สะบั้นมารสังหารเทพ (杀死魔鬼和神)

    ตอนที่ 57 ปะทะจ้าวมู่ 2

    ตอนที่ 57

    ปะทะจ้าวมู่ 2

     

                “วาจาสามหาวเช่นนี้ข้าจะให้เจ้าได้รู้ ว่าฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเป็นเช่นไร” จ้าวมู่สบถคำดุดัน พริบตาชักกระบี่คู่กายออกมาถือมั่นในมือขวาท่าเท้าว่องไวขยับเคลื่อนไปตาม...ท่าร่างเหยียบผิวน้ำ ตั้งใจว่า พริบตาที่หยางอี้ปรากฏเข้ามาในขอบข่ายรับรู้กระบี่ในมือย่อมมิปรานี

                ย่างก้าวเงาอสูรแม้ว่องไว หลบเร้น แต่หากไม่บรรลุถึงขั้นเหยียบย่างกลางหาวย่อมมิอาจหลีกเลี่ยงเสียงแตะสัมผัสพื้น ด้วยจำเป็นต้องเปลี่ยนแรงถ่ายพลัง จ้าวมู่จับจุดอ่อนข้อสำคัญออกคิดใช้สองหูที่เงี้ยฟังด้วยสมาธิขั้นสูง บวกกับลมปราณที่แผ่ขยายออกราวร่างแห จับสัมผัสยามนั้นเกิดเสียงกระทบพื้น ดัง...กึก แผ่วเบาขึ้นทางซ้ายมือ  จ้าวมู่แสยะยิ้มก็ไม่คิดออมรั้งกระบวนท่าเปิดฉากใช้ออกด้วยวรยุทธ์เพลงกระบี่แม่น้ำใหญ่ วารีทำลายล้าง หนึ่งในสี่กระบวนท่าชั้นสูง

                วารีทำลาย...ท่วงท่ากระบี่เน้นสภาวะฟาดเฉือนเมื่อใช้ออกผสานเข้ากับลมปราณเชื่อมฟ้าดิน ก่อเกิดเป็นรูปลักษณ์ ปลดปล่อยลมปราณกวาดทำลายดั่งคลื่นน้ำพวยพุ่งกวาดไปด้านหน้า รวดเร็วรุนแรง มิต่างจากคลื่นมหาสมุทรยามกวาดปะทะฝั่งผา

     

                 เพลงกระบี่วารีทำลายของจ้าวมู่ รุนแรงสุดเปรียบ พื้นผิวที่กระบวนท่าดระบี่ลากผ่านล้วนถูกกลืนกินจนก่อเป็นร่องลึก แถมในจังหวะสุดท้าย คลื่นวารีพวยพุ่งไกล ปะทะชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปนับสิบวา ก่อแรงทำลายแตกระเบิด จนลำต้นไม้ใหญ่แหลกเละหายไปกว่าครึ่ง สุดท้ายไม่อาจยืนหยัดหักโค่นลงมา

     

                หยางอี้เข้าใจจุดอ่อนข้อด้อยของตนดีแม้ท่าร่างเคลื่อนไหวลึกลับ ระยะใกล้ยิ่งว่องไวสุดเปรียบ แต่ท่าเท้าของตนยังไม่บรรลุถึงขอบเขตเชื่อมฟ้าดินสามารถอาศัยเสียงกระทบพื้นจำแนกทิศทางในจังหวะสุดท้าย เช่นนั้นคู่ต่อสู้ชำนาญศึกย่อมไม่พลาด ฉกฉวยเอาจากตรงนี้ แต่ด้วยหยางอี้เจ้าเล่ห์แสนกลคาดเดาวิธีการตั้งรับของคู่ต่อสู้อยู่ก่อน จึงใช้แผนการดัดหลัง ใช้ออกด้วยอิฐหินที่เก็บได้บนพื้นซัดลงยามที่ทะยานเข้า ก่อนลงฝีเท้าจึงหวะสุดท้าย กลายเป็นจ้าวมู่เข้าใจผิด โจมตีออกสุดรั้งแต่ผลลัพธ์กลับพลาดเป้า

                เมื่อนั้นสถานการณ์พลิกกลับหยางอี้กลายเป็นผู้ฉกฉวย แต่ก่อนหน้ารู้ดีว่าลมปราณคุ้มกายของจ้าวมู่แข็งแกร่งเกินกว่าหมัดตนจะทะลวงผ่านจำต้องใช้ออกด้วยกระบวนท่าที่เหนือล้ำ และซับซ้อนขึ้นไปอีกหนึ่งขั้น เพราะ

                วิถีสังหาร...ทัณฑ์โลหิตทำลายล้างเมื่อหมัดแกร่งมิอาจทะลวงผ่านลมปราณคุ้มกัน จึงต้องอาศัยสิ่งอื่นแทรกซึมทะลุทะลวงได้ดีกว่าหยางอี้ลงทุน กรีดเฉือนฝ่ามือที่มีแผลเปิดอยู่ก่อนให้อ้ากว้าง ยามจู่โจมใช้สันมือปาดเฉือนว่องไวปะทะเข้าลมปราณคุ้มกายอันแข็งแกร่งของจ้าวมู่จนฝ่ามือชาหนึบแต่ยังสามารถบังคับกระบวนท่า ให้เลื่อนไหลสะบัดขึ้น สาดโลหิตที่หลั่งจากปากแผลกระเซ็นเฉียงขึ้นสูงลอยเหินเหนือศีรษะของจ้าวมู่ แล้วจึงค่อยตกลง ประหนึ่งหยาดฝนที่ร่วงหล่น

                ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ยามปะทะกระชั้นชิด ล้วนระวังเพียงกระบวนท่าหลักจู่โจมกลับมองข้ามเรื่องราวเล็กจ้อย...แปะ แปะ แปะ หยาดโลหิตสามจุดแต้ม แม้ไร้พลังทำลายล้างแต่เมื่อสัมผัสถูกกลับผิดวิสัยโลหิตทั่วไป กลับซึมลงผิวหนังจางหายไปอย่างรวดเร็วแท้จริงทัณฑ์โลหิตทำลายล้าง ก็เป็นเพียงแค่นกต่อ ควบคุมทิศทางโลหิตที่หลั่งกระเซ็นเพราะสิ่งที่หยางอี้ใช้พลังที่เหลืออยู่เกือบทั้งหมดรีดเร้น ซ่อนแฝงอยู่ในหยาดโลหิตต่างหากคือการจู่โจมที่แท้จริง วิถีสังหารชั้นกลาง...ทัณฑ์พิษหลอนวิญญาณ เมื่อเห็นโลหิตสัมผัสถูกเป้าหมายหยางอี้ที่ลมปราณเริ่มจะขาดห้วง ก็ไม่กล้ารั้งใกล้ สองเท้าทะยานถอยหลบห่างจากจ้าวมู่ให้ไกลที่สุดในทันที

     

                “ท่านผู้อาวุโสจู่โจมดุดันไม่คิดปิดบังรังสีฆ่าฟันเช่นนี้” หยางอี้ที่หายลับไปปรากฏห่าง อยู่บนหลังคาตึก ค่อยเอ่ยคำยียวน“ท่านไม่คิดจะรับข้าเป็นศิษย์แล้วรึ”

     

                “เด็กเลวเช่นเจ้าไม่เพียงข้าไม่รับ แต่เมื่อข้าจับได้ จะเลาะฟันของเจ้าออกมาให้หมดปากดูสิจะยังเห่าหอน วาจากวนประสาทเช่นนี้ออกมาได้อีกไหม”จ้าวมู่แม้ประสบการณ์ต่อสู้มากล้น แต่ด้วยปกติสำนักฝีมือประลองกำลัง ไม่เน้นวาจาก่อกวนแถมตนเองฐานะสูงส่ง มีหรือที่ผู้อื่นจะกล้าเอ่ยวาจายอกย้อน เช่นที่หยางอี้กล่าวต่อหน้ามัน“รับมือ !!!”

     

                ...ดีโกรธเข้าเจ้าโง่ยิ่งเลือดลมเร่งร้อนเท่าใด พิษหลอนวิญญาณยิ่งกระจายไว

                “ผู้อาวุโสมีโทสะแล้ว”หยางอี้แม้ไม่อาจต่อสู้ซึ่งหน้ากับผู้ฝึกตนระดับเชื่อมฟ้าดินชั้นต้นแต่ให้หลบหลีกถอยหนี ยังถือว่าไม่เป็นรอง ดว้ยอาศัย...ย่างก้าวเงาอสูร บวกกับการคาดคำนวณคู่ต่อสู้ทำให้หยางอี้พลิ้วหลบกระบวนท่า...แม่น้ำปั่นป่วน ของจ้าวมู่ที่ทำลายเป็นวงกว้างได้ไม่ยากเย็น

     

                ขีดแต้มของพิษพลังก่อเกิดเป็นจุดแต้ม แต่ตอนนี้เป็นเพียงครึ่งซีก

                ...แต้มดำเริ่มปรากฏแล้วหลบเลี่ยงอีกสักครั้ง สองครั้ง ผลไม้คงสุกงอมพอดี

               

                “หนีไวนักนะเจ้าเด็กเวร” จ้าวมู่ปะทะผ่านพ้นมาหลายรอบ ค่อยคิดหนทางจับจุดด้อย เพิ่มเติมของหยางอี้ได้“ถ้าเจ้าว่องไวนัก ข้าก็ไม่คิดติดตามให้เสียเวลา” จ้าวมู่เอ่ยคำก่อนจะกระทืบเท้าลงพื้น รอบทิศกลายเป็นสั่นไหวทุกพื้นผิวล้วนแฝงไปด้วยลมปราณปะทุทำลาย แม้เพียงชั่วครู่แต่เพียงพอให้จ้าวมู่มีโอกาสได้ฉกฉวย

     

                หยางอี้ยังยืนสองเท้าติดพื้นเมื่อพื้นดินโซเซหลักยึดไม่มั่นคง จึงไม่กล้าประมาท ใช้ออกด้วยย่างก้าวเงาอสูร กระโจนลอยขึ้นบนทันทีแต่จ้าวมู่รั้งรอจังหวะที่เด็กน้อยทะยานขึ้น ปากระบี่ในมือเข้าใส่ทางหนึ่งก่อนที่ตนเอง จะย่างเหยียบอากาศธาตุลอยเหินติดตาม ด้วยมั่นใจว่าหยางอี้ไม่อาจเปลี่ยนทิศทางถึงสองครา หากเท้าไม่ได้เเตะสัมผัสพื้น

     

                ...แย่แล้วทิศทางที่เราหลบมีจุดหยั่งเท้าเปลี่ยนแรงเพียงสถานที่เดียว

                หยางอี้เหลือบตามองกระบี่ที่ลอยเหิน ปิดเส้นทางฝั่งขวาของตน ส่วนจ้าวมู่ก็ทะยานตรงมาทางด้านหน้า

                ...เจ้านั่นคงเล็งเอาไว้แล้วว่าเราจะต้องถอยไปที่จุดนั้น

                สถานการณ์กระชั้นสั้นไม่อาจลังเล หากไม่หลบเปลี่ยนแรงหยั่งเท้า ก็จำต้องเลือกปะทะทั้งที่ท่าร่างของตนไร้แรงหนุนเสริม สุดท้ายรู้ว่าที่หมายอาจเป็นกับดัก ยังต้องเสี่ยงเดินตาม

     

                “คราวนี้เจ้าไม่รอดแน่”จ้าวมู่เห็นร่างเลือนรางของหยางอี้ โยกออกทางซ้าย ค่อยแน่ใจว่าแผนการของตนสำเร็จมือซ้ายสั่งการกระบี่ที่ขว้างออก ให้บินวกติดตาม ส่วนตนเอง กระทืบอากาศดัง...ปังเปลี่ยนทิศทางเร่งความเร็วทะยานเฉียง แม้ไร้กระบี่ แต่กำปั้นขวายังสามารถผสานเข้ากับกระบวนท่าวารีทำลาย ปล่อยออกเป็นคลื่นทำลายกวาดเข้าหาปิดทิศทางหลบรอดของหยางอี้จนหมดสิ้น

               

               หยางอี้แม้ยามหลบหนี แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่จุดแต้มสีดำ ซึ่งโลหิตพิษกระทบถูก

               ...แต้มดำเต็มดวงแล้ว

               เมื่อนั้นพอดีเห็นแต้มดำเต็มดวงพิษมายาพร้อมใช้ออก สองมือประกบกัน ปากร่ายอาคมมารชั่วร้าย ก่อเกิดเป็น...ทัณฑ์พิษหลอนวิญญาณปะทุขึ้นภายใน จู่โจมต่อจิตวิญญาณของผู้ถูกพิษโดยตรง

     

               “เฮ้ย !!! นี่มันอะไรกัน”จ้าวมู่ตวาดลั่น ด้วยจู่ ๆ กลับเห็นหยางอี้ กลายเป็นเป็นอิสตรีที่มันเคยหลงรักเมื่อครั้งอดีตหมัดที่ปล่อยออก แม้ใกล้บรรลุถูก แต่จังหวะสุดท้ายกลับชะงักงัน กลายเป็นสิ้นไร้เรี่ยวแรงกระบวนท่าลมปราณเมื่อชะงักค้าง ไม่อาจดึงคืนกลับ พลังทำลายที่ไม่ปล่อยออกย่อมดีดสะท้อนกลับคืนผู้ใช้ ร่างที่เหินไว กลายเป็นร่วงตกลงสู่พื้น กระแทกดัง ใบหน้าของจ้าวมู่กลายซีดเผือดเลือดลมภายใน ล้วนปั่นป่วนรุ่มร้อน

              

               แต่หมากสุ่มเสี่ยงตานี้ของหยางอี้ก็มิได้ดีเลิศไปทุกส่วน เพราะเมื่อเลือกตอบโต้ทางหนึ่ง อีกทางก็มิอาจป้องกันถูกกระบี่บินที่พุ่งแทงมาจากด้านข้าง เฉือนผ่านไหล่ขวา จนโลหิตหลั่งออกเป็นทางยาว

     

               “เจ้าใช้วิชามารภูตผีเช่นนี้เห็นทีวันนี้ ข้าคงต้องสังหารเจ้า เพื่อเชิดชูคุณธรรมแห่งเทียนถัง”แววตาของจ้าวมู่ กลับกลายเป็นดุร้าย กระบี่บินที่ยังติดโลหิตอาบเคลือบถูกเรียกกลับคืนมากระชับมั่น อยู่ในมือขวาของจ้าวมู่อีกครั้ง “ศิษย์สำนักแม่น้ำใหญ่หากใครยังพอสู้ไหว จงช่วยกันล้อมวงปกป้อง บีบพื้นที่มิให้เจ้าเด็กมารผู้นี้หลบหนีไปได้”

     

               ศิษย์ของจ้าวมู่รับคำกระหึ่มหยิบอาวุธคู่กาย จัดเรียงกันเป็นแนวรูปครึ่งวงกลมแยกย้ายกันปิดพื้นที่ตามคำสั่งของอาจารย์

     

               ยามนี้หยดโลหิตสีดำอีกสองวง ล้วนกลายเป็นวงกลมเต็มใบเรียบร้อย หยางอี้สะบัดเท้าหนึ่งคราเตะฝุ่นผงให้ลอยฟุ้งพัดพาเข้าหาจ้าวมู่

     

               จ้าวมู่จ่อปลายกระบี่จี้สภาวะแหลมคมตรงมาทางหยางอี้ แถมเวลานี้ด้านข้าง กับด้านหลังของจ้าวมู่ ปรากฏศิษย์สำนักแม่น้ำใหญที่ติดตามตนมาทั้งหก ล้วนตั้งกระบวนท่าป้องกันควบคุมพื้นที่เอาไว้แม้ท่าร่างของหยางอี้ว่องไว แต่ยังไม่สูงส่งพอ จะลอบจู่โจมผู้ที่ลมปราณเท่าเทียมแถมยังตั้งมั่นสมาธิป้องกันซึ่งหน้าเช่นนี้

     

               แม้สถานการณ์ตอนนี้ ได้เปรียบเต็มประตูแต่จ้าวมู่ ก็ไม่คิดประมาท คงท่าเท้ายังไม่เคลื่อนไหว แต่ใช้รังสีสังหารแผ่ออก คิดล้อมกักเบื้องหน้ากดดันพร้อมคืบเท้าช้าขยับใกล้ บีบบังคับให้หยางอี้เป็นฝ่ายเริ่มลงมือ ด้วยเวลานี้ ตนเองเอาจริงเต็มขั้นขอเพียงคาดคำนวณจุดตก หรือสกัดท่าร่างของหยางอี้เอาไว้ได้ มั่นใจกว่าแปดส่วน ว่ากระบวนท่ารุนแรงและดุดันที่สุดของสำนักแม่น้ำใหญ่...แม่น้ำคลั่งทำลายเรือ จะสามารถปลิดชีพหยางอี้ได้ภายในกระบี่เดียวแม้การใช้กระบวนท่า...แม่น้ำคลั่งทำลายเรือ จะสิ้นเปลืองลมปราณอย่างยิ่งแต่หากทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ก็ถือว่าคุ้มค่ายิ่งนัก