ตอนที่หนึ่งร้อยสี่สิบเอ็ด แม่บ้านสาวชาวอเมริกันแม่ลูกสอง
ไม่ใช่ทุกคนที่จะค้นพบว่าการเป็นแม่บ้านสาวชาวอเมริกันแม่ลูกสองคือเรื่องที่มีความสุขที่สุดอย่างสคาร์เล็ทวิทช์
เพราะสภาพสังคมแบบนั้นไม่กลับมาแล้วตลอดกาลที่บ้านหลังหนึ่งจะมีหัวหน้าครอบครัวสามีคนเดียวก็สามารถเลี้ยงคนได้ทั้งครอบครัว
แต่สภาพสังคมปัจจุบันผู้หญิงมี
อิสระ
ที่จะทำงานควบคุมทรัพยากรต่างๆด้วยตนเอง
มองว่าการเป็นแม่บ้านคือการเป็นทาสของสามีไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ
แต่การเป็นข้าทาสของผู้จัดการหลี่หรือท่านซีอีโอในการทำงานให้กับบริษัทนั้นไม่เป็นอะไร
มองว่าตนเองมีอิสระทางการเงินของตนเองและมองแม่บ้านอย่างดูถูก
ซึ่งแม่บ้านชาวแดนอาทิตย์อุทัยคงจะงงงวยที่สาวอเมริกันคิดเช่นนั้นเพราะหน้าที่ดูแลกระเป๋าเงินของบ้านนั้นคือหน้าที่ของภริยาที่จะดูแลค่าใช้จ่ายต่างๆในบ้าน
มันคือเรื่องธรรมดาของแดนอาทิตย์อุทัย
แต่ท่าทางสาวอเมริกันหรือคนยุคปัจจุบันคงลืมกันไปหมดแล้วว่าครอบครัวนั้นต้องมีกติกาการอยู่ร่วมกันและกลไกอย่างไรบ้าง
ซึ่งกลไกที่ว่านั้นถูกทำลายไปหมดจนกระทั่งสาวอายุสามสิบยังไม่ได้แต่งงานต้องหันไปหายุคหกศูนย์ที่สิทธิมนุษยชนสิทธิสตรีและโอกาสที่สตรีจะไปทำงานในเมืองกรุงยังไม่ก้าวหน้าเพื่อที่จะได้มาทำงานดูแลเจ้าก้อนแป้งได้ตามที่ฝัน
ที่ใกล้เคียงที่สุดที่สาวอเมริกันจะพบได้เพราะไม่เชื่อเรื่องการกลับชาติมาเกิดตามหลักศาสนาของตะวันออกคือการหย่ากับสามีในนครนิวยอร์กและย้อนกลับมาที่บ้านเกิดได้พบกับคนรักสมัยวัยไฮท์สคูลที่ค้นพบว่าตนเองเคยจดทะเบียนกับคนรักคนนั้นและสามีจากนครนิวยอร์กก็พยายามจะตามตัวเธอกลับไป
ก่อให้เกิดเป็นดราม่าเกิดขึ้นว่าเธอจะเลือกหวนมาหาคนรักวัยไฮท์สคูลที่บ้านเกิดหรืออยู่อย่างเฉิดฉายกับสามีทนายความเศรษฐีในนครนิวยอร์กต่อไป
เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมากที่พอคนเราต่อสู้ในนครหลวงอยู่สักพักทุกคนจะเริ่มคิดว่าสู้ในเมืองหลวงไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นโดยมิได้นัดหมายไม่ว่าเราจะอยู่กันคนละซีกโลกตะวันตกหรือตะวันออกก็ตาม
อาจจะเพราะว่าสังคมทุนนิยมนั้นมันมีเรื่องราวแบบเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เพราะเราท่าทางจะเริ่มรู้ตัวว่าทุนนิยมนั้น
มันออกแบบให้คนส่วนใหญ่เป็นผู้แพ้
แม้แต่แอนนาที่เนื้อเรื่องอ้าวว่าเก่งและฉลาดหากไม่เสียเวลาไปกับการปราบแวมไพร์เธอคงจะมีหน้าที่การงานที่ดีก็ทำนห้าที่ได้แค่สาวเสิร์ฟที่มีรายได้ขั้นต่ำเท่านั้นเอง
ซึ่งก็เป็นดราม่าได้อีกในอนาคตที่เธอเห็นบอนนี่มีชีวิตที่ดีกว่าได้สัมภาษณ์และถ่ายแบบลงนิตยสารโว๊กว๊าก
ทั้งที่ท่านประธานาธิบดีดิเอโก้(ตัวจริง)จากเรื่อง Hunter X Hunter บอกแค่ว่าขอเพียงแค่มีผืนดินและบทกวีแค่นี้ชีวิตก็สมบูรณ์พร้อม
เหตุใดจึงมีกิเลส
เหตุใดจึงเกิดตัณหา
แต่ท่าทางเอาแนวคิดของท่านประธานาธิบดีดิเอโก้(ตัวจริง)มาอธิบายให้สาวอเมริกันฟังคงฟังไม่เข้าหูเป็นแน่แท้
ต้องการมีชีวิตวัยสาวให้เต็มที่ก่อนถึงค่อยจะแต่งงาน
ซึ่งผลจากแนวคิดที่แพร่หลายเช่นนี้ก็อย่างที่เห็นกันในสังคมนั่นล่ะ
สังคมมีสาวอายุสามสิบยังไม่ได้แต่งงานเพิ่มขึ้นจำนวนมากอย่างมีนัยยะสังคมจนกระทั่งคิมจองอุนที่มีใจเมตตาถึงกับต้องหลั่งน้ำตา
ทั้งที่ร่างกายด้านล่างของพวกเราเชื่อมกัน
แต่อารมณ์หวาดกลัว ไม่มั่นใจ นั้นก็ถ่ายทอดทางสีหน้าและแววตาของแอนนาด้วยความรวดเร็วจนไม่ต้องมีพลังจิตก็สามารถมองออกได้
ว่าสาวอเมริกันที่ไม่เคยกลัวเทพเจ้าหรือปีศาจนั้นกลัวการแต่งงานมีครอบครัวและมีลูกนั่นเอง