีน้ำตาล
ถ้าจะเรียกให้ถูกมันก็คือ ‘กีฬาคลาส’ มากกว่าจะเป็น ‘กีฬาสี’ เสียอีก
และแน่นอนตลอดการแข่งขันกีฬาสี ในปีที่ผ่านๆมา....สีน้ำตาลไม่เคยชนะสีใดเลยสักครั้งเดียว
.
.
.
ฝากติดตามผลงาน เพจเฟสบุ๊ค : https://bit.ly/3aJY2ic