ไทก้าที่ดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ จึงเอ่ยถามบีไป "เหตุใดเ้านั่นถึงเข้ามาหาเื่เ้ากัน?"
"เ้านั่นเป็ญาติผู้พี่ของข้าเอง ในตระกูลข้าทุกปีจะมีการทดสอบวัดพลังฝีมือของผู้ที่มีอายุั้แ่สิบสี่ปีขึ้นไป เพื่อดูการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของคนรุ่นใหม่ หากใครก็ตามที่พัฒนาฝีมือได้เร็วที่สุดและมีพลังฝีมือดีที่สุด จะได้รับพิจารณาเลือกเป็ผู้สืบทอดตระกูลและผู้าุโในตระกูลต่อไป ในปีที่แล้วข้าแพ้ั้แ่เริ่มเข้าแข่งขัน และคนที่สู้กับข้าคนแรกคือ เฟนนิค เรย์ เ้าหมอนี่แหละ แถมเ้าหมอนี่ยังชนะเลิศอีก และหลังจากนั้นข้าก็โดนดูถูกมาตลอด หากไม่ใช่เพราะกฏของตระกูลที่ห้ามต่อสู้กันนอกจากการท้าประลอง ป่านนี้ข้าคงท้าสู้เ้านั่นหลายครั้งแล้ว"บีเล่าให้กับไทก้าฟังพร้อมกับถอนหายใจเล็กน้อย
ไทก้าได้ฟังก็พอเข้าใจเหตุการณ์อยู่บ้าง การชิงดีชิงเด่นมีอยู่ในทุกที่ไม่เว้นแม้แต่ในตระกูล คนเก่งเท่านั้นที่จะอยู่เหนือผู้อื่น แต่คนมีคุณธรรมต่างหากที่คบหาได้
"เ้าไม่เป็ไรนะ" ไทก้าพูดออกมาพร้อมกับเอามือแตะไปที่บ่าของบี
"ข้าเริ่มจะชินกับพฤติกรรมของเ้านี่แล้วล่ะ รอให้ถึงวันประลองก่อนเถอะข้าจะพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นเองว่าข้าพัฒนาขึ้นแค่ไหน "บีหันหน้าไปพร้อมกล่าวกับไทก้า
ในตอนนี้เป็เวลารอการทดสอบทั้งสองคนจึงละเื่ราวอื่นๆ เอาไว้ก่อน และเฝ้าดูผู้ทดสอบคนอื่นๆ มีทั้งคนที่ผ่านการทดสอบด้วยการเปลี่ยนรูปเพียงธาตุเดียว และไม่ผ่านการทดสอบ ส่วนใครที่สามารถเปลี่ยนรูปพร้อมกันสองธาตุในครั้งแรกได้ นับว่าเป็อัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยากในหนึ่งพันปีจะมีสักหนึ่งคน และในปีนี้ผู้ที่เข้าถึงธาตุพร้อมกันสองธาตุในเวลานี้กลับปรากฎขึ้นด้วยกันถึงสองคน คนแรกเป็ผู้หญิงผมสีดำ หน้าตาสวยงาม มีชื่อว่า มอนน่า เธอมาจากตระกูลใหญ่ ส่วนคนที่สองเป็บุตรชายของผู้าุโภายในสถาบัน ซึ่งทั้งสองคนถูกเลือกให้เป็ศิษย์ชั้นในทันทีและยังได้รับการดูแลจากอาจารรย์ระดับพิเศษ ซึ่งอาจารย์ระดับพิเศษจะมีด้วยกันทั้งสิ้นหนึ่งร้อยคนในสถาบัน
"ดูนั่นสิ ผู้หญิงคนนั้น?" ทันใดนั้นคนที่รอทดสอบอยู่อุทานขึ้นและชี้ไปที่ผู้หญิงผมม่วง รูปร่างหน้าตาของเธอสวยงาม แต่งกายหรูหรา มีผู้ติดตามและฐานะดูแล้วไม่ธรรมดา
"เธอสามารถเปลี่ยนรูปร่างของธาตุพิเศษได้!"
"จริงด้วย!"
"เธอมาจากตระกูลอสนีบาต ลูกสาวของท่านเ้าเมือง มีชื่อว่า วิชชุ นารา"
"สุดยอดจริงๆ ข้าเพิ่งเคยเห็นกับตาก็วันนี้แหละ"
เหล่าผู้คนที่อยู่ในนี้ต่างตกตะลึง รวมถึงบีด้วย
"ธาตุพิเศษ! คืออะไรงั้นรึ?" ไทก้าหันไปถามบีด้วยความสงสัย
ผู้คนที่อยู่รอบๆหันหน้ามองมายังไทก้าแทบจะด้วยสายตาเดียวกัน'เ้านี่โผล่มาจากที่ไหนถึงได้ไม่รู้จักธาตุพิเศษกัน?'
บีหันมองไทก้าและยิ้มเล็กน้อยก่อนตอบ "อืม…นอกจากธาตุหลักที่ทุกคนฝึกแล้ว จะมีธาตุอยู่หลายชนิดที่ไม่สามารถฝึกได้ แต่จะมีติดตัวมาแต่กำเนิดเฉพาะในคนผู้นั้น เช่น ธาตุสายฟ้า ธาตุแห่งแสง ธาตุความมืด ธาตุมิติ ธาตุไม้ และมีอีกหลายธาตุ ซึ่งจำเป็ต้องฝึกแบบพิเศษเท่านั้น เพราะวิชาของสถาบันทั่วไปยังมีอาคมที่ใช้ฝึกกับธาตุพิเศษอยู่เพียงน้อยนิด ซึ่งส่วนใหญ่คนที่มีธาตุพิเศษจะมาจากราชวงศ์เทพ หรือตระกูลสัตว์โบราณทั้งสิบ แทบทั้งสิ้น ส่วนคนทั่วไปนั้นจะพบธาตุพิเศษมีเพียงหยิบมือเท่านั้น"
"แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเธอคนนั้นเป็ธาตุพิเศษแบบใดกัน?"ไทก้าถามต่อ
"หากศิลาธาตุพิเศษเป็สีขาวสว่างจะเป็ธาตุแสง สีดำธาตุมืด ธาตุอื่นๆ ข้าเองก็ไม่รู้ แต่เ้าสามารถเข้าไปหาดูในหอหนังสือของสถาบันได้ ส่วนของนางเป็สีม่วง นั่นเป็สีของธาตุสายฟ้า" บีค่อยๆ อธิบายให้ไทก้าฟัง
"ธาตุสายฟ้างั้นรึ? คงต้องหาทางสนิทไว้แล้ว"ไทก้ากล่าวออกมาเบาๆพร้อมกับแสยะยิ้ม
"เ้าบ้ารึป่าวไทก้า แค่เ้าคิดที่จะเข้าใกล้นาง คงถูกผู้คุ้มกันนางจัดการเ้าแน่ๆ และนางเป็ถึงลูกสาวของท่านเ้าเมืองอีกต่างหากเ้าจะเข้าไปจีบนางมันไม่ง่ายหรอกนะไทก้า" บีกล่าวกับไทก้าทั้งยังรู้สึกนับถือในความกล้าของไทก้าที่คิดจะไปจีบลูกคุณหนูอีกด้วย
"เ้าเข้าใจผิดแล้วบี ข้าเพียงแค่้าให้นางช่วยบางอย่างเท่านั้น"ไทก้ารีบตัดบททันที
"ฮ่าๆ โทษที ข้าเข้าใจผิดไปเอง แต่การที่เ้าจะพบนางได้นั้นคงยากหน่อย ในตอนนี้นางได้เข้าเป็ศิษย์ชั้นในแล้ว ศิษย์ทั่วไปอย่างเราคงไม่สามารถเข้าไปในเขตศิษย์ชั้นในได้"บีกล่าวออกมาเบาๆ
พูดคุยกันได้สักพักไทก้ามองไปรอบๆกลับไม่เจออารีนเลยแม้แต่น้อย
"น่าจะอยู่เขตอื่นล่ะมั้ง ไว้ได้เป็ศิษย์แล้ว ข้าค่อยไปหานางละกัน"ไทก้าพรึมพรำเบาๆ
"เ้าหาใครอยู่รึ?"เห็นไทก้ามองไปรอบๆอยู่หลายครั้งบีจึงถามขึ้นด้วยความสงสัย
"ข้าหาคนรู้จักอยู่หน่ะ นางบอกว่าเป็ศิษย์ชั้นกลางของที่นี่ แต่ข้าคิดว่านางคงอยู่ที่เขตทดสอบอื่น"ไทก้าตอบกลับเบาๆ
"คนรู้จักงั้นรึ?"บีอุทานขึ้น
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุยกันอยู่นั้น"โฟล์ก ไทก้า"เสียงเรียกจากอาจารย์ที่รับหน้าที่ทำการทดสอบ
ไทก้าเดินมายืนอยู่ตรงกลางศิลาทั้งห้าก้อนที่ลอยอยู่ด้านหน้า ซึ่งมีสีแตกต่างกันห้าสี สี่ก้อนแรกไทก้านั้นเคยพบเห็นมาก่อนในตอนที่ทดสอบการฝึกครั้งแรกของไทก้า ส่วนก้อนสุดท้ายเป็ก้อนลักษณะเป็สีรุ้งนั่นคือศิลาแห่งธาตุพิเศษ
"เอาล่ะเริ่มการทดสอบได้"อาจารย์บอกกับไทก้า
ไทก้ายืนนิ่ง จากนั้นจึงยกมือข้างขวาไปเบื้องหน้าและเพ่งจิตลงไปยังศิลาทั้งห้าพร้อมกัน แน่นอนว่าไทก้านั้นไม่ได้้าเปลี่ยนรูปศิลาทั้งหมดพร้อมกันเพราะไทก้ารู้อยู่แล้วว่าตัวเองสามารถเข้าถึงศิลาได้ทุกธาตุและยังควบคุมธาตุดินและน้ำได้พร้อม เพียงแต่ไทก้า้าทดสอบว่าตนมีธาตุพิเศษรึไม่ เพราะในตอนที่ชายชราทำการทดสอบให้กับไทก้าในครั้งแรกไทก้าได้ยินที่ชายชราอุทานออกมา แม้ว่าเสียงจะเบาแต่ไทก้าก็ได้ยินมันชัดเจน มีหลายครั้งที่ไทก้าคิดจะถามกับชายชราเื่ธาตุพิเศษ แต่ก็ไม่ได้ถามเพราะชายชราไม่เคยพูดถึงเื่นี้ให้ไทก้าได้ยินเลยและไทก้าคิดว่าคงมีเหตุผลบางอย่างที่ชายชราไม่พูดถึงหรือแม้จะบอกไปก็ไม่มีตำราสอนให้กับไทก้า ไทก้าจึงเลือกที่จะไม่ได้ถามกับชายชรา
ศิลาทั้งห้าสั่นไหวครู่หนึ่งจากนั้นเหลือเพียงศิลาสีรุ้งเท่านั้นที่สั่นไหวเบาๆ ไทก้าไม่ได้เพ่งไปยังทั้งสี่ธาตุแต่กลับเพ่งจิตไปยังศิลาสีรุ้งแทน เมื่อศิลาสีรุ้งััได้กับจิตของไทก้า ก็เกิดสั่นไหวแรงขึ้นมา
ครึ่กๆ !
"เกิดอะไรขึ้น !" ผู้คนรอบๆ ต่างตกตะลึง
"จะมีธาตุพิเศษโผล่มาอีกคนงั้นเหรอ?" ผู้คนต่างเฝ้ามองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่คลาดสายตา
ศิลาสั่นไหวเบาๆ และยังป็นสีเดิม แต่ที่แปลกไปนั้นคือ ศิลาค่อยๆ ย่อขนาดลงจนเล็กที่สุดและหายไป จากนั้นจึงเพิ่มขนาดกลับมาเท่าเดิมอย่างรวดเร็ว
ฟุบ!…ตึง!
เมื่อขนาดของศิลากลับมาเท่าเดิมและสั่นอยู่ครู่หนึ่ง ก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ทุกคนต่างใกันไปตามๆ กัน
บึ้ม!
ศิลาสีรุ้งะเิออกมาเสียงดังไปทั่วทั้งบริเวณ
"ศิลาะเิงั้นเหรอ"
"เ้าหนุ่นนี้กล้าดียังไง"
"เ้านี่ซวยแล้ว"
ผู้คนที่เฝ้าดูอยู่รวมถึงอาจารย์หลายๆคน ต่างพูดคุยออกมาต่างๆนาๆ การทำให้ศิลาธาตุอื่นะเินั้นอาจจะไม่มีความผิดอะไร แต่สำหรับศิลาสีรุ้งนั้นไม่เหมือนกัน เพราะศิลาสีรุ้งนั้นล้ำค่ายิ่งและเป็สิ่งที่หาได้ยากนัก ในสถาบันนี้ยังมีเพียงสี่ก้อนเท่านั้น และตอนนี้มันเหลือเพียงสามก้อนแล้ว!
ไกลออกไปบนยอดเขามีผู้เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่สามคน
"ท่านปรมาจารย์พสุธา(ดิน) รบกวนท่านด้วย พาเด็กคนนั้นมาพบข้า"
"รับทราบขอรับ" กล่าวจบปรมาจารย์พสุธาก็เดินออกไป
ตัดมาที่ไทก้า ไทก้าเองก็ไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน และไม่ทราบว่าทำไมศิลาถึงได้ะเิออก หรือเป็เพราะเขาใส่พลังจิตมากเกินไปจึงทำให้เป็แบบนี้
"บังอาจนัก! กล้าทำลายศิลาธาตุพิเศษ เ้ารู้มั๊ยว่าเป็ความผิดแบบใด?"อาจารย์ผู้ดูแลการทดสอบกล่าวขึ้นกับไทก้า
"ข้าขอโทษด้วยขอรับ ข้าไม่ทราบและไม่ได้ตั้งใจที่จะทำลายศิลาด้วยขอรับ"ไทก้าตอบและโค้งคำนับไปยังอาจารย์ผู้ดูแล
"การที่เ้าไม่รู้ว่าตัวเองมีธาตุพิเศษรึไม่ และยังกล้าดีลองทดสอบธาตุพิเศษจนทำให้ศิลาสีรุ้งะเิออก ความผิดนี้ยากที่จะตัดสิน มีเพียงตัดสิทธิ์จากการทดสอบและคงต้องให้ท่านผู้ผู้าุโเป็ผู้ตัดสินลงโทษ " พูดจบอาจารย์ผู้ดูแลการทดสอบจึงได้เรียกผู้คุมกฏเข้ามาจับตัวไทก้าไปขังรอตัดสิน
"ช้าก่อนขอรับท่านอาจารย์ เพื่อนของข้าเพิ่งเข้าทดสอบเป็ครั้งแรก ได้โปรดอย่าลงโทษเขาเลยขอรับ"บีรีบเดินเข้ามาพูดเพื่อช่วยเหลือไทก้า
"นี่เป็ความผิดของข้าคนเดียว ได้โปรดลงโทษข้าแต่เพียงผู้เดียว และข้าจะชดใช้ค่าเสียหายให้ "เมื่อเห็นแบบนั้นไทก้าจึงรีบพูดแทรกขึ้นเพราะกลัวว่าบีจะเดือดร้อนไปด้วย
"ชดใช้? เ้าจะชดใช้ยังไง เ้ารู้รึไม่ว่าศิลาสีรุ้งหายากเพียงใด มูลค่ามากแค่ไหน ต่อให้เ้าทำงานชดใช้ที่นี่ทั้งชีวิตก็ไม่มีทางจ่ายได้ อย่างเ้าจะมีปัญญาชดใช้งั้นรึ? ผู้คุมกฏ นำตัวเด็กนี่ไปขังไว้รอตัดสินจากเบื้องบน"ผู้ดูแลการทดสอบพูดออกมาด้วยความเดือดดาล เพราะเขาเป็ผู้รับผิดชอบในการเบิกคืนศิลาสีรุ้งในเขตทดสอบนี้ เมื่อศิลาสีรุ้งะเิไป เขาก็ต้องเป็ผู้รับผิดชอบเื่นี้ด้วย
"เหตุใดท่านถึงได้ไม่ฟังเหตุผลของข้าบ้างเลย ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้ศิลาสีรุ้งะเิแม้แต่น้อย มันเป็เพียงอุบัติเหตุ"ไทก้า ไม่ไว้ไมตรีอีกต่อไป เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่ผู้ดูแลคนนี้ไม่คิดที่จะฟังเหตุผลอะไรเลย และยังพูดดูถูกเขาไปเรื่อย
"เ้าเด็กคนนี้ ไม่สำนึกแถมยังเถียงคำไม่ตกฟาก วันนี้ข้าจะสั่งสอนเ้าให้รู้สำนึกซะ"พูดจบอาจารย์ผู้ดูแลก็ทำการร่ายคาถาเพื่อจะโจมตีไทก้า
"หยุดเดี๋ยวนี้"
ในขณะที่ไทก้ากำลังจะถูกโจมตีนั้นได้มีคนผู้หนึ่งยืนลอยอยู่กลางอากาศเหนือสนามทดสอบที่ไทก้ายืนอยู่และมองลงมายังเหตุการณ์ด้านล่าง คนๆนี้ใส่ชุดสีขาว รูปร่างหน้าตาอยู่ในวัยกลางคน ท่าทางสุขุม ทรงพลัง รอบกายมีลูกแก้วแสงสามดวงลอยอยู่ด้านหลังหมุนวนไปมา บงบอกว่าคนผู้นี้อยู่ในระดับสมาบัติขั้นสูงสุด
"นั่นท่านปรมาจารย์ไรวิน ปรมาจารย์พสุธาแห่งนววิทยา ท่านมาทำอะไรที่นี่กัน"
"ปรมาจารย์อันดับสองแห่งนววิทยางั้นเหรอ"
"เื่ศิลาสีรุ้งะเิทำให้ท่านปรมาจารย์แห่งหน่วยลับต้องออกมาจัดการด้วยตัวเองเช่นนั้นหรือ?"
"น่าจะเป็เช่นนั้น เพราะศิลาสีรุ้งมีความสำคัญต่อนววิทยาเป็อย่างมาก"
ผู้คนที่เคยพบเห็นปรมาจารย์ไรวินต่างพากันพูดคุยด้วยความประหลาดใจ โดยปกติแล้วปรมาจารย์ไรวินจะทำหน้าที่ดูแลหน่วยลับแห่งเมืองนวปราชญ์ ซึ่งน้อยครั้งถึงจะมาปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนมากมาย เว้นแต่เพียงเหตุการสำคัญเท่านั้นปรมาจารย์ไรวินถึงจะปรากฏตัวออกมา