Boardgame Killer

    บทที่ 29 โรมัน

    หลังจากผ่านพ้นไป3 เทิร์น...ต้องยอมรับเลยว่าผู้เล่นคนอื่น ๆ ต่างก็มีกลยุทธ์ที่น่าทึ่งพอตัวถึงแม้บางคนจะดูเหมือนเพิ่งเคยเล่นเป็นครั้งแรกหรือบางจังหวะจะดูเหมือนสุ่มวางหมากไปมั่ว ๆแต่ผลลัพธ์ที่ปรากฏบนกระดานกลับมีประสิทธิภาพดีเกินคาด

            ผมเริ่มทำการวิเคราะห์และอ่านแผนการที่ตัวเองจดบันทึกไว้อย่างเงียบเชียบย้อนกลับไปในเทิร์นแรก ผมเลือกที่จะสร้างอาคารอสังหาริมทรัพย์ (Cotton Mill) ที่เมือง ‘ดาร์บี’ (Derby) เพราะประเมินแล้วว่าที่นั่นเป็นทำเลปิดที่ไม่มีใครคิดจะมาแย่งชิงตลาดกับผมแน่นอนพอเข้าสู่เทิร์นที่สองผมก็จัดการสร้างเส้นทางเชื่อมต่อเข้าไปเพื่อทำแอ็กชั่นขายสินค้าชิ้นนั้นจนโกยกำไรกลับมาเป็นทุนรอนได้สำเร็จ

            หากมองภาพรวมในตอนนั้นคนที่ฝีมือสูสีกับผมที่สุดเห็นจะเป็น ‘เดเนียล’การที่เขาเลือกเปิดเกมด้วยการสร้างโรงเหล็กคอมโบตัดกำลังตลาดก็นับว่าน่ากลัวไม่เบาส่วน ‘เจสซี่’ เองก็เป็นอีกคนที่มีมุมมองกลยุทธ์เฉียบขาดอย่างไม่น่าเชื่อเธอเริ่มเกมเทิร์นแรกด้วยการกู้เงินทันทีเพื่อระดมทุนไปสร้างโรงงานเครื่องปั้นดินเผา(Pottery) ระดับสูงถือว่าทั้งสองคนเป็นผู้เล่นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งและผมไม่สามารถละสายตาได้เลย

            ต่อมาในเทิร์นที่สาม ผมตัดสินใจเลือกแอ็กชั่นกู้เงิน (Loan) เพื่อดึงทุนมาสร้างโรงงานเครื่องปั้นดินเผาเลเวล1 การเลือกเดินหมากเส้นนี้และรีบขายสินค้าถือเป็นทางเลือกที่ค่อนข้างเพลย์เซฟแม้ต้นทุนในการก่อสร้างจะสูงลิ่วแต่แต้มและระดับรายที่จะได้รับกลับคืนมาก็สูงมากพอที่จะคุ้มค่าเหนื่อยในรอบนั้นผู้เล่นส่วนใหญ่พร้อมใจกันเลือกสร้างเรือเพื่อปูเส้นทางลำเลียงสินค้าซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร เพราะเมื่อเข้าสู่ช่วงเทิร์นท้าย ๆ ของยุคทุกคนจำเป็นต้องแย่งชิง ‘เบียร์’ เพื่อใช้ในการขายสินค้าอุตสาหกรรมขั้นสูงเบียร์จึงเปรียบเสมือนแกนหลักและทรัพยากรที่ทรงคุณค่าที่สุดในการขับเคลื่อนธุรกิจและการเจรจาต่อรองในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม

            ติ๊ง! ‘จบเทิร์นที่ 3 ระบบกำลังดำเนินการคำนวณรายจ่ายและดอกเบี้ยของผู้เล่นลำดับการเล่นในเทิร์นถัดไปจะถูกจัดเรียงใหม่โดยเรียงจากผู้ที่ใช้จ่ายเงินน้อยที่สุดไปหาผู้ที่ใช้จ่ายมากที่สุด’

            ลำดับการเล่นใหม่: ลำดับที่ 1 คาร์ล > ลำดับที่ 2 เดเนียล > ลำดับที่3 เจสซี่ > ลำดับที่ 4 โรมัน

            เมื่อย่างเข้าสู่เทิร์นที่สี่ ผมนั่งมองผู้เล่นคนอื่น ๆเดินหมากพลางตวัดปากกาจดโน้ตวิเคราะห์พฤติกรรมและข้อมูลของแต่ละคนลงสมุดในเกมแนวบริหารจัดการทรัพยากร (Eurogame) แบบนี้เราไม่มีวันพึ่งพาแค่แผนการที่ตัวเองเซตมาจากบ้านได้เพียงอย่างเดียวหรอกหมากของคู่แข่งบนกระดานนั่นแหละคือปัจจัยหลักที่คอยบีบให้เราต้องคิดแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอยู่ตลอดเวลาและนี่ก็คือเสน่ห์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ทำให้ผมหลงรักบอร์ดเกม

            แสงสีแดงพลันสว่างวาบขึ้นใต้ฝ่าเท้า...ถึงเวลาเดินหมากของผมแล้วสินะ

            ผมจัดการกดเลือกแอ็กชั่นสร้างเส้นทางเดินเรือก่อนจะใช้แอ็กชั่นที่สองกดขายสินค้าเครื่องปั้นดินเผาที่ตั้งตระหง่านไว้ตั้งแต่รอบก่อนเพื่อปั๊มแต้มและดันรายได้ทันทีโชคดีที่ระบบสุ่มพ่อค้าจากตลาดกลาง (Distant Market) มาเปิดตัวอยู่ใกล้ ๆโซนเครือข่ายของผมถึงสองแห่งซึ่งรองรับทั้งโรงงานเครื่องปั้นดินเผาและอาคารอสังหาริมทรัพย์พอดิบพอดีทำให้ผมได้รับสิทธิ์พิเศษในการดึงเบียร์ฟรีจากระบบมาใช้ปิดดีลได้ทั้งสองอันรวด

            ติ๊ง! ‘ผู้เล่นโรมันทำการขายสินค้าจากโรงงานเครื่องปั้นดินเผาเข้าสู่ตลาดสำเร็จ! ได้รับคะแนน 10คะแนน พร้อมขยับระดับรายได้เพิ่มขึ้น 5 หน่วยและเนื่องจากท่านเลือกใช้เบียร์จากโควตาระบบในจุดกำหนดนั้นจึงได้รับคะแนนโบนัสเพิ่มอีก 3 คะแนน’

            วินาทีนั้นคะแนนสะสมของผมดีดตัวพุ่งทะยานขึ้นสูงกว่าผู้เล่นทุกคนบนกระดานแต่นั่นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกย่ามใจเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกันมันยิ่งเตือนสติว่าผมจะประมาทไม่ได้เป็นอันขาด... เพราะเกมนี้ผมต้องชนะเท่านั้นชนะทุกคน... เพื่อเธอ ต่อให้ชัยชนะครั้งนี้จะบีบให้ผมต้องเดินกลับไปยังจุดเริ่มต้นที่ผมเกลียดและหวาดกลัวที่สุดก็ตาม

            ติ๊ง! ‘จบเทิร์นที่ 4 ระบบกำลังดำเนินการคำนวณรายจ่ายและดอกเบี้ยของผู้เล่นลำดับการเล่นในเทิร์นถัดไปจะถูกจัดเรียงใหม่โดยเรียงจากผู้ที่ใช้จ่ายเงินน้อยที่สุดไปหาผู้ที่ใช้จ่ายมากที่สุด’

            ลำดับการเล่นใหม่: ลำดับที่ 1 โรมัน > ลำดับที่ 2 เดเนียล > ลำดับที่3 เจสซี่ > ลำดับที่ 4 คาร์ล

            พวกเราทั้งสี่คนผลัดกันรุกผลัดกันรับเดินหมากแก้เกมกันไปมาอย่างเคร่งเครียดในแต่ละเทิร์น ซึ่งหากคำนวณดูแล้วอีกไม่กี่อึดใจก็จะจบสิ้นยุคคลอง (Canal Era) แล้ว ไม่ว่าจะยังไงเทิร์นนี้ผมจำเป็นต้องรีบใช้แอ็กชั่นวิจัยเพื่อพัฒนาโครงสร้างโรงงานในมือให้ขึ้นไปสู่เลเวลที่สูงกว่าเดิมให้ได้

            โชคดีที่เทิร์นนี้ตำแหน่งสปีดออร์เดอร์ส่งผลให้ผมได้เล่นเป็นคนแรกจึงสามารถกว้านซื้อเหล็กราคาถูกในตลาดมาใช้ทำแอ็กชั่นได้อย่างสบายกระเป๋าผมตัดสินใจเลือกทำแอ็กชั่น ‘วิจัย’ (Develop) เพื่อโละอสังหาริมทรัพย์เลเวลต่ำทิ้งไปทั้งสองแอ็กชั่นรวดแต่อย่างไรก็ตาม การโหมวิจัยไปตลอดทั้งยุคก็ไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีนักเกมระดับนี้จำเป็นต้องแบ่งสัดส่วนการบริหารกระแสเงินสดและทรัพยากรให้ถี่ถ้วนและแม่นยำเพราะไม่งั้นเมื่อเกมพลิกโฉมเข้าสู่ ‘ยุครถไฟ’ (Rail Era) ทุกอย่างจะทวีความยากจนปรับตัวไม่ทัน

            ติ๊ง! ‘ผู้เล่นเดเนียลทำการขายสินค้าจากโรงงานกล่องสินค้าเข้าสู่ตลาดสำเร็จ! ได้รับคะแนน 3 คะแนน พร้อมขยับระดับรายได้เพิ่มขึ้น 5 หน่วยและเนื่องจากท่านเลือกใช้เบียร์จากโควตาระบบในจุดกำหนดนั้นจึงได้รับระดับรายได้เพิ่มขึ้นอีก 2 หน่วย’

            หมอนั่นเริ่มเร่งเครื่องไล่กวดตามหลังผมมาติด ๆล่าสุดเขาเริ่มขยับไปสร้างโรงงานกล่องสินค้าเลเวล 2 ที่เมือง ‘วอลซอลล์’(Warsall) ดูทรงแล้วเดเนียลน่าจะปรับแผนมาเล่นสายอุตสาหกรรมกล่องเต็มตัวเพราะจุดที่เขาปักหลักสร้างนั้นเป็นทำเลทองที่มีตลาดรองรับกล่องสินค้าขนาดใหญ่

            แต่นอกเหนือจากหมากบนกระดานแล้ว...สีหน้าของหมอนั่นดูลนลานและหัวร้อนสุด ๆ หากผมเดาไม่ผิดเดิมทีเดเนียลคงตั้งใจจะสร้างโรงเบียร์ (Brewery) ขึ้นมาเพื่อล่อให้ผู้เล่นคนอื่นมาช่วยกันดึงไปใช้ทำแต้มแทนตัวเองแน่ๆแต่เป็นเพราะทำเลและเส้นทางเดินเรือที่เขาเปิดไว้ตอนสร้างโรงเหล็กมันไม่ได้เอื้ออำนวยให้ขยายโครงข่ายไปจุดอื่นเลยหมอนั่นมั่นใจในแผนการอันสมบูรณ์แบบของตัวเองสูงเกินไป... สูงจนมองข้ามหัวผู้เล่นคนอื่นบนกระดานไปเสียสนิท

            ในส่วนของเจสซี่เธอคงปักหมุดเดินหน้าลุยสายโรงงานเครื่องปั้นดินเผาอย่างเต็มสูบแน่นอนเพราะมันเป็นสายที่ทำแต้มดิบได้สูงมากแต่ข้อเสียคือมันต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่แพงมหาศาลแถมตอนนี้เบียร์ฟรีในระบบก็ถูกเธอผลาญจนหมดเกลี้ยงแล้วหลังจากนี้เธอคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสร้างโรงเบียร์ขึ้นมาเองไม่ก็ต้องยอมกู้เงินเพื่อหาทางรอดสักทาง

            จากที่ผมประเมินในเทิร์นแรกสุดเจสซี่ดูจะเป็นคนที่เล่นไม่เป็นและอ่านเกมขาดน้อยที่สุดเธอกดกู้เงินตั้งแต่นาทีแรกที่เริ่มเกมทว่าไอ้ความไร้เดียงสาในตอนนั้นกลับกลายเป็นข้อดีที่ทำให้เธอใช้เงินน้อยและได้สิทธิ์เล่นคนแรกในเทิร์นถัดมาจนคุมจังหวะเกมได้ในที่สุดผู้เล่นที่เล่นไม่เป็นนี่แหละคือ ‘ม้ามืด’ ที่อันตรายที่สุดยิ่งถ้าเธอสามารถจับทางและเข้าใจลอจิกของเกมได้เร็วขึ้นมาเมื่อไหร่เห็นทีผมคงต้องเตรียมรับมือและคิดแผนแก้เกมอย่างหนักหน่วงพอดู

            สำหรับคาร์ล... แม้ภายนอกจะดูเหมือนคนเล่นเพลย์เซฟเอาแต่สร้างโรงงานถ่านหินประคองตัวไปวัน ๆ แต่ในมุมมองของผมหมอนี่คือเสือซ่อนเล็บที่อาจจะระเบิดแต้มแซงทางโค้งในตอนท้ายเกมด้วยซ้ำดูท่าทางจะทำการบ้านและอ่านคู่มือระบบมาอย่างละเอียดละออเลยทีเดียว

            และแล้วเกมก็ดำเนินมาถึงเทิร์นสุดท้ายของยุคคลอง...

            สถานการณ์ตอนนี้กลายเป็นคาร์ลที่ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการส่งเรือเข้ายึดครองน่านน้ำและเส้นทางคลองเกือบทั้งแผนที่เมืองซึ่งแต้มในช่วงท้ายเกมส่วนใหญ่ก็ขับเคลื่อนมาจากคะแนนเส้นทาง (Link Points) พวกนี้แหละแถมเขายังเน้นสร้างโรงเบียร์ตัดหน้าเดเนียลไปหลายจุดส่งผลบีบบังคับให้พวกเราทุกคนไม่มีทางเลือกและต้องยอมจำนนวิ่งไปใช้เบียร์ในโรงงานของเขาแทนส่งผลให้คะแนนดิบสะสมของคาร์ลพุ่งทะยานแซงหน้าผู้เล่นทุกคนไปแบบสุดกู่

            เนื่องจากเครือข่ายสายอาคารอสังหาริมทรัพย์ที่ผมปูเอาไว้ส่วนใหญ่เป็นแผนการที่ผมวางโครงสร้างเผื่อไว้สำหรับยุครถไฟทำให้อิทธิพลของผมในช่วงยุคคลองค่อนข้างเสียเปรียบแถมพื้นที่ทองคำสำหรับสร้างโรงงานเครื่องปั้นดินเผาก็ดันถูกเจสซี่ขยับหมากแย่งชิงตัดหน้าไปเกือบหมดเกลี้ยงคะแนนรวมของผมจึงร่วงกราวลงมาอยู่อันดับที่ 3 รองจากเจสซี่... บอกแล้วว่ายัยนี่น่ะม้ามืดของจริง

            ส่วนคะแนนของเดเนียลยังถือว่าพอสูสีและเบียดเกลี่ย ๆมากับผมเพราะโซนพื้นที่ด้านล่างของแผนที่ยังมีชัยภูมิให้สร้างโรงงานกล่องสินค้าค่อนข้างหนาแน่นแต่เนื่องจากกฎเหล็กของยุคคลองจำกัดไว้ว่าห้ามสร้างสิ่งปลูกสร้างของตัวเองซ้ำบนพื้นที่เดียวกันเขาจึงจำเป็นต้องใช้แอ็กชั่นสร้างทับเลเวลต่ำของตัวเอง (Overbuild) เพื่อหวังผลคะแนนและเคลียร์พื้นที่ในระยะยาว

            ติ๊ง! ‘ยุคคลองได้สิ้นสุดลงเป็นที่เรียบร้อยแล้วระบบกำลังดำเนินการคำนวณคะแนนเส้นทางขนส่งและทำการกำจัดสิ่งปลูกสร้างอุตสาหกรรมทุกประเภทที่เป็นเลเวล 1 ออกจากกระดานถาวร’

            สรุปคะแนนรวมในปัจจุบัน: ลำดับที่ 1 คาร์ล > ลำดับที่ 2 เจสซี่ > ลำดับที่3 โรมัน > ลำดับที่ 4 เดเนียล

    คล้ายกับเรื่องBoardgame Killer ที่คุณอ่าน