ขุนปราบกามสวาท
ตอนที่ 36 | ตัวตนของหญิงสาวที่กลางป่า
"ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นด้วยตาตัวเองเยี่ยงนี้ สงสัยว่าคงต้องช่วยนางแล้วสินะ" ทัพพึมพำกับตัวเองขึ้นมา หลังจากที่ตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าหญิงสาวผู้มีปีกคนนั้น คือสิ่งที่ตัวเองคิดจริงๆ จากนั้นเขาก็ออกตัววิ่งอ้อมไปทาง ด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบาที่สุด เพื่อไม่ให้ทั้งนางและพรานป่าคนนั้น สังเกตถึงตัวตนของตัวเอง
"ฮ่าส์ ฮ่าส์ ฮ่าส์" หญิงสาวคนนั้นวิ่งหนีพรานไปด้วย หายใจหอบแรงๆ ไปด้วย นางในตอนนี้นั้นอ่อนแรงลงทุกที ขาทั้งสองข้างก็อ่อนล้าจนขยับไม่ไหว แถมแผลที่แขนมันยังมีเลือดไหลออกมาไม่หยุดอีกต่างหาก ซึ่งมันก็ทำให้สายตาของน้าพร่ามัวเป็นอย่างมาก จากการอาการเสียเลือด และขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง นางก็เลยเคลื่อนที่ได้ช้าลง จนพรานป่าคนนั้นใกล้จะไล่ตามนางทันแล้ว
"หยุดหนีข้าได้แล้ว ข้าบอกเจ้าแล้วไง ว่ายังไงเจ้าก็ไม่มีทางหนีข้าพ้นหรอก" เสียงของพรานป่าคนนั้นดังไล่หลังนางขึ้นมา
"ฮ่าส์ ฮ่าส์" นางที่ได้ยินแบบนั้น ก็กัดวิ่งขยับขาวิ่งหนีเขาต่อไป ถึงขาทั้งสองข้างมันจะอ่อนล้าจนแทบไม่รู้สึกอะไรแล้วก็ตาม ตึก!!! นางที่ก้มหน้าก้มตาวิ่งก็เข้าไปชนกับอะไรบางอย่าง เลยเงยหน้าขึ้นไปดูถึงได้เห็นว่าสิ่งที่ตัวเองชนนั้นคือชายรูปงามผู้หนึ่ง ซึ่งผิวกายของเขาก็เต็มไปด้วยอักขระอาคมเช่นเดียวกับพรานป่าที่วิ่งไล่นางอยู่ บวกกับชายคนนั้นถือดาบอยู่ด้วย
"ยะ..อย่าเข้ามานะ" นางที่เห็นแบบนั้นก็เลยขยับตัวถอยหลังหนีเขาออกมา เพราะกลัวว่าเขาจะทำร้ายตัวเอง หมับ!!!! แต่ทว่าชายคนนั้นกลับขยับมือมาจับแขนของนางเอาไว้ แล้วดึงตัวนางเข้าไปหาตัวเอง
"ว้าย!!!" นางที่ถูกเขาดึงเข้าไปหาตัวเองแบบนั้น ก็ตกเป็นอย่างมาก จนกรี๊ดออกมา หมับ!!! ชายคนนั้นก็เลยขยับฝ่ามือมาปิดของนางเอาไว้ แล้วกดใบหน้าคมเข้มอันหล่อเหล่าลงมาสบสายตานาง
"ไม่ต้องกลัว ข้ามีชื่อทัพ ข้ามาช่วย ไม่มาทำร้ายเจ้า" ซึ่งชายคนนั้นก็คือทัพนั่นเอง เขาพูดกับนางด้วยเสียงแผ่วเบา ก่อนที่จะเอาใบไม้ที่ม้วนเป็นทรงกระบอกมาทัดไว้ที่ใบหูของนาง "อยู่นิ่งๆ อย่าพูดอะไร" จากนั้นเขาก็พูดกับนางด้วยเสียงแผ่วเบาอีกครั้ง
"/////" นางที่ได้ฟังแบบนั้น ก็ได้ยืนนิ่งเงียบตามที่เขาบอก แล้วสบตาเขาอยู่แบบนั้นด้วยใบหน้าอันแดงก่ำ เพราะว่าชายตรงหน้าของนางนั้น หล่อเหลาราวกับเทพบุตร แถมยังมีดวงตาที่น่าหลงใหล ที่ทำเอานางไม่สามารถละสายตาออกมาได้เลย
"ไปไหลของมันแล้ววะ เมื่อกี้ยังเห็นอยู่ตรงนี้อยู่เลย" พรานป่าที่เดินมาถึงตรงที่ทั้งคู่ยืนกดกันอยู่แล้ว ก็หันมองซ้ายมองขวาแล้วพูดขึ้นมาอย่างหัวเสีย เพราะว่ามองหานางไม่เจอ แถมยังไม่ได้ยินเสียงวิ่งของนางอีกต่างหาก เขาก็เลยยกปืนไฟขึ้นมาแล้วตั้งท่ายิ่งมันขึ้นไปบนท้องฟ้า หมับ!!!! ทัพก็เลยขยับมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดใบหูนางเอาไว้ ปัง!!!!!!! เพื่อไม่ให้ตกใจเสียงปีนนั้น
"//////" มันก็เลยทำเอาหน้าแดงก่ำขึ้นไปกันใหญ่ เพราะตอนนี้ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันไม่ถึงฝ่ามือ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน แถมเรือนร่างบางของนางยังแนบอยู่กับเรือนร่างกำยำของเขาอีกต่างหาก นางที่ไม่เคยใกล้ชายใดขนาดนี้มาก่อน ก็เลยเขินอายเป็นอย่างมาก จนหัวใจเต้นโครมครามไม่หยุด ซึ่งนางก็กลัวเป็นอย่างมากว่าเขาจะได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเข้า กุก กัก กุก กัก
"อยู่ทางนั้นสินะ" ในระหว่างที่นางกำลังยืนตัวสั่นด้วยความกลัว ก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้นที่มุมป่าอีกฝั่งหนึ่ง พรานป่าที่ได้ฟังแบบนั้น ก็เลยพูดขึ้นและเดินตามเสียงนั้นไป ซึ่งเสียงนั้นมันก็คือเสียงของเจ้าสีนิ่งที่ทัพสั่งให้วิ่งล่อพรานป่าไปนั่นเอง และเหตุผลที่เขาทำแบบนี้ ก็เพราะว่าการสู้กับผู้มีวิชาอาคมและปกป้องนางที่บาดเจ็บไปด้วยพร้อมๆ กัน เป็นสิ่งที่อันตรายกว่า
"ไม่ต้องกลับ ข้าจะพาเจ้าหนีจากพรานคนนั้นเอง" ทัพพูดกับนางหลังจากที่เห็นว่าพรานป่าเดินออกไปไกลแล้ว ซึ่งมันก็ทำให้คาถากำบังกายคลายออกไปด้วย
"ขะ..ขอบคุณนะ...ว๊าย!!!!" ยังไม่ทันที่นางจะพูดของคุณเขาจบ ทัพก็สอดมือลงไปอุ้มร่างบางของนางขึ้นมาอยู่ในอ้อมแขนของเขาในท่าเจ้าหญิง
"ขอโทษนะที่อุ้มขึ้นมาแบบนี้ แต่ว่าเราต้องรีบหนีแล้ว" จากนั้นทัพก็พูดกับนาง แล้วรีบวิ่งออกจากครั้งนั้นไป
"โถ่เว้ย!!!" พรานป่าที่สังเกตเห็นถึงความผิดปกติ ก็เดินย้อนกลับมาทางเดิม ซึ่งมันก็ทำให้เขาหัวเสียเป็นอย่างมาก เพราะเห็นกรวยใบไม้ที่ทัพทิ้งเอาไว้ ซึ่งเขาก็รู้ได้ทันทีว่ามันคืออะไร "มีคนมาช่วยมัน คนที่มาแย่งเหยื่อของข้าไม่เคยมีใครรอดไปได้" พอพูดจบเขาก็กำสร้อยคอลูกประคําที่คอขึ้นมาท่องคาถา เสกโหงพรายขึ้นมาสามตน "ไปตามหานังนั่น กับคนที่มาช่วยมัน"
"ย๊า!!!!!" ทัพควบเจ้าสีนิลอย่างเต็มกำลัง พลางประคองตัวนางที่อยู่ในอ้อมแขนไปด้วย ซึ่งนางในตอนนี้ก็อ่อนแรงเป็นอย่างมาก จนปีกด้านหลังหายไป และใบหูสั้นลง ทำให้อยู่ในรูปลักษณ์ที่ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ธรรมดาเลย
"ฮ่าส์ ฮ่าส์"
"เจ้าไหวไหม" ทัพที่เห็นว่านางหายใจหอบออกมาแบบนั้น ก็ถามด้วยความเป็นห่วง พลางขยับมือข้างที่กดแผลนางอยู่ขึ้นมาดู ถึงได้เห็นว่าเลือดของนางยังไหลออกมาไม่หยุดเลย ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปนางต้องเสียเลือดตายแน่ "หยุดก่อนสีนิล เราต้องทำแผลให้นางก่อน" เขาก็เลยสั่งให้สีนิลหยุดวิ่งลง แล้วพาร่างบางอันอ่อนแรงของนางลงมาจากมัน
"แม่หญิง แม่หญิง ได้ยินข้าหรือไม่ แม่หญิง" จากนั้นเขาก็เอาร่างบางของนางวางพิงไว้กับต้นไม้ แล้วพูดเรียกนางไปด้วย
"ฮ่าส์ ฮ่าส์ ด....ได้....ยิน...." ซึ่งนางก็ตอบเขากลับด้วยเสียงแผ่วเบาเต็มทน เดิมทีทัพต้องการจะพานางหนีไปจากตรงนี้ให้ไกลที่สุด แล้วค่อยทำแผลที่หลัง แต่นางนั้นไม่ไหวแล้วเขาเลยต้องเปลี่ยนแผนด้วยการทำแผลนางก่อน เขานั้นหยิบสมุนไพรห้ามเลือดออกมาจากย่าม แล้วเอามันวางลงบนหินก่อนที่จะใช้กิ่งไม้ทุบให้แหลก จนน้ำที่อยู่ในสมุนไพรพวกนั้นไหลออกมา จากนั้นเขาก็เอามันไปโปะไว้บนแผลของนาง แล้วฉีกชายเสื้อตัวเองออกมาพันรอบแผลนั้นเอาไว้
"แม่หญิงดื่มน้ำนี่ก่อนนะ ดื่มเข้าไปเยอะๆ เลย" จากนั้นเขาก็เอากระบอกไม้ไผ่ที่เต็มไปด้วยน้ำกรอกปากนาง แล้วบอกให้นางดื่ม
"อึก อึก อึก" นางที่ได้ฟังแบบนั้น ก็ขยับริมฝีปากกลืนน้ำในกระบอกลงไป
"สีนิล!!!!!" แต่ทว่าในตอนที่ทัพกำลังป้อนน้ำให้นางอยู่นั้น เขากลับสังเกตเห็นเงาสีดำกำลังพุ่งตรงเข้ามาหาตัวเอง เขาก็เลยตะโกนบอกม้าตัวคู่ใจ สีนิลที่ได้ฟังแบบนั้น ก็กระโดดเตะขาหลังเข้าไปที่เงาสีดำนั้นอย่างจัง จนมันสูญสลายไป
"ย๊า!!!!" จากนั้นทัพก็ละออกมาจากตัวนาง แล้วชักดาบเหล็กไหลทั้งสองด้ามออกมา แล้วฟาดฟันเข้าไปที่โหงพรายอีกสองตัวที่พุ่งเข้ามาโจมตีตัวเอง สวบ สวบ ซึ่งพวกมันทั้งสองตัวก็สูญสลายหายไปทันทีที่ถูกคมดาบของทัพฟาดฟันผ่าน ปัง!!!!!!!! แต่ทว่าเสียงปืนไฟกลับดังก้องขึ้นมา พร้อมกับลูกกระสุนอันแหลมคมที่พุ่งตรงมาหาทัพ เคล้ง!!!! ซึ่งเขาก็ยกดาบเหล็กไหลขึ้นมาป้องกันมันเอาไว้ได้ทัน
"ฝีมือไม่เลยนี่" จากนั้นเสียงของพรานป่าก็ดังขึ้นมา พร้อมร่างกายของเขาที่ค่อยๆ โผล่ขึ้นมาจากใต้ดินตรงหน้าทัพด้วยวิชาขอมดำดิน "แต่เจ้าคิดผิดแล้ว ที่กล้ามาแย่งเหยื่อของพรานบุญผู้นี้" แล้วพูดขึ้นมาอีกครั้ง สวบ!!! พร้อมกับจ้วงมีดหมอแทงเข้ามาที่ท้องของทัพ สวบ!!!! ซึ่งทัพก็หลับมันได้ทัน
"ย๊า!!!" ก่อนที่ง้างดาบฟันกลับไป สวบ!!!! เขาเองก็หลบมันได้ทันเช่นเดียวกัน ตุบ!!!!! พรานบุญที่เห็นว่าทัพอยู่ในท่าไม่พร้อมตั้งรับก็เลยยกขาถีบเข้าไปที่เขา ซึ่งมันก็กระแทกเข้าที่กลางอกเขาเต็มๆ
"ทีหลังก็อย่ามาแย่งเยื่อของพรานบุญ จำเอาไว้ซะ!!!" หมับ!!!!! จากนั้นเขาก็เอาปลายกระบอกปืนไฟจ่อไปที่กลางหน้าอกของทัพ ปัง!!!! แล้วเหนี่ยวไกลยิงเข้าไปที่กลางอกเขาเต็มๆ
"อั่ก!!!!!!" เคล้ง!!!!! แต่ทว่าคมของกระสุนกับทำอะไรผิวกายทัพไม่ได้เลย มีเพียงแค่แรงปะทะของมันที่ทำเอาร่างกำยำของเขาไถลถอยหลังไปเท่านั้น "ฮ่าส์ ฮ่าส์" แต่ถึงคมกระสุนจะไม่สามารถดื่มเลือดเขาได้ แต่แรงอัดของมันก็ทำเอาทัพจุกไม่ใช่น้อยเลย
"มีของดีเหมือนกันนี่หว่าพ่อหนุ่ม วิชาคงกระพันชาตรีสินะ" พอพูดจบพรานบุญก็โยนปืนไฟทิ้งไปเพราะลูกกระสุนหมดแล้ว "เจ้าเองก็อยากได้หัวใจของนางกินรีสาวนั่นมาทำยาอายุวัฒนะ หรือว่าจะเอาร่างกายของนางไปเสพกามละ" จากนั้นเขาก็ถามทัพพร้อมกับยิ้มด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายไปด้วย ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลให้พรานบุญคนนี้ไล่ล่านางอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะนางคือกินรีนั่นเอง
โปรดติดตามตอนต่อไป