สิ้นสุดการต่อสู้ของหยางจื่อซวนหวู่จี๋ก็ตัดสินใจให้อัจฉริยะที่เหลือนั่งพักเพื่อฟื้นฟูพลังปราณจ้าวเสวี่ยที่หมดสติไปได้ไม่นานนางก็ฟื้นตัวลงและฟื้นฟูพลังปราณอย่างรวดเร็วหลังจากพักเสร็จเเล้วคู่ของหลี่ซวงเหยียนและตงไท่ก็เริ่มขึ้น
การต่อสู้จบลงได้ไม่นานตงไท่ืั้ถูกหลี่ซวงเหยียนต้อนจนจมมุมได้อย่างรวดเร็วแต่ตงไท่จงใจยืดเยื้อการต่อสู้เพื่อให้หยางจื่อมีเวลาฟื้นฟู ตงไท่นั้นชื่นชมหยางจื่อจากใจจริงเพราะหยางจื่อพึ่งพาความสามารถของตนจนได้รับความแข็งแกร่งมาจนถึงตอนนี้โดยไร้นิกายใหญ่หรือตระกูลใหญ่คอยหนุนหลังตงไท่อยากจะเห็นว่าหยางจื่อจะสามารถล้มหลี่ซวงเหยียนที่เป็นอัจฉริยะที่ทรงพลังได้หรือไม่"ตูม!!!!"
ร่างของตงไท่กระเด็นตกเวทีประลองและได้รับความพ่ายแพ้ในที่สุดตงไท่เดินกลับมาที่นั่งแล้วกล่าวกับหยางจื่อ
"ข้ายื้อเวลาให้เจ้าได้เพียงเท่านี้ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเจ้าเเล้ว"ตงไท่กล่าว"ขอบคุณเจ้ามาก ข้าจะจำบุญคุณนครั้งนี้ไว้" หยางจื่อกล่าว
การต่อสู้ของอัจฉริยะที่เหลือจบลงได้อย่างรวดเร็วรวมทั้งคู่ของตงไท่กับจ้าวเสวี่ยด้วยตงไท่จงใจยอมแพ้ให้กับจ้าวเสวี่ยทำให้การต่อสู้จบลงโดยไม่ต้องสู้ ผลการต่อสู้ปรากฏจ้าวเสวี่ยได้อันดับที่ 3 ตงไท่ได้อันดับที่ 4 หว่านเจียงอี้ได้อันดับที่ 5 เหวิ่นจงได้อันดับที่ 6 ต้วนหลงได้ที่ 7 อันหลงได้ที่ 8อันหลางได้ที่ 9 จี้ฟางได้ที่ 10 ที่เหลือเพียงแค่การต่อสู้สุดท้ายที่จะหาอัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดหยางจื่อและหลี่ซวงเหยียนต่างก็เดินขึ้นเวทีประลองใบหน้าของหยางจื่อยังซีดอยู่เห็นได้ชัดว่าหยางจื่อยังฟื้นฟูได้ไม่เต็มที่ "ในครั้งนี้เจ้าห้ามใช้สวรรค์วินาศเด็ดขาดไม่งั้นเจ้าได้พบกับความทรมานแน่การที่เจ้าสวรรค์วินาศมาเเล้วสองครั้งก็ถือว่าดีมากเเล้วทักษะนี้มันกินพลังปราณและพลังใจอย่างมากและการฟื้นฟูพลังใจใช่ว่าจะทำง่ายๆเพราะงั้นอย่างใช้เข้าใจใหม"หญิงสาวชุดขาวกล่าวกับหยางจื่อ "ข้าเข้าใจแล้วถึงข้าจะไม่อยากใช้ไพ่ใบสุดท้ายก็เถอะแต่มันไม่มีทางเลือกเเล้ว"หยางจื่อกล่าวหยางจื่อที่กำลังเผชิญหน้ากับหลี่ซวงเหยียนรู้สึกกดดันอย่างถึงที่สุด
"ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะมาได้ใกลถึงขนาดนี้"น้ำเสียงที่ไพเราะของหลี่ซวงเหยียนดังขึ้น "ต้องขอบคูรท่านที่ช่วยชีวิตของพวกข้าตอนอยู่ที่อาณาจักรฉิน"หยางจื่อกล่าว"แล้วเจ้าจะตอบแทนบุญคุณข้าอย่างไร" หลี่ซวงเหยียนกล่าว
"ท่านสามารถบอกมาได้ถ้าเป็นสิ่งที่ข้าทำได้ข้าก็จะทำ" หยางจื่อกล่าว
"งั้นเอาแบบนี้เป็นอย่างไรถ้าเจ้าสามารถชนะข้าได้ข้าจะให้เจ้าเป็นศิษย์อย่างไม่เป็นทางการของนิกายฟีนิกซ์ของข้าเจ้าสามารถใช้ทรัพยากรเท่าที่เจ้าต้องการได้แล้วเมื่อเจ้าต้องการออกจากนิกายของข้าเมื่อไหร่ก็ได้แต่กลับกันถ้าเจ้าแพ้เจ้าจะต้องงเป็นศิษย์ของนิกานฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ตลอดไปและมีชีวิตเพื่อนิกายเท่านั้น"หลี่ซวงเหยียนกล่าว"เรื่องนั้น....."
"นี่ถือเป็นคำขอของข้าเจ้าทำได้หรือไม่" หลี่ซวงเหยียนกล่าว
"ตกลง" หยางจื่อกล่าว
จ้าวเสวี่ยที่ได้ยินคำกล่าวของทั้งสองก็อดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมา
"เพ่ย มีที่ใหน ชนะก็ต้องเข้านิกายของเจ้าแพ้ก็ต้องเข้านิกายของเจ้าแบบนี้มันกลั่นแกล้งกันชัดๆ" จ้าวเสวี่ยกล่าว"คนที่แพ้ไปเเล้วอย่างเจ้าเงียบไปเลย" หลี่ซวงเหยียนกล่าว
"หนอยแน่ยัยจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ สักวันข้าจะทำให้เจ้ารู้สึกเสียใจ"จ้าวเสวี่ยกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ"เอาละเรามาเริ่มกันเถอะ" หลี่ซวงเหยียนกล่าว
ทะเลเปลวเพลิงเริ่มปรากฏอยู่รอบๆตัวหยางจื่อ ไอความร้อนทำให้หยางจื่อมีเหงื่อใหลเต็มใบหน้าหยางจื่อรีบโคจรปราณมังกรเพื่อขับไล่ความร้อนออกจากร่างกายหยางจื่อกระตุ้นพลังจากดาบมังกรสวรรค์อีกครั้ง"หอกเพลิง!!!!" หลี่ซวงเหยียนกล่าว
หอกเปลวไฟจำนวนนับ10 เล่มพุ่งตรงมาทางหยางจื่อ"ดาบ 6 ประสาน!!!"
หยางจื่อใช้ทักษะดาบ6 ประสาน 2ครั้งติดทำให้เกิิดการฟัน12 ครั้งด้วยความเร็วอย่างมาก หอกเพลิงของ หลี่ซวงเหยียนสลายหายไปในพริบตา"คุกเปลวเพลิง!!!"
เปลวเพลิงจำนวนมากห่อหุ้มหยางจื่อและกักขังหยางจื่อเอาไว้ด้วยความร้อนของเปลวเพลิงทำให้หยางจื่อราวกับลังจพถูกอบอยู่"ดาบวายุอัสนี!!!!!"
หยางจื่อวาดดาบออกเป็นเเนวนอนเพื่อทำลายคุกเปลวเพลิงของหลี่ซวงเหยียนหลี่ซวงเหยียนเหยียดมือออกไปปรากฏกระบี่เพลิงขนาดใหญ่ฟันลงทางหยางจื่อด้วยความเร็ว "แยกสวรรค์"หยางจื่อใช้ทักษะที่มีเพื่อป้องกันการโจมตีของหลี่ซวงเหยียน"มันยังไม่จบหรอก เพลิงศักดิ์สิทธิ์ทำลายล้าง!!!!"
กลุ่มก้อนเปลวเพลิงที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิมพุ่งมาทางหยางจื่อด้วยความเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อหยางจื่อกัดฟันแล้รวบรวมสมาธิดาบมังกรสวรรค์สั่นไปมา"ตอนนี้แลหะ"
หยางจื่อควบแน่นพลังปราณไว้ที่ดาบมังกรสวรรค์แล้วฟันดาบไปข้างหน้าเกิดเป็นรอยแยกมิติปรากฏออกมารอยแยกมิติขยายออกไปแล้วดูดกลืนทักษะของหลี่ซวงเหยียนออกไป หลี่ซวงเหยียนยืนตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นแม้แต่ซวนหวู่จี๋ก็ยังอ้าปากค้างเหล่าตัวตนทรงอำนาจอดไม่ได้ที่จะยืนขึ้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อ"พลังมิติอย่างงั้นรึ" ประมุขนิกายเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์กล่าวออกมาด้วยความตกใจ
"ทำไมเด็กนั่นถึงใช้พลังมิติได้ พลังมิติจะต้องอยู่ปราณนักบุญขั้นที่ 7ถึงจะใช้ได้ไม่ใช่รึ" บางคนกล่าว "ไม่ใช่หรอกการจะใช้พลังมิตินั้นจะต้องมีพรสวรรค์สูงส่งและมีความสามารถในการทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงจะทำได้แต่กลับกันคนที่ไม่มีพรสวรรค์จะสามารถรับรู้ถึงพลังมิติตอนอยู่ปราณนักบุญขั้นที่เจ็ดเหล่าตัวตนทรงอำนาจเริ่มกล่าวกันอย่างไม่อยากจะเชื่อแต่ก็ใช่ว่าคนเหล่านั้นจะสามารถใช้พลังมิติได้" หยางจื่อที่เห็นหลี่ซวงเหยียนยืนตกตะลึงและลดการป้องกันลงก็รีบใช้ทักษะหนึ่งพันก้าวอัสนีฉับไว พุ่งไปทางหลี่ซวงเหยียนด้วยความเร็วสูงสุด หลี่ซวงเหยียนที่ได้สติเห็นหยางจื่อที่เข้ามาประชิตตัวก็ตกตะลึงแล้วรีบใช้เปลวเพลิงห่อหุ้มร่างกายไว้แต่ก็ถูกหยางจื่อใช้ทักษะแยกสวรรค์ทำลายออกไปในตอนนี้เองงที่ดาบของหยางจื่อพาดอยู่ที่คอของหลี่ซวงเหยียน"ท่านแพ้เเล้ว" หยางจื่อกล่าว
"ข้าขอยอมแพ้" หลี่ซวงเหยียนกล่าว
การต่อสู้จบลงอย่างไม่คาดคิดในช่วงที่หลี่ซวงเหยียนเสียสมาธิหยางจื่อก็ได้รับชัยชนะได้อย่างง่ายดาย
------------------------------------------------------------------------------------------