TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 40 โจรขึ้นบ้าน

    ตอนที่ 40 โจรขึ้นบ้าน


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****





    ค่ำคืนอันเงียบสงบของบ้านที่อยู่ชานเมือง


    ยิ่งเป็นชานเมืองของต่างจังหวัดแบบนี้ด้วยแล้ว มันแทบจะกลายเป็นสถานที่ไร้เสียงของผู้คน มีเพียงเสียงแมลงและนกที่บินผ่านเท่านั้นที่แว่วดังออกมา


    ภายในบ้านหลังสีขาว สองพ่อลูกกำลังหลับอยู่บนเตียงนอนอย่างสบาย พวกเขาไม่รู้เลยว่าในคืนนี้มีคนกำลังคิดร้ายกับพวกเขาเพราะกล่องนิรภัยกล่องหนึ่งที่ถูกลากไปเก็บไว้ในห้องเก็บของ


    ในสายตาของคนภายนอกแม้พวกเขาจะรู้ว่าคนเป็นพ่อเป็นถึงเวเนเตอร์ดาราขาวหกแฉก แต่ก็เป็นเพียงสายสนับสนุนเท่านั้น แม้ร่างกายจะดีกว่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไปขั้นหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเวเนเตอร์คนอื่นๆ


    ห้องนอนของสองพ่อลูกอยู่บนชั้นสองทั้งคู่ คนเป็นพ่อนอนอยู่ห้องมาสเตอร์เบสรูม ส่วนเด็กหนุ่มก็นอนอยู่ในห้องนอนเล็กอีกห้องหนึ่ง


    ตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกเขาไม่เคยกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย เพราะในยุคสมัยนี้มีเครื่องที่ใช้ป้องกันขโมยได้เป็นอย่างดี


    ในช่วงเวลากลางดึกสงัดนั้นเอง มันเป็นเวลาที่สองพ่อลูกเข้านอนไปพักใหญ่แล้ว


    กลุ่มคนทั้งห้าที่วางแผนปล้นก่อนหน้านี้ก็มาถึง


    “ลงมือ” เสียงกระซิบหนึ่งเอ่ยขึ้น


    พวกเขาลงจากรถยนต์ที่จอดอยู่ไกลแล้วเดินเข้ามา คนเหล่านี้ทำงานกันอย่างเงียบเชียบราวกับเป็นมืออาชีพ


    ระหว่างที่พวกเขาเคลื่อนไหวเข้ามานั้น กลางหน้าผากของพวกเขาพลันเผยแสงสัญลักษณ์ดาราขาวออกมา นั่นหมายความว่าพวกเขาทั้งหมดเป็นเวเนเตอร์


    ในจำนวนคนเหล่านี้มีเวเนเตอร์ดาราขาวหกแฉกอยู่สามคน ดาราขาวเจ็ดแฉกหนึ่งคน และดาราขาวแปดแฉกอีกหนึ่งคน


    เห็นได้ชัดว่าชายไว้หนวดผู้เป็นเวเนเตอร์ดาราขาวแปดแฉกคนนั้นต้องเป็นหัวหน้า


    คนกลุ่มนี้แม้จะเป็นเวเนเตอร์ที่มีฝีมือ แต่พวกเขาก็ไม่กล้าปล้นโดรนของนิวโฮป แต่การปล้นคนที่สั่งของจากนิวโฮปก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง


    โดยปกติแล้วพวกเขาจะไม่ทำการสังหารผู้คน เพราะนั่นมีความเสี่ยงเป็นอย่างมากที่จะไปกระตุ้นความโมโหของนิวโฮป


    เวเนเตอร์แต่ละคนล้วนเป็นนิวโฮปที่ลงทุนไว้ทางอ้อม คนเหล่านี้จึงไม่ต่างไปจากคนของนิวโฮปเท่าไหร่นัก


    แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามคนพวกนี้ก็มีความเชี่ยวชาญและมีฝีมือดี


    การเคลื่อนไหวของเวเนเตอร์ระดับสูงทั้งห้าจึงเป็นความเร็วที่ไม่อาจดูถูกได้ พวกเขาทั้งหมดสวมชุดคลุมสีดำ


    ชายชุดดำคนหนึ่งวิ่งไปหยุดบริเวณหน้าบ้าน ส่วนอีกคนหนึ่งวิ่งอ้อมไปตรงหลังบ้านที่เป็นพื้นที่การเกษตร ดูจากพฤติกรรมนี่แน่นอนว่าพวกเขาทั้งสองมีหน้าที่ดูต้นทาง


    ชายผู้มีการบ่มเพาะสูงสุดใช้สัญลักษณ์มือแทนการพูด เหล่าคนที่เหลือพยักหน้าอย่างเข้าใจ


    ชายร่างอ้วนนำเอาไอเทมสปีริตของตนเองออกมา มันคือมีดเล่มหนึ่งที่เผยประกายสายฟ้า เขาก้มลงแล้วแทงมีดลงไปบนดิน


    ฉึบ!


    สายฟ้าที่ไร้รูปแล่นผ่านราวกับมีชีวิต มันพุ่งเข้าไปในบ้านหลังนั้นก่อนจะไปรบกวนระบบไฟฟ้าและทำลายกล้องวงจรปิดอย่างรวดเร็ว


    แน่นอนว่าก่อนหน้านี้ชายร่างอ้วนได้ทำแบบนี้กับกล้องวงจรปิดบนถนนทางที่พวกเขาจะเข้ามาเรียบร้อยหมดแล้วเช่นกัน


    ชายร่างอ้วนยิ้มแล้วพยักหน้าอีกครั้งหนึ่ง


    เมื่อผู้เป็นหัวหน้าเห็นดังนั้นจึงทำสัญลักษณ์มืออีกครั้งแล้วทั้งสามคนก็กระโดดข้ามกำแพงไป พวกเขาปรากฏตัวตรงสวนหลังบ้านด้วยฝีเท้าที่เงียบเบาราวกับผู้เชี่ยวชาญ


    หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวก้าวไปข้างหน้าอย่างรู้หน้าที่ เธอนำหีบสีม่วงขนาดเท่าฝ่ามือออกมา ซึ่งมันเป็นไอเทมสปีริตของเธอ


    ช่วงเวลาที่เธอเปิดหีบออกมานั้น กลุ่มควันสีม่วงก็ลอยเข้าไปในบ้าน ควันกลุ่มนี้ถูกควบคุมโดยเธอ ความสามารถของมันสามารถทำให้สิ่งมีชีวิตที่สัมผัสกลุ่มควันต้องสลบไสล 


    มันเป็นความสามารถที่ดีอย่างมากสำหรับเวเนเตอร์สายสนับสนุน แต่มันก็ดีมากเช่นกันที่นำมาใช้กับอาชีพโจรของเธอ


    ควันนี้แพร่ออกไปเร็วมาก ไม่นานมันก็ครอบคลุมทั้งบ้านโดยที่เว้นระยะจากพวกของเธอ


    ทั้งสามไม่ได้รีบเร่ง พวกเขารออยู่ครู่หนึ่งให้ควันสีม่วงออกฤทธิ์ 


    การลงมือทั้งหมดเป็นไปอย่างสบาย ท่าทางของพวกเขาไม่ได้มีความกังวลกับการปล้นในครั้งนี้เลยแม้แต่น้อย


    เมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ทั้งสามจึงพยักหน้า


    แน่นอนว่าพวกเขามีหน้าที่ค้นหาสมบัติที่พวกเขาต้องการปล้น


    กล่องนิรภัยของนิวโฮปคือสิ่งที่พวกเขาต้องเอามันมา


    กล่องๆ นี้มีความปลอดภัยเสียยิ่งกว่าตู้เซฟซะอีก แต่ให้เป็นเวเนเตอร์ก็ใช่ว่าจะทำลายมันได้ง่ายๆ สิ่งที่พวกมันต้องทำคือการนำกำไรของผู้สั่งซื้อมา แล้วปลดรหัสจากกล่องนิรภัยนั้น


    พวกเขาย่อมไม่เชื่อว่าจะมีใครเอาของที่อยู่ข้างในนั้นไปซ่อนไว้ที่อื่น เพราะกล่องนิรภัยกล่องนั้นปลอดภัยที่สุดแล้ว


    ทันทีที่ชายไว้หนวดผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มทำสัญลักษณ์มือ พวกเขาทั้งสามก็เริ่มเคลื่อนไหวในทันที


    แต่ในระหว่างที่พวกเขาจะมุ่งหน้าเข้าไปในบ้าน เสียงๆ หนึ่งก็ดังขึ้น


    “ฉันคิดว่าพวกคุณควรออกไปที่นี่ตอนนี้เสียดีกว่า ถ้าพวกคุณออกไปตอนนี้ฉันก็จะยกโทษให้” น้ำเสียงที่เฉยชาถูกเอ่ยขึ้นจากหน้าต่างชั้นสอง ซึ่งมันเป็นห้องนอนเล็กของบ้านหลังนี้


    คนทั้งสามตกตะลึงและเงยหน้าขึ้นไปทันที 


    พวกเขามองเด็กหนุ่มร่างผอมบางที่กำลังนั่งชันเข่าอยู่ริมหน้าต่างอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง


    ‘เป็นไปได้ยังไง ทำไมเด็กคนนั้นถึงสามารถรอดพ้นจากหมอกนิทราของฉันได้?’ หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวลอบพึมพำในใจ


    พวกเขาไม่คิดเลยว่าคนที่ไม่ตกอยู่ใต้มนตร์สะกดของหมอกนิทราจะเป็นเด็กหนุ่มคนนี้ แทนที่จะเป็นผู้เป็นพ่อที่เป็นเวเนเตอร์ดาราขาวหกแฉกมากกว่า


    นี่ช่างไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย


    แม้พวกเขาจะตกใจกับภาพที่เห็น แต่ก็ควบคุมสติได้เป็นอย่างดี 


    ตั้งแต่ต้นจนจบพวกเขาไม่เอ่ยปากเลยแม้แต่คำเดียว


    ชายผู้เป็นหัวหน้าหันไปหาชายร่างอ้วนแล้วพยักหน้า


    พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมเด็กหนุ่มคนนี้ถึงไม่เป็นอะไร แต่เมื่อเขาได้เห็นพวกเขาแล้ว พวกเขาก็ไม่มีทางเลือก ไม่อาจปล่อยเด็กคนนี้ไปได้


    ชายร่างอ้วนพยักหน้าตอบรับอย่างรู้ความ เขาเรียกไอเทมสปีริตของตนเองออกมา แล้วสะบัดมือซัดมีดสั้นสายฟ้าออกไปอย่างรวดเร็ว


    ความจริงแล้วพวกเขาไม่ต้องการที่จะลงมือกับเด็กหรือคนในบ้านนี้ หากหลับโดยดี พวกเขาก็แค่ขโมยกำไลเวเนเตอร์มาเปิดกล่องนิรภัยแล้วขโมยของที่อยู่ข้างในนั้นเท่านั้นเอง


    แต่เมื่อพวกเขาถูกจับได้ ก็ไม่มีเหตุผลที่จะปล่อยเด็กคนนี้ไป


    พวกเขาไม่ต้องการเป็นทาสนักโทษ


    ชายร่างอ้วนคนนี้มีการบ่มเพาะถึงดาราขาวเจ็ดแฉก มีดสายฟ้าที่เขาซัดออกไปจึงไม่ธรรมดายิ่ง เส้นทางของมันมองดูราวกับลำแสงปลาบแปล๊บของสายฟ้า พุ่งเข้าหาเด็กหนุ่มที่นั่งบนหน้าต่างอย่างแม่นยำ


    วินาทีนั้นเองดวงตาของเด็กหนุ่มพลันหรี่เล็กลง ปรากฏจิตสังหารวาบผ่านในเวลานั้น


    “เมื่อมอบสุราคารวะให้ไม่รับ อย่างนั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่ปราณีก็แล้วกัน”


    เด็กหนุ่มกล่าวพร้อมกับสะบัดมือออกไป


    ปัง!


    ตอนนั้นเองมีดสายฟ้าเหมือนกับชนกับปราการเหล็กเสียงดังสนั่นจนถูกเบี่ยงทิศทางออกไป


    กลุ่มโจรตกใจทั้งเสียงปะทะทั้งการกระทำของเด็กหนุ่ม


    เสียงนี้ดังมาก มันเพียงพอที่จะทำให้ผู้คนที่อยู่ห่างไกลออกไปนับร้อยเมตรตกใจ


    พวกเขามาที่นี่เพื่อปล้น แน่นอนว่าไม่ต้องการให้เป็นจุดสนใจ การทำเสียงดังเช่นนี้ย่อมทำให้เกิดปัญหา


    แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าในตอนที่เด็กหนุ่มสะบัดมือเหนือท้องฟ้าหลายสิบเมตรได้มีวงแหวนอักขระที่กางม่านพลังสีฟ้าควบคุมบริเวณบ้านเอาไว้นับร้อยเมตร ครอบเอาไว้จนเป็นโดมขนาดใหญ่


    ด้วยการมีอยู่ของมันทำให้ทุกสิ่งไม่อาจเล็ดลอดออกจากภายนอกได้ แม้แต่เสียงการปะทะของพวกเขา


    ต้องรู้ไว้ว่าในอีกโลกหนึ่งม่านพลังสีฟ้านี้ถึงกับมีไว้ปกป้องเมืองที่มีขนาดหลายตารางกิโลเมตรเลยทีเดียว ดังนั้นในพื้นที่เพียงแค่นี้จึงไม่แปลกที่มันจะถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว


    นับตั้งแต่ที่คนกลุ่มนี้คิดลงมือ เด็กหนุ่มก็ไม่คิดจะปล่อยพวกเขาให้กลับไปแล้ว