บทที่๕ ผาทลายฟ้า
หลังจากที่เสวนากับคุณหนูตระกูลฮวงอยู่ราวชั่วยามเศษๆหนิงหลงก็เสร็จสิ้นกับเื่ราวของการขายตัวยาที่มีของเขาไปได้อย่างไม่คาดคิดตอนแรกหนิงหลงคาดการณ์ว่าจะเข้าไปที่ตลาดกลางเพื่อเปิดประมูล แต่ว่าหลังจากที่พูดคุยกับฮวงอิงชายหนุ่มเพิ่งสำนึกตัวเองได้ว่าความรู้ความสามารถด้านการค้าขายของตัวเองช่างน้อยนิด
“หลงน้อยเ้าพลาดโอกาสที่สำคัญ”น้ำเสียงของเทพธิดาสาวแสดงออกชัดเจนว่าไม่ค่อยพอใจ หนิงหลงไม่ได้ตอบนางในทันทีเพราะชายหนุ่มกำลังเร่งรีบไปที่ลานประกาศให้ทันตะวันบ่ายหัว
“หลงน้อยเ้าควรจะเชื่อฟังเราเทพธิดาการเสพสังวาสกับสตรีหลากหลายแก่นพลังหยินจะทำให้พลังของเ้าที่ไร้เส้นชีพจรแข็งกล้ามากขึ้นอย่างน้อยๆหนึ่งเดือนเ้าควรเสพสังวาสกับสตรีที่รักษาพรมจรรย์สักสิบคน”
#ให้ตายเถอะเชียนเอ๋อร์ท่านเป็ภรรยาอะไรของท่านถึง้าให้ข้าไปเสพสังวาสกับสตรีอื่นนี่ท่านเห็นความสัมพันธ์ของชายหญิงเป็เื่อันใดไปงดงามราวเทพธิดาแต่กลับคิดแต่เื่ลามก#หนิงหลงโต้ตอบอย่างเหนื่อยใจ
“เฮอะบุรุษมากมาย้ามีหลายภรรยา เราเทพธิดาสนับสนุนเ้าถึงเพียงนี้กลับปฏิเสธเ้าช่างโง่งมยิ่งนัก การที่เ้าเป็คนพิการเส้นชีพจรและได้แก่นพลังหยินสุดขั้วอันประเมิณค่าไม่ได้ของข้าไปนั้นถือเป็วาสนาด้วยความเข้ากันได้ของร่างกายเ้ากับแก้นพลังของข้านี้มันจึงทำให้เ้าเป็บุรุษเพียงผู้เดียวในห้วงจักรวาลที่สามารถเพิ่มพลังได้ด้วยการเสพสังวาสกับสตรีการที่ข้าชี้แนะเ้าย่อมน่ายินดี รู้ไว้ซะ!!!”ว่าแล้วเทพธิดาสาวก็เงียบหายไป หนิงหลงเองก็ไม่รู้จะตอบอะไรหญิงสาวดี
#...นี้มันเคราะห์กรรมหรือว่าวาสนากันแน่…#
“วาสนา!!!”
#....#
เมื่อมาถึงใจกลางของตลาดผู้คนมากมายจากทุกสารทิศก็มารอคอยหนิงหลงสังเกตุว่าทุกๆคนต่างมากับผองเพื่อนหรือญาตพี่น้องไม่มีใครที่เดินทางมาที่นี่ด้วยตัวคนเดียวหนิงหลงตอนนี้เบียดเสียดเข้ามาใกล้หน้าเวทีห่างออกไปราวสี่สิบก้าว
“หลงน้อยดูเหมือนเ้าจะมาได้ทันเวลา”
#แต่ก็เกือบจะไม่ทันอยู่เหมือนกันถ้าหากมันแต่กิน…ตามคำแนะนำของท่านป่านนี้เราคงยังไม่ออกมา#
“…”
หลังจากที่หนิงหลงรอคอยอยู่ราวสี่ร้อยอึดใจผู้คนสามคนก็ค่อยๆเดินขึ้นเวทีไปพวกมันทั้งหมดสวมชุดบู้สีแดงตัดขาวดูแล้วเป็เอกลักษณ์ บนอกซ้ายมีด้ายปักเป็คำว่า“ภูผา” ส่วนที่เอวห้อยป้ายหยกสลักคำว่าภูผาเช่นเดียวกัน
“ทุกๆท่าน” เสียงทุ่มต่ำกังวานก้องบ่งบอกชัดเจนว่าผู้พูดพลังของมันไม่ต่ำกว่าชนชั้นปราณฟ้า สิ้นคำทุกคนต่างหันจับไปจ้องเ้าของเสียงทันทีมันเป็ชายวัยกลางคน ร่างกายกำยำผิวคล้ำส่วนสูงของมันนับว่ามากกว่าสองวาเลยทีเดียว นับว่าเป็บุรุษร่างสูงใหญ่คนหนึ่งที่หนิงหลงเคยพบเห็นมา
“ในวันนี้ก็เป็อย่างเช่นทุกครั้งของปีที่สำนักผาทลายฟ้าของเมืองจันทร์สมุทรจะเปิดรับศิษย์อย่างไรก็ตามในปีนี้ล้วนแล้วแตกต่างจากปีอื่นใด”ชายคนนั้นกล่าวต่อ ผู้คนทั้งหลายต่างเงียบฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ “ในปีนี้เป็ปีครบรอบสำหรับงานบวงสรวงอันยิ่งใหญ่นักสู้รุ่นเยาว์จากทุกสารทิศจากหลายค่ายสำนักใหญ่ต่างได้รับการเชื้อเชิญจากทางราชวงศ์แน่นอนว่าเมืองจันทร์สมุทรเราก็ย่อมต้องมีสำนักผาทลายฟ้าสาขาเป็ที่เชิดหน้าชูตาอย่างไรก็ตามในงานนี้ท่านเ้าสำนักสาขา้าแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าท่านจึง้ารับศิษย์หนึ่งคนเป็ศิษย์สายตรง ที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาโดยตรง” สิ้นคำผู้คนมากมายต่างร้องฮือฮาครั้งใหญ่
“ศิษย์สายตรง!!! โอ ได้รับการถ่ายทอดวิชาโดยตรง ช่างเป็บุญวาสนายิ่งนัก”
“ในปีนี้ข้าต้องผ่านการคัดเลือกการถูกคัดออกของข้าปีที่แล้วนับเป็วาสนาจริงๆ”
“ให้ตายเถอะข้าเข้าสอบมาแล้วกว่าสี่ครั้ง สงสัยชะตาถูกกำหนดมาให้ข้าได้เป็ศิษย์สายตรง”
หนิงหลงยืนนิ่งงันอยู่ครู่หนึ่งชายหนุ่มตั้งสมาธิวิเคราะห์เื่ราวที่เกิดขึ้นว่าการกระทำเช่นนี้ของสำนักผาทลายฟ้ามีจุดประสงค์ใดชายหนุ่มรู้ดีว่าการคัดเลือกศิษย์กระชั้นชิดแบบนี้ไม่ใช่การคัดเลือกสำหรับการฝึกตนเพื่อไปสู้ในพิธีบวงสรวงที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนการจะฝึกศิษย์สักคนไปต่อสู้ในงานพิธีขนาดใหญ่มันไม่ใช่เพียงการฝึกปรือเพียงปีสองปี
“เ้าคิดว่าเื่นี้ไม่ชอบมาพากล?”
#ท่านเข้าใจถูกแล้วเชียนเอ๋อร์ดูเหมือนสำนักผาทลายฟ้าจะมีบางอย่างที่ปิดบังอยู่อย่างไม่ต้องสงสัยบางทีถ้าหากเกี่ยวโยงกับตระกูลเส้าเราอาจจะไม่จำเป็ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวเพราะเส้าชิงหงมีคนรู้จักที่สำนักผาทลายฟ้าอยู่เยอะพอสมควร#
“บางทีเ้าอาจจะระแวงเกินไป”
#ก็อาจจะอย่างไรตลอดหลายปีที่ผ่านมาชื่อของข้าหนิงหลงก็ไม่เป็ที่พูดถึงของคนในตระกูลเส้าอยู่แล้วเอาเถอะเข้าไปเป็ศิษย์ที่นี่ได้ก็รู้เองว่าเป็เื่อันใด#
หลังจากที่ชายร่างสูงใหญ่บอกเล่าเื่ราวที่น่าสนใจไปมันก็ถอยหลังออกชายร่างผอมสูงใบหน้าตอบราวซากศพก็กล้าวเข้ามาแทน มันกระแอมเสียงดังเพื่อระงับความปั่นป่วนที่เกิดขึ้น
“เอาหล่ะๆพวกท่านทั้งหลายโปรดฟังเื่ราวต่อจากนี้ก่อน”เมื่อเอ่ยประโยคแรกทุกคนที่อยู่รอบบริเวณก็ค่อยๆเงียบเสียงลง “อย่างที่บอกไป การรับคัดเลือกปีนี้ล้วนแตกต่าง เช่นเดียวกันกับกฎการคัดเลือกศิษย์ย่อมต้องมีความเปลี่ยนแปลง” ว่าแล้วเสียงผู้คนก็เริ่มพูดคุยอีกครั้งหนึ่งชายร่างผอมสูงปล่อยให้พวกมันเสียงดังอยู่สักครู่ใหญ่ก็ยกมือขึ้นเป็เชิงปราม
“แต่ไหนแต่ไรมาสำนักผาทลายฟ้าทุกสาขาจะใช้การวัดพลังปราณและการใช้การต่อสู้รวมเป็ทั้งหมดสองรอบ แต่ว่าในปีนี้แตกต่างออกไปสิ่งที่เราจะนำมาพิจารณาในการคัดเลือกศิษย์ในปีนี้จะใช้หยกศิลา”ว่าแล้วชายร่างผอมก็ปลดศิลาของตนเองยกขึ้นมาก่อนจะพูดต่อไปด้วยท่าทีราบเรียบ “ทุกคนที่เข้าร่วมการคัดเลือกในปีนี้จะถูกพาไปที่ร่องเขา ‘เทพเ้าั์ตาสีเทา’ ที่นั่นมีหยกประจำตัวของสำนักผาทลายฟ้าสาขาจันทร์สมุทรสีเขียวคือศิษย์ชนชั้นธรรมดา สีแดงคือศิษย์ของสิบผู้าุโและสีขาวคือศิษย์ของท่านเ้าสำนัก สีเขียวมีอยู่ห้าร้อยชิ้น สีแดงมีอยู่สิบชิ้นและสีขาวมีอยู่เพียงชิ้นเดียวการที่พวกเ้าจะได้หยกหรือไม่ขึ้นอยู่กับฝีมือและวาสนาหวังเป็อย่างยิ่งว่าพวกเ้าทุกคนจะมีชีวิตรอดกลับมา การคัดเลือกจะเริ่มขึ้นอีกสามวันผู้ใดที่ประสงค์้าคัดเลือกก็ให้ไปลงทะเบียนที่ปากทางเข้าของปากทางเข้าร่องเขาเทพเ้าั์ตาสีเทาโชคดี” พูดจบทั้งสามคนก็เดินลงจากเวทีไปอย่างรวดเร็วตอนแรกหนิงหลงคิดว่าผู้คนจะโฮ่ร้องยินดี แต่ทว่ากับกลับกัน ทุกคนในลานกว้างต่างเงียบงันราวกับฟังข่าวร้ายข่าวหนึ่ง
“ช่องเขาเทพเ้าั์ตาสีเทางั้นหรือบ้าไปแล้วไปที่นั่นมีแต่ตายกับตายเท่านั้น”เสียงใครสักคนในหมู่ฝูงชนเล็ดรอดออกมาก่อนที่จะมีเสริมเติมเข้ามาอีกย่างต่อเนื่อง
“ที่ที่มีแต่ไอพลังปราณที่ชั่วร้ายใครมันจะกล้าไปที่นั่นกัน”
“มีแต่ผู้คนที่โง่เง่าเท่านั้นถึงเห็นว่าเื่นี้น่าสนใจเห็นทีสำนักผาทลายฟ้าเห็นชีวิตผู้เข้าทดสอบเป็เื่ตลกแล้ว”
“ใครบอกเล่า!!!การจะขึ้นเป็ศิษย์ของสิบผู้าุโกับท่านเ้าสำนักวิธีการต้องยากกว่าวิธีปกติอยู่แล้ว จะให้ใช้วิธีปกติได้อย่างไรเล่า” บางคนก็แย้งมา ทุกๆสรรพเสียงตีกันวุ่นวายอยู่พอสมควรหนิงหลงเมื่อรับฟังอยู่ครู่หนึ่งก็ค่อยๆแหวกฝูงชนกลับไปที่พักของตน
“เราเทพธิดาอยากทราบเหตุผลมานานแล้วทำไมเ้าต้องปักใจเลือกสำนักผาทลายฟ้าสาขาเมืองจันทร์สมุทรมีอีกมากมายหลายพรรคที่สามารถส่งเ้าเข้าสู่การต่อสู้ได้”เทพธิดาสาวกล่าวถามขึ้นในห้วงจิต
“เื่นั้นไว้เราเข้าไปที่นั้นได้แล้วข้าจะบอกเล่าเื่ราวให้ท่านฟังเองเื่นี้มันเกี่ยวโยงกับหอกเล่มหนึ่ง” หนิงหลงตอบง่ายๆทว่าแววตาของชายหนุ่มแสดงความมุ่งมั่นบางอย่างที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาตลอดครึ่งปีที่หนิงเชียนมาเป็ภรรยาเทพธิดาสาวเห็นท่าทีก็ไม่ได้ยืดความแต่อย่างใด
สองวันหลังจากนั้นนอกจากร่วมผนึกพลังปราณกับหนิงเชียนแล้วหนิงหลงก็ฝึกฝนเคล็ดกระบี่อย่างต่อเนื่องจนจวบถึงยามบ่ายของวันหนิงหลงจึงได้จัดส่งตัวยาที่สมบูรณ์ราวห้าร้อยเม็ดให้กับตระกูลฮวงเป็การลับหญิงสาวได้จัดจ่ายค่ามัดจำเป็จำนวนกว่าสิบห้าล้านเหรียญโดยแบ่งแยกเป็ตั๋วเงินเข้าไปในบัญชีชายหนุ่มและห้าล้านเหรียญเป็เงินสด หนิงหลงจัดเก็บไว้ในแหวนทมิฬแต่โดยดี และนอกจากนี้มันยังเป็เงินเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น!!!โดยอีกครึ่งจะให้อีกครั้งหลังจากที่จัดจำหน่ายเม็ดยาทั้งห้าร้อยเม็ดนี้ได้ซึ่งนางรับปากว่าในงานประมูลใหญ่ที่จะจัดอีกสามเดือนข้างหน้าเม็ดยาพลังเก้าสีจะต้องสั่นะเืทั่วทั้งอาณาจักรแน่นอนอย่างไรเสียหนิงหลงร้องขอให้ฮวงอิงปิดบังเื่ราวนี้เป็ความลับไม่ทราบแม้แต่คนในตระกูลฮวงเอง
หนิงหลงค่อยๆคืนสมาธิแววตาที่ปริ่มหลับของชายหนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้นมาเมื่อสายตารับภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าชายหนุ่มก็เห้นสตรีชุดสีฟ้าที่คุ้นเคยตอนนี้ใบหน้างดงามเหนือมวลมนุษย์ทั้งปวงจดจ้องหนิงหลงอย่างไม่ค่อยพอใจ
“อีกเพียงวันเดียวเ้าก็ต้องเดินทางเข้าไปที่ช่องเขาเทพั์ตาสีเทาเ้าไม่คิดจะไปเอาเสบียงหรืออะไรพวกนี้ที่ตลาดหรืออย่างไร”
“ไม่จำเป็ของพวกนั้นพวกเราหาเอาตามป่าเขาได้ไม่มีปัญหาอาจจะเป็เนื้อชั่วๆแต่ก็พอประทังชีวิตได้ยกเว้นเพียงแต่ว่าพวกเราจริงจังกับรสชาติมากเสียเท่านั้น”ว่าแล้วหนิงหลงก็เหลือบมองเทพธิดาสาวเล็กน้อยก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา “ท่านคงคิดถึงรสชาติบะหมี่ชามเล็กนั้นกระมัง”
“เฮอะ” นางสบถคำก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านปล่อยให้หนิงหลงนั่งขำอยู่ในใจ
ในค่ำคืนนั้นหนิงหลงเดินทางเข้าไปในตลาดอีกครั้งชายหนุ่มซื้อยูกยาเท่าที่จำเป็พร้อมทั้งบะหมี่อีกหลายชามเก็บไว้ในห้วงมิติของแหวนทมิฬจากคำอธิบายที่หนิงเชียนอธิบายให้ชายหนุ่มฟังแหวนทมิฬนั้นแตกต่างจากแหวนมิติอื่นๆเป็อย่างมากนอกจากจะเป็ช่องมิติที่ไม่รู้จักจบจักสิ้นแล้ว เวลาภายในช่องมิติล้วนหยุดนิ่งไปกล่าวให้เข้าใจง่ายก็คือ น้ำร้อน ไข่ดิบ หากเข้าไปอยู่ภายในมิติของแหวนทมิฬล้วนแล้วแต่คงสภาวะไม่สูญเสียความร้อนและไม่เสียไม่เน่า และที่สำคัญความสามารถที่ปกปิดซ่อนพลังของแหวนทมิฬนับว่าหากไม่เห็นตัวหนิงหลงนับเป็จางหายโดยสมบูรณ์
เมื่อถึงวันคัดเลือกคนนับหมื่นก็เดินทางมาที่ปากทางเข้าของช่องเขาจากที่คาดการณ์ว่าจะมีนับแสนคนกลับกลายเป็หลักหมื่น นับว่าช่องเขาเทพั์ตาสีเทาเป็ความโหดร้ายที่ทุกคนหวาดกลัวหนิงหลงเมื่อมาถึงก็นับว่าเป็กลุ่มสุดท้ายแล้วก็ว่าได้ด้วยเหตุนี้จึงยืนอยู่ไกลห่างจากหน้าประตูเป็อย่างมาก
ผู้คนมากมายต่างร่ำลาและให้กำลังใจเสียงสั่งเสียและฝากความหวังดังระงมไปทั่วทุกสารทิศ ถือว่าเป็ภาพที่แสดงออกถึงความสัมพันธ์ของผู้คนที่ดีมากทีเดียว
“ทุกๆคนโปรดฟัง” เสียงป่าวประกาศดังก้อง ทุกสรรพเสียงหยุดนิ่งลง “หลังจากนี้เจ็ดวันใครก็ตามที่หาหยกประจำตัวในระดับที่พอใจได้แล้วก็สามารถกลับมาที่ปากทางเข้านี้มอบมันแก่เ้าหน้าที่ก็เป็อันเสร็จพิธีคัดเลือก อย่างไรก็ตามหยกทั้งหมดมีจำกัดดังนั้นหากพวกเ้าต้องแก่งแย่งเพื่อให้ได้มันมานับว่าเป็การประลองที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แต่อย่างไรก็ตามอย่าให้ถึงแก่ชีวิต หากไม่แล้วคณาอาจารย์ทั้งหลายจะทำการสืบสวนและมือสังหารจะถูกขับออกไป และจะไม่พิจารณาให้มีสิทธิ์ฝึกยุทธิ์ที่สำนักผาทลายฟ้าอีกตลอดชีวิตทุกสาขา!!!” พูดจบเสียงนั้นก็เว้นไป่หนึ่ง “เริ่มได้!!!”
สิ้นคำประกาศผู้คนก็ทะยานเข้าไปด้านในโดยเร็วผู้คนหมื่นคนเมื่อวิ่งเข้าไปก็พบว่าราวกับฝูงมดฝูงแมลงฝูงหนึ่งหนิงหลงเองก็เช่นกัน ชายหนุ่มค่อยๆคืบคลานเข้าไปด้านในอย่างฉับไว
บริเวณเดียวกันเหนือพื้นดินหญิงสาวนางหนึ่งยืนนิ่งซ่อนกลายอยู่ภายในหมู่เมฆที่กำลังลอยล่องผ่านร่างกายไปชายสูงวัยผู้หนึ่งยืนอย่างสำรวมอยู่ด้านหลังราวกำบว่าสตรีผู้นี้เป็ผู้สูงส่งเชิงยุทธ์แน่นอนว่าการที่เหาะเหินเดินอากาศได้เช่นนี้พลังของพวกเขาย่อมต้องไม่ต่ำกว่าชนชั้นปราณฟ้า
“คุณหนูคุณหนูแน่ใจหรือว่าการทดสอบเช่นนี้จะตอบสนองห้วงความฝันของคุณหนูได้” ชายแก่ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สตรีที่อยู่เบื้องหน้ามันจดจ้องเหล่าแมลงที่วิ่งเข้าไปในช่องเขาอยู่ครู่ก่อนจะเอ่ยปาก
“‘ชีตัน’ เื่นี้เราเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนักแต่ว่าถ้าหากความฝันเป็จริงเราก็ต้องแสวงหาให้พบ ไม่ว่าจะต้องใช้อะไรก็ตาม จะด้วยชีวิตหรือจิติญญา….” น้ำเสียงของนางไพเราะสดใสแม้ไม่เย้ายวนฟังดูคล้ายเสียง์เช่นหนิงเชียน แต่ความไพเราะก็เทียบได้ถึงห้าส่วนเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามเงาร่างของนางก็ถูกบดบังไว้จนไม่อาจเผยโฉมออกมา
หนิงหลงหลังจากที่วิ่งเรียบเขามาตลอดหนึ่งชั่วยามความหนาแน่นของฝูงชนก็ลดลงเป็อย่างมากจนตอนนี้มีคนอยู่ในเส้นทางเดียวกันกับเขาเพียงร้อยเท่านั้น
“พวกมันออกค้นหาเป็หมู่คณะ” เสียงของหนิงเชียนแทรกขึ้นในห้วงจิตหนิงหลงกวาดสายตาดูก็พบว่าการเคลื่อนไหวของพวกมันเป็รูปแบบที่สอดคล้องกันดีราวกับว่าฝึกฝนร่วมกันมาดีพอสมควร
#ก็นับว่าไม่เกินความคาดหมายในภารกิจเช่นนี้การเดินทางเป็กลุ่มก้อนย่อมได้เปรียบกว่าหัวเดียวกระเทียมลีบ#
“ถ้างั้นหลงน้อยข้าว่าเ้าหลีกออกไปเส้นทางอื่นจะดีกว่า เพราะต่อให้พบเห็นหยกประจำตัวก็อาจจะต้องแย่งชิงกับพวกมันอยู่ดีบางทีอาจจะมีคนตกตายโดยปล่าวประโยชน์”
#ก็ดีงั้นเราก็มุ่งไปทางทิศตะวันตก ที่นั้นเป็เชิงผาติดขอบทะเลสัตว์อสูร์กึ่งน้ำกึ่งบกย่อมอันตรายกว่ามากจึงทำให้ผู้คนไม่ค่อยนิยมไป# ว่าแล้วหนิงหลงก็ะโขึ้นต้นไม้สูงก่อนจะใช้กิ่งไม้ห้อยโหนไปทางนั้นอย่างรวดเร็ว
เพียงครึ่งชั่วยามหนิงหลงก็พบว่าผู้คนแทบจะไม่มีแล้วมีบางครั้งที่เวลาเดินทางไปจะสวนกันไปมาบ้างแต่ก็แทบจะห่างออกไปเรื่อยๆสุดท้ายเมื่อเดินทางมากว่าสองชั่วยามหนิงหลงก็โดดเดี่ยวอยู่ท่ามกลางไม้ป่านานาพันธ์
“สัตว์อสูรแถบนี้ระดับชนชั้นปราณปฐีขั้นกลางฝีมือเ้าตอนนี้นับว่าไม่ลำบากอะไร แต่หากพบมากกว่าสามตัวขึ้นไปถ้าเราเทพธิดาไม่ช่วยก็อย่าหวังว่าจะมีชีวิตผ่านไปได้ แต่ก็ขอเตือนไว้ก่อนนะว่าสามีเราเทพธิดาย่อมต้องเป็ผู้ปกป้องหาใช่ขยะที่ใช้งานไม่เป็”
“โถ่ๆเชียนเอ๋อร์ เป็เมียข้าก็นานกว่าครึ่งปีแล้ว ทำไมไม่หัดพูดจาอ่อนหวานเสียบ้าง”หนิงหลงพูดยิ้มแย้มก่อนจะโหนกิ่งไม้ะโขึ้นสูงเพื่อตรวจดูว่าอีกไกลเพียงใดกว่าจะถึงขอบทะเล
“เราเทพธิดาจะอ่อนหวาน หรือแข็งกร้าวล้วนแล้วแต่อารมณ์เราไม่เกี่ยวข้องกันบทบาทไหนเราจะเป็ภรรยาเราเลือกเอง ตอนไหนเราเป็อาจารย์ เราก็ต้องเป็อาจารย์”
“อ่อนี่ท่านติต่างว่าเป็อาจารย์ข้าไปแล้วงั้นหรือ ให้ตายเถอะ นี่อาจารย์ข้าแยกขา…”พูดไม่ทันจบปราณสายหนึ่งก็กระแทกออกหนิงหลงจนเสียสมดุลร่วงหล่นลงไปบนพื้นกลิ้งหลุนๆไปไกลกว่าสิบวาทีเดียว
“แค่กๆ เชียนเอ๋อร์!ท่านจะฆ่าข้าหรืออย่างไร”
“เฮอะพูดจาสามหาว โดนแค่นี้นับว่าน้อยไป! เดินทางต่ออย่าได้กล่าววาจาไร้สาระอีก” เสียงหนิงเชียนแทรกขึ้นอย่างหงุดหงิด
“ฮึ่ม…”
และแล้วเมื่อเดินทางมาถึงลำธารสายหนึ่งหนิงหลงก็หยุดแวะเพื่อรับประทานอาหารเสียทีหนิงเชียนเมื่อถึงเวลานี้นับว่าเป็การปรากฏกายขึ้นครั้งแรกของนางร่างที่งดงามของนางถือถ้วยบะหมี่พร้อมทั้งนั่งลงโขดหินใหญ่พรางเท้าแช่น้ำอย่างมีความสุขหนิงหลงที่กำลังอิงต้นไม้อย่างอ่อนแรงจ้องมองนางราวกับตกอยู่ในภวังค์
“เชียนเอ๋อร์งดงามเกินกว่าจะมีอยู่บนโลกนี้จริงๆ…ถ้ามีใครรู้เื่นางเข้า…ทั่วทั้งอาณาจักรอาจจะต้องวุ่นวาย” หนิงหลงพึมพำคล้ายกับพูดอยู่กับตัวเองชายหนุ่มพินิจพิจารณาก็ต้องยอมรับว่า สตรีที่เรียกตนว่าเทพธิดานี้นับว่ายิ่งดูก็ยิ่งเสพติดความงามที่เพิ่มขึ้นทุกวันทุกคืน ในห้วงใจลึกๆของหนิงหลงพรางก่อเกิดความรู้สึกประหลาดกับความงามนี้มันเป็ความรู้สึกที่เรียกได้ว่า … หวาดกลัว
“หลงน้อยเ้าไม่กินอะไรหน่อยหรือ”หนิงเชียนร้องทักมาเมื่อเห็นสามีตนเองนอนอิงอยู่โคนไม้ใหญ่หนิงหลงเมื่อได้ยินก็ส่ายศรีษะก่อนจะหลับตาลงราวกับว่าขบคิดเื่สำคัญ
นานเท่าไหร่ไม่ทราบหนิงหลงก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องของสตรีคนหนึ่งเมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นหนิงเชียนยืนอยู่ด้านหน้าของเขาแล้วเทพธิดาสาวสอดส่ายสายตาไปมาก่อนจะเอ่ยกล่าว
“มีการต่อสู้อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ทางใต้ประมาณร้อยก้าวเป็สตรีสองนางกับชายหกคน ดูเหมือนพวกมันพยายามจะข่มเหง”น้ำเสียงของหนิงเชียนดูแล้วค่อนข้างแสดงออกว่าไม่พอใจหนิงหลงค่อยๆยันกายขึ้นก่อนจะกล่าวถาม
“พลังพวกมันอยู่ในขั้นใด”
“ผู้ชายมีสามคนอยู่ชนชั้นปราณสรรพธาตุขั้นหนึ่งอีกสองอยู่ขั้นสอง และคนที่เป็หัวหน้าอยู่ขั้นสามส่วนสองสาวอยู่ในชั้นหนึ่งเพิ่งบรรลุไม่กี่วันก่อนหน้านี้”สิ้นคำอธิบายหนิงหลงก็พยักหน้าเข้าใจ
“งั้นก็ไปกันเถอะ” ว่าแล้วทั้งสองก็มุ่งทะยานไป ไม่นานก็มาถึงลานโล่งเหนือลำธารน้ำ หนิงหลงะโมายืนอยู่บนขบไม้ห่างออกไปเล็กน้อยพร้อมสำรวจเื่ราวมันเป็แอ่งทรายสวยงามแอ่งหนึ่ง ดูจากร่องรอยแล้วดูเหมือนว่าสตรีงทั้งสองจะถอดเสื้ออาบน้ำกันอยู่ที่นี่ก่อนจะถูกคุกคามเข้าและเมื่อมองไปยังลานทรายก็เห็นสตรีสองนางที่กำลังเอาเสื้อผ้าที่ถอดมาปกปิดร่างกายไว้ทั้งสองหันหลังที่เปลือยปล่าวชนกันพร้อมกับมือหนึ่งกำชับกระบี่ชี้ออกไป
ชายวันสิบหกสิบเจ็ดปีหกคนตอนนี้ล้อมทั้งสองไว้หมดสิ้นทางหนีแววตาหื่นกระหายของพวกมันต่างจดจ้องไปที่หุ่นโค้งเว้าได้รูปของพวกนางใบหน้าที่งดงามราวกุหลาบแรกแย้มพลันสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“ฮ่าๆแม่สาวน้อย ในหุบเขานี้ล้วนแล้วแต่อันตราย ให้พวกพี่ดูแลน้องสักหกเจ็ดวันหรือไม่รับรองย่อมมีความสุขถึงสรวง์” ชายหัวล้านคิ้วหน้าเอ่ยอย่างชอบใจพวกมันทั้งห้าเมื่อได้ยินก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าครั่ง
“ฮ่าๆแน่นอนย่อมต้องขึ้น์ แต่พวกพี่มีเพียงหกคนดังนั้นแล้วอาจจะไม่ถึง์ชั้นเจ็ดแต่เป็ชั้นหก ฮ่าๆๆ” อีกคนกล่าวเสริมขึ้นพร้อมทั้งเดินเข้าใกล้สองสาวตอนนี้น้ำตาหลั่งรินพลันสะบัดกระบี่ไปมาอย่างอ่อนแรงการชยับตัวของพวกนางทำให้เสื้อผ้าที่ปิดบังสะบัดเผยให้เห็นจุดซ่อนเร้นต่างๆจนพวกมันทั้งหกร้องโฮ่อย่างหื่นกระหาย
ชายหัวโล้นเมื่อเห็นจุดซ่อนเร้นบ่อยเข้าพรางใช้มือถูไภที่เป้ากางเกงอย่างชอบใจภาพที่ปรากฏ กริยาที่พวกมันทำแม้แต่หนิงเชียนยังต้องกำหมัดแน่นหันหน้าหนี
และแล้วห้วงเวลาก็ถึงคราวชายสองคนด้านขวาก็ทะยานเข้าไปที่สองสาวทันทีวินาทีนั้นเงาร่างสายหนึ่งก็วิ่งผ่านพวกมันก่อเกิดเป็พายุสายหนึ่งกระแทกชายทั้งสองออกไปสิบกว่าวาทันทีพวกมันทั้งหมดที่กำลังย่ามใจพลันหน้าถอดสีถอยห่างเอ่ยถามโดยเร็ว
“ผู้ใดวะบังอาจสอดมือ!!!”เมื่อมองตามร่างไปพวกมันก็ต้องประหลาดใจกับชายหนุ่มคนหนึ่งหนิงหลงตอนนี้กำชับกระบี่แววตาจ้องมองพวกมันพร้อมจิตสังหารที่สะกดผู้คนทีเดียว
“ให้ตายเถอะเป็เพียงเด็กน้อยคนหนึ่งช่างกล้านัก!!! ปราณของเ้าก็แค่….” ชายร่างผอมคนหนึ่งพูดขึ้น และเมื่อมันกำลังใช้จิตสำรวจพลังชายหนุ่มก็ต้องชะงักไปเพราะสิ่งที่มันวัดได้เป็เพียงความว่างปล่าวเท่านั้น
“ไอ้หนุ่มพลังฝีมือเอ็งมันกระจอกจนวัดไม่ได้เลยงั้นหรือ ก่อตั้งขั้นหนึ่ง?”หนิงหลงไม่ตอบพรางหันหน้าไปทางสองสาวสะบัดกระบี่ขึ้นครั้งหนึ่งกำแพงทรายก็ก่อตัวบดบังพวกนาง
“สวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยเถอะ” หนิงหลงกล่าวเรียบๆ
“บังอาจนัก!!!” ชายผอมอีกคนที่อยู่ใกล้หนิงหลงคำรามอย่างไม่พอใจพร้อมทั้งใช้ฆ้วนขนาดใหญ่ฟาดลงที่ร่างของหนิงหลงทันทีชายหนุ่มก้าวเท้าเพียงสองก้าวก็หลบหลีออกไปอย่างง่ายดาย หนิงหลงสะบัดมือขึ้นเล็กน้อยทันใดนั้นกระบี่ไม้ก็วับมากำชับมือทันทีหนิงหลงสะกดพลังปราณเกิดไปไอคลื่นลักษณะกลมลอยล่องก่อนจะพุ่งไปกระแทกชายผอมคนนั้นอย่างรวดเร็วเมื่อมันเห็นท่าทีต่างก็ใะโถอยหลังออกไปราวสี่ถึงห้าวาแต่ว่าคลื่นกระแทกของหนิงหลงหาได้ลดละ มันพุ่งติดตามกระแทกชายผอมจนกระอักเืออกมาอย่างเ็ป
“ลูกพี่เห็นทีมันปิดซ่อนพลังไว้ด้วยกลเม็ดบางอย่าง!” ชายหน้าสิวพูดขึ้นพลันหันไปยังชายผอมซูบสูงยาวที่จดจ้องหนิงหลงอย่างจะกินเืกินเนื้อ
“อย่าไปเกรงฆ่ามัน!”มันออกคำสั่งพร้อมกับโหมโรงเข้ามา มันเสกฆ้อนขนาดใหญ่สีแดงมาในมือควงเป็ท่วงท่าหนักหน่วงราวกับพายุหนิงหลงที่ไม่ได้ประมาทสรุปได้ทันทีว่าพวกมันใช้วิชาฆ้อนทั้งหมดแถมสรรพธาตุที่ถือคลองก็เป็ธาตุวายุนั้นเอง
“ลิงพายุสีชาดออกมา!!!”ทั้งสามคนที่เหลือคำรามลั่นก่อนที่ชายที่ล้มลงไปอีกสามจะทะยานเข้ามาสมทบพวกมันก็ร้องขึ้นว่า
“ปลาวายุออกมา!!!”สิ้นเสียงเงาปราณวายุก็ก่อเกิดเป็ลิงกังขนาดเขื่องสามตัวลอยติดตามมาพร้อมปลาขนาดใหญ่ที่มีเขี้ยวและเขาบนหัวของมันอีกสามตัวค้อนที่หมุนวนก็ถึงกับรุนแรงขึ้น ลมพายุทำให้รอบๆบริเวณฝุ่นฝุ่งราวกับพายุก็ไม่ปาน
หนิงหลงไม่ได้ทำอันใดชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่ครู่จนกระทั้งค้อนั์ทั้งหกอยู่ห่างไปเพียงวาเดียววินาทีนั้นเองหนิงหลงก็สะบัดกระบี่ก่อเกิดเป็คลื่นบนห้วงอากาศทันใดที่พวกมันทั้งหกหมายว่าค้อนจะทุบร่างหนิงหลง ค้อนทั้งหกก็รู้สึกราวกับว่าตกอยู่ในห้องน้ำวนขนาดั์จอมจมไปอย่างไร้ทิศไร้ทาง
“บ้านะเกิดอะไรขึ้น!!!” ชายหัวล้านสบถ สิ้นคำค้อนของพวกมันก็กระแทกเข้าที่อกของพวกมันจนลอย่องกระเด็นไปทั้งหกเมื่อร่างกระแทกพื้นก็กระอักเือย่างเ็ป
“อะ…ไร…กัน”ชายผอมที่เป็หัวหน้าถามขึ้นพร้อมมองไปที่หนิงหลง ชายหนุ่มตอนนี้หายไปไม่ปรากฏแม้แต่กลิ่นอายของพลังปราณเช่นเดียวกันสตรีทั้งสองก็หายไปด้วย
หนิงหลงสองมือหอบร่างอรชรของสองสาวไว้ข้างๆขณะที่ทะยานไปตามขบไม้อย่างรวดเร็วไม่นานนักชายหนุ่มก็มาไกลกว่าห้าลี้จากจุดที่เกิดการต่อสู้ใบหน้าของหนิงหลงตอนนี้ซีดเซียวเืซิบออกตามมุมปากบ่งบอกให้เห็นถึงอาการาเ็ที่มากอยู่ทีเดียว
“เฮ้อทำอะไรไม่รู้ตัวเองะเิพลังชั่วพริบตาแบบนั้นสำหรับคนอย่างเ้านับว่าเสี่ยงกับอาการาเ็ยิ่งนักแต่ก็ถือว่าพัฒนา เพียงไม่นานก็ทราบแล้วว่ากระบี่ห้วงจักรวาลสามารถเพิ่มขีดพลังได้”
#แต่ก็ใช้พลังกายเยอะเหมือนกัน#
“ก็นะสำหรับฝีมืออันอ่อนด้อยของเ้าก็ถือว่าลำบากพอสมควรถ้าต้องใช้เคล็ด ‘จรัสร้อน’ ของท่าลำนำกระบี่ว่าแต่เ้าเอาแม่สาวสองคนนี้มาทำไม จะร่วมสังวาสกับนางรึ หน้าตาถือว่างดงามอยู่นะ” หนิงเชียนถามขึ้นอย่างอารมณ์ดี
#ในหัวของท่านคิดแต่เื่อันใดกันท่านก็รู้ว่าถ้าทิ้งพวกนางไว้มีแต่โดนข่มเหงเสียเท่านั้นยังจะแสร้งมาถามอีก#
“อืม…”
หนิงหลงร่อนกายลงบนก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่งชายหนุ่มคลายอ้อมแขนของเขาออกสองสาวก็ดีดตัวห่างออกไปโดยเร็ว ตอนนี้หนิงหลงเมื่อปราศจากความคิดฆ่าฟันก็ได้สังเกตสตรีทั้งสองอย่างถี่ถ้วนเป็ครั้งแรก
ทั้งสองนางใบหน้างดงาม ริมฝีปากบางชมพูร่างกายอรชรผิวขาวราวกับหิมะ ดวงตากลมโตสดใส จมูกรูปทรงได้รูปเมื่อตัดกับใบหน้ารูปไข่ก็ดูแล้วเข้ากันถือเป็สาวงามคู่หนึ่งที่หนิงหลงเคยพบมาหากไม่นับหนิงเชียน ดูแล้วอายุไม่น่าจะมากเรียกได้ว่าเพียงสิบสี่สิบห้าปีเท่านั้นนับว่าเด็กมากสำหรับการเข้าร่วมครั้งนี้ ทว่าที่หนิงหลงใก็คือทั้งสองใบหน้าล้วนคล้ายคลึงราวกับเป็คนเดียวกัน
“แฝด?”ชายหนุ่มอุทาน
“เรียนคุณชายพวกเราพี่น้องขอบคุณท่านมาก”ทั้งสองร้องพร้อมกันก่อนจะคุกเข่าลง สองแมพลันปรากฏน้ำตา หนิงหลงเห็นดังนั้นได้แต่ตะลึงลานก้าวเข้าไปพยุงโดยเร็ว
“หาเป็เื่ใหญ่แม่นางน้อยทั้งสอง ไม่ทราบว่าเื่เป็มาอย่างไร ลุกขึ้นเถอะ” สิ้นคำทั้งสองก็สบตากันก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นพรางเช็ดน้ำตา
“พวกเราพี่น้องแซ่‘หู่’ ชื่อหนิงกับเฟย” หญิงสาวด้านขวาตอบก่อนจะชี้มือที่ตนเอง “ข้าชื่อหู่หนิงเป็พี่สาวส่วนนางเป็น้องสาว” ว่าแล้วทั้งสองก็กำมือกันแน่น หนิงหลงเห็นท่าทีของเด็กน้อยทั้งสองได้แต่ถอนหายใจ
#ยังเป็เด็กน้อยอยู๋เลยเฮ้อ#
“พวกเราสองพี่น้องความจริงไม่ได้รับอนุญาตจากตระกูลให้เข้ามาทดสอบในปีนี้แต่ว่า…” ทั้งสองมองตากันก่อนที่หู่หนิงจะพูดต่อ “พวกเรา…หลายวันก่อนตระกูลหู่ของพวกเราเดินทางมาที่นี่เพื่อเข้าร่วมการคัดเลือกการรับเป็ศิษย์ของสำนักผาทลายฟ้าซึ่เป็ปกติประจำปีอยู่แล้วแต่ว่าเมื่อสามวันก่อนหลังจากที่ทางสำนักผาทลายฟ้าประกาศกูฏการรับสมัครใหม่โดยให้มาค้นหาหยกที่ช่องเข้าแห่งนี้ท่านพ่อของพวกเราก็สั่งห้ามและสั่งให้พวกเราเดินทางกลับเนื่องจากอันตรายเกินไปแต่ว่าคนในตระกูลคนอื่นๆที่อายุมากก็เข้ามาเพื่อทดสอบฝีมือกัน ข้าและหู่เฟยจริงๆพวกเราบรรลุปราณชนชั้นสรรพธาตุเมื่อไม่นานมานี้แต่ปิดบังเก็บไว้ด้วยเหตุนี้พวกเราจึงหลบหนีออกมาเพื่อเข้าร่วมการคัดเลือกเพราะตอนแรกเชื่อว่าฝีมือชนชั้นสรรพธาตุขั้นต้นก็เพียงพอ ไม่นึกว่านอกจากสัตว์อสูรแล้วยังต้อง….” หญิงสาวเมื่อพูดมาถึงจุดนี้ก็เหงาหงอยไปหนิงหลงเห็นว่าเื่ราวหลังจากนี้ชายหนุ่มพอที่จะคาดการณ์ได้จึงยกมือขึ้นเป็เชิง
“แล้วน้องสาวทั้งสองอายุเท่าใดอายุยังน้อยกลับบรรลุพลังถึงขั้นนี้แล้ว” จบคำถามสองสาวมองหน้ากันครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยบอกแทบจะเป็เสียงเดียวกัน
“สิบสามปี” หนิงหลงเมื่อได้ยินก็เบิกตากว้างแทบไม่เชื่อสายตาชายหนุ่มไม่นึกว่าพวกนางจะเด็กขนาดนี้ได้การบรรลุพลังชนชั้นสรรพธาตุเพียงอายุสิบสามปีนับว่าเป็เื่ที่น่าเหลือเชื่อไปอย่างมากอย่าว่าแต่หนิงหลง แม้แต่หนิงเชียนนางเองก็ค่อนข้างประหลาดใจอยู่เช่นเดียวกัน
#เชียนเอ๋อร์นางพูดความจริงงั้นหรือ#
“…เป็เช่นนั้นนับว่าเป็เื่ที่เราเทพธิดาไม่คาดคิดเหมือนกันในดวงดาวชั้นต่ำเช่นนี้การพบกับเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีแต่บรรลุชนชั้นปราณสรรพธาตุนับว่าน่าเหลือเชื่อมากโดยปกติแล้วจะเป็ไปได้ก็ต่อเมื่อพวกนางมีเส้นชีพจรชนชั้นจักรพรรดิเท่านั้นแต่ข้าตรวจสอบดูแล้วพวกนางเพียงมีเส้นชีพจรเพียงแค่ชนชั้นนักรบเท่านั้น” เสียงของหนิงเชียนตอบหนิงหลงในห้วงจิตชายหนุ่มมองสองสาวสลับไปมาก่อนจะยักไหล่ให้เดินตามไป
“ผู้คนนับว่ายากหยั่งจิตใจแม่นางน้อยทั้งสองเดินทางมาที่นี่แม้จะสามารถรอดพ้นจากสัตว์อสูรได้แต่ก็ไม่แน่ว่าจะหลบคนชั่วพ้นทั่วฟ้ามีผู้คนมากมายแต่การที่จะพบเจอคนดีๆที่ไว้วางใจนับว่าหาได้ยากเพียงแค่หยิบมือ”
“แต่ก็ยังมีพี่ชายผู้หนึ่ง” แฝดน้องเอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มยิงฟัน ใบหน้าของนางกลับมาสดใสเช่นเดิมแววตาสดใสของนางทั้งสองต่างหมองหนิงหลงอย่างชื่นชม ทันใดนั้นเสียงของหนิงเชียนก็ตัดขึ้นในห้วงของจิตหนิงหลงอย่างก้องกังวาล
“ชีพจรเทพพฤกษา!!!” น้ำเสียงของนางดังลั่นจนหนิงหลงต้องซัดเซไปเล็กน้อย
“พี่ชายเป็อะไรไปหรือ?” หู่หนิงถามโดยเร็วพรางรู้สึกเป็ห่วงชายหนุ่มเบื้องหน้าโดยไม่สามารถอธิบายได้
#เชียนเอ๋อร์ท่านจะะโอะไรดังขนาดนั้น#
“หลงน้อย ให้พวกนางโคจรพลังัักันเร็วตอนนี้เลย!!!” หนิงเชียนสั่งอย่างจริงจังหนิงหลงขมวดคิ้วลงเล็กน้อยก่อนจะหันไปทางสองสาวกล่าวยิ้มแย้ม
“แม่นางน้อยทั้งสองไม่ทราบลองโคจรพลังร่วมกันให้ข้าดูได้หรือไม่ข้าอยากรู้ว่าพวกเ้าาเ็มากน้อยเพียงไหน”จบคำร้องขอสองสาวมองหน้ากันปริบๆก่อนจะผสานมือขึ้นพร้อมหลับตากำหนดจิต วินาทีนั้นเองพลังปราณที่อบอุ่นสายหนึ่งพลันล่องลอยพลิ้วออกจากร่างมันเป็ปราณธาตุอัคคีอย่างไม่ต้องสงสัยไม่เพียงแค่นั้นความเข้มข้นของพลังยังนับว่าเข้มแข็งกว่าหนิงหลงที่เสพสังวาสกับหนิงเชียนทุกวี่วันนับร้อยนับพันเท่า
“ไม่น่าเชื่อ…พวกนางเป็ทายาทของเทพพฤกษาจริงๆ” หนิงเชียนอุทานขึ้น
#เทพพฤกษา?เทพผลึกษาอันใด สรุปพวกนางชีพจรชนชั้นไหนกันแน่ จักรพรรดิงั้นหรือ#
“โง่เง่าชีพจรเทพเช่นนี้ไหนเลยจะมีอยู่บนดาวเคราะห์โสโครกของเ้าเส้นชีพจรของนางเป็เส้นชีพจรเทพพฤกษา เป็เส้นชีพจรในโลกของเทวะและเซียน ตอนพวกนางแยกจากกันชีพจรถูกหลบซ่อนเป็เพียงชนชั้นนักรบแต่เมื่อผสาน เส้นชีพจรทั้งสองกลับกลายเป็เส้นชีพจรชนชั้นเทวะชัดเจนว่าพวกนางโดนผนึกพลังอยู่” หนิงเชียนอธิบาย
“เป็อย่างไรพี่ชายพวกเราไม่เพียงแต่แข็งแรง ยังแข็งแกร่งมากใช่หรือไม่ คิกๆ”หู่เฟยเอ่ยยิ้มแย้มก่อนจะหันไปหัวเราะกับพี่สาวตน หนิงหลงที่รับฟังหนิงเชียนอยู่พลันตกตื่นประหลาดใจ
“อ่าแน่นอนแม่นางน้อยทั้งสองช่างแข็งแกร่งมากนัก”
“พี่ชายแม้แต่บิดาพวกเรายังไม่เคยเห็นเราสองผสานพลัง นับว่าพี่ชายโชคดีนัก” หู่เฟยขยายความต่อ หนิงหลงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะถามต่อ
“ทำไมละพวกเ้ามีเหตุอันใดต้องปิดบังงั้นรึ”
“หาเป็เช่นนั้นพี่ชายพวกเราจริงๆแล้วเป็บุตรสาวของผู้นำตระกูลหู่แม้โดยปกติจะไม่ผสานพลังฝีมือและพลังของเราทั้งสองก็เพิ่มพูนสูงขึ้นมากอยู่แล้วแต่เมื่อผสานพลังด้วยกัน คล้ายกับว่าพลังของพวกเราก้าวะโอย่างน่าหวาดหวั่นพี่สาวข้านางเป็คนที่ฝีมือเหนือล้ำคนหนึ่งครั้งอายุสิบห้าปีนางก็บรรลุพลังชนชั้นสรรพธาตุได้เมื่อผู้อื่นรับรู้เื่ราว ความเก่งกาจของพี่สาวก็ชักนำเื่ราวแย่ๆมาสู่ตระกูลตอนนั้นตระกูล ‘เกา’ หนึ่งในตระกูลราชวงศ์ที่น่ารังเกียจก็มาสู่ขอนางไปเพราะอยากให้ไปเป็สะใภ้ของพวกมันพี่สาวของข้าต้องหลบหนีการแต่งงาน สุดท้ายนางต้องตกตายใต้เชิง ‘ผาดำ’ พวกข้าเห็นว่าความสามารถที่มากล้นของตระกูลเล็กๆมีแต่นำความชั่วร้ายเข้าสู่ตระกูลจึงได้ปิดบังอำพราง” ว่าแล้วทั้งสองก็มีหยาดน้ำตาคลอหนิงหลงเข้าใจว่าการที่คนที่เรารักจากไปมันเ็ปแค่ไหนว่าแล้วชายหนุ่มก็ดึงรั้งสองสาวเข้ามาโอบกอดไว้อย่างไม่รู้ตัวไม่มีแม้แต่คำพูดปลอบใจ
“เอาเถอะถ้าเช่นนั้นข้าจะไปส่งน้องสาวทั้งสองที่ปากทางเข้าเอง”จบคำสองสาวก็ผลักหนิงหลงออกโดยเร็วพร้อมทั้งเอ่ยปากแทบจะเป็เสียงเดียวกัน
“ไม่กลับ”น้ำเสียงของสองสาวจริงจังชัดเจน
“แต่ว่า…มันอันตรายเกินไป แม่นางน้อยทั้งสองแม้ครั้งนี้ข้าจะช่วยพวกเ้าได้ แต่ว่าหลังจากนี้หากข้าจากไปแล้ว…”
“พวกเราตัดสินใจแล้ว” หู่หนิงเอ่ยยิ้มแย้มหู่เฟยก็เช่นเดียวกันนางจ้องมองหนิงหลงดวงตาเป็ประกายด่อนจะเสริมขึ้นมา
“พี่ชายพวกเราจะติดตามพี่ชายไป ถือว่าเราเป็กลุ่มเดียวกันสำหรับการค้นหาครั้งนี้”
“ห๊ะ!” หนิงหลงอุทานดังพร้อมกันกับที่เสียงของหนิงเชียนแทรกเข้ามาในจิตของชายหนุ่ม
“เป็การดีหลงน้อยเ้าต้องรับนางเป็ภรรยาหากเ้าได้นางมาหลับนอนด้วยบางทีอาจเป็การนับหนึ่งสำหรับการซ่อมแซมเส้น…”
#ไม่เอา!!! ให้ตายเถอะเชียนเอ๋อร์ ท่านนี่ช่าง…อะไรๆก็หลับนอนทำไมมกหมุ่นเช่นนี้#
“หนอยเ้าหนิงหลง!!! เราเทพธิดาอุตส่าแนะนำเส้นทางสู่เทพยุทธ์ยังมาว่าเราเทพธิดางั้นก็โง่งมเป็คนชั้นต่ำอย่างนี้ต่อไปเถอะ!!!” ว่าแล้วหนิงหลงก็รู้สึกราวกับว่าบนอกมีปราณกระแทกสายหนึ่งจู่โจมมันรุนแรงพอที่จะให้หนิงหลงงอตัวอย่างเ็ปเลยทีเดียว
“พี่ชายท่านเงียบทำไมรึ” หู่หนิงถามขึ้น
“อ่อไม่ได้มีอันใด แต่อย่างที่ข้าบอก ต่อให้ไปกับข้ามันก็อันตรายอยู่ดีอย่างที่เ้าเห็นแม้จะช่วยพวกเ้าได้แต่ก็ต้องหลบหนีมาหากว่าเ้าศัตรูมากกว่านี้หรือแข็งแกร่งกว่าแม้ข้าสู้สุดฝีมือก็คงไม่อาจปกป้องพวกเ้าได้”คำพูดของหนิงหลงมีเหตุผล สองสาวมองหน้ากันอย่างเสียใจ แต่วินาทีนั้นสิ่งที่หนิงหลงไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นทันใด