ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่213 หาเรื่อง

หวานเก็บกระเป๋าสัมภาระสำหรับไปฝึกงานโดยส่วนใหญ่แล้วก็มีเครื่องสำอางและเสื้อผ้าหลายชุด นอกจากนั้นก็รองเท้าผ้าใบ ซึ่งเป็นสีดำเสียส่วนใหญ่

เนื่องจากหล่อนเติบโตที่ไร่'อุ่นใจ'มักจะเข้าสวนแล้วเสื้อผ้ารองเท้าติดดินโคลนอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เธอเกลียดพวกสีขาว สีพวกนี้เปื้อนง่ายและซักยาก สีดำสิดีกว่า

เก็บกระเป๋าสัมภาระเสร็จหวานก็เดินไปเปิดประตูห้อง มีผู้หญิงสองคนเดินเข้ามา

พวกเธอเป็นเพื่อนที่เรียนอยู่คณะเดียวกันนอกจากนั้นครั้งนี้ยังต้องฝึกงานที่เดียวกัน

“ว้าว เก็บเสร็จแล้วเหรอ ไวจังนะยายหวาน” ออยเดินเข้ามาก็พบกับกระเป๋าที่ถูกวางไว้หน้าประตู อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ

“ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะเอาอะไรไปด้วย” เฟย์ดึงเก้าอี้แต่งหน้ามานั่ง ทำหน้ามุ่ยบอกไม่ถูกกับความคิดของตัวเอง

“เอาอะไรก็เอาไปสิ เราไปฝึกงานไม่ได้ไปเที่ยวซะหน่อย” หวานนั่งบนเตียง เนื่องจากห้องนี้เธออยู่คนเดียว เก้าอี้นอกจากหน้าโต๊ะแป้งก็ไม่มีอันอื่น พอถูกยายเฟย์แย่งไปเธอจึงไม่มีทางเลือกนอกจากนั่งบนเตียงนอน

“แกนี่ไม่หัดแต่งตัวเลยจริงๆ ถึงเราจะไปฝึกงานกันก็เถอะ แต่ก็ต้องแต่งตัวให้ดูดีเข้าไว้ ไม่งั้นเพื่อนร่วมงานอาจดูถูก” ออยเริ่มพูดถึงเหตุผล

“ใช่ๆ ฟังว่าที่นั่นมีชาวต่างชาติทำงานอยู่ด้วย เห็นว่าเป็นคนเกาหลี นี่หวานเธอไม่อยากได้สามีเป็นอปป้าเหรอ” เฟย์พยักหน้าเห็นด้วยและยังแนะนำบางอย่างกับเพื่อนสนิท

“เหอะๆ ฉันไม่ได้ชอบคนเกาหลีเหมือนอย่างแกนะยายเฟย์” หวานกรอกตา ยายเพื่อนบ้านอกจากบ้าซีรีย์เกาหลีแล้วสนใจอะไรบ้าง

“หุหุ ก็ว่าไป แต่จะพูดก็พูดเถอะ ต่อให้เป็นอปป้าหน้าขาวสูงยาวเข่าดี ก็ยังเทียบเจมส์ไม่ได้อยู่ดี” เฟย์หัวเราะว่า

“นั่นสินะ” ออยพยักหน้าเห็นด้วย “ขนาดอปป้ายังต้องเป็นลูกน้อง เจมส์เนี่ยเก่งจริงๆ เฮ้ออิจฉายายเบียร์ชะมัด มีแฟนดีแถมยังรวยเวอร์ นอกจากนั้นนางยังนอนอยู่บนเรือสำราญลำใหญ่ ชีวิตเปลี่ยนไปราวกับเจ้าหญิง”

“จริงของแก ขนาดมาเรียนก็ยังมีคนขับรถมาส่ง น่าอิจฉาชะมัด อยากมีแฟนรวยบ้างจัง”

หวานไม่ได้ออกความคิดเห็น แค่ฟังอยู่ตรงนั้นเงียบๆ

จะว่าไงดีหากบอกว่าเธอไม่อิจฉาก็คงแปลก

หากเทียบรูปร่างหน้าตาเธอไม่เห็นจะด้อยกว่า แต่ที่ชัดๆ เลยคือสีผิว

เบียร์เป็นคนผิวขาวในขณะที่เธอผิวน้ำผึ้ง นอกจากนั้นหน้าอกยังเล็กกว่า แถมแต่งตัวก็มักจะใส่ชุดนักศึกษาตัวใหญ่ กระโปรงยาวเลยหัวเข่า ผิดกับยายเพื่อนที่แต่งตัวเซ็กซี่ กระโปรงสั้นกว่าหัวเข่าเพียงไม่กี่เซนติเมตร

.......

วันต่อมาหวานเดินออกมาจากหอพร้อมกับเพื่อนสองคน

มีรถโรลส์-รอยซ์ คันหรูสีดำมารับถึงที่ คนที่ลงมาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเบียร์ แฟนสาวของนักธุรกิจหนุ่มรุ่นน้องรวยเวอร์

“พวกแกเก็บของกันเสร็จแล้วใช่ไหม” เบียร์ที่อยู่ในชุดเดรสสีขาวถาม หล่อนสวมรองเท้าส้นสูงซึ่งผิดกับเพื่อนอีกสามคนที่ใส่รองเท้าผ้าใบ

“ใช่ๆ เก็บเสร็จแล้ว เราจะขึ้นรถคันนี้ไปเหรอเบียร์” ดวงตาของเฟย์แทบไม่อาจละจากรถสีดำตรงหน้า เช่นเดียวกับออยและหวาน

“ใช่ เราจะขึ้นรถคันนี้ไป” เบียร์ยิ้มว่า “มาเถอะ ขนของขึ้นรถกัน อย่าปล่อยให้คุณชายเขารอนานเดี๋ยวจะโกรธ”

“คุณชาย...ใครเหรอ” ออยท่าทางอยากรู้อยากเห็น “หรือว่าเจมส์มาด้วย”

เบียร์ยังไม่ทันตอบประตูฝั่งคนขับก็เปิดออก เห็นเป็นชายหนุ่มเจ้าของถุงมือดำ อยู่ในชุดชายทะเลกางเกงขาสั้น

“นินทาอะไรผมหรือเปล่า” เขาเผยรอยยิ้มเล็กน้อยซึ่งนั่นก็เพียงพอให้ผู้หญิงทั้งหมดหัวใจเต้นโครมคราม

“ไม่ๆ ไม่มีใครนินทาอะไรทั้งนั้น พวกเราแค่คิดว่า ดีจังนะที่ได้นั่งรถคันนี้” ออยเม้มปากตอบ

“มาเถอะ ถ้าพวกคุณอยากเห็นข้างในก็แค่เข้าไปนั่ง เดี๋ยวกระเป๋าผมจะเก็บให้เอง”

“เอ๋...จะทำอย่างนั้นได้ยังไง พวกเราต้องช่วยกันเก็บสิ” ออยไม่ใช่คนไร้มารยาท ต่อหน้าคนรวยที่อยู่ตรงหน้า เราไม่ควรได้ใจหรือวางมาดเกินไป ไม่งั้นอาจทำให้เขารู้สึกแย่ได้

ทั้งกลุ่มช่วยกันยกกระเป๋าขึ้นรถ

ของโดยส่วนใหญ่มีแต่เสื้อผ้าและเครื่องสำอาง ดังนั้นน้ำหนักโดยรวมจึงค่อนข้างหนัก แต่สำหรับเจมส์แค่นี้สบายมาก

รถที่ขนของไม่ใช่คันเดียวกัน แต่เป็นรถอีกคันที่ใช้สำหรับขนสัมภาระโดยเฉพาะ

“อ๊ะ...”

จังหวะที่เขาสัมผัสมือของหวานที่กำลังยกกระเป๋าราวกับกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่านเข้ามาในหัวใจ ใบหน้าร้อนผะผ่าวทั้งที่รู้ว่ามันผิด

“มาเถอะ ให้ผมช่วย”

“อื้อ...”

หวานพยักหน้าแล้วถอนมือที่ยังสัมผัสได้ถึงนิ้วอันอ่อนโยน หลังจากนั้นพวกเธอเข้าไปนั่งในรถคันหรู

เจมส์ทำหน้าที่เป็นคนขับ ส่วนเบียร์นั่งฝั่งด้านข้าง อีกสามคนนั่งอยู่เบาะหลังด้วยความประหม่า

“นี่พวกแก ฟังเพลงปะ” เพราะเห็นว่าเพื่อนเอาแต่เงียบ เบียร์จึงเสนอ

“มันจะไม่รบกวนสมาธิของเจมส์เหรอ” หวานค่อนข้างดูกังวล และอีกสองคนก็เห็นด้วย

“ไม่รบกวนสมาธิหรอก ใช่ไหมคะที่รัก” เบียร์ไม่อายที่ต้องแสดงด้านหวานๆ กับชายคนรักต่อหน้าเพื่อนในกลุ่ม แน่นอนว่าหล่อนทำให้ยายออยและเฟย์อิจฉา ส่วนความรู้สึกของหวานค่อนข้างซับซ้อน

“ไม่รบกวนอยู่แล้ว อยากฟังเพลงอะไรก็เปิดได้เลย”

“เห็นไหมฉันบอกแล้ว” จากนั้นเธอเริ่มเปิดเพลงเบาๆ แล้วคุยกับเพื่อนในกลุ่ม

ความจริงทั้งสามคนค่อนข้างประหม่าที่ต้องนั่งรถหรู แต่หลังจากนั้นระยะหนึ่ง ก็เริ่มรู้สึกสบายไปกับการนั่ง กล้าที่จะพูดกับเบียร์เหมือนอยู่ข้างนอก

สัตหีบกับพัทยาอยู่ใกล้กัน ขับรถครู่เดียวก็มาถึงแล้ว

เบียร์ไม่ต้องการเสียเงินโดยไม่จำเป็น จึงพักอยู่ในหอธรรมดาราคาต่อเดือนแค่ 5000 บาท พักสองคนกับหวานโดยหารกันคนละครึ่ง ส่วนออยและเฟย์ก็อยู่กันอีกห้อง

ความจริงเจมส์มีบ้านที่นี่หนึ่งหลังไว้เดินทางด้วยประตูสายรุ้ง เขาบอกเบียร์ก่อนหน้านี้แล้วว่าสามารถพักที่บ้านได้ แต่หล่อนปฏิเสธ บอกว่าอยากสัมผัสประสบการณ์ในที่ทำงานและเรียนรู้ด้วยเงินของตัวเอง

เจมส์ทำได้เพียงสนับสนุนความคิดนั้น แต่ถ้าหากในอนาคตหล่อนทนอยู่ในหอพักไม่ไหว ก็แค่ย้ายออกไปอยู่บ้านเมื่อไหร่ก็ได้

เจมส์และหุ่นแบนเนอร์ยกสัมภาษณ์เข้าไปในห้องของสาวๆ ระหว่างนั้นไม่แปลกหากผู้หญิงในหอจะให้ความสนใจกับผู้ที่มาอยู่ใหม่ โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าเป็นรถโรลส์-รอยซ์

“นั่นอะไรน่ะ ผู้หญิงพวกนี้หน้าตาดีทั้งนั้นเลยนี่นา แถมยังนั่งรถหรูแต่ทำไมถึงมาพักห้องห้าพันบาท”

“ไม่รู้สินะ ดูจากหน้าตาอายุคงแค่ยี่สิบต้นๆ อาจจะเป็นเมียน้อยของใครก็ได้”

“ชิ น่าอิจฉาพวกเด็กเสี่ยชะมัด”

“ทำไงได้ พวกมันหน้าตาดีกันนี่นา ถ้าหากฉันขาวและหน้าอกใหญ่ ฉันเองก็อยากมีเสี่ยเลี้ยงเหมือนกัน”

ผู้หญิงที่อยู่ในหอเริ่มซุบซิบนินทา มันเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม คุณก็จะต้องพบเจอกับสังคมที่ชอบคุยกันลับหลัง โดยเฉพาะคนที่ขี้อิจฉา

จัดการเสร็จเวลาก็ผ่านไปถึงบ่ายโมง

เบียร์มองดูเวลาแล้วกล่าวว่า “นี่พวกแก หิวข้าวหรือยัง”

หวานแทบไม่ได้นอนเมื่อคืน เมื่อเช้านอกจากนมหนึ่งกล่องก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง ดังนั้นเวลานี้กระเพาะของเธอจึงเกิดการประท้วง ครั้นได้ยินคำถามจึงพยักหน้าตอบทันที

ออยและเฟย์เองก็เช่นกัน

“โอเค งั้นเราไปหาอะไรกินกันเถอะ พวกแกอยากกินอะไร” เบียร์ถาม

“เอ่อ...ส้มตำปูปลาร้า ปูม้า กุ้งสด เผ็ดๆ” เฟย์ตอบ

“ฉันก็เหมือนกับยายเฟย์ แล้วแกล่ะยายหวาน”

“ข้าวผัดกุ้ง”

“ได้ๆ” เบียร์พยักหน้า จากนั้นหันไปหาเจมส์ “ที่รัก โรงงานของคุณตั้งอยู่ที่สัตหีบ มีร้านไหนแนะนำไหมคะ”

“เอ่อ...ไม่รู้สิ ปกติไปกลับ ไม่รู้เหมือนกันว่าที่ไหนอร่อย” เจมส์ไม่รู้จริงๆ เดิมทีเดินทางด้วยประตูสายรุ้งแล้วกลับเรือ จึงไม่มีเหตุผลต้องกินอาหารที่นี่

“โอเค งั้นเบียร์หาร้านเองแล้วกัน เอาเป็นร้านที่มีอาหารเยอะๆ แล้วกันเนอะ” เบียร์เปิดโทรศัพท์แล้วเสิร์ชหาร้านอาหารในละแวกใกล้เคียง ไม่นานจึงพบกับร้านอาหารระเบียงริมสระ เป็นร้านอาหารที่มีขนาดใหญ่ มีเพิงส่วนตัวและตั้งอยู่ในคลองน้ำที่ถูกขุดขึ้นเป็นทางยาว

รถโรลส์-รอยซ์ขับมาถึงที่หมายใช้เวลาไม่นาน

พวกเขาเดินเข้าไปข้างใน เลือกเพิงสีเขียวที่อยู่ไม่ไกลจากนั้นเริ่มสั่งอาหาร

ในเพิงเล็กๆ ไม่มีเก้าอี้นั่ง มันเป็นเบาะรองที่ค่อนข้างนุ่มและยังมีเปสำหรับนั่งยื่นขาออกไปเล่นน้ำริมระเบียง

กลุ่มของเจมส์มีแต่ผู้หญิงโดยเขาเป็นเพียงผู้ชายคนเดียว

แถมแต่ละคนก็หน้าตาสวยและหนึ่งในนั้นเป็นดาวคณะ ไม่แปลกหากจะได้รับความสนใจจากลูกค้าโต๊ะอื่น

มีชายผมสีนกแก้วเดินเข้ามาสองสามคน

พวกเขาใส่เสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์รองเท้าแตะ ไว้หนวดเครา นอกจากนั้นยังตัดผมทรงกะลาครอบหัว

“นี่น้องสาว ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย เพิ่งเคยมากินอาหารที่นี่เหรอจ้ะ” ชายผมสีทองแลบลิ้นน้อยๆ ท่าทางหื่นกระหาย

หวานและเพื่อนๆ หันมามองด้วยหางตา ก่อนจะกลับไปสนใจโทรศัพท์ในมือ

“น้องสาว พี่แขกถามอยู่นะทำไมถึงไม่ตอบ รู้ไหมว่าพี่แขกเป็นใคร” ชายอีกคนท่าทางไม่พอใจ ก่อนจะหันไปตวาดเจมส์ “เฮ้ไอ้หนู รีบลุกขึ้นมาแล้วให้พี่แขกเข้าไปนั่ง แกคงไม่อยากถูกอัดหรอกใช่ไหม!”

คล้ายกับเรื่องถุงมือฟ้าประทาน ที่คุณอ่าน