ชายหนุ่มร่างสูงเดินมานั่งที่โต๊ะตัวเดิมที่เขาและร่างบางนั่งอยู่ด้วยกันก่อนหน้า อารมณ์ที่คุกกรุ่นอยู่ในใจยังไม่จางหาย เขาเดินกลับมาที่บ้านพักของตนด้วยใบหน้าที่บึ้งตึงด้วยสาเหตุอะไรยังไม่มีใครกล้าเดินเข้ามาถาม เพื่อนของเขาที่นั่งเล่นกีต้าร์กันอยู่ต่างแอบลอบมองอาการของเพื่อนของตน ท่าทางที่นั่งเอามือกอดอก ใบหน้ามองตรงไปข้างหน้าอย่างใช้ความคิด แสดงว่าตอนนี้เพื่อนของเขากำลังควบคุมอารมณ์อย่างมาก
" ใครจะเป็หน่วยกล้าตาย " นิวเอ่ยขึ้นกลางวง
" มึงไปซิไอ้วิน " หมอกว่า
" ไม่....เดี๋ยวมันรำคาญกู " กวินพูดขณะที่ยังนั่งกุมมือเล็กๆของพิชชาอยู่
" เหลือแกแล้วล่ะ...ชมพู " หมอกหันไปหาชมพูทันที
" รอให้มันนั่งอีีกสักพัก มันคงอยากอยู่คนเดียวจริงๆ ไม่งั้นมันเดินเข้ามานั่งกับเราแล้ว " ชมพูว่า
" อึ้ม กูเห็นด้วยกับชมพู " กวินเอ่ยสมทบขึ้น
" แล้วเราจะปล่อยมันนั่งอยู่แบบนั้นเหรอ " หมอกยังมีสีหน้ากังวลด้วยความเป็ห่วงเพื่อน เขารู้ว่าปลาวาฬเป็คนไม่ชอบพูด มีอะไรจะเก็บเงียบไว้คนเดียว ถ้าเพื่อนไม่ถามเค้าก็จะไม่พูด
:
:
หลังจากกลับมาจากไปส่งลดาผมก็กลับมาที่บ้านพักของตัวเอง เพื่อนๆที่ก่อนหน้านั่งกันข้างอยู่บนโต๊ะอาหาร ตอนนี้พวกมันพากันเอาเสื้อมาปูบนสนามหญ้าพร้อมกับเล่นกีต้าร์ร้องเพลงไปด้วย
" ทำไมไม่เข้าไปนั่งกับพวกชั้น " ชมพูเดินเข้ามาและเอ่ยถาม
" อยากนั่งคนเดียวเงียบๆ " ผมตอบ
" อยากเล่าให้ชั้นฟังมั้ย "
" ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี " ผมเอ่ย
" งั้นชั้นถามแกได้มั้ย " ชมพูเอ่ย
" ตอบได้ก็จะตอบ " ผมพูดออกไปตามที่ใจคิด เอาจริงๆ ตอนนี้ผมเองก็ไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนกัน รู้แต่ว่ามันอึดอัด หงุดหงิด
" แกกับลดาเป็อะไรกัน " ชมพูเปิดคำถามแรก
" ไม่ได้เป็อะไร " ผมตอบสั้น
" แล้วแกรู้สึกยังไงกับเค้า " ชมพูถามอีกครั้ง
" ไม่ได้รู้สึกอะไร " ผมตอบโดยไม่ต้องคิดเลยกับคำถามนี้
" แล้วนี่แกเป็อะไร " ชมพูเอ่ยถาม
" ... " ผมเงียบเพราะไม่รู้จะตอบว่าอะไร ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ผมเป็อะไร
" ไปนั่งกับพวกนั้นดีกว่า " ผมพูดพร้อมกับลุกขึ้นแล้วเดินไปยังกลุ่มเพื่อนที่นั่งร้องเพลงกันอยู่
' จะตอบแทนความรัก
ที่ฉันได้จากเธออย่างไร
ก็รู้ดีว่าไม่พอ
แต่ขอทำให้ดีที่สุด
Cr : เพลง ขอบคุณที่รักกัน โดย โปเตโต้
ผมหยิบขนมใส่ปากหลังจากนั่งลงข้างๆไอ้หมอก กวินกำลังดีีดกีต้าร์พร้อมๆกับร้องเพลงไปด้วย ภาพคู่รักที่นั่งส่งยิ้มให้กันตรงหน้าทำให้เพื่อนอย่างผมพลอยมีความสุขไปด้วย
' นี่กูไม่รู้สึกอะไรแล้วเหรอ ? '
ขณะที่เสียงดีดกีต้าร์คลอไปกับเสียงเพลงอยู่นั้น พลันก็มีคำถามเกิดขึ้นมาในใจของผม หากเป็เมื่อก่อนที่ได้เห็นกวินและพิชชาอยู่ด้วยกัน แสดงความรักให้แก่กันและกัน แม้ผมจะยินดีกับพวกเขาทั้งสอง แต่ภายในใจนั้นมันก็ยังแอบปวดร้าวอยู่ดี
แต่!!! ... มาตอนนี้ เวลานี้ ความรู้สึกของผมมันกลับไม่เหมือนเดิม อาการเจ็บแปล๊บในหัวใจมันหายไป
ผมลุกออกจากวงแล้วเดินมานั่งที่เปลชายหาด ผมเอนแผ่นหลังลงพลางแหงนหน้ามองท้องฟ้า วันนี้ท้องฟ้าสดใส แสงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า ภาพแบบนี้หาได้ยากมากในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงจากไฟฟ้าริมทางและตึกรามบ้านช่อง หัวใจของผมมันเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
:
:
" ฮ่าววว " ฉันอ้าปากหาวพร้อมกับบิดตัวไปมาสายตาเหลือบไปมองนาฬิกา เวลาตอนนี้ 6.00 น.เมื่อคืนกว่าจะข่มตาให้หลับลงได้ ฉันก็นอนพลิกไปพลิกมาอยู่หลายตลบ แม้จะยังเช้าอยู่สำหรับคนเมืองกรุงอย่างฉัน แต่อุตส่าห์ได้มาทะเลทั้งทีไปเดินเล่นรับลมแต่เช้าก็น่าจะดีนะ ฉันจึงตัดสินใจที่จะลุกขึ้นเพื่อไปอาบน้ำและลงไปด้านล่าง
" อ๊ะ " ขณะที่กำลังก้าวขาลงจากเตียง ความรู้สึกเจ็บแปล๊บจากเบื้องล่างก็แล่นเข้ามา
ฉันก้มลงสำรวจตัวเองอีกครั้ง ภายในร่มผ้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความสูญเสียจากเมื่อวาน ทำให้ฉันถอนหายใจออกมา ฉันค่อยๆลุกขึ้นอย่างช้าๆแล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำ จริงๆถ้าจะถามว่ามันเจ็บขนาดที่เดินไม่ไหวใช่มั้ย ?.... ก็ตอบว่า....ไม่ มันเจ็บแปล๊บเวลาที่ถูกเสียดสีก็เท่านั้นเอง
" หึ้ยยย...สวยอ่ะ " ฉันก้มลงหยิบเปลือกหอยลายสวยบนพื้นทรายขึ้นมาดู มันเป็เปลือกหอยลายขาวอมชมพูซึ่งดูสวยมาก ฉันพลิกไปมาอยู่สองสามรอบและวางมันกลับลงที่เดิม ธรรมชาติที่สวยหากเราช่วยกันรักษามันก็จะอยู่ให้เราชื่นชมไปอีกนาน หากฉันเก็บกลับบ้านคนอื่นๆที่มาเดินทะเลก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นเปลืกหอยสวยๆเช่นนี้
" ถ้าสวยทำไมไม่เก็บไปล่ะ ? " เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น
" นาย...เอ่อ ตื่นเช้าเหมือนกันนะ " ฉันพูดพลางปัดทรายออกจากมือ ชายหนุ่มตรงหน้าส่งยิ้มหวานมาให้ฉัน แทนที่หัวใจจะเต้นตุ๊บตั๊บมันกลับนิ่งเฉยเพราะลักษณะรูปร่างหน้าตาของเขาจัดว่าหล่อ หน้าตาดีขั้นเป็นายแบบได้เลยทีเดียวล่ะ
" อึ้ม อากาศดี เวลามาเที่ยวที่นี่เราจะตื่นเช้าแบบนี้เสมอแหละ " เขาเอ่ยเสียงละมุน
" อ้อ ปิดเทอมทำไมไม่ไปเที่ยวกับเพื่อนๆของนายล่ะ " ฉันเอ่ยถาม
" ก็นัดกันแหละ แต่พอแม่บอกว่า น้ำหวานจะพาเพื่อนมาเที่ยวที่นี่เราเลยตามมาหน่ะ "
" อ้าว แล้วเพื่อนที่นัดไว้ไม่โกรธเหรอ " ฉันว่า
" ไม่หรอก.. มันเข้าใจดีว่าเรามาที่นี่เพราะอะไร " เขาเอ่ย
" อ๋อ " ฉันพยักหน้าเหมือนกับเข้าใจสิ่งที่เขาพูด
" แล้วไม่ถามเราเหรอว่า เรามาที่นี่เพราะอะไร ? " เขาเอ่ยถาม
" เอ่อ .... แล้ว " ฉันกำลังจะเอ่ยถามคนตรงหน้า
" ชมพูให้มาตามเธอ พวกเรากำลังจะไปกันแล้ว " เสียงของใครบางคนที่คุ้นเคยเอ่ยแทรกขึ้นมา
ฉันและชัชหันไปตามเสียงที่ได้ยินก็เห็นร่างสูงที่เป็ตัวการที่ทำให้ฉันนอนไม่หลับเมื่อคืนยืนอยู่ตรงหน้า นี่เขาเดินมาั้แ่เมื่อไหร่ แล้วที่พูดเมื่อกี้คืออะไร คนอะไร...นึกจะมาก็มา ....นึกจะไปก็ไป
" มาเร็ว ไม่ได้ยินที่ชั้นพูดรึไง " เขาเอ่ยขขึ้นอีก
" อะ...... " ฉันกำลังจะเอ่ยถามด้วยความงวยงง ร่างสูงก็เดินเข้ามาจับข้อมือของฉันแล้วลากให้เดินตามเขาไป
" นายๆ นี่ปล่อย อะไรของนายอ่ะ " ฉันร้องพร้อมกับพยายามแกะมือตัวเองออกจากมือของเขา
" เร็วๆ เธอเดินเร็วซิ พวกนั้นจะไปกันแล้ว " เขาไม่ได้สนใจในสิ่งที่ฉันจะพูดเลย
" นายยยย... นายปลาวาฬ " เขาหยุดเดินแล้วหันกลับมาหาฉันด้วยใบหน้านิ่งเรียบจนฉันเองนึกกลัวขึ้นมานิดๆ
" เธอจะร้องอะไรเสียงดัง ไม่อายคนอื่นเค้ารึไง " เขาว่า
" ห๊ะ ... นี่ชั้นผิดที่เสียงดัง " ฉันพูดพร้อมกับชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง
" ใช่สิ " เขาตอบได้หน้าตาเฉย
" จะบ้ารึไง นายมาลากชั้นแบบนี้ ไม่ให้ร้องแล้วจะให้ทำอะไร " ฉันพูดด้วยความโมโหในความหน้ามึนของเขา
" คราง.... เก็บเสียงไว้ครางดีกว่า " เขาเอ่ยขึ้นซึ่งมันทำให้ฉันรู้สึกร้อนบนใบหน้าทันที
" ไอ้บ้า " ฉันสะบัดหน้าหนีสายตากรุ้มกริ่มจากเขา
" ไปกันเถอะ " เขาพูดพร้อมกับจูงมือฉันเดินต่อ
" เดี๋ยวๆ ชั้นยังไม่ได้บอกเพื่อนเลย "
" ไอ้ชัช มันรู้แล้วนี่ว่าเธอมากับชั้น " เขาว่า
" นี่นายรู้จักชัชด้วยเหรอ " ฉันเอ่ยถาม
" ก็อยู่คณะเดียวกัน รู้จักผ่านๆไม่ได้สนิทอะไร " เขาว่า
ภาพชายหญิงที่เดินจับมือออกห่างจากเขาไปทำให้ชายหนุ่มที่ยืนมองดูอยู่ถอนหายใจออกมาด้วยความผิดหวัง เขาอุตส่าห์ตามเธอมาถึงที่นี่เมื่อรู้ว่าญาติที่พ่วงด้วยตำแหน่งเพื่อนสนิทที่เป็ผู้หญิงเพียงคนเดียวมาเที่ยวที่นี่ เขาแอบชอบลดาั้แ่เจอเธอครั้งแรกที่บ้านของน้ำหวานสมัยเรียนมัธยม เพราะความไม่กล้าจึงทำให้เขาได้แต่แอบมองดูเธออยู่ห่างๆ พอคราวนี้เขารวบรวมความกล้าที่จะบอกความรู้สึกให้เธอได้รับรู้ แต่ก็เหมือนว่า มันจะสายไปเสียแล้ว ในสายตาของเธอไม่มีเขาอยู่ในนั้น