High Human

HH 184

        ด้านนอกเหลือเพียงโจและกอลเอลอีก 6 ตน


        โจรออยู่สักครู่เพื่อคำนวณว่าหัวหน้าหน่วยตนนั้นได้ไปถึงห้องนั้นแล้ว จากนั้นเขาก็พุ่งเข้าใส่กอลเอลตัวแรกที่ใกล้สุดจัดการต่อยไปยังจุดอ่อนทำให้มันหมดสติ


        เมื่อกอลเอลตนอื่นๆเห็นก็เริ่มร้องโหวกเหวกและเปิดฉากยิงทันที


        อย่างไรก็ตามแม้ว่าอาวุธของพวกมันจะร้ายแรงแต่ถ้าไม่สามารถถูกเป้าหมายมันก็เป็นเพียงท่อนเหล็กดีๆนี่เอง โจหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว กระสุนที่พุ่งเข้ามาดูช้ามากในสายตาเขา เขาจัดการตัวที่สองและจับตัวที่สองเหวี่ยงใส่ตัวที่อยู่ไกลสุดจนล้มกลิ้งไปตามๆกัน


        จากนั้นเขาพุ่งเข้าหาตัวที่สามแล้วอัดสองทีจนมันหมดสติพร้อมกับดีดตัวไปหาตัวที่สี่หมุนตัวหลบกระสุนและเหวี่ยงขาเตะจนมันกระเด็นและหมดสติไป


        เมื่อเห็นพวกพ้องล้มลงไปทีละคนกอลเอลที่ยืนอยู่ตัวเดียวก็กรีดร้องด้วยความหวาดกลัวพร้อมกับยิงใส่โจราวกับคนบ้า อย่างไรก็ตามพริบตามันก็เห็นกอลเอลทรยศตัวนั้นอยู่เบื้องหน้าของมันพร้อมกับความเจ็บปวดจนทนไม่ไหวแล้วทุกอย่างก็มืดลง


        โจจัดการตัวที่ห้าเสร็จเขาก็รีบเข้าไปหาตัวที่ 6 ซึ่งกำลังลุกขึ้นเพราะถูกเพื่อนตัวเองกระแทกจนล้ม แต่ก่อนที่มันจะทันได้ลุกมันก็รู้สึกถึงเงาเบื้องหน้าและเมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นเพียงหมัดพุ่งเข้ามาปะทะกับใบหน้าของมันจากนั้นทุกอย่างก็มืดลง


        เมื่อจัดการกออลเอลเหล่านี้เรียบร้อยโจก็รีบวิ่งหนีไปด้วยความเร็วสูงสุด


        หลังจากนั้นไม่เกิน 2 นาที หัวหน้าหน่วยและลูกน้องก็รีบวิ่งกลับมาที่ทางเข้าด้วยความโกรธและมันก็เห็นลูกน้องนอนหมดสติ


        “ไอ้สารเลว!! กล้าทรยศเผ่าพันธุ์!!” หัวหน้าหน่วยคำรามด้วยความโกรธแค้น


        เมื่อตอนที่มันและลูกน้องไปถึงห้องที่เก็บวัตถุทมิฬมันพบเพียงกอลเอลตนอื่นๆกำลังวุ่นวายกับการตามหาใครสักคนในฐาน และเมื่อเป็นเช่นนั้นมันก็รู้แล้วว่าถูกหลอกจึงรีบวิ่งไปที่ทางเข้าทันที


        แต่มันสายไปแล้ว


        “ไป…ไปตามล่ามัน อย่าปล่อยให้มันหนีไปจากดาวดวงนี้ได้ หากใครเจอให้ฆ่ามันได้ทันที!!” หัวหน้าหน่วยตะโกน


……


        โจได้หนีออกมาราว 5 นาที เขาก็หลบอยู่ในซอกหิน เขายกเลิกอุปกรณ์ปลอมตัวแล้วเก็บมันเอาไว้ก่อนจะเตรียมเรียกให้คนมารับ


        อย่างไรก็ตามเมื่อเขากำลังจะเรียกผลปรากฏว่านาฬิกาข้อมือไม่ตอบสนอง เขาก็รู้ได้ทันทีว่าพวกกอลเอลได้เปิดคลื่นแจมมิ่งสัญญาณคลุมดาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


        ทำให้เขาเหมือนหนูที่ถูกฝาครอบไม่สามารถติดต่อภายนอกได้


        คลื่นแจมมิ่งสัญญาณเพื่อคลุมดาวทั้งดวงนั้นต้องใช้พลังงานมหาศาล ยิ่งดาวเคราะห์มีขนาดใหญ่ก็ยิ่งใช้พลังงานมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามโจไม่รู้ว่าพวกกอลเอลมีพลังงานพอจะส่งคลื่นแจมมิ่งสัญญาณได้นานแค่ไหนกัน


        ในระหว่างนี้เขาต้องหลบซ่อนและหลีกเลี่ยงการปะทะให้มากที่สุด แต่หากเกิดเหตุสุดวิสัยเขาก็ต้องใช้อุปกรณ์ปลอมตัวแล้วจัดการพวกกอลเอลแทน 


        แต่ว่าอุปกรณ์ปลอมตัวไม่สามารถใช้ได้ตลอดเพราะมันมีพลังงานอยู่ เมื่อพลังงานหมดพวกกอลเอลจะรู้ได้ทันทีว่าโจเป็นคนจากสหพันธ์ เมื่อถึงตอนนั้นคงหลีกเลี่ยงข้อพิพาทระหว่างทั้งสองฝ่ายไม่ได้อย่างแน่นอน


        นอกจากนี้หากถึงเวลากลางวันก็ต้องพบกับคลื่นความร้อน เขาไม่สามารถอยู่ข้างนอกได้ตลอดเวลา เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังหลุมหลบภัยที่เขาได้พบคายเฟอร์


        ผ่านไปประมาณ 20 นาทีเขาได้มาถึงทางเข้าหิน โจยกหินออกแล้วเข้าไปข้างในพร้อมกับปิดทางเข้าไว้แล้วหลบซ่อนตัวอยู่ในนั้น


……


        เวลาผ่านไป 40 ชั่วโมง…


        “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?” มายด์เดินวนไปวนมา เธอไม่ได้นอนเลยตั้งแต่กลับมา


        เวลาได้ผ่านไปเกือบสองวันแล้วที่หัวหน้าได้ลงไปตรวจสอบวัตถุนั่น แต่ว่าหลังจากนั้นก็ขาดการติดต่อเพราะมีคลื่นแจมมิ่งสัญญาณคลุมทั้งดาวเคราะห์


        “เมื่อไหร่สัญญาณนั่นจะหายไป” มายด์กล่าวด้วยความกังวล


        ชายหนุ่มที่เฝ้าดูอยู่ก็ตอบกลับไปว่า “พลังงานยังคงที่อยู่เลยครับ พลังงานน่าจะยังไม่หมดในเร็วๆนี้”


        มายด์อยากลงไปตามหาแต่เธอรู้ดีว่าตัวเองจะกลายเป็นภาระซะเปล่าจึงอดทนไว้ ทุกคนรู้ดีว่าโจแข็งแกร่งมากพวกกอลเอลคงไม่สามารถทำอะไรเขาได้ อย่างไรก็ตามสถานการณ์ที่ไม่สามารถรับรู้ได้นั้นมันก็ทำให้พวกเขากังวลได้อยู่ดี


        คลื่นความร้อนได้ผ่านไปแล้วสองครั้ง แต่ละครั้งช่างรุนแรงยิ่งนัก ไม่ต้องคิดเลยว่าต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหนก็ต้องแหลกสลาย


        พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากรอจน 30 ชั่วโมงผ่านไปคลื่นแจมมิ่งสัญญาณก็ยังไม่หายไป แต่ว่าครั้งนี้แตกต่างออกไป


        “รองหัวหน้าครับ ดูเหมือนว่าคลื่นแจมมิ่งจะเริ่มอ่อนกำลังลงแล้วครับ!” ชายหนุ่มจ้องมองไปที่หน้าจอแล้วหันไปพูดกับมายด์


        มายด์รีบเดินเข้ามาแล้วพูดว่า “อีกนานไหมกว่าพลังงานมันจะหมด”


        “จากการคำนวณแล้วพลังงานจะหมดประมาณ 5-8 ชั่วโมงครับ”


        “อืม…คอยจับตาดูเอาไว้ ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงให้แจ้งทันที”


        “ครับ!!”


……


        โจที่ซ่อนตัวอยู่ข้างในหลุมเขาไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งเล่นลูกไฟในมือฆ่าเวลา เขาควบแน่นพลังงานให้เป็นลูกไฟสามลูกแล้วโยนมันเล่น

เขาใช้พลังตัวเองแล้วเล่นไปเรื่อยเปื่อยเพื่อรอเวลามาถึง


        ซ่าๆ…ซ่าๆ!!


        เสียงคลื่นส่งสัญญาณดังมาจากนาฬิกาข้อมือ ในวันนี้มันตอบสนองแม้จะยังไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติก็ตาม แต่มันก็ดีกว่าช่วงที่ผ่านมาที่มันนิ่งสนิท


        “ใกล้ถึงเวลาแล้วสินะ” โจพึมพำ เขาเบื่อจะตายอยู่แล้วที่ต้องอุดอู้อยู่ในหลุมตั้งหลายวัน แต่ตอนนี้คลื่นแจมสัญญาณกำลังจะหมดพลังงานแล้ว เขาจะได้ไปจากที่นี่สักที


        โจมองไปยังหลอดแก้วใสขนาด 1 ฟุตที่พิงกำแพงอยู่ข้างๆ เขาเหลือบมองวัตถุทมิฬซึ่งกำลังกระเพื่อมเหมือนการเต้นของหัวใจอย่างสม่ำเสมอ 

        

        ทุกครั้งที่เขามองมันเขาจะรู้สึกไม่ดีอย่างมากราวกับวิญญาณกำลังถูกดึงไปอย่างไรอย่างนั้น เขามีความรู้สึกว่าสิ่งนี้ต้องนำมาซึ่งเรื่องราวที่ใหญ่โตอย่างแน่นอน เขาไม่รู้ว่าพวกกอลเอลสร้างมันขึ้นมาได้อย่างไรหรือบางทีพวกมันอาจจะไปเก็บมาจากที่ไหนสักแห่งก็ได้?


        ตอนนี้ด้านนอกเป็นเวลากลางคืน พวกกอลเอลออกค้นหาไปทั้งดวงดาว มีการส่งยานอวกาศขนาดเล็กหลายลำบินรอบดาวเคราะห์เพื่อค้นหาผู้ทรยศ แม้แต่หัวหน้าหน่วยหลายคนก็ออกมาค้นหาด้วยตัวเองด้วยความเคร่งเครียด พวกมันหวังว่าจะสามารถจับคนทรยศและนำวัตถุทมิฬกลับคืนมาก่อนที่เรื่องจะไปถึงหูพวกระดับสูงที่อยู่อันห่างไกล


        ถ้าเรื่องนี้ไปถึงหูพวกระดับสูงล่ะก็ พวกมันรู้ดีว่าคงรักษาหัวตัวเองไว้ไม่ได้แน่ๆ