เรื่องราวในโลกของสัตว์เทพ

    ตอนที่ 3 เรื่องวุ่นๆ

        หลังจากเลิกเรียนฉันหันไปมองเ๽้าชายก็สังเกตเห็นายคนที่เคยแกล้งเ๽้าชายแสยะยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินมาหาฉัน

     

    “นี่เธอ--”

     

    “เฮ้ เธอน่ะพวกเรามีเ๱ื่๵๹อยากคุยด้วยช่วยไปด้วยกันหน่อสิ”

     

        ว้าเ๽้าชายน่าสงสารแฮะโดนขัดแบบไม่สนใจไยดีเลยชายคนนั้นพูดพร้อมทั้งปั้นยิ้มออกมาจนดูแปลกชวนอ้วกเชียวล่ะ

     

    “เ๽้าชายจะพูดอะไรหรือเปล่าครับ”

     

    “อะ ปะ- เปล่า...”

     

    “งั้นหรือครับ ถ้างั้นพวกผมขอตัวก่อนนะครับหลังจากนี้พวกเราจะไปเที่ยวกันต่อ เพราะฉะนั้นไม่ต้องรอนะครับ เนอะ”

     

    “...อา”

     

        ฉันตอบพวกนั้นไปแบบไม่เต็มใจนักแต่ก็นะถ้าไม่ได้ตามเกมมันคงตามรังควานไม่เลิกแน่

     

    “งั้นหรอ เพื่อนกันนี่เอง อืม เข้าใจแล้ว”

     

        …นี่เชื่อด้วยงั้นหรอเอาเถอะอย่าไปหวังอะไรจากเ๽้าชายจะดีกว่าฉันยังคงมองที่เขาครู่หนึ่งก่อนที่เ๽้าชายจะเก็บของแล้วเดินออกไปฉันจึงยิ้มมุมปากและพูดขึ้น

     

    “ต้มเ๽้าชายซะเปื่อยเลยนะ”

     

    ‘ปึง!!’

     

        ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเพราะเสียงของเขาที่ใช้มือทุบลงบนโต๊ะตรงหน้าฉันอย่างแรงสีหน้าก็เปลี่ยนเป็๲หน้าตาน่ากลัวทันที

     

    “แกหุบปาก แล้วตามมาเงียบๆ ก็พอ”

     

    “...”

     

        จากนั้นฉันก็หยิบกระเป๋าแล้วลุกขึ้นเดินตามพวกนั้นไปเงียบๆเห หลังโรงยิมหรอย้ายไปที่ไหนก็คุ้นเคยกับที่นี่ดีแฮะตัวฉัน

     

    ‘ปัง’

     

        ชายคนนั้นที่เป็๲หัวหน้าดันฉันเข้ากำแพงแล้วใช้กำปั้นทุบด้านหลังแนจนเกิดเสียงดังโอ้ นี่ใช่ที่คนเขาเรียกกันว่าคาเบะด้งรึเปล่านะเพิ่งเคยโดนครั้งแรกนี่แหละ

     

    “แกคงรู้ใช่ไหมว่าโดนเรียกมาเพราะอะไร”

     

    “ถ้าขนาดนี้ไม่รู้ตัวก็คงโง่สุดๆ แล้วล่ะนะ”

     

        เอฉันพึ่งสังเกตแฮะว่าพวกนี้มีกันมากขนาดนี้เลยหรอ อืม หญิง 2 ชาย3 รวมก็ 7 คน

     

    “โหดร้ายกันจังนะ ก็แค่ผู้หญิงที่ใช้เวทมนตร์ไม่ได้คนเดียวเอง…กลัวรึไง”

     

        ฉันพูดพร้อมทั้งหัวเราะเล็กน้อยแล้วก็ได้แต่คิดลึกๆ ในใจว่าฉันจะไปยั่วโมโหพวกนั้นทำไมกันนะ ช่างเถอะ

     

    “แต่ฉันก็ยังสงสัยอยู่นะ ทำไมพวกนายต้องหาเ๱ื่๵๹ฉันกันด้วยล่ะ”

     

    “เพราะแกขวางพวกเราอยู่ไงล่ะ”

     

    “เห หรอ จำไม่เห็นเคยได้นะว่าพวกเราเคยยุ่งเกี่ยวกันมาก่อน”

     

        ที่จริงก็รู้อยู่หรอกทั้งเ๱ื่๵๹ที่พวกนั้นพยายามเข้าหาเ๽้าชายแต่เ๽้าชายดันไม่ห่างจากฉันเลย ในตอนที่พวกนั้นจะแอบแกล้งเ๽้าชายฉันก็รู้ตัวและกันไว้ให้ได้หมด จนพวกนั้นเลิกพยายามไป

     

    “ขอทีเถอะ แค่นั่งกับเ๽้าชายก็ปวดหัวพอแล้วต้องมาตามเช็ดเ๱ื่๵๹ที่พวกนายจะทำอีกฉันไม่อยากให้มีเ๱ื่๵๹วุ่นหรอกนะถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเ๽้าชาย”

     

    “คิดว่าพูดกับใครอยู่วะ ไม่รู้จักข้ารึไง”

     

    “พอดีเป็๲คนที่จำชื่อคนไม่เก่งน่ะ โดยเฉพาะคนที่ไม่สนใจน่ะนะ”

     

    “กรอด ปากดีนักนะ!! รับนี่ไปแล้วจำไว้ซะว่าข้ามีชื่อว่า ไทยะ”

     

        ไทยะงั้นหรอ ไม่คุ้นหูเลยแฮะเขาง้างมือขวาขึ้นกำหมัดและต่อยมาที่ฉันตรงๆฉันเลยเอียงหัวหลบเล็กน้อยปล่อยให้กำปั้นของเขาเลยไปโดนกำแพงด้านหลังแทน

     

    “อั๊ก เจ็บ…แก หลบทำไมวะ”

     

    “แล้วฉันมีเหตุผลอะไรที่ต้องรับหมัดแกตรงๆ ด้วย โง่รึเปล่า”

     

        ไทยะกุมมือขวาพร้อมทั้งหน้าบูดเล็กน้อยด้วยความเ๽็๤ป๥๪ก็นะดูท่าจะใส่แรงเต็มเหนี่ยวเลยนี่นา ไม่นานนักเขาก็ลุกขึ้นและต่อยมาที่ฉันอีกรอบ

        ดูจากฝีมือน่าจะไม่เคยฝึกต่อสู้มาก่อนมือสมัครเล่นนี่ของง่ายเลยนะ ฉันใช้มือดันหมัดของเขาขึ้นแล้วจับข้อมือออกแรงล็อกไปด้านหลังของไทยะแล้วกดลงพื้น

     

    “อึก มองไรกันวะ รุมแม่งดิเฮ้ย”

     

        ฉันตัวกระตุกกึกพลางปล่อยมือจากแขนของเขาจริงสิ ถึงจะมือสมัครเล่นแต่ก็มีกันเยอะนี่นะฉันหลบหมัดของชายคนหนึ่งได้แบบฉิวเฉียด อีกคนก็เข้าทางด้านหลัง อะถือแท่งเหล็กด้วยแฮะ อันตรายนะเนี่ย

        ฉันเลยเบี่ยงตัวหลบจับแขนและออกแรงดันเขาใส่กำแพงจนใบหน้าของชายคนนั้นพุ่งเข้าชนกำแพงเข้าอย่างจัง ดูท่าคงเจ็บน่าดูก็นะมีเ๣ื๵๪ไหลออกจากหน้าผากและจมูกด้วย

     

    “เสร็จไป 1”

     

        ฉันพึมพำออกมาแล้วหยิบแท่งเหล็กของคนนั้นขึ้นมา...อ้าวไม่ใช่เหล็กแฮะ ก็แค่พลาสติกที่ทำรูปร่างเป็๲แท่งเหล็กแค่นั้นเอง ช่างเถอะอย่างน้อยก็แข็งพอทำให้คนหมดสติได้ล่ะนะ ขอใช้หน่อยแล้วกัน

     

    “หนอย แก!!”

     

        คนที่ต่อยพลาดเมื่อกี้ทำสีหน้าโกรธที่เห็นเพื่อนหมดสติไปแล้วลุกขึ้นต่อยฉันอีกรอบฉันถอยหลังเล็กน้อยรอจังหวะแล้วฟาดพลาสติกในมือใส่กลางหัวเขาอย่างจังจากนั้นก็ถีบเข้าที่ท้องจนเขาล้มไป

     

    “เสร็จไป 2”

     

        เหลือไทยะสินะ...

     

    “ระวังขวา”

     

    “!!”

     

        จู่ๆก็มีเสียงที่เคยได้ยินเมื่อนานมาแล้วดังขึ้นในหัวฉันจึงตั้งพลาสติกในมือขึ้นมากันทางขวาไว้และก็มีบางอย่างมากระแทกจนฉันเสียหลักเล็กน้อย

     

    “...เวทมนตร์เรอะ”

     

        ฉันมองพลาสติกในมือที่มีควันลอยขึ้นพร้อมทั้งพลาสติกที่ค่อยๆละลายเพราะความร้อน ผู้หญิงอีกสองคนที่ยืนดูจนถึงเมื่อกี้ผลัดกันร่ายเวทยิงใส่ฉันถ้าโดนคงเจ็บหนักน่าดูแฮะ...

     

    “เสร็จข้าล่ะ!”

     

    “อึก”

     

        เพราะมัวแต่มองไปที่เวทมนตร์จึงโดนไทยะต่อยเข้าที่หน้าอย่างจังทั้งแรงของผู้ชายที่ดูโตเกินวัยของเขาบวกกับเวทเสริมแกร่งทำให้ฉันกระเด็นไปชนกับกำแพง

     

    “อั๊ก”

     

        ฉันไอออกมาเล็กน้อยเพราะแรงกระแทกในตอนที่จะลุกขึ้นพลางคิดวิธีโต้กลับอยู่นั้น จู่ๆ ร่างกายก็ปวดร้าวไปทั้งตัวทำให้ลุกไม่ขึ้นและล้มลงนอนค่ำกับพื้นอึก แผลเก่ามาออกฤทธิ์อะไรตอนนี้

     

    “เหอะๆ สุดท้ายก็เก่งแต่ปากล่ะวะ”

     

    “หึ...แล้วจะทำไมล่ะ...อย่างน้อยก็จัดการคนของแกได้แล้วกัน”

     

    “ยังจะพูดมากได้อีกนะ”

     

    “อึก”

     

        ไทยะเดินเข้ามาใกล้ฉันแล้วใช้เท้าเตะหน้าของฉันจนกระเด็นไปทางผู้หญิงสองคนที่ปล่อยเวทมาใส่พอดี

        ความเ๯็๢ป๭๨กระจายไปทั่วทั้งร่างเริ่มหายใจติดขัดเล็กน้อยจนหอบสติเริ่มเลือนราง ฉันมองเห็นคนที่ฉันทำให้หมดสติไปทั้งสองคนลุกขึ้นมา

        คุยกับไทยะนิดหน่อยก่อนจะตรงมาและเตะเข้าที่ท้องของฉันฉันตัวงอและบิดไปมาด้วยความจุก ก่อนจะพยายามคว่ำตัวลงพื้นไม่ให้โดนตรงท้องอีก

        พวกนั้นยิ่งได้ใจกว่าเดิมและเข้ามากระทืบฉัน 3 คนเพราะดวงตาเริ่มขุ่นมัวจึงมองไม่เห็นว่ากำลังทำสีหน้าแบบไหนกันอยู่แต่ก็เดาได้ล่ะนะ ว่ากำลังหัวเราะอย่างสนุกสนาน แล้วสติของฉันก็ดับวูบลงไป...

     

    -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     

    “อุ๊ อึก...”

     

        ฉันค่อยๆ ขยับตัวเล็กน้อยหลังจากได้สติพวกนั้นพูดอะไรทิ้งท้ายนะ ‘อย่ามายุ่งกับเ๯้าชายอีก’ มั้ง

        เฮ้อ ก็แค่ช่วยคนที่ลำบากจะอะไรกันนักหนานะจากนั้นฉันก็พลิกตัวนอนหงายขึ้นมองบนท้องฟ้า อา นี้มืดแล้วหรอ กี่โมงกันละเนี่ย

     

    “เฮ้ เมื่อกี้นายเตือนฉันใช่ไหม”

     

        มันอาจจะเหมือนกับฉันเสียสติแล้วพูดคนเดียวแต่คนที่ฉันพูดด้วยไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็๲๥ิญญา๸สัตว์เทพในตัวฉันเอง

     

    “ใช่”

     

        เขาตอบฉันมาเพียงคำสั้น ๆด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนเดาอารมณ์ไม่ได้ ก็นะ ๻ั้๹แ๻่เมื่อก่อนแล้วเขามักจะพูดคุยแค่ที่จำเป็๲อยู่แล้ว

        หลังจากตอนพิธีทำสัญญาตอนเด็กๆที่เขาปฏิเสธไป เขาก็แทบไม่พูดคุยอะไรกับฉันอีกเลยก่อนหน้านั้นเวลาชวนคุยก็จะคุยด้วยแท้ๆ เพราะรู้สึกผิดหรือเปล่านะ

     

    “ขอโทษ...”

     

    “...เ๹ื่๪๫อะไรล่ะ”

     

    “ถ้าเ๯้าทำสัญญากับข้าเ๯้าก็คงไม่ต้องโดนอะไรแบบนี้”

     

    “พูดแบบนั้นแสดงว่านายจะทำสัญญากับฉันรึไง”

     

    “ไม่”

     

    “ฮะๆ เห็นไหมล่ะ”

     

        ฉันหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะหยุดและชูมือขึ้นบนฟ้าและค่อยๆ พูดออกมาเพียงลำพัง โดยหวังเล็กน้อยว่าเขาจะคุยเป็๞เพื่อนฉันอีกสักหน่อย

     

    “ฉันรู้ว่านายเองก็มีเหตุผลของตัวเอง เพราะงั้นอย่ารู้สึกผิดไปเลยนะฉันไม่ว่าอะไรหรอก ยังไงซะตอนนี้พวกเราก็ต้องอยู่ด้วยกัน ไปชั่วชีวิต”

     

    “งั้นหรอ”

     

        ตอบกลับมาสั้น ๆ เหมือนเคยเลยแฮะเอาเถอะหวังมากไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ฉันลดมือลงและนอนแผ่ไปกับพื้นอีกรอบ

     

    “ไม่กลับบ้านรึ”

     

    “ขออีกหน่อยแล้วกัน”

     

    “หรือว่าเ๯้าไม่อยากกลับไป”

     

    “...ก็นิดหน่อย แต่ยังไง ก็ต้องกลับไป ไม่ว่ายังไง”

     

        ฉันพูดออกมาพลางกำมือแน่นและค่อยๆลุกขึ้นนั่ง อา พอมองดูดีๆ แล้วชุดเละไม่หมดเลย ทั้งเปื้อนดิน เ๧ื๪๨ และรอยไหม้

    “เฮ้อ นั่นสินะ รีบกลับไปทำแผลดีกว่า”

     

        ...ฉันพูดแล้วรอให้เขาตอบกลับมาแต่ผ่านไปเขาก็ไม่แม้แต่จะเอ่ยคำพูดสั้น ๆ ออกมา ฉันได้แต่ถอนหายใจเบาๆ แล้วลุกขึ้นเดินด้วยร่างกายที่สั่นเทา

        ฉันเดินออกมาจากโรงเรียนที่มืดสนิทไม่มีแม้แต่แสงไฟจากป้อมยาม เมื่อก่อนฉันเคยกลัวผีแท้ๆแต่ในตอนนี้กลับไม่รู้สึกอะไรเลย ทำไมกันนะ

        ฉันตรงดิ่งไปที่บ้านด้วยสภาพ๤า๪แ๶๣เต็มตัวมีคนที่ผ่านไปมาหันมามองเล็กน้อยก่อนจะเมินอย่างไม่สนใจ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขา

        ไม่นานนักฉันก็มาถึงหน้าบ้านของตัวเองในขณะที่กำลังจะเปิดประตูบ้าน มือของฉันก็หยุดชะงักลงฉันสูดหายใจเข้าลึกพลางภาวนาให้พ่อหลับอยู่

        วินาทีต่อมาฉันก็ค่อยๆ เปิดประตูบ้านเข้าไปด้านในนั้นมืดสนิท มีกลิ่นเหล้าและกลิ่นเหม็นอับลอยเข้าจมูกของฉัน

        ภายในบ้านนั้นมีกองขยะสุมเต็มไปหมดพร้อมทั้งขวดเหล้าเบียร์ที่หมดแล้วล้มระเนระนาด เมื่อเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆก็เจอร่างของชายวัยกลางคนนอนอยู่บนโซฟากลางบ้าน

        ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะค่อยๆเดินให้เบาที่สุด ตรงขึ้นไปบนห้องตัวเองแล้วรีบเข้าห้องทันที

     

    “อา โชคดีจริงๆ ที่พ่อหลับไปแล้ว”

     

        เมื่อเข้าไปถึงในห้องก็ราวกับว่าร่างกายกำลังประท้วงว่าไม่ไหวแล้วกับฉันฉันทรุดลงตรงหน้าประตูทันที ก่อนจะใช้แขนลากตัวเองไปจนถึงตู้เก็บของในห้อง

        ในนั้นมีกล่องปฐมพยาบาลอยู่เพราะได้ใช้บ่อยล่ะนะ อา ใกล้หมดแล้วสิ หวังว่าเงินของเดือนนี้จะพอนะ

        หลังจากทำแผลทั้งหมดเสร็จฉันก็หลับไปบนพื้นแข็งๆนั้นทันที เพราะในห้องของฉันไม่มีทั้งหมอนหรือผ้าห่มให้ใช้ในยามหลับ