ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง

    42 อดีตสามี

             บุรุษร่างใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่มุมอาคารจ้องมองหลี่หยวนหยวนไม่วางตา ปากขยับถามเสี่ยวเอ้อร์ที่เดินเข้ามาหา “เจ้าแน่ใจนะว่านางตามเฉาเฟิงไปพบอ๋องหยาง”

             “ได้ยินว่านางพักอยู่เรือนเหอผิงที่เป็นบ้านเก่าของสกุลหยาง เป็นญาติห่างๆ ที่มาขออาศัยชั่วคราว” บุรุษที่ร่างบางกว่ายืนยัน

             “งดงามเพียงนี้ คงมิได้เป็นสตรีที่อ๋องหยางซุกไว้นอกจวนหรอกนะ เรือนเหอผิงนี่ อ๋องหยางก็มิได้มานานแล้วนี่ แต่พอนางมาอยู่ เขาก็มาตำบลนี้ทันที ไม่น่าสงสัยหรือไร”

             “ไม่น่าจะใช่ อ๋องหยางเพิ่งนำตัวพระชายามาจากเมืองหลวง และยังแต่งชายารองสกุลหนานกงอีกผู้หนึ่ง ส่วนสตรีผู้นี้เพิ่งมาพักที่นี่ได้เพียงครึ่งเดือนเองนะ”

             “นั่นล่ะ อาจจะเป็นหญิงสาวต่ำต้อยที่หยางไท่เฟยไม่อาจยอมรับเป็นสะใภ้ จึงต้องให้พักอยู่ที่นี่”

             “ถ้าอย่างนั้นหัวหน้าสิบคิดทำเช่นไร” คนแต่งชุดเสี่ยวเอ้อร์รีบถาม

             "จับนางไปเรือนลับของเราก่อน จากนั้นค่อยหาทางพานางไปยังเผ่าหมาป่า เผื่อจะใช้นางต่อรองกับอ๋องหยางได้” บุรุษร่างใหญ่ส่งสายตาโหดเหี้ยมไปยังร่างของหลี่หยวนหยวน

             ชิวต้าซานเหลือบเห็นคนที่ลับๆ ล่อๆ ทั้งสองแล้ว เขาจึงกระซิบบอกกับหลี่หยวนหยวน

             “คุณหนูหลี่ ดูเหมือนจะมีคนจับตามองเจ้า”

             “หือ” หลี่หยวนหยวนกำลังจะมองหา

             “อย่าหันไปมอง ข้าจะไปจับเขาเอง”

             “มีกี่คน”

             “สอง แต่ไม่รู้ว่าจะมีคนอื่นซ่อนอยู่รอบๆ ด้วยหรือไม่ เจ้ากับไป๋เยว่อยู่นิ่งๆ ตรงนี้ ข้าจะแอบไปดูข้างหลังพวกเขาเอง” ชิวต้าซานกล่าวจบก็ค่อยๆ ถอยไปในหมู่ผู้คนข้างหลัง

             บุรุษร่างสูงโปร่งสวมหน้ากาก ค่อยๆ ย่องตามหลังคนร้ายทั้งสองไปเงียบๆ คนร่างใหญ่จ้องไปยังหลี่หยวนหยวนไม่วางตา ในขณะที่คนร่างบางกว่าแปลกใจที่องครักษ์ของสตรีผู้นั้นหายตัวไป

             “หัวหน้าสิบ บุรุษสวมหน้ากากผู้นั้นหายไปแล้ว”

             “หือ” ผู้ที่ถูกเรียกว่าหัวหน้าสิบตะลึง เขาหันหลังกลับด้วยความหวาดระแวง

             คมกระบี่ถูกพาดติดคออย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงข่มขู่ของคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง “เจ้าคิดจะทำสิ่งใดกับสตรีผู้นั้นหรือ”

             บุรุษร่างใหญ่เอียงหน้ามามองเล็กน้อย ไอสังหารจากเจ้าของกระบี่แผ่ออกมาอย่างน่าหวาดหวั่น เขาพยายามปรับสีหน้าให้เรียบเฉย “ข้าก็แค่มองนางเฉยๆ เจ้าต่างหากคิดจะทำร้ายข้า”

             “ตรอกนี้ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านเสียด้วย หากว่าข้าเชือดเอ็นมือเอ็นเท้าเจ้าล่ะก็ คงจะไม่มีผู้ใดมาช่วยได้ทัน” น้ำเสียงของชิวต้าซานฟังแล้วไม่เหมือนข่มขู่

             “เจ้าเป็นมือสังหารหรือ”

             “เจ้าแอบดูข้าอยู่ตั้งนาน มองไม่ออกหรือไร”

             คนร้ายร่างบางพลิกตัวหลบออกห่างก่อนจะฉวยโอกาสขว้างมีดสั้นหมายจะปักบนอกของชิวต้าซาน องครักษ์สวมหน้ากากพลิกตัวหลบอย่างว่องไว

             บุรุษร่างใหญ่เมื่อครู่อาศัยจังหวะที่ชิวต้าซานหลบมีดสั้นเบี่ยงร่างหลบคมกระบี่แล้ววิ่งออกไปถนนใหญ่ เขาควักนกหวีดออกมาเป่า ทำให้บุรุษหลายคนที่ปลอมตัวเป็นพ่อค้าและชาวบ้านที่เดินอยู่แถวนั้นออกมาช่วยกันขัดขวาง

             “พรรคพวกของเจ้าเยอะดีจริง” ซิวต้าซานร้องออกมา

             หัวหน้าสิบวิ่งตรงไปยังหลี่หยวนหยวนกระชากแขนของนางแล้วก้มลงแบกขึ้นบ่าในทันใด

             “คุณหนู!” ไป๋เยว่ร้องลั่น

             ผู้คนบนถนนเห็นเหตุการณ์นั้นก็แตกตื่น เสียงเอะอะเอ็ดตะโรทำให้กลุ่มของอ๋องหยางที่ขี่ม้าอยู่สุดถนนต้องหันมามอง

             “ท่านอ๋อง! เกิดเหตุร้ายด้านโน้นขอรับ”

             เหล่าองครักษ์ของอ๋องหยางตะโกนให้ชาวบ้านหลบขบวนม้า “อันตราย! หลบไปให้หมด!”

            ขณะนั้นชิวต้าซานวิ่งตามหลังกลุ่มคนที่จับตัวหลี่หยวนหยวนไปไม่ห่างนัก เพียงแต่บนถนนนั้นเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังกรีดร้อง วิ่งหลบกันวุ่นวาย ทำให้ยากแก่การติดตาม

             หลี่หยวนหยวนที่ถูกแบกขึ้นบ่า ถลกแขนเสื้อขึ้น นางสวมจักรสังหารมาด้วย

             ‘บ้าจริง! ยิงตอนนี้ไม่ได้ซะด้วย ถ้าเกิดมันล้มลง ฉันก็หน้าทิ่มดินพอดี รอให้มันหยุดวิ่งซะก่อนจะดีกว่า’

             นางข่มใจรอ ทว่าคนร้ายก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดฝีเท้า

     

             ชิวต้าซานถูกคนร้ายกลุ่มหนึ่งขวางเอาไว้ เขาใช้กระบี่ฟาดฟันกับคนกลุ่มนั้นต่อหน้าชาวบ้านจำนวนมาก วรยุทธ์อันแสนร้ายกาจขององครักษ์สวมหน้ากากหนังสีขาวทำให้เหล่าองครักษ์หยกทมิฬของอ๋องหยางถึงกับตกตะลึง

             “พวกเราคงไม่ต้องลงมือแล้ว คนร้ายนับสิบ แต่เขาคนเดียวต้านอยู่ในเวลาไม่กี่อึดใจ” ซู่จิ้งร้องขึ้น

             หยางหลีเหว่ยไม่ได้สนใจมองการต่อสู้ขององครักษ์สวมหน้ากากของอดีตภรรยา เขามองหาคนที่แบกหลี่หยวนหยวนเอาไว้บนหลัง

             “พวกเจ้าจัดการคนร้ายด้วย ข้าจะไปช่วยคน” อ๋องหยางตะโกนสั่งการ พร้อมกระตุกบังเหียนตามหลังคนร้ายที่แบกหลี่หยวนหยวนไปอย่างร้อนใจ

             เจิ้งตู้ควบม้าตามหลังท่านอ๋องไปไม่ห่าง กลุ่มคนร้ายราวหกคนวิ่งออกนอกชุมชน กำลังจะถึงสะพานข้ามคลองอ๋องหยางดึงเอาคันเกาทัณฑ์ที่สะพายไว้ออกมา ควบคุมม้าด้วยท่อนกายด้านล่าง แล้วเล็งไปยังขาของคนร้าย

             ฟิ้ว! ฉึก!

             ลูกเกาทัณฑ์ที่ถูกยิงออกไปพร้อมกันสองดอก ปักน่องทั้งสองข้างของร่างใหญ่ที่แบกหลี่หยวนหยวนเอาไว้ เคราะห์ดีที่คนผู้นั้นกำลังวิ่งขึ้นสะพานไม้ ความเร็วในการวิ่งจึงลดลง

            เมื่อถูกยิงเข้าที่น่อง มือข้างหนึ่งของคนร้ายจึงคว้าราวสะพานหมายจะพยุงตัว ทำให้ร่างของหลี่หยวนหยวนถูกเหวี่ยง

             “ว้าย!” หญิงสาวร้องขึ้น นางใช้เท้าเหนี่ยวราวสะพานหมายจะสะบัดตัวดิ้นหนีจากการแบกของคนร้าย

             คนผู้นั้นอยู่ในท่ากึ่งคุกเข่าใกล้ราวสะพาน แขนข้างหนึ่งยกขึ้นรัดเอวนางไว้แน่น

             “อย่าดิ้น!”

             “ปล่อยข้า!” นางคำรามพร้อมทั้งใช้นิ้วยิงจักรสังหารออกใส่บั้นเอวคนผู้นั้น

             ฉึก! ฉึก!

             นางยิงจักรสังหารออกไปถึงสองครั้ง ร่างกันจึงได้ปล่อยมือจากร่างของนาง

             “อ๊าก...!” เสียงร้องของคนร้ายแผดก้องทั่วบริเวณ มันปล่อยมือจากเอวของนางไปกุมด้านหลังเอวของตนเอง พร้อมกับสะบัดนางอย่างแรง

             ตู้ม!

             หลี่หยวนหยวนกระเด็นลงจากสะพานลงไปในน้ำ อ๋องหยางที่ควบม้ามาทันก็รีบกระโจนลงจากหลังม้า

             ชิวต้าซานวิ่งมาถึงหัวสะพานไม้พอดี อ๋องหยางกระโดดลงไปในน้ำ ในขณะที่หลี่หยวนหยวนกำลังตะกายขึ้นมาเหนือผิวน้ำ มือใหญ่ของหยางหลีเหว่ยคว้าเอาต้นคอของอดีตภรรยาแล้วว่ายในท่าลากนางขึ้นริมตลิ่ง

             “เจ้าปลอดภัยดีหรือไม่” ชายหนุ่มมองสำรวจร่างกายของนาง

             “แค่กๆ ดี” หญิงสาวไอสองสามครั้งก็ตอบออกมา “ข้าว่ายน้ำเป็น ท่านไม่ต้องกระโดดตามมาก็ได้”

             “ไม่ได้สิ หากบุรุษอื่นกระโดดลงมาช่วยเจ้า สามีอย่างข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด”

             หลี่หยวนหยวนขมวดคิ้ว เม้มปาก “อดีตต่างหาก พวกเราหย่ากันแล้ว”

             “นั่นล่ะ ถึงเจ้าจะเป็นภรรยาที่ข้าหย่าไปแล้ว แต่เจ้าก็ยังได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของข้าอยู่ หากปล่อยให้ผู้อื่นแตะต้องตัวเจ้า ชาวบ้านคงนินทาเสียๆ หายๆ”

             หลี่หยวนหยวนส่ายศีรษะ “หัวโบราณ” นางบ่นออกมาเบาๆ

             ชายหนุ่มถลึงตาใส่นางด้วยความไม่พอใจ “ชื่อเสียงของข้าสำคัญยิ่ง ตราบใดที่ยังอยู่ในเมืองเฉินม่าย เจ้าจะทำตามใจไม่ได้”

     

     ****************



    คล้ายกับเรื่องฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง ที่คุณอ่าน