"อันดามานี่"แม่ทัพหยางเรียกเธอให้มาใกล้
"นั่นไม่ใช่พวกทหารของท่านเหรอ"อันดาชะโงกออกไปดู
"ไม่ใช่ ผิวของพวกมันเข้มกว่าแล้ววิธีเดินก็ไม่เหมือนกัน"แม่ทัพหยางสามารถบอกได้ในทันทีจากการเดิน
“โห! แค่เดินก็รู้แล้วเหรอ” อันดาทึ่ง
“อีกหน่อยเวลาเ้าอยู่ไปนานๆ จะรู้ได้เอง” แม่ทัพอธิบายสิ่งเล็กๆ น้อยให้อันดาจับสังเกตทำให้เธอเข้าใจได้เป็อย่างดี
“ระวัง!” แม่ทัพจับอันดาดึงเข้ามาไว้ใกล้ตัว แล้วก็มีลูกธนูพุ่งเข้ามาเฉียดใบหูของเธอไป
“ท่านเอาปืนมาด้วยหรือไม่” อันดาถาม
“เอามาแต่ะุมีแค่ไม่กี่ลูก” แม่ทัพหยางตอบ
“ข้ามี เอาไปทั้งกล่อง” อันดาล้วงหยิบกล่องะุยื่นให้ส่วนตัวเองก็สวมปืนกลมือแต่เลือกหยิบลูกดอกแทนะุ
“เ้าจะใช้เหรอ นั่นอะไร” แม่ทัพหยางเห็นกระเป๋าโดเรมอนของอันดาแล้วแปลกใจ ตัวนิดเดียวแต่ทำไมหยิบของออกมาได้มากมาย สิ่งที่อันดาหยิบออกมาคือกล้องมองกลางคืน เธอเอามาสวมให้แม่ทัพทำให้เขาเข้าใจว่ามันคืออะไรและออกไปด้านนอกแล้วเริ่มจัดการพวกมันอย่างเงียบเชียบก่อน
แต่เมื่อทหารข้าศึกกรูกันเข้ามาเขาก็เริ่มยิงปืน เสียงปืนนั้นดังจนเด็กๆ และผู้หญิงพากันร้องไห้ อันดาจึงหันไป
“เอามือปิดหูเอาไว้อย่าใ เราจัดการได้” อันดาหันไปปลอบ
เสียงปืนที่ดังทำให้หยวนอิงและทหารกองทหารที่ตามมาตามคำสั่งได้ยินและรีบตามมาสมทบได้ทันเวลา ในที่สุดคนที่จับหนอนบ่อนไส้ได้ก็คืออันดา เพราะก่อนที่กองกำลังสำรองจะตามมาถึง อันดาสังเกตเห็นคนหนึ่งที่เดินไม่เหมือนข้าศึกเธอจึงยิงไปที่ขาทำให้เขาขยับไม่ได้ และยิงที่มือจนอาวุธร่วง เมื่อจับได้ปรากฏว่าคนนั้นใช่ใคร คือนายกองกงจื่อที่ปล่อยม้าให้อันดาขโมยมา
ที่จริงเขาตั้งใจ เพราะรู้ว่าเธอเป็คนสำคัญที่นำอาวุธแปลกประหลาดและอาหารมาให้ จึงปล่อยให้เธอเอาม้าออกมา เมื่อรู้ว่าเธอไปไหนและแม่ทัพหยางตามออกไปคนเดียวก็หนีออกมาแจ้งข้าศึกให้มาตามจับ เพราะเห็นว่าทั้งสองออกมาโดยไม่มีอาวุธ
ใครจะไปรู้ว่าไอ้หนูอันดามีกระเป๋าสามมิติที่เอาของออกมาได้มากมายขนาดนั้น
“ทำไมเ้าจึงทรยศ” หยวนอิงถาม
“ข้าไม่ได้ทรยศ ข้าเป็ผู้ภักดีต่างหาก” ที่จริงนายกองกงจื่อนั้นเป็คนเป่ยซานที่ถูกกวาดล้างมาแล้วเข้ามาทำมาหากินในต้าซาน เขาฝึกทหารและอาศัยเป็พลเมืองของต้าซาน แต่เมื่อมีคนจากเป่ยซานมาติดต่อและยื่นข้อเสนอว่าถ้าเขาทำงานให้และยังโน้มน้าวด้วยอาวุธแบบใหม่ที่สามารถทำให้ชนะได้
เมื่อเป่ยซานได้ต้าซานเขาจะไม่เป็เพียงแค่นายกองแต่จะได้เป็แม่ทัพผู้ภักดีของเป่ยซานทีเดียว
“จริงอยู่ที่เ้าเป็คนเป่ยซาน แต่เ้าก็มาเติบโต ครอบครัวเ้าก็ทำมาหากินที่นี่” หยวนอิง
“ถุย! ทำมาหากินะไร พวกต้าซานทำนาบนหลังคนกดขี่ข่มเหงรีดนาทาเร้น ชาวบ้านต้องทนทุกข์แค่ไหนเบื้องบนไม่มีใครสนใจ” นายกองกงจื่อ
“แล้วเ้าเป็คนที่แอบทำร้ายรองแม่ทัพใช่หรือไม่” หยวนอิงถาม
“ใช่ ข้าเอง เป็องค์รัชทายาทแล้วอย่างไร ก็จมกองขี้ได้เหมือนกันนั่นล่ะ!” นั่นเป็คำพูดสุดท้ายก่อนที่เขาจะโดนตัดหัว
เืที่กระเด็นมาเกือบโดนหน้าอันดาแต่มีมือใหญ่ๆ มาบังไว้ให้เธอแต่ตอนนี้เธอก็สติหลุดไปแล้ว องค์รัชทายาทอารมณ์ร้อนที่ทนฟังอยู่ไม่ไหว
“เฟยหลง ใครใช้ให้เ้าสังหารเขา” แม่ทัพหยางรู้สึกว่าเ้าเด็กนี่ถ้าไม่ดัดสันดานคงเป็กษัตริย์ได้ยาก
“ข้าขอน้อมรับโทษ ตำแหน่งรัชทายาทไม่สามารถให้ใครมาเหยียดหยามได้” หยางเฟยหลงก้มหน้ารับโทษ
“องค์รัชทายาท ท่านต้องรู้จักอดทนกว่านี้ ไม่เห็นหรือว่าที่นี่มีเด็กๆ อยู่ด้วย” อันดาด่าทันทีเมื่อสติกลับมา
“เ้า!” เป็หยวนอิงที่ดุเด็กอันดา
“เด็กๆ ตามข้ามาทางนี้” อันดาไม่สนใจใคร พาเด็กๆ เข้าไปนั่งสงบจิตใจกันภายใน
“เ้าออกมาอย่างนี้ใครดูค่าย” แม่ทัพหยางรองแม่ทัพ
“ท่านแม่ทัพใหญ่มาขอรับ” ตำแหน่งของแม่ทัพอย่างเขาก็ยังเป็รองท่านแม่ทัพใหญ่ที่กำลังจะเกษียณตัวเองออกจากสนามรบและเป็เ้ากรมกลาโหมนั่นเอง
“ท่านมาตรวจค่ายและมีเื่้าปรึกษากับท่านแม่ทัพเลยให้ข้ามาตามท่านด้วยตนเอง” รองแม่ทัพหยางเฟยหลงรายงาน
“งั้นก็ไปกันเถอะ พวกเ้าอยู่ที่นี่กับเ้าหนูอันดา พาทุกคนกลับลงไปที่หมู่บ้าน เ้าหนูนั่นมีไฟส่องสว่าง ให้ชาวบ้านกลับเข้าบ้านได้แล้ว” แม่ทัพหยางทิ้งอันดาไว้ที่นี่ เพราะเขาไม่อยากให้ใครรู้ว่าอาวุธมาจากไหน เพื่อความปลอดภัยของอันดาเอง เขาสั่งกำชับทุกคนว่าห้ามพูดเื่ของอันดาไว้แล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทางที่นี่ซ่อนตัวเ้าหนูไว้ที่นี่ก่อนดีกว่า
เมื่อทุกอย่างถูกจัดการแล้ว อันดาก็เอาเสาไฟให้ทหารที่เหลืออยู่ถือตามกันพาชาวบ้านลงมา บ้านที่ถูกทิ้งไปหลายวันก็ช่วยกันทำความสะอาด โดยที่มีบ้านหลังหนึ่งอันดาเอาเด็กๆ ที่กำพร้าพ่อแม่มาอยู่รวมกัน เป็บ้านที่ไฟสว่างที่สุด แล้วก็มีถุงนอนสำหรับเด็กทุกคน คืนนี้เด็กๆ ที่มีพ่อแม่ก็ยังมาขอนอนด้วยเพราะที่บ้านนั้นไม่มีผ้าห่มเหลืออยู่เลย อันดาจึงเอาลังที่มีกลองถุงนอนอยู่ให้ทหารไปแจกจ่าย
ทหารที่รับมาก็แปลกใจว่าทำไมที่นี่มีลังอยู่อีกใบ อันดาอ้างว่ามันเป็ใบที่สองที่หายไป เธอเจอมันเลยลากเอามาไว้ที่นี่ ในลังนี้มีแต่อาหารและเครื่องนอน อันดาเอาอาวุธออกไปหมดและวางไว้ที่เดิม ตอนนี้กลายเป็ว่า ปืนที่ถูกวางทิ้งไว้ก็เพิ่มจำนวนขึ้น ถึงจึงตัดสินใจเอาปืนที่มีอยู่ทั้งหมดกลับไปวางไว้ที่เดิม
วันรุ่งขึ้น ปืนที่วางไว้เพิ่มจำนวนเท่าตัวจากหกกระบอกเพิ่มกลายเป็สิบสองกระบอก ดังนั้นวันรุ่งขึ้นจะมี ยี่สิบสี่กระบอก เมื่อครบเจ็ดวันจะมีปืนทั้งหมด เจ็ดร้อยหกสิบแปดกระบอก
มีช่องทางหาเงินแล้วล่ะ ในเมื่อแม่ทัพบอกว่าคิดราคามาได้ เธอก็จะเป็แม่ค้าความตายเต็มตัว ฟาเบรียนจะรู้มั้ยนะว่าเธอเป็ไปได้ถึงเพียงนี้ เธอนั่งมองเด็กตัวเล็กๆ ที่นอนสะอื้นไห้คิดถึงพ่อแม่แล้วก็รู้สึกโกรธเอามากๆ คนที่สมควรตายที่สุดก็คือคนบ้าอำนาจและโลภโมโทสันนั่นเอง
“เ้าไปเจอลังไม่นั่นที่ไหน” หยางเฟยหลงเดินเข้ามานั่งใกล้
“เบาหน่อย เด็กๆ กำลังหลับอยู่” อันดาไม่มีอารมณ์แม้แต่จะมองหน้าที่หล่อเหลาขององค์รัชทายาทบ่อปฏิกูลคนนี้เลย สำหรับเธอเขาดูไม่เอาไหนเอามากๆ
“พวกเขาไม่สมควรต้องมากำพร้าพ่อแม่ขนาดนี้เลย” หยางเฟยหลงพึมพำ
“คิดได้ด้วยเหรอ” อันดาแขวะ ฟันคนคอขาดต่อหน้าเด็กยังจะมีหน้ามาพูด
“ที่จริงข้าเกลียดาที่สุด เพราะมันข้าจึงกำพร้าแม่ ข้าแค่อยากเป็คนธรรมดา ใช้ชีวิตสงบสุขเท่านั้น” หยางเฟยหลงบ่น
“้าจะบอกอะไร” อันดาถามตรงๆ รำคาญจริงๆ พวกอ้อมค้อมเนี่ย
“ข้า้าชนะศึก ข้าอยากให้เ้าขายอาวุธให้ข้า แม่ทัพให้เท่าไหร่ข้าให้เ้าเท่าตัว” หยางเฟยหลง
“อยากได้หน้าว่างั้น” อันดา