ด้าน คุณชาย ชางเหยียน อนุชนผู้เป็นอันดับหนึ่ง ของเผ่าสงคราม เมื่อเขาสามารถอดทนมาได้ถึง3ชั่วยามครึ่ง กายาที่สั่นน้อยๆ ริมฝีปากที่เปรอะเปื้อนคราบเลือด ก็ถูกดีดออกจากสนามประลองปราณจิต แต่มันก็เพียงพอให้เขาได้ทำลายสถิติ ที่มีมานับพันปีได้ ครั้นที่ยันร่างขึ้นมายืนได้ เขายกยิ้มออกไปให้หมู่ชน ทว่ารอยยิ้มนั้น แฝงด้วยความโอหัง ของเขาอยู่ไม่น้อย หมายมั่นจะอวดแสนยานุภาพ ต่อหน้าหมู่ชน
ทว่าหนังตาของเขาก็กระตุกถี่ยิบ ความหยิ่งผยอง พลันสลายหายไปจนหมด เมื่อคุณชาย ชางเหยียน มองออกไปรอบๆ เต็มสองตา ใบหน้าของเขาก็มืดทะมึนในทันที เมื่อรอบๆ ไร้ซึ่งอนุชนมายืนมุ่งดูอีกต่อไป เขาอดไม่ได้ที่จะสบถ ด่าออกมา "นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกันขึ้น เหตุใดถึงไม่มีผู้คนอยู่โดยรอบสนามประลองปราณจิตเลยเล่า?"
หมู่ชนไม่น้อยที่มอง ไกลๆ พวกเขาส่ายหัวในทันที แม้เรื่องที่ คุณชาย ชางเหยียน กระทำลงไปย่อมเป็นเรื่องที่น่ายินดี สำหรับเผ่าสงครามเป็นอย่างมาก แต่ยามนี้ มันไม่สำคัญอีกต่อไป เมื่อเห็นชายหนุ่มผู้ที่พวกเขาคิดจะจับตัว ยังยืนอยู่บนสนามประลองปราณจิตอยู่ได้ แม้ว่า กายาจะสั่นเทา ไม่หยุด เลือดไหลซึมจาก ริมฝีปากออกมา ไม่ขาดก็ตาม
คุณชาย ชางเหยียน เขาหันหัวกลับไปมองอย่างยากลำบาก ครั้นรับรู้ถึงแรงกดดันที่หนักอึ้งจากด้านหลัง "หรือว่า ไอ้หมอนั้นมันยังอยู่ภายในสนามประลองปราณจิตได้ เป็นไปไม่ได้ข้าไม่เชื่อ" เมื่อชางเหยียน เห็นอี้เฉินยังยืนอยู่ท่ามกลาง สนามประลองปราณจิต เขาแทบอยากจะบ้าคลั่ง
ก่อนน้ำเสียงของเทพสวรรค์ สวมชุดคลุมดำปกปิดใบหน้า จะบอกกล่าว คุณชาย ชางเหยียนด้วยท่าที ไม่สบอารมณ์เ "เจ้าออกจากสถานที่แห่งนี้ไปเสีย พื้นที่แห่งนี้ไม่อนุญาตให้ใครเข้าใกล้อีกต่อไป"
คุณชาย ชางเหยียน ครั้นได้ยิน เขากำฝ่ามือทั้งสองข้างไว้จนแน่น เดินจากสนามประลองปราณจิต ไปด้วยความไม่จำยอม แม้ว่าเขาจะทำลายสถิติ 3ชั่วยามได้ แต่กลับไม่มีแม้แต่เสียงชื่นชม ตบมือสรรเสริญ ถูกความรุ่งโรจน์ของอี้เฉินบดบังไปจนสิ้น
ครั้นคุณชาย ชางเหยียน ลงไปหากลุ่มคนในตระกูลได้ เขาไต่ถามหมู่ชนโดยรอบที่เฝ้าดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ ในทันที "พวกเจ้า มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดรอบบริเวณถึงเต็มไปด้วย บรรยากาศที่อึมครึม น่าอึดอัดเช่นนี้ ..ไหนจะเหล่าเทพสวรรค์ทั้ง3ท่านนั้นอีก เหตุใดพวกเขาปิดล้อมสนามประลองปราณจิต ไว้กันเล่า"
ชายหนุ่ม ผู้เคยโอหังดูถูกดูแคลน อี้เฉินในยามก่อน เขาเอ่ยคำพูดออกมาด้วยความยากลำบาก "เหมือนว่าพวกเขาต้องการจับตัวชายหนุ่มผมขาว ผู้นั้น ทว่าพวกเราก็ไม่รู้ว่า ชายหนุ่มไปทำสิ่งใดให้ ผู้นำ เผ่าสงครามขุ่นเคือง"
คุณชาย ชางเหยียน เขาได้แต่หน้าบูดเบี้ยว มองไปรอบๆ เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจของตัวเขา ทว่ายามนี้ตัวเขาจะทำอะไรได้ รอบบริเวณ เริ่มเต็มไปด้วย เหล่าผู้อาวุโสมาดูชม ปราณพลังที่บีบคั้น ส่งผลให้กายาเหล่าอนุชนที่ไม่ไปไหนเริ่ม สั่นน้อยๆ จากแรงกดดันที่หนักอึ้ง
เหล่าผู้อาวุโสชราที่ดูอยู่ห่างๆ ยังนึกเสียดายในตัวของอี้เฉิน หากชายหนุ่มถูกฆ่าสังหารคงจะน่าเสียดายในศักยภาพของเขาไม่น้อย ศักยภาพของชายหนุ่มไม่ใช่ อะไรที่เผ่าสงคราม เล็กๆ จะยื้อตัวของเขาไว้ได้ เขาอาจจะเป็นหนึ่งในหมู่มังกรที่แหวกว่าย อยู่ภายในแหล่งน้ำกว้าง ไม่กี่10คน ของทวีปแห่งนี้ก็เป็นได้
..ด้านอี้เฉิน ที่ต่อสู้กับตัวเขาเองภายในสนามประลองปราณจิต ยามนี้ผ่านไปถึง4วันเต็ม เนื่องด้วยเวลาด้านในไหลช้ากว่าถึง10เท่า แม้ว่าจะเป็นการต่อสู้ที่ยาวนาน ทว่าอี้เฉินกลับไม่รู้สึกถึงความเหน็ดเหนื่อย ภายในสถานที่แห่งนั้นแม้แต่น้อย 'มันช่างเป็นสถานที่ฝึกต่อสู้ที่ดีจริงๆ' อี้เฉินอดจะคิดเช่นนั้นไม่ได้ ในช่วง4วันมานี้ ที่เขาเอาแต่ฝึกวิชาฝ่ามือผนึกโลหิต จนตัวของอี้เฉินสำแดงพลังของมันออกมาใช้ได้บางส่วน ส่งผลให้อี้เฉินในยามนี้เริ่มไล่ต้อนร่างเงาของเขาเองได้
ยิ่งตัวอี้เฉินสำแดงพลัง พร้อมกับซากแขนเทวะ ที่หลอมรวมเข้ากับแขนขวาของเขา เมื่อสำแดงพลังออกมามันจึงทรงประสิทธิภาพไม่น้อย ฝ่ามือสีดำที่ชั่วร้ายเต็มไปด้วย อักขระตราผนึก ถูกสำแดงปลดปล่อยออกมา กินพื้นที่บริเวณไม่กว้างมาก แต่ก็ทำให้รอบๆ สั่นสะเทือน กลายเป็นรอยฝ่ามือใหญ่หลายสิบจั้ง เพียงแค่การตวัดฝ่ามือออกมาด้านหน้าอย่างรุนแรง
ร่างเงาฝ่ามือสีดำทมิฬ ที่วูบไหว ถึงกับอัดกระแทก อีกตัวตนหนึ่งของอี้เฉิน ที่ราวกับเป็นเงาสะท้อน ของเขา จนถอยร่น เสียงปังดังออกมากึกก้อง
"เจ้าอย่าถือโทษข้าเลยนะ เจ้าตัวข้าอีกคน แต่ยามนี้ ข้าต้องเอาชนะเจ้า"
อี้เฉินเขาไม่คิดเล่นกับมันอีกต่อไป ฝ่ามืออีกด้านไม่รอช้า สำแดงฝ่ามือผนึกโลหิต ลงไปโจมตีซ้ำในทันที ครั้นตัวตนอี้เฉินอีกคนโดนการโจมตี เข้าไปติดๆ ร่างที่เกิดรอยแตกร้าวของมันอยู่ก่อน ค่อยๆ เกิดลอยแตกร้าวลุกลามไปทั่ว ก่อนเสียงแตกร้าวจะดังออกมาดังก้อง บ่งบอกถึงแก่นปราณจิตที่สร้างตัวตน มันขึ้นมาเริ่มจะพังทลาย ร่างค่อยๆ เลือนหายไปช้าๆ เริ่มรับการโจมตีของอี้เฉินไม่ได้อีกต่อไป
อี้เฉิน ตวัดนิ้วออกไปด้านหน้าในฉับพลัน ก่อนใช้ดัชนีตัดฟ้าผ่าร่างของมันออก ทว่าในกรอบสายตากลับรู้สึกแปลกๆ ไม่น้อย ที่ต้องมาฆ่าสังหาร ตัวเขาอีกคนเฉกเช่นนี้
...หมู่ชนโดยรอบ ที่มองชมเรื่องราวต่างๆ ครั้นเห็นอี้เฉินไม่ได้ ถูกดีดออกจากสนามประลองปราณจิต แต่อย่างใด เปิดเปลือกตาขึ้นมาเสียดื้อๆ มันก็ทำให้หมู่ชนใจสั่นสะท้าน ตกตะลึงสุดแสน หอบหายใจหนักถี่อย่างรุนแรง กล่าวคำพูดออกมาด้วยดวงตาเบิกโพลง "เป็นไปได้อย่างไร ไอ้หมอนั้นมันเอาชนะตัวตนของมัน อีกคนได้อย่างนั้นหรือ มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มันยิ่งกว่าทำลายสถิติ ได้อีก"
ต้องอย่าลืมว่าภายใน สนามประลองปราณจิต อีกตัวตนหนึ่งของเขา เก่งขึ้นมาถึง1เท่าตัว นั้นก็หมายความว่า ระหว่างที่อยู่ในนั้นอี้เฉิน สามารถเพิ่มศักยภาพ ของเขามายืนเทียบเท่าอีกตัวตนหนึ่งของเขาได้ ภายในระยะเวลาไม่กี่วัน มันก็ไม่ต่างอะไรกับการบ่งบอกว่าศักยภาพ ของชายหนุ่มไร้ขีดจำกัด มันจึงทำให้หลายๆ คน หายใจหนักถี่อย่างรุนแรง
ทว่าเหล่าเทพสวรรค์ที่ ปิดล้อมอี้เฉิน พวกเขาทั้งสามพอจะคาดเดาได้ ชายหนุ่มผู้นี้คงจะฝึกวิชาจักรพรรดิ ชั้นฟ้า ได้บางส่วน จึงทำให้พลังขึ้นไปเทียบชั้น ร่างเงาที่ถูกสร้างขึ้น พวกเขารีบกล่าวเตือนอี้เฉินในทันที ครั้นเห็น ชายหนุ่มมีท่าทีคิดหนี "เจ้าหนุ่ม หยุดฝีเท้าของเจ้าแล้วตามพวกเรามาเสีย"
อี้เฉินยามนี้เขาหน้าบึ้งตึงเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ออกมาเขาก็สัมผัสได้ถึงสิ่งไม่ปกติ ประกายตาเริ่มฉายแววความกังวล
ก่อนฝ่ามือจะลุกท่วมไปด้วยปราณพลัง สีแดงฉานซัดฝ่ามือออกไปด้านหน้าอย่างรุนแรง หมายจะทำลายค่ายกลปิดล้อม ทั้งสามทิศทาง เสียง ผลัวะ ดังสนั่นหวั่นไหว ค่ายกลปิดล้อมแหวกเป็นรูใหญ่ เมื่อเจอกระบวนท่า ฝ่ามือผนึกโลหิต ก่อนร่างชายหนุ่มจะวูบไหว คิดหนีออกไปจากรอยแตกนั้น
"เจ้า เจ้า ช่างใจกล้าห่อฟ้านัก อยู่ต่อหน้าพวกเรา เหล่าเทพสวรรค์ เจ้าก็ยังไม่เกรงกลัว พวกเราล้อมจับมันไว้"
ฉับพลัน ที่อี้เฉินหลบหนีออกไปจากรอยแตก ร่างของเขาก็รู้สึก เจ็บปวดขึ้นมาในฉับพลัน ถูกเท้าของเทพสวรรค์ ผู้หนึ่งเตะอย่างรุนแรง กายา ลอยกระเด็นร่วงทะเลสาบ ด้านล่างในทันใด จนทะเลสาบสั่นไหวก่อเกิดคลื่นซัดสาดไปทั่วทิศ ก่อนร่างเทพสวรรค์ทั้ง3จะพุ่งปราดเข้าปิดล้อมอี้เฉินไว้อย่างแน่นหนา พร้อมจะฆ่าสังหารเมื่อจำเป็น
อี้เฉิน ริมฝีปากกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ สภาพของเขาในยามนี้ไม่ได้อยู่ในจุด ที่ต่อสู้กับเทพสวรรค์ทั้ง3ได้อีกต่อไป ทว่าแววตาเขากลับไม่มีความจำยอม ที่จะถูกกักขัง
ยี่ผิง ที่ดูอยู่ ห่างๆ นางกำฝ่ามือไว้จนแน่น หางตาแดงระเรื่อ มีน้ำใสไหลปริ่ม ไม่อาจปิดบังความกังวลได้อีกต่อไป หากอี้เฉินไม่ได้มาช่วยตัวนาง มีหรือตัวนางจะกลับมายังเผ่าสงครามได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ใช้พลังของหินเทพเจ้า ทว่าหากนางเปิดใช้ พลังของหินเทพเจ้า ร่างนางจะสลายกลายเป็นวิญญาณสงครามไปช้าๆ ทว่ายามนี้หากนางไม่ทำอะไรเกรงว่า อี้เฉินได้ตายตกเป็นแน่ ด้วยนิสัยดื้อรั้นของเขา
*** ช่วงนี้อากาศเปลี่ยน ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ