‘ นึกถึงสมัยเด็ก ๆ เลยแฮะ ไอ้เจ้าจิ่นลี่นี่ยังน่ารำคาญเหมือนเดิม ’ หยางหลิวจ้องมองไปยังจิ่นลี่แต่ก็ไม่ได้กล่าวตอบอะไรเนื่องจากความจริงแล้วหยางหลิวก็อายุเกือบ30 แค่ภายนอกยังเป็นวัยรุ่นอายุ18ปี “ เอาล่ะ ๆ ครูจะพูดต่อเลยแล้วกัน ” “ ในโรงเรียนของเราบางคนก็เลือกที่จะไปเรียนต่อมหาลัยหรือบางคนก็เลือกที่เริ่มทำงานเลยในความเห็นของครูนั้นครูว่าทั้งสองทางเลือกก็มีความสำคัญไม่ด้อยไปกว่ากันแต่ความถนัดของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกันฉะนั้นควรเลือกให้เหมาะสมกับตัวเองถึงจะดีที่สุด ” อาจารย์ได้แนะแนวทางทั้งหมดแล้วจึงให้แบบสอบถามเส้นทางอาชีพที่แต่ละคนจะเลือกพร้อมทั้งให้ทุกคนส่งภายในเย็นวันนี้
หยางหลิวนั้นจำได้ว่าลู่เอินนั้นได้ไปเรียนต่อที่มหาลัยปักกิ่งซึ่งเป็นมหาลัยที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากนอกจากนั้นการแข่งขันค่อนข้างสูงแต่ลู่เอินสามารถเข้าไปได้อย่างสบาย ๆ เพราะเธอนั้นมีทั้งความรู้ ความสามารถ รวมทั้งตระกูลของเธอก็เป็นตระกูลใหญ่เรียกว่า รวย เฉย ๆ คงไม่ได้ต้องเรียกว่า มหาเศรษฐีเป็นอย่างน้อย‘ คิดเรื่องนี้ทีไรก็จนปัญญาทุกที ดอกฟ้ากับหมาข้างถนนชัด ๆ ’ ‘ อืมม… ถ้าระบบมันช่วยเราเรียนรู้เรื่องภาษาอังกฤษได้ เราจะใช้มันเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ได้หรือเปล่า ? ’
หยางหลิวเริ่มมองเห็นเส้นทางบางอย่าง ดังนั้นหยางหลิวจึงไม่ลังเลที่จะเขียนว่า “ มหาลัยปักกิ่ง ” “ มหาลัยปักกิ่งเนี่ยนะ แกบ้าไปแล้วเหรอหยางหลิว ” จ้าวหานที่บังเอิญเหลือบไปมองเห็นพูดขึ้นมาคนในห้องที่กำลังคิดอยู่ก็มองกลับมาที่หยางหลิว
“ ฮ่า ๆ นี่แกคิดว่าคนอย่างแกจะมีปัญญาสอบเข้าไปได้เหรอวะ ” จิ่นลี่หัวเราะเยาะหยางหลิว “ ถึงแกเข้าไปเรียนได้แต่ครอบครัวจน ๆ ของแกคงต้องขายบ้านมาให้แกจ่ายค่าเทอมแล้วล่ะมั้ง ”
จริง ๆ หยางหลิวโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจึงไม่ค่อยอยากจะตอบอะไรมากนักเพราะเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องธรรมดาของวัยรุ่นเขาจึงเอ่ยอย่างเรียบง่าย “ พี่ชายของอาแกสิ อย่างแกคงจะใช้เส้นสายทำมาเป็นพูดดี ” หลังจากนั้นหยางหลิวจึงเดินออกจากห้องไป โดยที่คนทั้งห้องต่างตกตะลึงเพราะปกติแล้วไม่ว่าจิ่นลี่จะพูดอะไรใส่หยางหลิวเขาก็ไม่เคยตอบโต้อะไรเลย
‘ หยางหลิว… ’ จิ่นลี่โกรธอย่างสุดขีด ตั้งแต่เกิดมาคุณชายอย่างเขาไม่เคยโดนด่าโดนว่าแม้แต่ครั้งเดียว ปกติเขาก็มักจะถากถางเยาะเย้ยหยางหลิวเป็นประจำนึกไม่ถึงว่าครั้งนี้หยางหลิวจะกล้าด่ามันกลับแล้วก็เดินออกจากห้องไปโดนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ครั้งนี้จิ่นลี่เสียหน้าอย่างแรงจริง ๆ เพราะคำพูดของหยางหลิวช่างเสียดแทงจิตใจเสียเหลือเกิน
หยางหลิวออกจากห้องมาส่งแบบสอบถามซึ่งบังเอิญเจออาจารย์อยู่ระหว่างทางพอดีเขาจึงส่งแบบสอบถามให้
“ หืมมม มหาลัยปักกิ่ง !? ” อาจารย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เนื่องจากหยางหลิวนั้นไม่ใช่เด็กที่เรียนเก่งเหมือนลู่เอินหรือคนอื่น ๆ ที่อยู่ในห้องอีกทั้งโรงเรียนแห่งนี้เป็นแค่โรงเรียนประจำจังหวัดเล็ก ๆ เด็กที่มีความสามารถสอบเข้ามหาลัยปักกิ่งได้มีค่อนข้างน้อยรวมทั้งต้องมีทุนทรัพย์อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวซึ่งที่กล่าวมาไม่ใช่หยางหลิวอย่างแน่นอน
“ เธอแน่ใจใช่ไหม ? ”
“ แน่ใจครับ ” หยางหลิวตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ เธอมีความมุ่งมั่นก็ถือเป็นเรื่องดี แต่มันมีปัญหาหลายอย่างเลยนะ ไหนจะเรื่องผลการศึกษาซึ่งเธอได้ค่อนข้างน้อยจึงจำเป็นที่จะต้องได้คะแนนสอบเข้าสูงมากเลยนะ ” อาจารย์ของเขาให้คำแนะนำพร้อมทั้งเอ่ยเตือน
“ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับอาจารย์ ถ้าผมสอบไม่ได้จริง ๆ ก็คงไปสายอาชีพครับ ” หยางหลิวนั้นเข้าใจดีเรื่องที่อาจารย์กังวลถ้าเป็นเขาคนก่อนหน้านี้คงจะไปสายอาชีพโดยไม่ต้องคิดอะไร แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อพบกับบางสิ่งบางอย่างซึ่งไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรดีดังนั้นเขาจึงตอบไปแบบนั้น มิเช่นนั้นอาจารย์คงจะถามเรื่องเงินที่ต้องใช้จ่ายระหว่างเล่าเรียนอีกมันคงจะยุ่งยากเปล่า ๆ
“ ถ้าเธอคิดแบบนั้นก็ดี ” อาจารย์จึงพูดกับหยางหลิวพร้อมทั้งเดินจากไป
เป็นไปตามที่คิดไว้อาจารย์ของเขาจึงไม่ถามอะไรอีก ตอนนี้เขามีสิ่งที่ต้องทำแล้วสองสิ่งซึ่งเขาไม่รู้แน่ชัดว่าระบบนี้มันจะช่วยอะไรเขาได้บ้าง อีกทั้งไม่รู้ว่าเวลาที่เหลืออีกหนึ่งเดือนก่อนที่จะสอบเข้ามหาลัยปักกิ่งนั้นจะเพียงพอให้เขาเรียนรู้ความสามารถสำหรับการสอบหรือไม่ เขาจึงไม่อยากเสียเวลามากนักเขาจึงตรงดิ่งไปที่ห้องสมุดในทันที