ระบบแลกเปลี่ยนไขมัน

    บทที่ 59 สายฟ้าฟาดทั้ง 15 ครั้ง

    บทที่ 59 

    สายฟ้าฟาดทั้ง 15 ครั้ง


    โดยไม่ได้ตั้งใจ หัวใจของอู๋ตี้มันหนาวสั่นไปหมด พระเจ้า! ลำแสงนั้นผ่าลงมาที่เขาแล้ว! ต่อให้นี่เป็นการช่วยชีวิตก็เถอะ แต่แบบนี้มันจะทำให้พิการเอาได้ง่ายๆเลยนะ!


    แต่ดูเหมือนว่าระบบนั่นจะไม่ได้สนใจเขาซักเท่าไหร่ เสียงที่เลือนรางนั้นพูดขึ้นอีกครั้ง 


    ‘ไม่มีการตอบสนองของสัญญาณชีพที่ชัดเจน เตรียมพร้อมสำหรับระลอกถัดไป จากนี้ 1 นาที สายฟ้าฟาดระลอกที่สองจะถูกปลดปล่อย เริ่มทำการนับถอยหลัง 60, 59, 58,...’


    หา? นี่ยังไม่หมดอีกเหรอวะเนี่ย!?


    หัวใจของอู๋ตี้นั้นตกไปถึงตาตุ่ม นี่มันไม่ได้ใช้ไฟฟ้าเพื่อช่วยชีวิตแล้ว เจ้าระบบบ้านี่คิดจะฆ่าเขาด้วยไฟฟ้าแน่ๆ!


    ‘3, 2, 1… เริ่ม’


    *กริ๊ก*


    *เปรี้ยง!*


    สายฟ้าฟาดรูปร่างเหมือนงูจากประคำอัสนีสีฟ้าที่อยู่บนหัวนั้นก็ผ่าลงมาที่อู๋ตี้แบบรุนแรงอีกครั้ง


    *เปรี๊ยะ!*


    มันเกิดการระเบิดขึ้น และครั้งนี้ร่างของอู๋ตี้ก็ถูกเผาไหม้จนดำเพราะปะทะกับสายฟ้านั้นโดยตรง แรงระเบิดพัดร่างของอู๋ตี้ให้ลอยไปบนอากาศก่อนจะตกลงมาในภายหลัง


    *ตึง!*


    ร่างของอู๋ตี้ลงมานอนหงายอยู่บนพื้น แต่ดวงตานั้นยังคงปิดอยู่ ไม่มีความรู้สึกใดๆบนใบหน้านั้นและยังไม่มีท่าทีว่าจะมีการขยับแต่อย่างใด เขายังคงไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้…


    ‘แข็งใจเอาไว้ ระลอกถัดไปกำลังมาใน 60, 59, 58...’


    หยุดเดี๋ยวนี้นะโว้ย! นี่จะทำผัดพริกแกงหรือไงน่ะ!? มันจบแล้ว เลิกนับ!


    อู๋ตี้วิ่งไปทั่วด้วยความตื่นตระหนก ไอ้เจ้าระบบนี้มันไร้มนุษยธรรมสุดๆ! แบบนี้ให้ตายไปเลยยังดีกว่า ไม่สิ ถึงจะไม่ตายตอนนี้แต่เดี๋ยวก็คงต้องมาตายเพราะสายฟ้าอยู่ดี!


    ‘3, 2, 1….’


    *กริ๊ก---*


    *เปรี้ยง!*


    เมื่อการนับถอยหลังจบลง สายฟ้าก็ฟาดลงมาที่เขาอีกครั้ง 


    ด้วยแสงสีม่วงที่เหมือนภาพลวงตานั้นทำให้ห้องสว่างวาบไปด้วยแสงสีเดียวกันในทันที ต่อให้อยู่ข้างนอก คุณเองก็น่าจะเห็นแสงที่ส่องกระจายนี้ผ่านหน้าต่างทรงฝรั่งเศสหรูบานนี้ 


    “หม่ามี๊ ดูนั่นสิ แสงนั่นสวยไปเลย~”


    ที่ด้านล่าง เด็กน้อยที่กำลังจูงมือแม่นั้นหันมามองตามแสงพร้อมกับชี้ขึ้นมา 


    “โอ้ จริงด้วยจ้ะลูกรัก เป็นแสงสีม่วงที่สวยจริงๆ เอ จะหาซื้อได้ที่ไหนกันนะ ถ้าเอาไปประดับบ้านบ้า---อ้าว ดับไปแล้ว เปิดให้ดูอีกได้ไหมนะ...”


    แสงสีม่วงนั้นเหมือนพลุไฟ มันโผล่มาเพียงแวบเดียวเท่านั้น 


    ภายในห้องนอน หลังจากที่แสงนั้นมอดดับลง ความเงียบและความมืดก็กลับเข้ามาครอบครองทั่วทั้งห้องอีกครั้ง 


    1 นาทีต่อมา 


    ลำแสงของสายฟ้าก็เปล่งออกมาอีกครั้งพร้อมกับสาดแสงไปทั่วบริเวณ


    ต่อไปอีก 1 นาที 


    แสงสีม่วงก็สว่างขึ้นมาอีกแล้วหายไป


    …..


    มันเป็นแบบนี้มาตลอด ภายในห้องมืดนั้น กว่าจะครบทั้ง 15 นาทีและไม่มีต่ออีก ไม่มีความเงียบและความมืดที่แท้จริงจนกระทั่งมันเลย 15 นาทีนั้นมาแล้ว 


    ความเงียบกลับคืนสู่ที่ที่มันเคยอยู่ 


    ไม่รู้ว่านี่มันผ่านมานานขนาดไหนแล้วหลังจากเสียงนั้นจบลง ทันใดนั้น ร่างร่างหนึ่งก็เริ่มขยับแบบโงนเงนไปมา 


    ในค่ำคืนที่มืดมิดนี้ มันทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดว่าเงานั้นกำลังทำอะไร เท่าที่เห็นก็เหมือนแค่ว่าเงานั้นกำลังเกลือกกลิ้งลงไปบนพื้นราวกับกำลังดิ้นรนอยู่ 


    แต่ทว่าในท้ายสุด ร่างนั้นก็ค่อยๆลุกขึ้นมา มันเป็นเงาของมนุษย์ 


    อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้มันก็ยังดูไม่ชัดเจนซักเท่าไหร่ ร่างที่คลุมเครือนั้นจะเรียกว่าเงาก็ไม่เชิง เพราะที่เห็นเป็นสีดำก็เพราะว่าร่างกายของเขามันไหม้เกรียมไปทั้งตัวรวมถึงเสื้อผ้าก็ถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านไปด้วย จะเหลือก็เพียงบางส่วนที่วางแปะไว้ตามร่างกาย


    “อ่ะ...สวัสดี...”


    ร่างนั้นเอ่ยเสียงแหบพร่าออกมาซึ่งฟังดูเจ็บปวดสุดๆ


    เมื่อร่างนั้นเห็นตัวเองชัดเจน เขาก็เริ่มร้องไห้ออกมา


    “ให้ตายเถอะ นี่ไม่เหลืออะไรให้ดูเป็นชิ้นเป็นอันเลยเหรอเนี่ย โหดร้ายชะมัดยาด! อุ่ก...แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าตายล่ะนะ แต่ถึงอย่างงั้นก็เถอะ ไอ้ความรู้สึกชานี่มันก็แย่กว่าตายอีกไม่ใช่หรือไง!?”


    ใช่แล้ว ร่างดำๆที่เหมือนเงานั่นก็คืออู๋ตี้ที่โดนสายฟ้าฟาดลงมาถึง 15 ครั้งนั่นเอง 


    ผู้คนต่างพูดกันไว้ว่า แค่ผ่าลงมา 5 ครั้งก็สุดจะทนแล้ว เพราะงั้นครั้งนี้เขาทำได้ดีมากๆแล้ว นั่นเพราะเขายังสามารถยืนหยัดได้ถึง 15 ครั้งยังไงล่ะ! 3 เท่าของคนอื่นเลยนะ! ก้าวข้ามความเป็นมนุษย์ไปไกลขึ้นทุกทีๆแล้ว!


    จนถึงตอนนี้ เขายังรู้สึกได้เลยว่ามีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ภายในร่างกายนี้และนั่นน่าจะเป็นสาเหตุให้เขารู้สึกมึนๆและเจ็บปวดตลอดเวลา เพราะกระแสไฟฟ้าเหล่านั้นวิ่งขึ้นลงๆในตัวเขาอยู่เรื่อยๆ 


    แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณมากๆที่ทำให้เขากลับมามีชีวิตอีกครั้ง 


    เขาค่อยๆก้าวเท้าไปข้างหน้าด้วยความสั่นไปมา


    อ่า..ต้องเดินให้ได้! ความเจ็บจนชายามที่ก้าวเท้านั้นเหมือนกับเขานั่งยองๆอยู่ในหลุมบ่อมาเป็นชั่วโมงแล้วเลย สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือยืนขึ้นให้ได้และก้าวต่อไป


    ความรู้สึกเจ็บชาพวกนั้น กระจายไปทั่วทั้งฝ่าเท้าเหมือนกับกระแสไฟฟ้าเหล่านั้น เสียงกร๊อบแกร๊บนั้นฟังดูเหมือนขามันกรอบไปหมด ดูเหมือนว่ารูขุมขนทั่วทั้งร่างมันกำลังระเบิดเอากระแสไฟฟ้าด้านในออกมาเรื่อยๆเลย 


    มันยากมากสำหรับอู๋ตี้ที่ต้องค่อยๆพิงกำแพงและเดินออกจากห้องนอนนั้น เพียงแค่ไม่กี่เมตรแท้ๆ แต่เหมือนว่าเขาเดินมาหลายร้อยไมล์แล้ว เหนื่อยชะมัดยาด 


    ทุกๆย่างก้าว เขาต้องทำใจที่จะรับแรงกระแทกและความเจ็บปวดอันหาที่สุดไม่ได้ซึ่งพุ่งกระจายออกมาจากฝ่าเท้าเข้าสู่ร่างหาย 


    ทุกๆย่างก้าวเหล่านั้น...ทิ้งรอยเท้าสีดำไว้ตลอดทางที่เดินผ่านมา 


    เขากำลังมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำ อีกไม่กี่ก้าวแล้วแท้ๆ แต่ตลอดทางที่ผ่านมาเขาก็ใช้เวลาไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว


    เมื่อถึงห้องน้ำและเปิดไฟแล้ว อู๋ตี้ก็ปลดปล่อยความเหนื่อยล้าและคลายเรี่ยวแรงทั้งหมดให้กับการกระโจนเข้าหาอ่างอาบน้ำเซรามิคขนาดใหญ่ทันที 


    *ซู่ว ซู่ว ซู่ว*


    น้ำจากฝักบัวเหนือหัวถูกเปิดและไหลลงมา หยดน้ำเล็กๆค่อยๆไหลออกมาจากด้านบนลงสู่อ่างอาบน้ำ 


    หยาดน้ำเหล่านั้นช่วยชำระล้างร่างกายของอู๋ตี้ ก่อนที่ร่างของเขาจะจมลงไปเมื่อปริมาณน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆและลอยขึ้นใหม่อีกครั้งเมื่ออยู่ในระดับที่พอเหมาะ น้ำพวกนั้นเริ่มเปลี่ยนสีหลังจากคราบดำๆบนตัวอู๋ตี้มันเจือจางลงมาเหมือนน้ำหมึก 


    ด้วยการชำระล้างด้วยน้ำเหล่านี้ อู๋ตี้รู้สึกสบายตัวอย่างมาก ความรู้สึกแย่ๆอย่างความเจ็บปวดและเหน็บชาทั่วทั้งร่างค่อยๆจางหายไป และพละกำลังของเขามันก็ฟื้นกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว 


    ครึ่งชั่วโมงต่อมา เขาค่อยๆคืบคลานออกมาจากอ่างอาบน้ำ ซึ่งในตอนนี้น้ำในอ่างมันกลายเป็นสีดำหมดแล้ว ดูๆไปแล้วถ้าเอาไปใช้เป็นหมึกก็น่าจะได้เหมือนกัน 


    มือหยาบเอื้อมหยิบเอาผ้าเช็ดตัวมาปกปิดท่อนล่างไว้และเตรียมจะเดินออกจากห้องน้ำ


    แต่เมื่อเขาเดินผ่านอ่างล้างหน้า เขาก็ต้องหยุดขาลง 


    เหนืออ่างนั้นมีกระจกบานใหญ่ที่ซึ่งสะท้อนภาพของท่อนบนของอู๋ตี้เอาไว้ 


    ดวงตาของเขาเบิกกว้างขณะที่จ้องมองเข้าไปในกระจกนั้น สีหน้าเขาเองก็เปี่ยมด้วยความไม่เชื่อด้วย


    จากนั้นพักใหญ่ๆ เขาก็รวบรวมความกล้าที่จะยกมือขึ้นและสัมผัสใบหน้าของตนเอง


    ในขณะเดียวกันก็เดินเข้าไปใกล้กระจกมากขึ้นด้วย มืออีกข้างที่ยังว่างนั้นค่อยๆยื่นไปสัมผัสกระจกเบาๆราวกับว่าอยากจะสัมผัสใบหน้าตนเองในกระจกด้วยเช่นกัน 


    “นั่น...ฉันเหรอ?”


    น้ำเสียงของอู๋ตี้มันสั่น สั่นราวกับว่าเขากำลังจะร้องไห้ 


    มือที่สั่นเทาเหมือนน้ำเสียงค่อยๆลดลงมาเช่นเดียวกับน้ำตาที่ไหลตามแรงโน้มถ่วงโลกด้วย 


    ภาพตรงหน้านี้คือสิ่งที่เขาหวังจะได้เห็นมาเนิ่นนานนับสิบปี มันเป็นเรื่องนานมาแล้ว มันเป็นความหวังที่เรียกว่าเพ้อฝันจนเขาไม่กล้าที่จะคิดถึงมันเลยก็ได้ 


    ภายในกระจกนั้น คือหนุ่มหล่อที่มาพร้อมกับร่างกายที่เปี่ยมด้วยพละกำลัง ใบหน้าของหนุ่มคนนั้นกำลังร้องไห้ ร้องไห้ในความเงียบสงบ


    ร่างกายของเขาเกือบจะเพอร์เฟคแล้ว มันแทบจะไม่เหลือร่องรอยของไขมันส่วนเกินเลย แถมตามส่วนต่างๆก็มีกล้ามเนื้อปรากฏขึ้นมาแทนด้วยโดยเฉพาะหน้าท้องนั้น บริเวณนั้นมีกล้ามเนื้อที่โค้งสวยปรากฏขึ้นมาจนเห็นได้ชัด 


    ทำไมมันถึงมีกล้ามเนื้อปรากฏขึ้นมากมายแบบนี้งั้นเหรอ? นั่นก็เพราะว่าอู๋ตี้นั้นแบกไขมันที่ทำให้ตัวหนักถึง 150 กิโลกรัมมาตลอดเวลายังไงล่ะ ดังนั้นแล้วในแต่ละวันที่เขาต้องไปไหนมาไหนมันจึงเหมือนคนธรรมดาที่แบกถุงทรายถ่วงน้ำหนักไว้ตลอดด้วย ซึ่งมันทำให้ภายในกล้ามเนื้อที่ต้องคอยแบกน้ำหนักพวกนี้พลอยได้รับความแข็งแกร่งราวกับฝึกฝนไปด้วย 


    รูปร่างของเขาน่ะ เหมือนกับพวกดาราสายศิลปะการต่อสู้เลย 


    ใบหน้าที่เข้ารูปนั้น ไม่ว่าจะมุมหน้าหรือโครงหน้า จมูกที่มีสันโด่งและแก้มบางๆที่แสดงออกถึงความแข็งแกร่งนั้นขับเอาความหล่อเหลาออกมาราวกับลำแสงที่เปล่งประกายเลย ด้วยใบหน้านี้เขาสามารถเดินตีคู่พวกดาราสมัยใหม่ชั้นปลายแถวได้สบายๆ ดีไม่ดีเขาจะเป็นฝ่ายเหนือกว่าดาราพวกนั้นด้วย 


    อู๋ตี้ตื่นเต้นมากๆจนร้องไห้ เขาไม่คิดเลยว่าเขานั้นจะเป็นคนที่หล่อขนาดนี้เมื่อผอม 


    หรือว่านี่จะเป็นคนอื่น? เป็นคนอื่นหรือเปล่านะ!?


    คืนนี้ยิ่งนอนน้อยๆอยู่ด้วย 


    เขามายังห้องนอนห้องอื่นและทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มๆด้วยความตื่นเต้นจนรู้สึกไม่เป็นตัวเองเลย 


    ใจดวงน้อยมันอยากจะบอกข่าวดีนี้ให้เอ้อซีซีรู้ เขาอยากให้เธอเห็นเขาตอนนี้ เชื่อได้เลยว่าเธอต้องมีความสุขและชอบมันมากๆแน่ๆ 


    โชคร้ายที่เอ้อซีซีนั้นกลับไปยังบ้านเกิดที่อยู่ลึกไปในภูเขาของเขตยุนหนาน ที่นั่นไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เสียด้วย เขาจะติดต่อกับเธอได้ก็ต่อเมื่อเธอเข้าเมืองเท่านั้น 


    แต่ไม่เป็นไรหรอก ไม่มีคำว่าสายสำหรับเรื่องดีๆ รอจนกว่าเอ้อซีซีกลับมาดีกว่า ถึงตอนนั้นค่อยเซอร์ไพรส์ก็ยังไม่สาย 


    ยามที่ได้คิดถึงวันที่พวกเขาได้เจอกัน และเอ้อซีซีนั้นจำเขาไม่ได้ อู๋ตี้ก็รู้สึกถึงความสุขที่เปี่ยมล้นออกมาเลย 


    ยามที่เขาและเธอได้เดินไปบนถนนแล้วและโดนมองด้วยสายตาขี้อิจฉา โดยเฉพาะสายตาที่อิจฉาเอ้อซีซีจากคนอื่น และสาเหตุที่เธอโดนอิจฉาก็เพราะเธอเดินเคียงข้างเขา 


    ด้วยเหตุนี้มันเลยทำให้อู๋ตี้ผล็อยหลับในอีกครึ่งคืนที่เหลือพร้อมๆกับรอยยิ้มที่มีความสุขสุดๆบนใบหน้า เขาคงจะได้เจอคนสวยของเขาในฝันก่อนแล้ว


    คล้ายกับเรื่องระบบแลกเปลี่ยนไขมัน ที่คุณอ่าน