องค์รัชทายาทไม่คิดยอมแพ้ในเกมนี้ แต่เล็กจนโตเขาสามารถข่มเสี่ยวเหยาให้อยู่ต่ำกว่ามาตลอด อ๋องเสี่ยวเหยาไม่เคยคิดต่อต้าน เขายังเคยคิดว่ามันคงรักตัวกลัวตายเช่นคนทั่วไป
ไม่มีใครคิดว่าเสี่ยวเหยาจะล้มเกมทั้งกระดาน เพื่อให้ตัวเองได้เป็คนคุมเสียเอง !
ร่างสูงโปร่งในชุดปักลายั เดินเข้าจวนอ๋องด้วยท่าทีสบายใจ และพบว่าเป้าหมายกำลังจัดดอกไม้ใส่แจกันอยู่
“เฟิ่งจิว!”
“อุ่ย...องค์รัชทายาท ท่านอ๋องอยู่ด้านในค่ะ”
“ข้าไม่ได้มาหาเสี่ยวเหยา”
“คะ????”
“ข้ามาหาเ้า วันนั้นมันวุ่นวายเกินกว่าที่จะได้สนทนาสิ่งใด” จิ้งจอกเริ่มปล่อยหางออกมา หนี่เฟิ่งจิวเห็นดวงตาคู่นี้ครั้งใดก็อยากอาเจียนออกมา หน้าตาขององค์รัชทายาทนั้นหล่อเหลาเกินต้าน แต่นิสัยไม่ได้เลยสักนิด ทั้งเ้าเล่ห์ หื่นกาม บ้าผู้หญิงไม่มีใครเปรียบ
“ฉันไม่กล้าคุยอะไรหรอกค่ะ องค์รัชทายาทกำลังจะแต่งงานแล้วด้วย”
“แต่ข้าชอบเ้า”
“ห๊ะ!????”
“ข้า้าเพียงเ้า อยากได้มาเป็ชายาเอกเคียงข้าง ข้าสาบานว่าจะไม่มองหญิงอื่นใด”
“ป..ปล่อยฉันเถอะค่ะ”
“ขอร้องเฟิ่งจิว ข้าอยากมีเ้าในชีวิตจริงๆ” พ่อคุณนั่งคุกเข่าไปกับพื้น ส่งสายตาปริบเหมือนหมาหิวข้าว หนี่เฟิ่งจิวไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองสวยขนาดนี้มาก่อน เธอสามารถเอาเื่ราวนี้ไปเล่าให้ใครฟังได้บ้างไหม ใครจะรู้บ้างว่าเธอสวยถึงขั้นที่เ้าแผ่นดินแย่งตัว
“อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ ฉันไม่อยากหัวขาดจากบ่า”
“องค์ชาย!!!!”
“อวี้ซินเหอ!!! เ้ามาได้อย่างไร????”
“เมื่อวานยังทรงรับปากกับหม่อมฉัน ว่าพระองค์จะไม่แลหญิงอื่นใด มาวันนี้หางของพระองค์ก็โผล่มาอีกแล้วหรือเพคะ?”
“มัน...เอ่อ มันไม่ใช่อย่างนั้น”
“ให้หม่อมฉันฟันมันทิ้งดีหรือไม่เพคะ องค์ชายคิดว่ากำลังเล่นกับสิ่งใดอยู่”
“อวี้ซินเหอ!”
องค์รัชทายาทกำลังคิดผิดที่แต่งงานกับนาง เพราะอวี้ซินเหอนั้นตามติดแนบชิดเป็เงา แถมยังเป็คนโปรดปรานของเสด็จแม่อีกด้วย ทุกอย่างเลยยากลำบากไปหมดในตอนนี้
“โวยวายอะไรกัน!”
“ท่านอ๋อง คือว่า...เอ่อ”
“พระชายาและองค์รัชทายาทมาเยี่ยมเยียนข้าหรือ เข้ามาดื่มชาก่อนดีหรือไม่?” ทำไมหนี่เฟิ่งจิวคิดว่าท่านอ๋องกำลังยิ้มเยาะในคำพูด ยิ่งเห็นท่าทางสิ้นหวังขององค์รัชทายาท เสี่ยวเหยาก็อดยกยิ้มไม่ได้ อวี้ซินเหอนางคงกำราบได้อยู่หมัดเลยทีเดียว
“วันนี้คงไม่สะดวกเพคะท่านอ๋อง”
“อย่าเสียมารยาท!”
“หม่อมฉันไม่จำเป็ต้องห่วงมารยาทในเวลานี้ พระองค์จะกลับดีๆ หรือจะให้หม่อมฉันทูลพระชายา”
“โถ่เว้ย!”
องค์ชายเสี่ยวตงกับชุดปักลายั ให้ความรู้สึกสูงส่งสง่างามต่อสายตาของผู้อื่น กลับเดินหน้าบึ้งออกจากจวนตามหลังพระชายาอวี้ซินเหอ นี่เรียกได้ว่าเป็ภาพประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึก
“โชคดีขอรับ ที่เจอพระชายาอยู่ในตลาดพอดี”
“เอ๋!...”
“ทำดีมากเจียงเหวิน ข้าจะต้องตบรางวัลให้เ้าอย่างงาม”
“แผนของท่านอ๋องอีกแล้วหรือคะ??”
ให้ตายเถอะพระสงฆ์ หนี่เฟิ่งจิวที่เคยคิดว่าองค์รัชทายาทร้ายกาจเ้าเล่ห์ ทว่าท่านอ๋องกลับเ้าเล่ห์มากกว่าเสียอีก หากองค์ชายเสี่ยวตงเป็จิ้งจอกพันหาง ท่านอ๋องก็คือจิ้งจอกหมื่นหางแสนหาง
หญิงสาวยืนอึ้งจมไปกับความคิดของเธอ เพื่อให้ตัวเองได้หลุดพ้นและกลับบ้าน เธอต้องช่วยให้ท่านอ๋องหายจากคำสาปไวๆ
“วิธีแก้คำสาปของท่านอ๋อง ต้องทำยังไงหรอคะ?”
“อะไรนะ!”
“อีกไม่กี่วันก็จันทร์เต็มดวงอีกรอบแล้วนะคะ หากมันแก้ได้ท่านอ๋องก็จะได้พักผ่อนให้เต็มที่”
“วิธีแก้หรือ?”
“ใช่ค่ะ” ดวงตาเป็ประกายรอคำตอบอย่างมีความหวัง ดูน่าขบขันยามที่ได้มอง อ๋องเสี่ยวเหยาก็ยังคงเป็จิ้งจอกวันยันค่ำนั่นล่ะ
“แก้ด้วยการมีชายา เข้าหอห้าวันห้าคืนห้ามพัก”
“เื่แค่นี้เองโถ่!....ห๊ะ!????? ท่านอ๋องพูดว่าอะไรนะคะ!!!”
“เนี่ยทางแก้”
“ฉัน...เอ่อ ฉันว่ามันยากไป ตะ แต่...ฉันก็อยากกลับบ้าน” เห็นอีกคนปากคอสั่นก็ชอบอกชอบใจ เจียงเหวินเองก็กลั้นหัวเราะจนหน้าแดง แต่หนี่เฟิ่งจิวที่อยากกลับบ้านนั้นแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว
“ว่ายังไง? เ้าจะแก้มันไหม”
“แก้คำสาป...”
“แก้ชุดแล้วเข้าหอกับข้า บ้า! ก็ต้องแก้สำสาปน่ะสิ”
“ท่านอ๋องก็ตลกเป็เหมือนกันนะคะ” หนี่เฟิ่งจิวปรับเปลี่ยนอารมณ์ของตัวเอง เธอจะมาตื่นกลัวในสิ่งที่ต้องทำไม่ได้ ยังไงต้องช่วยท่านอ๋องแก้สำสาป
“ขอเวลาเตรียมใจก่อนได้ไหมคะ”
“ห๊ะ!???”
“แบบว่าฉันไม่เคยมีสามีมาก่อน แล้วก็ต้องช่วยท่านอ๋อง ค...คือว่ามันไม่ใช่เื่ง่าย”
“หนี่เฟิ่งจิว!”
“ตะ แต่ฉัน เอ่อ ฉันจะช่วยท่านอ๋องแน่นอน ไม่เบี้ยว ไม่หนี”
“เฟิ่งจิว...”
“อย่าห้ามค่ะ เพื่อหนทางกลับบ้าน ฉันจะยอมฝืนใจตัวเองทำมัน” ดูเหมือนว่าหัวสมองของเธอจะไม่ยอมประมวลผลในสิ่งที่คนอื่นพูด หนี่เฟิ่งจิวเอาแต่จมกับความคิดของตัวเอง
“เดี๋ยวก่อน...ฟังข้าก่อน”
“ท่านอ๋อง! เอาเลยไหมคะ คืนนี้เลยดีไหม?”
“แต่เ้าเพิ่งขอเวลา”
“มัวรอมันไม่ได้ค่ะ นานกว่านี้เดี๋ยวประตูมิติปิดก่อน”
“งั้นก็....”
“ฉันอาจไม่มีประสบการณ์ แต่จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดค่ะ” อ๋องเสี่ยวเหยาทนไม่ไหวถึงกับหลุดขำพรืด เจียงเหวินหัวเราะจนหน้าแดงก่ำ หนี่เฟิ่งจิวถึงได้รู้ว่าตัวเองโดนอำเข้าแล้ว
“แกล้งฉันหรอคะ!!!”
“โอ้ยยย...แม่นาง แก้สำสาปแบบนั้นท่านอ๋องคงหายไปแล้ว”
“ก็ใครจะไปรู้ล่ะ”
“เื่คำสาปข้าเ้าไม่ต้องใส่ใจหรอก”
“นั่นมันเป็เื่สำคัญนะคะ! เื่ที่์ส่งมอบให้ฉันทำ”
“ข้าพูดเื่จริง คำสาปข้าไม่มีสิ่งใดจะแก้ได้ เสด็จพ่อหาทั่วแคว้นแล้วก็ยังไม่มีเลย” อ๋องเสี่ยวเหยารู้วิธีแก้คำสาป และเขาก็พบเจอสิ่งนั้นแล้วด้วย เพียงแต่มันไม่ใช่เื่ที่ต้องมาฉกฉวยกันด้วยความไม่เต็มใจ
“ฉันไม่อยากให้ท่านอ๋องเป็แบบนี้”
“ข้าก็ไม่อยากเห็นเ้า ต้องลำบากกับเื่ราวของตัวข้าเช่นกัน”
ไม่เป็ไรหรอกหนี่เฟิ่งจิว ต่อให้ท่านอ๋องจะไม่ยอมบอกเื่วิธีแก้คำสาป แต่เดี๋ยวเธอก็หาวิธีช่วยเขาจนได้เองแหล่ะ เป็เวลากี่เดือนแล้วก็ไม่รู้ที่เธออยู่ในจวนอ๋องแห่งนี้
หนี่เฟิ่งจิวคิดถึงม๊า คิดถึงหลี่หลัน และก็คงต้องยอมรับว่าเธอนั้นคิดถึงเหยาตง น่าแปลกที่มันไม่มากเท่ากับตอนแรกที่มา หรือเป็เพราะท่านอ๋องกันนะ
เขาแสดงออกตั้งหลายอย่างที่ทำให้เธอหวั่นไหว สุดท้ายก็ต้องพับเก็บไปในเมื่ออีกไม่นานเธอก็ต้องกลับบ้าน ไม่เจอเขาอีกแล้วอยู่ดี
องค์รัชทายาทนั่งหน้าตึงไม่ยอมพูดจา เสด็จแม่กำลังเทศนาสั่งสอนเื่ที่เขาเข้าหาสาวใช้ โดยมีอวี้ซินเหอนั่งจ้องไม่วางตา
“แม่บอกเ้ากี่ครั้งแล้วเสี่ยวตง สตรีเพศจะนำหายนะมาสู่เ้า”
“เผื่อท่านจะลืม ข้าจะต้องแต่งงานกับนาง ที่เป็หญิงสาวคนโปรดของท่าน ให้ข้าแต่งกับทหารด้านนอกไหมล่ะ?”
“อย่ามายอกย้อนนะเสี่ยวตง”!
“เสด็จแม่ ข้า....”
“หญิงบ้าสติฟั่นเฟือน เป็สาวใช้ของเสี่ยวเหยา แต่เ้าใช้ตาไหนมองถึงอยากได้นางมาเป็ชายาเอก เ้าดูอวี้ซินเหอให้เต็มตาเสี่ยวตง นางสูงส่งคู่ควรกับเ้าทุกสิ่งอย่าง”
“เสด็จแม่!”
"หากเ้าไม่ฟังในสิ่งที่ข้ากล่าว บัลลังก์มีสิทธิ์ตกเป็ของเสี่ยวเหยาทุกเมื่อ เ้าอย่าลืมว่าบิดาของเ้าโปรดลูกชายคนรองมาเพียงใด"
“ข้าไม่ยอม!!!”
“แล้วมัวทำสิ่งใดอยู่ เ้าจะลดตัวลงไปตายคาอกสาวใช้ เสี่ยวเหยาจะใช้ตรงนี้มาทำร้ายเ้า”
องค์รัชทายาทแววตาคุกกรุ่น ทุกครั้งที่เสี่ยวเหยาเริ่มขยับตัว เขาก็กลายเป็ไอ้บ้าที่นอนไม่หลับ กลัวว่าวันหนึ่งทุกสิ่งอย่างที่ทำมาจะพังทลายลง
เสี่ยวเหยายังมีฮ่องเต้หนุนหลังสุดกำลัง เขาถึงยังทำอะไรไม่ได้มากนัก เด็กนี่ร้ายกาจกว่าที่คิดไว้มาก กล้าที่จะลุกขึ้นมาต่อกรทั้งที่ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง
ภายในห้องทรงงาน ฮ่องเต้ทรงนั่งคิดถึงเหตุการณ์วันประลองอาวุธ พวกนั้นหายตัวไปอย่างไร้ร่องลอย ที่สำคัญมันอุกอาจลอบสังหารเสี่ยวเหยาต่อหน้าเขา
เหมือนคำเตือนอะไรบางอย่าง มันเพียงแค่ประกาศอำนาจในมือของตน โดยใช่เสี่ยวเหยาเป็ตัวส่งสาร แต่พวกมันจะเตือนฮ่องเต้ใกล้เกษียณอย่างเขาไปทำไม อีกไม่นานบัลลังก์นี้ก็จะมีฮ่องเต้คนใหม่มานั่งแทนที่
ภาพวาดหญิงสาวถูกเอาออกมากางบนโต๊ะอีกครั้ง ฮ่องเต้ผู้ที่มีรักเดียวมาทั้งชีวิตที่เหลืออยู่ นับั้แ่วันที่นางป่วยจนจากไป เนิ่นนานจนเสี่ยวเหยากลายเป็อ๋องของแคว้นฮั่ว
“เป็อย่างไรบ้างเล่า อาซู่ของข้า สุขสบายดีหรือไม่”
“เ้าลูกชายของเราเติบใหญ่ เด็กนี่ปกครองบ้านเมืองที่เ้ารักได้เป็อย่างดี อนาคตข้างหน้าเขาจะยอมรับตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นไหม ข้าหวังให้เสี่ยวเหยานั่งตรงนี้ ที่เดียวกับข้าแทนเ้า”
คนที่กำลังเดินผ่านไปเกิดได้ยินเข้า ดวงตาสั่นระริกด้วยความรู้สึกไม่พอใจ สองมือกำชายเสื้อเอาไว้แน่นเพื่อกดข่มอารมณ์
ผ่านไปกี่สิบปีก็ยังเป็เช่นนั้น นางยังคงตามหลอกหลอนอยู่ทุกวัน นางทิ้งตัวแทนไว้ขัดขาลูกชายของเธอให้มีชีวิตที่ยาก เสี่ยวตงด้อยกว่าเสี่ยวเหยาในหลายเื่พอสมควร แต่นั่นมันก็ไม่ใช่ความผิดของลูกชายเสียหน่อย เหตุใดฮ่องเต้จึงลำเอียงได้มากเพียงนี้
หลงซู่เหยา คอยดูเถิดหนา คอยมองจากขุมนรกไว้ให้ดี! ดูว่าพระชายาเอกอย่างจื่อนั่วอิง จะทำสิ่งใดกับเสี่ยวเหยาลูกรักของนาง ฮ่องเต้ไม่มีวันรักนางฉันใด ไฟแค้นในใจนางก็ยังอยู่ฉันนั้น
ฮ่องเต้เองก็รับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่รุนแรงของพระชายา นางเป็ราชธิดาของแคว้นิ เทียบเท่ากับฮ่องเต้ในทุกอย่าง อำนาจในมือนางไม่ต่างจากที่ฮ่องเต้มี
จื่อนั่วอิงซ่อนความรู้สึกไว้ใต้สีหน้าที่สงบนิ่ง นางไม่เคยโวยวายหาเื่ให้สามีปวดหัว นั่นจึงทำให้นางกลายเป็หนึ่งโดยไม่มีใครเทียบ
จนวันที่ฮ่องเต้ได้แคว้นฮั่วมาอยู่ในมือ เครื่องบรรณาการชิ้นนั้นก็คว้าหัวใจของเขาไปตลอดกาล
หลงซู่เหยา งามดุจเทพอัปสรบน์ รอยยิ้มหวานทำเอาตกหลุมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นางเป็เพียงอนุ แต่กลับได้ครองหัวใจของฮ่องเต้ เขาทั้งรักและหลงใหลนางจนขอให้มีลูกด้วย
เสี่ยวเหยาคือตัวแทนของคนที่ฮ่องเต้รัก เด็กหนุ่มผู้มีใบหน้าเหมือนมารดาแต่กลับอาภัพในโชคชะตา เพื่อความปลอดภัยของเสี่ยวเหยา ฮ่องเต้จึงต้องเก็บซ่อนความลับที่ตนล่วงรู้!
บัลลังก์นี้มีเพียงหนึ่งเดียวที่เท่านั้นที่ได้นั่ง ฮ่องเต้เองก็อยากให้เป็เสี่ยวเหยามาโดยตลอด...