บทที่ 60: ล้มตั้งแต่หมัดแรก
บทที่ 60: ล้มตั้งแต่หมัดแรกความรู้สึกอันโกรธเกรี้ยวเอ่อล้นในใจจนไม่อาจอธิบาย ทำให้ดวงตาของหลินเซียวแดงก่ำ ทุกย่างก้าวสามารถทำให้อากาศรอบกายสั่นสะท้านได้หลินเซียวที่มักจะปกปิดความสามารถของตนเองอยู่เสมอนั้น พลังภายในจุดตันเถียนราวกับแม่น้ำที่เดือดพล่าน โคจรไปทั่วร่างอย่างรวดเร็วโดยไม่อาจควบคุมตูม!ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่างลงไป อากาศโดยรอบจะถูกกระแทกออก หากให้ผู้อื่นได้เห็นฉากนี้ คงยากที่จะระงับอาการตื่นตระหนกได้“เร็ว เร็ว เร็ว! เร็วกว่านี้!”“โฮ่ง!!!” อาเซว่คำรามออกมา ชะงักก่อนจะมุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางหนึ่ง ตามตำแหน่งกลิ่นของหลิงเอ๋อร์ แล้วไล่ตามไปตลอดทาง ท่าทีกระวนกระวายเสียยิ่งกว่าหลินเซียวหากหลิงเอ๋อร์ไม่ได้ช่วยชีวิตมันไว้ อาเซว่คงจะตายอยู่ท่ามกลางฝูงสุนัขจรจัดไปนานแล้วด้วยสภาพร่างกายของอาเซว่ในตอนนั้น ไม่อาจที่จะเอาชนะสุนัขจรจัดพวกนั้นได้เลยแม้แต่น้อยอาเซว่ที่สำนึกบุญคุณ ต้องการที่จะช่วยเหลืออีกฝ่าย“โฮ่งโฮ่งโฮ่ง!!!” เสียงเห่าของอาเซว่เต็มไปด้วยความเร่งรีบยิ่งกว่าเดิม ดูคล้ายพยายามดึงดูดความสนใจของผู้คนห่างออกไป ใต้โคมไฟตามถนนที่ทอแสงริบหรี่ ดวงตาของหลินเซียวราวกับมีประกายกระแสไฟฟ้า เห็นคนที่ถูกจับไปถูกมัดอยู่กับเสา เป็นเหล่ยหลิงที่มีผมเผ้ากระเซอะกระเซิงทันใดนั้น บรรยากาศดุดันโหดเหี้ยม ก็พลันระเบิดออกมาจากร่างของหลินเซียว“รนหาที่ตาย!!!”หลินเซียวตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยว ร่างทะยานขึ้นสูงในอากาศ ใช้แรงเฉื่อย กระโดดพุ่งออกไปนับสิบเมตร แรงระเบิดรุนแรงส่งร่างของเขาให้เข้าไปใกล้ยังตึกร้างอย่างรวดเร็วเงาร่างหนึ่งก็ปรากฏวูบอย่างรวดเร็ว ตำแหน่งหนังหน้าไฟเป็นของอวี๋ฮัว เขาถือมีดสองเล่มอยู่ในมือ คืบคลานเข้าไปใกล้ด้วยท่าทีเหี้ยมเกรียม“แม่งเอ้ย! ใครมันกล้าบุกเข้ามาในเขตของข้าวะ? แล้วยังเสียงเห่าหอนอย่างกะเจอผีอีก พี่น้องทั้งหลาย ไปสับมันมาให้ข้า!” อวี๋ฮัวตวาดอย่างเย่อหยิ่งตึก ตึก ตึก!อันธพาลจำนวนมากพุ่งตัวออกไปพร้อมรอยยิ้มแสยะกว้าง“ตายซะ!”หลินเซียวที่กำลังโกรธจัด ไม่ได้สนใจถึงผลที่ตามมาเลยแม้แต่น้อย กระแทกหมัดออกไปราวกับสายฟ้าทะลวงผ่านอากาศ ทอประกายราวกับกระแสไฟฟ้า รุนแรงราวกับสายฟ้าฟาดตูม!อวี๋ฮัวยังไม่ทันรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ร่างเงาเลือนรางสายหนึ่งได้กระโดดมาจากฟากฟ้า ราวกับรถยนต์ที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูง กระแทกเข้าที่หน้าอกของเขาอย่างรุนแรงครืน!ราวกับว่าโลกทั้งใบถล่มลงมา อวี๋ฮัวได้ยินเสียงของซี่โครงตนเองแตกหักออกมาอย่างชัดเจนกร๊อบ!ตึง!ตึง ตึง ตึง!อวี๋ฮัวราวกับกระสุนปืนใหญ่ที่ถูกยิงออกไปบนฟ้า กระแทกร่างของคนจำนวนหนึ่งหมุนติ้ว ขบวนแถวที่เคยเรียบร้อย พลันเต็มไปด้วยความเละเทะ“อ๊า!”“เฮือก!”คนนับสิบ ทั้งตัวใหญ่ตัวเล็ก หัวร้างข้างแตก กระแทกชนกันเอง ในเสี้ยวพริบตาก็ล้มลงตูม!หลินเซียวไม่พูดพร่ำทำเพลง ราวกับนกตัวใหญ่ หมุนตัวสองสามครั้ง ก็มาถึงยังต้นเสา แล้วเตะเท้าออกไปยังมันทันทีตูม!เสาคอนกรีตที่หนาเท่ากับอ้อมแขนเด็ก แตกกระจายภายใต้ลูกเตะเดียว เหล่ยหลิงถูกปลดปล่อยออกมาในทันที เพียงแต่ว่าเข่าอ่อนเลยล้มลงที่พื้นฟึ่บ!หลินเซียวหมุนตัวแล้วพุ่งไปยังเหล่ยหลิง ใช้มือหนึ่งกอดร่างของเธอเข้ามาในอก กอดอีกฝ่ายเอาไว้แน่น“อึก!” ร่างของเหล่ยหลิงสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ความรู้สึกเวียนหัวอย่างมากปรากฏขึ้นในศีรษะ ก่อนจะสลบไปอย่างคาดไม่ถึง“อ๊าก!!!”ห่างออกไปไม่ไกล เสียงกรีดร้องได้ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าอาเซว่ที่บ้าคลั่งเห็นคนก็กัดคน ด้วยเขี้ยวที่แหลมคมของมัน ไร้ซึ่งความเมตตาใดๆตอนนี้ อาเซว่ดูราวกับตั้งตัวได้เหมือนเดิม เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมกระหายเลือด เหมือนกับหมาป่าจริงๆ ทั้งดุดันและเหี้ยมเกรียม“อาเซว่!” หลินเซียวรีบเอ่ยเสียงเย็น หยุดการกระทำที่โหดเหี้ยมของอาเซว่เอาไว้มันไม่ใช่เพราะว่าคนพวกนี้ไม่สมควรตาย แต่มันเป็นเพราะว่าหลินเซียวไม่อยากจะวุ่นวายไปมากกว่านี้ จะอย่างไรที่นี่ก็ไม่ใช่สนามรบ ถ้ามีคนตายมากเกินไป ผลกระทบมันจะรุนแรงเกินไป“บรู้ว~” เสียงหอนที่คล้ายกับเสียงของหมาป่าดังขึ้นอีกครั้ง สร้างความหวาดผวาให้กับเหล่าอันธพาลที่ร่างท้วมไปด้วยเลือดจนวิญญาณหลุดลอย แม้แต่แรงจะวิ่งหนียังไม่มีหลังจากที่เตือนคนเหล่านี้ไปอย่างโหดเหี้ยมแล้ว อาเซว่ที่ขากะเผลก ก็รีบพุ่งตัวมาที่ข้างกายหลิงเอ๋อร์ เลียใบหน้าของเธอด้วยลิ้นของมันไม่หยุดอาจจะเป็นเพราะลิ้นอุ่นๆ ของอาเซว่กระตุ้นเส้นประสาทของหลิงเอ๋อร์ หลังจากผ่านไปสองสามวินาที เธอถึงได้ตื่นขึ้นมาอย่างเงียบๆ แล้วหันหน้าไปในเสี้ยวพริบตา เธอก็เห็นใบหน้ากระวนกระวายของหลินเซียว เหล่ยหลิงรู้สึกอยากจะร้องไห้ น้ำตาไหลรินลงมาทันที“หลิน…… พี่หลินเซียว ฮือฮือฮือ…… ฉันจะไม่หนีออกจากบ้านแล้ว…… ฮือฮือฮือ……”“ไม่ต้องกลัว! ฉันอยู่นี่!” หลินเซียวถอนหายใจออกมาเล็กๆ ลูบศีรษะของเธอ“อื้ออื้อ!” จิตใจของเหล่ยหลิงผ่อนคลายลง ทว่าร่างกายอ่อนเปลี้ยราวกับเส้นบะหมี่ ร่างทั้งร่างเกาะรัดอยู่บนตัวหลินเซียว กอดแน่นราวกับปลาหมึกตัวหนึ่ง“อะแฮ่ม! ...... ปลอดภัยแล้ว แล้วก็ลงไปก่อนเถอะ!” หลินเซียวรู้สึกร้อนอยู่ในช่องท้อง“ไม่เอา!” เหล่ยหลิงพลันรู้สึกว่าแผ่นอกของหลินเซียวที่ทั้งหนาแล้วก็อุ่นยิ่ง เธออยากที่จะอยู่ตรงนี้ตลอดไป ไม่ออกไปไหนแน่นอนว่า ความรู้สึกนี้ปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยวพริบตา จากนั้นใบหน้าอ่อนหวานบอบบางของเหล่ยหลิงก็แปรเปลี่ยนเป็นแดงก่ำราวกับอาทิตย์อัสดง รูปลักษณ์อ่อนเยาว์ยิ่งดูมีเสน่ห์มากขึ้นเรื่อยๆอาเซว่กะพริบตา ดูราวกับไม่เข้าใจว่าทั้งสองทำอะไรกันอยู่ มันวนเวียนรอบคนทั้งสองสองสามครั้ง สุดท้ายแล้วจึงวิ่งไปด้านข้างสองสามก้าวเล็กๆคนทั้งสองที่อยู่ในท่าทีคลุมเครือ ไม่แม้แต่รับรู้ถึงรถยนต์หกคันที่ทะยานมาจากห่างออกไป แสงไฟของรถนั้นราวกับมังกรในยามค่ำคืน แทบจะเปลี่ยนให้เป็นยามกลางวันเมื่อเหล่ยเตาลงมาจากรถพร้อมด้วยดาบเล่มยาว ก็ตื่นตระหนกกับสถานที่เลือดท่วมเบื้องหน้า หยุดชะงักอยู่กับที่อย่างไม่อาจช่วย ไม่ขยับตัวอยู่ครึ่งค่อนวัน“นี่…… เกิดอะไรขึ้น?” เหล่ยเตารู้จักอวี๋ฮัว ไม่เคยคาดคิดเลยว่าหัวหน้าอันธพาลที่เย่อหยิ่งแข็งแกร่งนั่น จะนอนดวงตาไร้ประกายราวปลาตาย นอนนิ่งไม่ขยับอยู่บนพื้น“ตาย…… ตายแล้วเหรอ?” ในที่สุดเหล่ยเตาก็มั่นใจ อวี๋ฮัวตายไปแล้ว ถ้าหน้าอกยุบเข้าไปขนาดนั้นแล้วยังไม่ตาย มันไม่มีทางเป็นไปได้หนึ่งในสี่ราชาแห่งสี่แม่น้ำเลือด ถูกฆ่าไปแล้วทันทีที่เขามา ถ้าข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ไม่รู้มันจะสร้างความสั่นสะเทือนมากมายขนาดไหนสายตาเฉื่อยชาของเหล่ยเตาค่อยๆ เลื่อนออกไป สุดท้ายแล้วจึงไปหยุดอยู่บนร่างที่ใกล้ชิดกันของพวกหลินเซียวทั้งสอง ใบหน้าที่ค่อนข้างหล่อเหลา พลันบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความดุร้าย“หลินเซียว! ปล่อยคุณหนูนะ!!!” เหล่ยเตากระโดดตัว ดาบยาวในมือของเขาทอประกายสะท้อนแสง พุ่งตัวเข้าไปหาหลินเซียวราวกับเสียสติ“โฮ่ง!!!” อาเซว่ที่เหม่ออยู่ พลันรีบไปปกป้องหลินเซียว โก่งตัวขึ้นแล้วเห่าใส่เหล่ยเตาในสายตาของเหล่ยเตา หลินเซียวในตอนนี้จะต้องมีเจตนาที่ไม่ประสงฆ์ดีต่อคุณหนูเป็นแน่ อีกทั้งยังเหมือนจะทำได้สำเร็จไปแล้ว ดูจากสภาพที่ใกล้ชิดกันของพวกเขา คุณหนูจะต้องพลาดท่าเสียทีให้ไม่น้อยกันแล้วเหล่ยเตามักจะคิดว่าคุณหนูเป็นลูกของตนเองอยู่เสมอ มีหรือที่จะทนได้ ยกดาบขึ้นหมายจะฆ่าเช้ง!ดาบนี้รวดเร็วอย่างมาก ภายใต้แสงโคมไฟอ่อนจาง กลับทอประกายเย็นเยียบดุดันอย่างชัดเจน ทำให้ขนทั่วร่างลุกชันสีหน้าของหลินเซียวค่อนข้างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก รับรู้ว่าเหล่ยเตาเข้าใจผิด เตรียมที่จะหลบดาบแล้วอธิบายทว่าในตอนนั้นเองที่แสงจากคมดาบที่วาดลงมา ได้ซ้อนทับเข้ากับคมดาบในฝันร้ายที่ปรากฏวูบในสมองของหลินเซียวดาบทั้งสองไม่เหมือนกัน ดาบของเหล่ยเตาเป็นดาบธรรมดา ทว่ามันได้ดึงอดีตที่เจ็บปวดของหลินเซียวกลับมา“พี่เซียว! หนีไปเร็ว!!!”“แก้แค้นให้พวกเราด้วย!!!”ท้องฟ้าเปื้อนสีแดงได้ปรากฏวูบในดวงตาของเขาอีกครั้ง ความทรงจำจำนวนมากคล้ายจะหวนกลับมาในสมองของเขาอย่างกะทันหันชายหนุ่มพลันได้สติ แม้ว่าตอนนั้นเขาจะไม่ได้ติดพิษอยู่ ทว่าก็ไม่อาจหยุดยั้งคมมีดแหลมคมหมายชีวิตนั้นได้หากไม่ใช่เพราะเหล่าพี่น้องที่ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าเขาอย่างสุดชีวิต หลินเซียวก็คงหวนคืนสู่ผืนดิน มีหรือที่จะมีโอกาสหลบรอดจากความตายในวันนี้เป็นครั้งแรก ที่หลินเซียวได้เผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง จนดวงวิญญาณสั่นสะท้าน“ไสหัวไป!!!”สีหน้าของหลินเซียวแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เหวี่ยงร่างของเหล่ยหลิงออกไปด้านข้าง ในเวลาเดียวกันก็ก้าวออกไปชกหมัดออก ราวกับราชาที่มาจุติยังโลกหมัดนั้นเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง...