ตอนที่ 3
เหตุเกิดจากความซุ่มซ่าม
นิ้วมือเรียวยาวของจินเลี่ยงหรงค่อยๆ คลายตัวออกจากต้นแขนของไป๋จางลี่
“ข้าหนาวแล้ว รีบไปหาอาภรณ์ชิ้นใหม่มาผลัดเปลี่ยนให้ข้า” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาหลังจากเงียบอยู่นาน
ลำตัว่บนของเ้าสำนักเปลือยเปล่าและมีหยดน้ำเกาะ หากแต่ไม่ได้ทำให้ใบหน้างามแดงระเรื่อดังเช่นคราแรกอีกต่อไป กล้ามเนื้อสวยงามไม่ได้ทำให้ใจดวงน้อยไหวสั่นเหมือนในยามที่เห็นเขาเดินขึ้นมาจากสระ เนื่องเพราะความรู้สึกของสตรีที่เป็สาวใช้กำลังไม่พอใจและยังโกรธจินเลี่ยงหรงอยู่
“นิ่งอยู่ไย เหตุใดไม่ทำตามคำสั่งของข้า”
เขาปฏิบัติกับนางราวกับเมื่อครู่ไม่ได้เอ่ยวาจาเสียดแทงเข้าไปในจิตใจของสตรี
“ข้าเป็เพียงของบรรณาการที่ท่านไม่้า ข้าจะกลับสำนักเดิมเ้าค่ะ” ไป๋จางลี่เองก็เช่นกัน นางทำราวกับไม่ได้ยินคำสั่งของเ้าสำนักจิน
บุรุษหนุ่มทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ บ่งบอกว่าไม่สบอารมณ์เป็อย่างมากหลังจากได้ฟังคำเอ่ยของสตรีที่บอกว่าตัวเองเป็สาวใช้
“แล้วเหตุใด คราแรกเ้าบอกกับข้าว่าตนเองได้รับหน้าที่ให้มาดูแลหอคัมภีร์ เ้าก็ทำหน้าที่ของเ้า จะสนใจสิ่งอื่นเพื่อสิ่งใด”
“ข้าไม่ได้สนใจสิ่งอื่น”
“ไม่สนใจสิ่งอื่น แล้วเหตุใดถึงร่ำร้องแต่จะกลับสำนักเดิม”
“นั่นก็เพราะท่านไม่้าข้า”
“นี่อย่างไร เ้าสนใจสิ่งอื่น”
“...” ไป๋จางลี่อยากจะเถียงออกไปใจแทบขาด แต่ก็ทำได้เพียงอ้าปากค้างตะลึงงันว่าเขาเอ่ยออกมาเช่นนี้ได้อย่างไร แล้วขยับริมฝีปากขมุบขมิบ แอบด่าคนที่เคยปากร้ายกับนางแต่กลับทำเฉไฉ บอกว่าไม่ให้นางใส่ใจคำพูดของตนได้อย่างหน้าตาเฉย
“ไปทำตามสิ่งที่ข้าบอกเถิด” จินเลี่ยงหรงวกกลับมายังคำสั่งก่อนหน้า
ไป๋จางลี่ไม่ค่อยพอใจเท่าใดแต่หากคิดไปถึงผลได้ผลเสียแล้ว ถ้านางยังดื้อดึงว่าจะกลับสำนักเดิมก็คงไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะที่เก่าก็ไม่ค่อยอยากจะมีนางอยู่ในสำนักมากนัก ถึงได้นำตนมามอบเป็ของบรรณาการให้แก่บุรุษปากร้ายผู้นี้
คิดได้ดังนั้นไป๋จางลี่จึงตัดสินใจทำตามคำสั่งของเ้าสำนักจิน นางเดินไปยังเสาที่ห้อยอาภรณ์ซึ่งอยู่อีกด้านของสระน้ำ แต่แล้วก็เหมือนเบื้องบนกลั่นแกล้ง ความซุ่มซ่ามของนางเป็เหตุให้เท้าที่กำลังก้าวย่าง ลื่นไถลและตกลงไปในสระจนเปียกปอน
เสียงหัวเราะดังขึ้นอย่างพอใจจากบุรุษที่ยืนมองอยู่ขอบสระน้ำ ไป๋จางลี่มองค้อนอย่างขุ่นเคืองเมื่อเห็นคนปากร้ายคอยเยาะเย้ยในความผิดพลาดของนาง และเจ็บใจไม่น้อยที่ตัวเองไม่ระมัดระวังจนพลาดท่า ตกลงมาในน้ำให้เ้าสำนักได้ขำขัน
จินเลี่ยงหรงขยับเท้าเข้าไปใกล้ขอบสระ จากนั้นจึงนั่งยองๆ และเอื้อมมือไปช้อนของเหลวสีน้ำนมขึ้นมาเล่น พร้อมกับมุมปากที่ยกยิ้ม
“น้ำนี้ดีต่อร่างกาย ถ้าเ้าอยากลงแช่ เหตุใดไม่บอกข้าก่อนเล่า” น้ำเสียงแฝงประชดประชัน เอ่ยออกมากระทบกระแทกสตรีซุ่มซ่าม
ไป๋จางลี่ค่อยๆ เดินเข้ามายังขอบสระ หมายจะปีนขึ้นไปและกลับเรือนซูผิงเพื่อผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เสียใหม่ แต่แล้วความคิดหนึ่งของนางก็แล่นเข้ามาในหัวพอดิบพอดี มุมปากบางกระหยิ่มยิ้มและแอบซ่อนไม่ให้บุรุษที่เอ่ยวาจาเย้ยเยาะตน ได้เห็นแววชั่วร้ายที่นางจะกระทำในเวลาไม่ช้านี้
แต่...
“อย่าแม้แต่จะคิด” เสียงทุ้มพลันเอ่ยดักทางเอาไว้ก่อน “สตรีโง่งมเช่นเ้าอ่านง่ายเสียยิ่งกว่าตำรากระบี่ในหอคัมภีร์แห่งนี้เสียอีก
“ท่านรู้ได้อย่างไรกัน” ไป๋จางลี่แอบสงสัย
“หึ” แต่เ้าสำนักกลับไม่ตอบและทำเสียงหัวเราะในลำคอออกไปแทน
จินเลี่ยงหรงเชยปลายคางของสตรีที่กำลังจะเข้ามาดึงเขาให้ตกลงไปในสระน้ำ มองปราดเดียวความรู้สึกนึกคิดที่ไป๋จางลี่รำพึงในใจ มีหรือเ้าสำนักผู้เป็ถึงประมุขของยุทธภพอย่างเขาจะไม่รู้
“ท่านเ้าสำนักสามารถอ่านใจคนได้หรือเ้าคะ”
“ไม่มีผู้ใดสามารถอ่านจิตใจของคนอื่นได้หรอก”
“แล้วเหตุใดถึง...”
“อากัปกิริยาของเ้าช่างอ่านง่ายนัก ของบรรณาการโง่งมเอ๋ย”
เ้าสำนักจินใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือเคล้นคลึงปลายคางมนเล่น ในขณะที่สายตาก็จ้องมองใบหน้าเนียนใส ด้วยแววตาที่ทำให้ไป๋จางลี่รู้สึกร้อนวูบวาบอย่างไรชอบกล
กลิ่นอิงฮวาช่วยปลดปล่อยความรู้สึกให้ผ่อนคลาย หอมอ่อนๆ ลอยอบอวลมาตามสายลมซึ่งพัดผ่านหน้าต่างเข้ามาต้องจมูก ความเย็นจากสายน้ำในสระ ไม่ได้ช่วยให้ใบหน้าที่กำลังเห่อร้อนของไป๋จางลี่ทุเลาลงได้เลย
“น้ำร้อนหรือ” แม้ว่าจะรู้ทั้งรู้ว่าสตรีตรงหน้ากำลังรู้สึกเช่นไร แต่จินเลี่ยงหรงก็ยังทำเฉไฉและเอ่ยถามออกไปว่าสาเหตุที่ใบหน้าของนางแดงก่ำ ก็เพราะน้ำในสระที่กำลังแช่อยู่นี้...ร้อน
“ป...ปล่อย...ม....มือ...อ...ออกไปเถิดเ้าค่ะ ข้าอยากขึ้นไปเปลี่ยนอาภรณ์แล้ว”
“ทีข้าบอกให้เ้าไปหาอาภรณ์มาให้ข้าผลัดเปลี่ยน เ้ายังทำอิดออดและไม่ทำตามคำสั่ง แล้วตอนนี้ไยข้าถึงต้องทำตามเ้าด้วยเล่า”
“ได้โปรดเถิดนะเ้าคะ”
เสียงอ่อยเปล่งออกไปอ้อนวอนบุรุษเ้าเล่ห์ ไป๋จางลี่อับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าหันไปทิศทางใดแล้ว หัวใจเ้ากรรมก็เต้นแรงเสียจนกลัวว่ามันจะทะลุออกมาจากอก และยิ่งได้เห็นแววตาที่เ้าสำนักใช้มองนาง ร่างกายก็ยิ่งร้อนรุ่มดั่งกำลังแช่อยู่ในสระเพลิง หาใช่สระน้ำเย็นดั่งความเป็จริงไม่
“ข้าจะปล่อยเ้าไปก็ได้ แต่ต้องรับปากกับข้ามาก่อน” ข้อแลกเปลี่ยนถูกเสนอเป็ข้อต่อรอง
“สิ่งใดหรือเ้าคะ”
“...”
“ว่าอย่างไรเ้าคะ ท่านเ้าสำนัก” เมื่อไม่ได้ยินคำเอ่ยสักที ไป๋จางลี่จึงเอ่ยถามซ้ำ
“ไปเปลี่ยนอาภรณ์ก่อนเถิด กลับมาเ้าก็จะรู้เอง”
แม้ศีรษะจะยังมึนงงแต่ร่างกายไม่รีรอคอยท่าสิ่งใด นางรีบเคลื่อนตัวขึ้นจากสระกลับเรือนซูผิงด้วยกลัวจะแสดงกิริยาให้เขาล่วงรู้ความนัยไปมากกว่านี้
ทั้งๆ ที่โดนดูถูก ทั้งๆ ที่ถูกตราหน้าว่าไม่เป็ที่้า เหตุใดหัวใจถึงได้สั่นไหวแค่เพียงได้อยู่ใกล้เขากันนะ…