กำเนิดใหม่ : จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ 【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 42 การกำเนิดของไข่

            หลังจากที่หลัวเลี่ยทำลายกำแพงน้ำแข็งชั้นที่ลึกที่สุดได้แล้วในที่สุดเขาก็ก้าวเข้าสู่ชั้นในสุดของคุกกลืนอสูรที่ไม่มีใครเคยเข้าถึงมาก่อน

            ภายในนั้นหนาวเย็นมาก แม้ว่าหลัวเลี่ยจะถือลูกแก้วอัคคีณานไว้เขาก็ยังรู้สึกหนาวมาก สุดท้ายเขาก็พบว่าลูกแก้วอัคคีณานทนความหนาวเย็นไม่ไหว และเกิดรอยร้าวขึ้นหลังจากนั้นไฟในลูกแก้วก็ดับลง

            เขาสามารถทนต่อความเจ็บปวดจากอากาศที่หนาวเย็นไปถึงกระดูกได้และโชคดีที่หัวใจของเขาได้รับการปกป้องจากการชำระล้างด้วยเลือดมังกรหากไม่ได้รับการชำระล้างจากเลือดมังกรเขาคิดว่าอวัยวะภายในของเขาคงไม่อาจต้านทานความหนาวเย็นนี้ได้

            หลัวเลี่ยมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว

            ข้างในนี้มืดมากแต่เพราะเขาอยู่ในระดับผู้ฝึกตนระดับที่หกแล้ว จึงมีทักษะมองเห็นในที่มืด ทำให้ตอนนี้เขาสามารถมองเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจน

            หลังจากกวาดตามองโดยรอบแล้ว เขาก็พบว่าสถานที่นี้ไม่มีอะไรเลยและพื้นที่โดยรวมก็ไม่ใหญ่มากนัก

            มีกอไผ่เล็กๆ อยู่มุมหนึ่ง

            ต้นตอของความหนาวเย็นทั้งหมดมาจากต้นไผ่เหล่านั้นลำต้นของต้นไผ่เองก็เย็นยะเยือกไปถึงกลางลำ และดูเหมือนจะมีประกายลำแสงเจ็ดสีอยู่ที่พื้นดินตรงใต้กอไผ่แต่แสงค่อนข้างจาง หากไม่ใช่เพราะสายตาที่เฉียบคมของหลัวเลี่ยเขาอาจไม่สามารถสังเกตเห็นได้

            นอกจากนี้ยังมีลูกบอลลายขาวดำวางอยู่ข้างๆ

            “ไม่เห็นมีอะไรเลย”

            “แล้วโอกาสพลิกชะตาล่ะทำไมที่นี่มีแค่ต้นไผ่ไม่กี่ต้น?”

            “หรือข้าเดาผิดเอง เดี๋ยวนะ...ลูกบอล?”

            “ดินแดนเหยียนหวงได้ลูกบอลมาจากที่ไหน”

            หลัวเลี่ยก้มตัวไปมองใกล้ๆ

            ตอนนั้นเองที่เขาสังเกตเห็นลำตัวกลมๆขนฟูๆ และแขนขาสั้นๆ ที่หดชิดหน้าท้อง

            ลูกบอลที่ไหนกันนี่คือหมีแพนด้าน่ารักตัวหนึ่งชัดๆ

            เขามองไปรอบๆ ค้นหาสิ่งอื่นอีกครั้งแต่ก็ไม่พบอะไรอีก

            ในส่วนที่ลึกที่สุดของคุกกลืนอสูรนี้มีเพียงสองสิ่งเท่านั้น

            หนึ่งคือหมีแพนด้า และอีกหนึ่งคือกอไผ่

            สิ่งนี้ทำให้หลัวเลี่ยหดหู่ใจมากเดิมทีเขาคิดว่าคงจะดีถ้าเขาได้พบกับสมบัติล้ำค่า เคล็ดวิชาต่อสู้หรืออาวุธวิเศษบางอย่าง

            “ฟู่!”

            ในขณะที่หลัวเลี่ยกำลังรู้สึกหดหู่ใจเขาก็ได้ยินเสียงเล็กๆ ดังขึ้นเบาๆ

            เขาเหลียวหาต้นตอของเสียงในที่สุดก็พบว่าแท้จริงแล้วมันคือเสียงหายใจของเจ้าหมีแพนด้าหรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือมันเป็นเสียงกรน

            หมีแพนด้ากำลังหลับอยู่!

            และหมีแพนด้าตัวนี้ยังมีชีวิตอยู่จริงๆ

            คราวนี้หลัวเลี่ยตัวสั่นทันที

            ด้วยความหนาวเย็นของสถานที่แห่งนี้ ที่เย็นถึงขนาดทำให้ลูกแก้วอัคคีณานเกิดรอยร้าวแต่กลับยังมีสิ่งมีชีวิตที่สามารถนอนหลับที่นี่ได้อย่างสบายๆ ความอดทนต่อความหนาวเย็นเช่นนี้แม้จะมีวรยุทธ์อยู่ในระดับวังชะตา ก็ไม่อาจสามารถยืนหยัดได้ถึงเพียงนี้

            สิ่งสำคัญคือการอยู่ในคุกกลืนอสูรนี้ได้นานจนไม่อาจนับวันเวลาได้สิ่งที่หลัวเลี่ยรู้คือคุกกลืนอสูรแห่งนี้มีมาตั้งแต่สมัยก่อตั้งแคว้นเป่ยสุ่ย ซึ่งก็คือเมื่อหนึ่งถึงสองร้อยปีก่อน

            ตั้งแต่เขาเข้ามาที่นี่เขาก็ส่งเสียงดังมาโดยตลอด ปกติแล้วถ้าหมีแพนด้าหลับอยู่ มันคงตื่นแน่ๆแต่เจ้าหมีแพนด้าตัวนี้กลับหลับลึกจนถึงตอนนี้

            มันกำลังหลับใหลอยู่ในคุกกลืนอสูร

            ในคุกกลืนอสูรแห่งนี้ว่ากันว่าเป็นที่อยู่ของอสูรมิใช่หรือ แต่หมีแพนด้าเป็นหมีชนิดหนึ่งมันไม่ใช่อสูรนี่

            หรือว่าสิ่งที่คุกกลืนอสูรกักขังไว้ก็คือมัน?

            เมื่อคิดได้เช่นนี้หลัวเลี่ยก็รู้สึกกังวลจนเหงื่อออกหลัง ถ้าเป็นเช่นนั้น มันต้องเป็นสัตว์อสูรที่น่ากลัวมากแน่ๆ

            เมื่อมองไปที่หมีแพนด้าอีกครั้งความคิดแรกของเขาคือการถอยออกมาก่อนแล้วเก็บไผ่เหล่านั้นขึ้นมา

            ยังไม่พอ

            เขาเปิดกระเป๋าเฉียนคุณ และค้นหาดูว่ามีสิ่งใดที่สามารถใช้ได้สุดท้ายเขาก็พบแหวนปีศาจ

            แหวนปีศาจเป็นหนึ่งในสิ่งของสามสิ่งที่ได้รับจากด่านที่สี่ของบททดสอบผู้พิชิต

            เนื่องจากแหวนปีศาจมุ่งเป้าโจมตีไปที่พวกปีศาจหรืออสูรหลัวเลี่ยจึงไม่เคยใช้มันมาก่อนเลย

            “แหวนปีศาจแบ่งออกเป็นจุดแข็งและจุดอ่อนแหวนปีศาจระดับธรรมดาสามารถพบเจอได้ทั่วไปสัตว์ประหลาดบางตัวในระดับผู้ฝึกตนหรือระดับหยินหยางจะถูกกักขังไว้ให้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงในขณะที่สัตว์อสูรขั้นสูงนั้นหายาก แต่หากสามารถทำให้อสูรระดับระดับแก่นสวรรค์ระดับวังชะตา หรือระดับทลายยุทธ์ กลายเป็นสัตว์เลี้ยงได้ ก็นับว่ามีความสามารถร้ายกาจแล้ว”

            “และยังมีแหวนปีศาจในตำนานบางวงที่สามารถใช้บังคับสัตว์อสูรระดับกายทองคำให้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงได้”

            “แหวนปีศาจของหลัวเลี่ยได้รับมาจากราชันผู้พิชิตราชันผู้พิชิตเป็นอัจฉริยะ ในอดีตเขามีโอกาสที่จะบรรลุระดับกายทองคำแล้วแต่เขากลับเสียชีวิตก่อนเวลาอันควรเพราะอาการบาดเจ็บเรื้อรังและด้วยสถานะสูงส่งของเขา สมบัติที่ถูกทิ้งเอาไว้คงจะไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน”

            “เมื่อกล่าวถึงสิ่งของอีกสองสิ่ง ได้แก่ตราคำสั่งราชันผู้พิชิต ที่สามารถทำให้กลายเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งราชันผู้พิชิตได้ และลูกแก้วมณีแห่งสรรพสิ่งที่ช่วยให้เข้าใจเคล็ดวิชามหาสรรพฟ้าดิน ทั้งสองสิ่งล้วนเป็นของล้ำค่าดังนั้นแหวนปีศาจคงมีค่าไม่ด้อยไปกว่าสิ่งของสองสิ่งนั้นเป็นแน่

            “เช่นนั้นแหวนปีศาจนี่ก็น่าจะมีคุณภาพอยู่ในอันดับต้นๆนะ”

            ขณะที่หลัวเลี่ยกำลังขบคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้วิธีการใช้แหวนปีศาจก็ปรากฏขึ้นในสมองของเขา

            แหวนปีศาจนี้ใช้งานง่ายมาก

            แหวนปีศาจในระดับทั่วไปต้องการเพียงเลือดหนึ่งหยดจากผู้ครอบครองเพื่อให้เกิดสัญลักษณ์บางอย่างบนพื้นผิวของแหวนปีศาจปรากฏขึ้นจากนั้นก็ส่งพลังภายในไปที่ตัวแหวน เพื่อทำให้แหวนมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือเล็กลงได้แล้ววางไว้ที่คอหรือหัวของสัตว์อสูร

            หลัวเลี่ยหยดเลือดลงไปหยดหนึ่งแต่แหวนปีศาจกลับไม่มีการตอบสนองใดๆ

            เขากะพริบตา และหยดเลือดเพิ่มอีกหนึ่งหยด

            ยังคงไม่มีการตอบสนอง

            “เสียแล้วหรือ? เป็นไปไม่ได้ ราชันผู้พิชิตจะส่งต่อสิ่งของที่มีตำหนิได้อย่างไร”

            เขายังคงหยดเลือดต่อไป

            ในท้ายที่สุดหลังจากหยดเลือดเก้าหยดติดต่อกันแหวนปีศาจก็เปล่งแสงจางๆ ร่องรอยของสัญลักษณ์ปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของแหวน และมีกลิ่นอายของความโบราณพัดผ่านเข้ามา

            แหวนปีศาจนี้ดูเหมือนจะมาจากยุคโบราณ

            เขาส่งพลังภายในเข้าไปครั้งแรกหนึ่งครั้งแต่มันก็ยังไม่เต็ม

            เขาจึงส่งพลังภายในเข้าไปอีกอย่างต่อเนื่อง

            เมื่อถึงยี่สิบเจ็ดครั้งติดต่อกันแหวนปีศาจก็ถูกเติมเต็มพลังภายในจนเต็ม จากนั้นหลัวเลี่ยก็ขว้างมันไปที่หมีแพนด้า

            พรึ่บ!

            ทันใดนั้นแหวนปีศาจก็ขยายใหญ่ขึ้น และสวมเข้าที่คอของหมีแพนด้าเอ่อ สมมุติว่ามันคือคอ ถึงแม้ว่ามันจะตัวกลมไปหมดจนแยกส่วนคอไม่ออกก็ตาม

            เมื่อถูกแหวนปีศาจคล้องเอาไว้เสียงกรนของหมีแพนด้าก็หยุดลงทันที จากนั้นมันก็อ้าปากเพื่อปล่อยเสียงหายใจที่ลึกขึ้นผลก็คืออากาศเย็นที่แผ่ออกมาจากต้นไผ่พุ่งเข้าไปในปากและจมูกของมัน

            จู่ๆ หลัวเลี่ยก็ไม่รู้สึกหนาวอีกต่อไป

            จากนั้นแสงเจ็ดสีบนพื้นใต้ต้นไผ่ที่เดิมเห็นแค่จางๆก็เริ่มมีสีเข้มขึ้น ทำให้พื้นที่มืดทึบเริ่มสว่างไสวและแสงแทรกเข้ามา

            หมีแพนด้าเริ่มหายใจเข้าออกอันแสดงถึงการมีชีวิตขณะที่ดวงตาของมันก็พยายามจะเปิดขึ้น

            หลัวเลี่ยที่ยืนเฝ้าดูอยู่ข้าง ๆ ก็สังเกตเห็นอย่างชัดเจนว่าแหวนปีศาจกำลังสั่นเล็กน้อยเขาเอื้อมมือไปสัมผัสมัน อยากรู้ว่าแหวนปีศาจถูกแพนด้าต่อต้านหรือไม่แต่ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาแตะแหวน เขาก็รู้สึกถึงคลื่นพลังที่มองไม่เห็นที่จู่ๆก็พุ่งออกมาจากแหวนปีศาจ ไหลผ่านปลายนิ้ว ผ่านแขน และตรงเข้าสู่ศีรษะของเขา

            จากนั้นภาพที่เต็มไปด้วยบรรยากาศในยุคก่อนประวัติศาสตร์ก็เกิดขึ้นภายในหัวของเขา

            ภาพที่เห็นในความคิดคือมีฝ่ามือปกคลุมทั่วทั้งท้องฟ้าปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน และกำลังทำลายพระราชวังให้ย่อยยับ และมุมหนึ่งของป้ายพระราชวังที่มองเห็นได้อย่างเลือนรางหลัวเลี่ยก็สังเกตว่ามีคำหนึ่งเขียนไว้บนนั้น นั่นคือ...สวรรค์!

            สวรรค์ที่แตกสลาย รอยเลือดที่เจิ่งนองทั้งหมดถูกฝ่ามือขนาดใหญ่นี้ดูดกลืนและผนึกไว้ในไข่

            ไข่ใบนี้ถูกวางไว้ในป่าไผ่น้ำแข็งขนาดใหญ่รายล้อมไปด้วยความลึกลับที่ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงตัวได้ง่ายนับไม่ถ้วน ซึ่งที่แห่งนั้นก็คือคุกกลืนอสูร

            จากนั้นภาพในความคิดของเขาเปลี่ยนเป็นการต่อสู้นับครั้งไม่ถ้วนของสวรรค์และโลกผลที่ตามมาคือป่าไผ่น้ำแข็งและคุกกลืนอสูรถูกทำลายแล้วร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน

            ผ่านไปไม่รู้กี่ปีคุกกลืนอสูรก็โผล่ขึ้นมาอีกครั้ง และไข่ที่อยู่ในป่าไผ่ตอนนั้นก็แตกออกแล้วสิ่งที่อยู่ข้างในคือหมีแพนด้าตัวนี้ หมีแพนด้าที่รู้เพียงวิธีร้องไห้จนกระทั่งวันหนึ่งมีแสงสีขาวปรากฏขึ้นบนหัวของมัน ราวกับว่าจะทำให้ความทรงจำของมันฟื้นคืนมาจากนั้นมันก็เริ่มกินต้นไผ่ และนอนหลับไปเป็นเวลาหนึ่งร้อยปี กระทั่งหลัวเลี่ยมาถึง

            เขามองไปยังหมีแพนด้าที่ยังคงดูดซับอากาศเย็นจากต้นไผ่น้ำแข็งแล้วพึมพำกับตัวเอง “นี่คือหมีแพนด้าตัวแรกของโลก แถมยังกำเนิดมาจากไข่อีกด้วย”

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน