หลังจากที่เฉินฟางถามเกี่ยวกับการบ่มเพาะของผู้ฝึกตนเเละสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุด เขาก็ถามหลัวฉางถึงเื่หญ้าิญญา หลัวฉางตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบว่า
"หญ้าิญญานั้นหายากมาก มักจะเติบโตในหุบเขาิญญาที่มีความสูงและความชันที่ยากจะเอื้อมถึง หญ้าประเภทนี้มักจะขึ้นอยู่ตามแนวหน้าผา ทำให้การเก็บเกี่ยวเป็เื่ที่แทบจะเป็ไปได้ยาก"
เฉินฟางได้ยินดังนั้น จึงถามต่อไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ข้าสามารถเดินทางไปด้วยได้ไหม?"
หลัวฟางขมวดคิ้วและตอบปฏิเสธทันที
แต่หลัวฉางกลับพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ก่อนที่จะตอบอย่างราบเรียบว่า
"ถ้าเ้าปล่อยเฉินฟางไว้ตามลำพังในป่าเทียนหลัว เขาคงไม่รอดแน่"
จึงทำให้หลัวฉางอนุญาตให้เฉินฟางเดินทางไปด้วยกัน
หลังจากนั้นทั้งสามก็เดินทางมาถึงหุบเขาิญญาและยืนมองดูทิวทัศน์ที่สวยงามจากที่สูง หลัวฉางและเฉินฟางต่างพากันตะลึงในความงามที่ตาเห็น ก่อนที่หลัวฟางจะทักขึ้นว่า
"ที่ตรงร่องเหวตรงนั้น… หญ้าิญญากำลังเติบโตอยู่"
หลัวฉางยิ้มออกมาและรีบวิ่งไปทันที ก่อนจะขี่กระบี่บินไปยังร่องเหวหน้าผา
ทันใดนั้นเอง หลัวฟางก็ใช้กระบี่แทงไปที่หลังเฉินฟางอย่างรวดเร็ว หลัวฉางหันกลับไปมองและถามด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย
"ทำไมเ้าถึงทำแบบนั้น?"
หลัวฟางตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
"หญ้าิญญาเมื่อปรากฏขึ้น มักจะมีสัตว์อสูรเฝ้าคอยอยู่นั้นคือ 'นกเพลิงิญญา' เราต้องมีเหยื่อล่อเพื่อดึงมันออกไป"
หลัวฉางรู้สึกไม่พอใจอย่างมากและดุด่าหลัวฟางด้วยเสียงที่เครียด
"เ้าไม่ควรทำเช่นนั้น!"
แต่ยังไม่ทันที่จะพูดจบ
ทันใดนั้นเอง นกเพลิงิญญาก็ปรากฏตัวออกมาอย่างรวดเร็ว มันเป็สัตว์อสูรขั้นหลอมิญญาระดับที่ 5 ที่มีร่างกายใหญ่มหึมา ปีกทั้งสองข้างของมันกว้างใหญ่และเปลวไฟลุกไหม้ตลอดเวลา ร่างกายของมันถูกห่อหุ้มด้วยเปลวไฟสีฟ้าที่ส่องแสงสว่างจ้า ราวกับเปลวไฟที่ไม่เคยดับ หางของมันยาวและเผาไหม้ด้วยเปลวเพลิงที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด ดวงตาของมันเป็สีเหลืองทองที่ส่องประกายเจิดจ้า ราวกับไฟที่ส่องแสงในความมืด เสียงร้องของมันแหลมสูงและทุ้มต่ำจนทำใหู้เารอบข้างะเื
มันบินวนรอบๆ ร่องเหวที่หญ้าิญญากำลังเติบโตอยู่อย่างระมัดระวัง และกวาดตามองหาผู้ที่จะมาแย่งชิงทรัพยากรในพื้นที่ของมัน