ย้อนเวลามาปลูกผักในวันที่โลกล่มสลาย

    รอดแล้วเพื่อน

    ‘ฟึบ’ ‘ฟับ’

     

    เฟอร์รีน่าสบัดปีกหนึ่งครั้งก่อให้เกิดดวงไฟขนาดเท่ากำปั้นและดวงไฟสีแดงเข้มเหล่านั้นพุ่งเข้าใส่ฮาร์พีนับร้อยในคราเดียว แค่การสบัดปีกเพียงครั้งเดียวฝูงฮาร์พีที่กำลังเพลิดเพลินกับเกมล่าสังหารมนุษย์ถูกดวงไฟสีแดงเผาจนไม่เหลือซากไม่เหลือแม้แต่เถ่าถ่าน เฟอร์รีน่ากำจัดฮาร์พีหลายร้อยตัวได้ด้วยการขยับเพียงเล็กน้อยทำเอาสมิธนึกถึงเวลามนุษย์บังเอิญเหยียบแมลงอะไรสักอย่างที่พื้น

     

    ‘แปะ‘ ‘แปะ‘ ‘แปะ‘ “ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมมาก!” กรีนชิลดปรบมือกล่าวชมเฟอร์รีน่าด้วยจริงใจที่สุด การแสดงเมื่อสักครู่นี้ช่างยอดเยี่ยมสมแล้วที่มาจากแหล่งกำเนิดเดียวกัน

     

    หลังจากฝูงฮาร์พีนับร้อยตายหมดแล้วเมืองนี้จึงกลับสงบอีกครั้ง สมิธรีบวิ่งไปที่บ้านของสตีฟเพื่อดูว่าสตีฟและแม่สตีฟเป็นอย่างไรในตอนนี้ สภาพบ้านของสตีฟตอนนี้คือพังอย่างหนักหลังคาเป็นรูขนาดใหญ่หลายรู ประตูบ้านหายหมด หน้าต่างกระจกแตกหมด เฟอร์นิเจอร์ในบ้านล้วนแล้วเสียหายจนไม่อาจใช้งานได้อีก

     

    “มีมนุษย์อยู่ใต้ดิน 2 คน แต่พลังงานชีวิตน้อยมาก…” กรีนชิลดจับสัมผัสคนสองคนได้ที่อยู่ชั้นใต้ดิน แต่พลังงานชีวิตของทั้งสองคนนั้นน้อยเป็นอย่างมากหรือภาษามนุษย์คือใกล้ตายแล้ว

     

    “ขอบคุณ” สมิธรีบเปิดประตูเพื่อลงไปยังชั้นใต้ดินแต่ทางเข้าถูกขว้างไว้ด้วยตูขนาดใหญ่ ซึ่งคาดว่าสตีฟน่าจะย้ายตู้มากันเพื่อไม่ให้พวกฮาร์พีเข้ามา กรีนชิลดจัดการทำลายตู้อย่างรวดเร็วและเมื่อสมิธลงไปยังชั้นใต้ดินได้สมิธเห็นร่างคนสองคนนอนจมกองเลือดอยู่ เขาเร่งรีบเข้าตรวจสอบในทันทีซึ่งร่างทั้งสอนนั้นคือสตีฟและแม่ของเขา

     

    “มา...ทำบ้าอะไรที่นี้” สตีฟไม่อยากเชื่อสายตาเมื่อเห็นสมิธเพื่อนรักมันมาอยู่ต่อหน้าในตอนนี้ เพราะก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีมันได้ยินเสียงดังโครมครามดังอย่างต่อเนื่องเข้ามาภายในบ้านและเสียงเหล่านั้นยิ่งใก้ลมันเรื่อย ๆ มันเตรียมใจไว้แล้วว่ายังไงมันก็ต้องตาย แต่ไหงกลายเป็นสมิธแทน!

     

    “เงียบ! กินเข้าไป” สมิธนำผลสตรอว์เบอร์รีเมล่อนและแตงโมทะเลเลือดออกมาให้สตีฟและแม่สตีฟกิน แม้มันจะไม่มีคุณสมับัตฟื้นฟูโดยตรงแต่มันก็น่าจะดีกว่าไม่ทำอะไร 

     

    สมิธขอให้กรีนชิลดใช้เถาวัลย์อุ้มร่างทั้งสองก่อนที่จะออกจากบ้านเพราะตอนที่มายังที่นี้สมิธเห็นโรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากที่มากนัก เฟอร์รีน่าที่เห็นสถานการณ์ก็เข้าใจในทันทีไม่พูดหรือร้องขออะไรอีกรีบพาไปยังตำแหน่งที่ต้องการในทันที เมื่อมาถึงหน่วยแพทย์แล้วก็ได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใช้การ์ดสายสนับสนุนทันที

     

    “ค่อยยังชั่ว” เมื่อสถานการณ์ของสตีฟและแม่สตีฟพ้นวิกฤติเป็นที่เรียบร้อยแล้วสมิธค่อยโล่งอก

     

    โชคดีที่โรงพยาบาลนี้มีผู้ใช้การ์ดสายสนับสนุนเยอะไม่เช่นนั้นคงโกลาหลและมีคนตายเป็นจำนวนมากเพราะผู้ป่วยเรียกได้ว่าเต็มโรงพยาบาล ทั้งมาจากการโจมตีของฮาร์พีเหมือนสตีฟและจาการโจมตีอื่น ๆ ที่ตอนนี้เริ่มจะกลายเป็นนรกเหมือนอย่างอนาคตที่สมิธเคยเผชิญแล้ว!

     

    สมิธอยากจะอยู่ต่ออีกสักนิดเพื่อดูอาการของสตีฟให้แน่ แต่ว่าเขาไม่อาจทำแบบนั้นได้เพราะเขาไม่ได้มาเพียงลำพังที่จะต้องให้อื่นมารอแล้วยังเรื่องที่บ้านอีกแล้วก็เรื่องข้อมูลของเฟอร์รีน่าอีก สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือได้แค่เอาใจช่วยเท่านั้น

     

    เมื่อทุกอย่างหายห่วงแล้วเฟอร์จึงพาสมิธกลับบ้านด้วยความสบายใจ สิ่งที่เกิดขึ้นกับสตีฟนั้นถือว่าเป็นเส้นเรื่องใหม่แตกต่างกับอนาคตที่เขาจากมาอย่างสิ้นเชิงเพราะอนาคตที่ตัวเขารู้จักสตีฟจะตายในอีก 18 ปีข้างหน้าโดยหนึ่งในแม่ทัพแห่งเผ่าปีศาจ ตัวแปรหลักที่ทำให้อนาคตเปลี่ยนก็น่าจะมาจากพวกโทรลล์เขียวที่บุกทลายมหาวิทยาลัย สมิธมั่นใจแน่ว่าตัวแปรที่เกิดขึ้นบนโลกไม่ได้มีแค่โทรลล์เขียวอย่างแน่นอน ดังนั้นแล้วสมิธเริ่มที่จะคิดมากแล้วสิว่าอนาคตที่เขารับรู้มันจะยังมีประโยชน์อยู่ไหมหากตัวแปรเยอะขนาดนี้

     

    ในระหว่างที่คิดอย่างหนักรู้ตัวอีกทีก็มาถึงบ้านแล้ว เมื่อข้อตกลงบรรลุผลเป็นที่เรียบร้อยแล้วสมิธจึงบอกสถานที่เกิดของผล อัคนีสวรรค์ ให้เฟอร์รีน่าฟัง แม้ตัวแปรจะเยอะแต่สมิธมั่นใจแบบโคตรมั่นใจว่ายังไงผลอัคนีสวรรค์ก็เกิดที่เดิมไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เหตุผลที่ทำให้สมิธมั่นใจถึงขนาดนี้เพราะเมล็ดของมันถูกหว่านตั้งแต่ที่โลกเกิดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติแล้ว! เหมือนกับของอีกหลาย ๆ อย่างที่พระเจ้าได้มอบให้โลกใบนี้เพื่อใช้ต่อกรกับปีศาจ…

     

    “ฉันมาคิดดูแล้ว มันก็มีของที่เป็นประโยชน์กับนายเหมือนกันนะกรีนชิลด...”

     

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาปลูกผักในวันที่โลกล่มสลาย ที่คุณอ่าน