“โอเคๆ ไม่สู้กับนายแล้ว!”
กวาจื่อพูดพร้อมกับชี้ไปบนแผนที่หนังแพะตรงหน้า “นายเข้าใจไหมว่าตัวเลขนั้นหมายความว่าอะไร?”
เย่ฮวา พูดด้วยสีหน้าดูถูก “พิกัดไง”
กวาจื่อยกนิ้วโป้งให้ “นายแม่งฉลาดว่ะ งั้นนายช่วยดูหน่อยสิว่าถ้ำนั่นอยู่ที่ไหน”
เย่ฮวา กระตุกยิ้ม “ตัวเลขสามตัวแรกแสดงให้เห็นถึงปริภูมิสามมิติ”
“สัดส่วนสามจุด(คำพ้องเสียง)?”
ใบหน้า กวาจื่อ ปรากฏรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม “84 82 89.....”
“สัดส่วนสามจุดบ้านป้าแกสิวะ! ฉันบอกว่าปริภูมิสามมิติ! แกคิดไปถึงไหนวะเนี่ย!”
หลังจากด่าอีกฝ่ายเสร็จ เย่ฮวาก็พูดต่อ “ตัวเลข 375,462 นี้เป็นพิกัดของภูเขาหินแร่ ที่มีตำแหน่งความสูง 48 น่าจะเป็นการระบุตำแหน่งโดยสังเขปของถ้ำ”
กวาจื่อพยักหน้าพร้อมกับชี้ “ภูเขาหินแร่คือภูเขาทั้งลูกนั่นแหละ ส่วนถ้ำหินแร่ที่มีความสูงเท่านี้มีหลายสิบแห่ง หรือว่าพวกเราจะหาไปทีละที่ดีล่ะ?”
เขามองไปที่แผนที่หนังแพะ “พิกัดสองจุดสุดท้ายดูเหมือนว่าจะเป็น.....เป็น......”
หลังจากลองคำนวณความสูงของถ้ำบนแผนที่อยู่ครู่หนึ่งจู่ๆ เย่ฮวาก็พูดไม่ออกทันที บ้าฉิบ! ถ้ำบนแผนที่นี้มีถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งมีจุดสีดำขนาดใหญ่และดูเหมือนว่าจะเป็นถ้ำลำดับที่ 35 ถ้านับจากซ้าย และเป็นลำดับที่ 15 ถ้านับจากทางขวา...ให้ตายเถอะนี่กำลังดูถูกไอคิวของฉันเหรอวะเนี่ย? สัญลักษณ์ชัดเจนขนาดนี้จะเขียนพิกัดไปทำซากอะไร!
เย่ฮวา ชี้ไปที่จุดสีดำที่มีขนาดใหญ่ที่สุด “ถ้ำหินแร่อยู่ที่นี่”
กวาจื่อรับแผนที่มาก่อนที่จะก้มดูอย่างละเอียดหลังจากนั้นเขาก็หัวเราะหึหึออกมา “มัวรออะไรอีก ไปกันเลย~”
กวาจื่อและพรรคพวกเดินทางตามตำแหน่งและพิกัดบนแผนที่ ทว่าที่นี่กลับไม่มีถ้ำหินแร่อย่างที่คิดไว้ เขาและกวาจื่อเดินวนอยู่เกือบครึ่งวันแต่ก็ยังหาไม่เจอ แถมรอบๆยังมีแต่ก้อนหินเต็มไปหมด ไหนถ้ำกันล่ะเนี่ย?!
ตอนที่กวาจื่อหาไม่เจอเขาก็เอ่ยปากด่าออกมาทันที เขากวาดตามองไปรอบๆจึงพบว่าพิกัดระบุว่าเป็นที่นี่ และตำแหน่งที่พวกเขายืนอยู่ก็ไม่ผิดแน่ๆ แต่ทำไมมันถึงไม่มีถ้ำเลยล่ะ? หรือว่าแผนที่นี้จะเป็นของปลอม? แต่มันเป็นของที่ได้จากการทำเควส ที่นี่ต้องมีถ้ำอยู่สิ เพียงแต่พวกเขายังหาไม่เจอเท่านั้นเอง
หลังจากที่กวาจื่อบ่นเป็นหมีกินผึ้งเขาก็ลุกขึ้นมาปัดฝุ่นที่ก้นของตัวเองพร้อมกับเอ่ยออกมา “ที่นี่ไม่มีถ้ำ เย่ฮว่านี่นายดูแผนที่ผิดใช่ไหมเนี่ย?”
เย่ฮวา ส่ายหน้า “ไม่มีทาง แผนที่นี้ระบุชัดเจนว่าเป็นที่นี่ มันจะไม่อยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
“ไม่ผิด? ไม่ผิดแล้วทำไมมันไม่มีถ้ำล่ะ? นอกจากก้อนหินแล้วก็มีแค่รอยต่อของหินเนี่ย......”
กวาจื่อพูดถึงตรงนี้จู่ๆ เขาก็เงียบไป หลังจากนั้นเขาก็ถามขึ้นมาว่า “คงไม่ได้อยู่ในรอยต่อของซอกหินหรอกใช่ไหม?”
เย่ฮวา พยักหน้า “ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็อาจจะเป็นไปได้”
“ไป! งั้นเดินไปดูกัน!”
……
เย่ฮวาและกวาจื่อ เดินไปตามรอยต่อของหินจากทั่วทุกทิศ หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งกวาจื่อก็ตะโกนมาพร้อมกับบอกว่าเจอรอยต่อของหินที่มีความกว้างแห่งหนึ่งแล้ว และดูเหมือนว่ามันจะมีช่องว่างด้วย!
ได้ยินเช่นนั้นเย่ฮวาก็รีบเดินไปหากวาจื่อทันที ในที่สุดก็พบกับรอยแยกของหินเส้นหนึ่งซึ่งมันมีความกว้างพอสำหรับให้คนหนึ่งคนเดินตะแคงตัวเข้าไป กวาจื่อจึงพูดขึ้น “ด้านในจะมีอะไรอยู่ก็ไม่รู้ นายเข้าไปดูก่อนเพราะนายเป็นนักดาบ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นนายคงจะไม่ถูกฆ่าตายง่ายๆหรอก”
“ไอ้บ้าเอ้ย! นี่แกจะให้ฉันเข้าไปเป็นหน่วยกล้าตายสินะ!”
“พูดแบบนั้นได้ยังไงกัน? เพราะฉันเชื่อมั่นใจตัวนายไงถึงให้นายเข้าไปก่อน” กวาจื่อยิ้มด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
เย่ฮวาไม่ได้พูดอะไรแต่ก็ยอมเดินเข้าไปด้านในผ่านช่องว่างระหว่างหิน ทว่าเป็นเพราะความมืดจึงทำให้เขามองไม่เห็นอะไรเลย เขาจึงเปิดแสงอุปกรณ์ขึ้นมาเพื่อส่องแสงสว่างจนทำให้ด้านในมีแสงสว่างปรากฏ
กวาจื่อเดินตามเข้ามาพร้อมกับมองไปรอบๆ “ดูเหมือนจะเป็นถ้ำหินแร่ธรรมดาๆเลยนะ”
พูดจบเย่ฮวาก็กวาดตามองไปรอบๆเช่นกันและมันก็ดูเหมือนกับเป็นถ้ำธรรมดาโดยไม่มีอะไรพิเศษจริงๆดั่งว่า ทว่าพิกัดระบุว่าเป็นที่นี่ ตอนนี้ก็คงจะทำได้เพียงแค่เดินตามหากันต่อไป เพราะนี่เป็นรอยแยกของหินเพียงที่เดียวที่หาเจอหลังจากเดินตามหาเกือบครึ่งค่อนวัน
พวกเย่ฮวาเดินเข้าไปด้านในอย่างช้าๆ ระหว่างที่เดินก็ใช้มือแตะไปตามกำแพงเพื่อตรวจสอบดู ก็พบว่ากำแพงด้านหลังนั้นดูเหมือนจะไม่มีอะไรเป็นพิเศษ
เย่ฮวาและกวาจื่อเดินหน้าต่อไปจนถึงจุดที่อยู่ด้านในสุดของถ้ำ ตอนที่กำลังเคาะกำแพงที่อยู่ด้านในสุด จู่ๆ กวาจื่อก็กระทืบเท้าด้วยความโมโห “เควสบ้าอะไรของมันวะเนี่ย!”
แกร่ก!
ทันใดนั้นเสียงภายในถ้ำก็ดังขึ้น
แม้ว่าเสียงจะไม่ได้ดังมาก แต่มันก็ดังพอที่จะทำให้พวกเขาสองคนรับรู้และได้ยิน
มีอะไรบางอย่างกำลังเกิดขึ้น!
พวกเย่ฮวารีบหันไปมองรอบๆ โดยใช้แสงสว่างจากอุปกรณ์บนตัวทว่ากลับไม่พบสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย
แกร่ก!
เสียงดังขึ้นอีกครั้ง เย่ฮวาและกวาจื่อรีบก้มมองไปที่ใต้เท้าของตัวเอง หลังจากนั้นเขาก็อ้าปากค้างโดยไม่กล้าขยับเขยื้อนร่างกาย “กวาจื่อ.....ไอ้บ้าเอ้ยนี่มันชั้นหินไมก้า!!!”
“ชั้นหินไมก้าอะไร?” กวาจื่อ ถามในขณะที่เขาเองก็ไม่กล้าขยับเช่นเดียวกัน
เย่ฮวากลืนน้ำลายอึกใหญ่ “ฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นชั้นหินที่เปราะบางมาก และด้านล่างของเราก็มีความเป็นไปได้ว่าจะกลวงด้วย.....”
กวาจื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยื่นแข็งทื่อเป็นท่อนไม้พร้อมกับถาม “เควสนี้ที่จริงก็เรียกได้ว่าเป็นการปล้นสุสาน นี่อย่าบอกนะว่านี่จะเป็นกับดักที่ช่วยป้องกันขโมยน่ะ? ข้างล่างคงจะไม่ได้เป็นเหล็กหนามที่จะแทงร่างของพวกเราให้ตายตอนตกลงไปจนทำให้ไส้ทะลักออกมาหรอกใช่ไหม?”
เขามองไปที่กวาจื่อด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ “แล้วแกคิดว่าฉันเป็นพวกโจรปล้นสุสานเหรอ? แม้แต่ผียังรู้เลย!”
“แล้วจะเอายังไงกันต่อ? หรือว่าเราจะกลับออกไปกันก่อน?” กวาจื่อถาม
“ไม่รู้ แต่พวกเราก็อยู่ที่สุสานของหวางชิงซานแล้วไม่ใช่เหรอ? เราเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าด้านล่างจะใช่อย่างที่คิดรึเปล่า อีกอย่างถ้าอยากรู้ก็มีแต่จะต้องลงไป หรือว่าพวกเราจะ......”
“โอเค! ฉันเข้าใจแล้ว!” ยังไม่รอให้เขาพูดจบ กวาจื่อก็ใช้เท้าของตนเองกระทืบไปที่พื้นอย่างแรง
แกร่ก!
แกร่ก!
แกร่ก!
ครืน!!!
ชั้นหินไมก้าแตกกระจายพร้อมกับร่างของพวกเขาที่ตกลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็ว ระหว่างที่กำลังตกลงไปด้านล่างนั้นเย่ฮวาก็หันไปมองกวาจื่อด้วยสายตาเกลียดชังพร้อมกับสาปแช่งออกมา!
หลังจากเสียงดังกระแทกดังขึ้นติดต่อกันถึงสองครั้ง ร่างของพวกเขาก็กระแทกกับพื้นอย่างแรง พร้อมๆกับฝุ่นที่ฟุ้งกระจายขึ้นมา
อันที่จริงก็ไม่ถือว่าสูงมากนัก เพราะเลือดของเย่ฮวาลดลงไปเพียงแค่ 200 หน่วยเท่านั้น กวาจื่อลุกขึ้นมาพร้อมกับปัดฝุ่นบนตัว เย่ฮวามองไปที่อีกฝ่าย ขณะที่กำลังจะพูดนั้นจู่ๆ กวาจื่อก็ยื่นมือออกมาห้าม “ไม่ต้องถาม ฉันไม่เป็นอะไรเพื่อน!”
“แต่หน้านายทำไมถึงได้แข็งเหมือนเหล็กเชียว”
“……”
พื้นที่ด้านล่างยังคงเป็นถ้ำหินแร่ซึ่งมีขนาดไม่ได้ใหญ่เท่าไหร่ แถมยังมีพื้นที่ขนาดลึกซึ่งเต็มไปด้วยความมืด เย่ฮวาและกวาจือจึงรีบเดินเข้าไปทันที
ภารกิจครั้งนี้แตกต่างจากภารกิจก่อนหน้านี้ ตรงที่ภารกิจครั้งนี้ตั้งแต่เดินทางเข้ามาในนี้ยังไม่เจอมอนสเตอร์แม้แต่ตัวเดียว ตั้งแต่เดินเข้ามายังรอยแยกของหินและได้รับภารกิจระดับ AA นั้น มันไม่ได้วัดที่เลเวลของผู้เล่นแต่มันอาจจะวัดที่สติปัญญาของผู้เล่นมากกว่า
ไม่......เป็นไปไม่ได้.....
เย่ฮวาและกวาจื่อยังคงเดินเข้าไปเรื่อยๆ ซึ่งระหว่างที่เดินก็พบว่ามันเป็นทางเดินธรรมดาๆเท่านั้น และตอนที่เดินออกมาก็พบกับห้องศิลาแห่งหนึ่งซึ่งภายในนี้มีกำแพง พื้นดินและเพดานซึ่งทำด้วยหินสีน้ำเงินที่มีลวดลายแกะสลัก มุมทั้งสี่ด้านของห้องศิลานี้มีคบเพลิงที่ประดับอยู่ซึ่งถูกจุดด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าที่ดูแปลกประหลาด
ภายในห้องศิลาแห่งนี้รับรู้ได้ถึงความร้อนตรงกลางของห้องมีโลงหินวางอยู่ กวาจื่อกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “เย่ฮว่า นี่คือโลงศพของตาแก่หวางช่างตีเหล็กรึเปล่า?”
ตาแก่หวาง? คำแนะนำก็บอกอยู่ว่าช่างตีเหล็กคนนี้ชื่อหวางชิงซาน คิดไม่ถึงเลยว่าหมอนี่จะเรียกเขาว่าตาแก่หวาง
ทว่าเย่ฮวาก็ทำได้เพียงแค่ด่าในใจเท่านั้น “คิดว่าใช่นะ”
กวาจื่อหันมามองเขา “ไปเถอะ หน่วยกล้าตาย”
“หน่วยกล้าตายบ้านแกสิ!” เขามองไปที่อีกฝ่ายด้วยสายตาดุร้าย แต่ก็ยอมเดินไปที่โลงศพแต่โดยดี ตอนที่เดินไปถึงข้างๆ โลงศพก็พบว่ามันไม่มีการติดตั้งกับดักอะไรเอาไว้
“ไม่เป็นไรแล้ว เข้ามาได้” เย่ฮวา พูด
กวาจื่อพยักหน้ารับ ก่อนที่จะรีบเดินมาข้างๆเย่ฮวา หลังจากที่มองไปที่โลงศพเขาก็พูดขึ้นมาว่า “ถ้านี่เป็นโลงศพของตาแก่หวาง นั่นก็หมายความว่าเหล็กนั่นก็ต้องอยู่ในโลงนี้น่ะสิ? พวกเรารีบเปิดโลงกันเลยดีไหม?”
เย่ฮวา เบ้ปาก “นายลืมไปแล้วเหรอว่าแม่ทัพอันเดธปีนออกมาจากโลงศพ”
กวาจื่อ “แล้วจะมีวิธีไหนอีกล่ะ? หรือว่านายจะไม่ทำเควสนี้แล้ว? อีกอย่างถึงในโลงจะมีบอสอยู่แต่ก็ไม่เห็นต้องกลัวเลยพวกเราร่วมมือฆ่าบอสได้ตั้งหลายตัวแล้ว แถมนายก็ไม่ใช่พวกกะโหลกกะลาด้วย ฉันมั่นใจว่าพวกเราสามารถฆ่าบอสได้ ต่อให้เป็นบอสระดับเงินฉันก็สามารถยิ้มออกมาได้อย่างผ่อนคลาย!”
มุมปากของ เย่ฮวา กระตุกยิ้ม “เออๆๆ งั้นก็เปิดดูแล้วกัน ลองดูว่าข้างในจะมีบอสจริงๆ รึเปล่า ถ้ามีก็ค่อยว่ากัน”
“อื้อ!”
พูดจบเย่ฮวากับกวาจื่อก็หยิบอาวุธออกมาเตรียม ก่อนที่จะใช้มือวางไปบนฝาโลงพร้อมกับนับ 1 2 3 แล้วใช้แรงเปิดฝาโลงทันที
โฮกกกกกกกกกก
เสียงดังขึ้นจากข้างหู ทว่าดูเหมือนว่ามันจะเป็นเสียงที่ดังมาจากพื้นที่ที่ห่างไกลนับหมื่นลี้
กวาจื่อได้ยินเสียงนั้นก็หันมามองโลงศพตรงหน้า “เย่ฮว่าได้ยินเสียงนั่นไหม?”
“อืม”
เขาพยักหน้า “ดูเหมือนจะเป็นเสียงคำรามของมอนสเตอร์เลยนะ เห็นทีจะมีมอนสเตอร์อยู่จริงๆ”
กวาจื่อมองไปรอบๆ “ดูเหมือนจะดังมาจากด้านในโลงด้วยนะ”
“พอจะมีวิธีไหม? หรือว่านายไม่อยากจะได้เหล็กบริสุทธิ์นั่นแล้ว?” เย่ฮวาถาม
“อยากได้สิ ถามได้!”
พูดจบกวาจื่อก็ใช้แรงผลักฝาโลงทันที ทว่าเป็นเพราะพละกำลังที่ต่ำเกินไปจึงทำให้ฝาโลงไม่ขยับเขยื้อน เย่ฮวาจึงใช้ทั้งสองมือช่วยผลักฝาโลงอย่างสุดแรง
ทันใดนั้นเสียงเคลื่อนไหวก็ดังขึ้นพร้อมกับฝาโลงที่ถูกเลื่อนไปด้านข้างจนเผยให้เห็นช่องว่างระหว่างโลงและฝาโลง ในเวลาเดียวกันแสงสว่างก็ลอยออกมาจากด้านใน
แสงสว่างนั้นหยุดลงตรงหน้าโลงศพ ซึ่งเป็นแสงสีขาวที่กำลังสาดส่องไปทั่วทั้งห้อง แสงสว่างจ้าตรงหน้าทำให้เย่ฮวาแทบจะลืมตาไม่ขึ้น ราวกับกำลังเบิกตาถ่างเผชิญหน้ากับแสงอาทิตย์อย่างไรอย่างนั้น แสบตาชะมัดเลย!
แสงสว่างตรงหน้าเขา ทำให้เย่ฮวาสูญเสียการมองเห็นไปในทันที หลังจากที่แสงค่อยๆ หรี่ลงแล้ว เขาก็ต้องอ้าปากค้างทันที
ตอนนี้ห้องศิลาได้หายไปแล้ว นอกจากแผ่นหินสีน้ำเงินบนพื้นรอบโลงศพแล้วก็ไม่มีอะไรหลงเหลืออีกต่อไป ตอนนี้ด้านบนหัวของพวกเขาที่เคยเป็นเพดานได้กลายเป็นท้องฟ้า นอกจากนี้พื้นที่ที่พวกเขายืนอยู่ก็กลายเป็นหลุมขนาดใหญ่มากแห่งหนึ่งด้วย!
หรือว่าแสงสว่างเมื่อครู่จะทำให้เพดานที่เคยอยู่ด้านบนศีรษะของพวกเขาหายไป?
เย่ฮวาหันไปมองที่มาของแสง ทันใดนั้นก็พบว่าแสงมันได้อ่อนแรงลงแล้วแถมแหล่งกำเนิดแสงก็มาจากลูกกลมๆ ที่มีขนบางอย่าง!
........................