วันเวลาผ่านไปหลังจากการนำร่างของลู่ซือเข้าไปในเจดีย์ชั้นเก้า เมื่ออ้ายเหม่ยออกมาในยามนั้นคือหนึ่งปีเศษแล้ว จวบจนบัดนี้ก็เป็นเวลาสามปี
"สามปีแล้ว สามปีที่เจ้าจากไป" อ้ายเหม่ยนั่งมองยอดเขายอดที่ห้าอยู่ไกล ๆ จากในสำนัก
"พลังที่ข้าได้รับในตอนนี้ ข้าสามารถบ่มเพาะได้ระดับวิถีราชันขั้นสูงสุดแล้ว อีกไม่นานข้าก็จะก้าวเข้าสู่วิถีกึ่งจักรพรรดิ" อ้ายเหม่ยคิดอยู่ในใจ ตั้งแต่นางออกมาจากเจดีย์ในครั้งหลังสุดที่ส่งร่างลู่ซือเข้าไป พลังยุทธ์ของนางก็ก้าวกระโดดไปมาก แม้กระทั่งฮุ่ยหมิงผู้เป็นศิษย์เอก ที่กลับมาวอแว ต้องการครอบครองนาง สุดท้ายก็ต้องกลับไปพร้อมอาการบาดเจ็บหลายครั้ง
ไม่ต้องกล่าวถึงป๋อเหวิน หรือเอี้ยวซือ แม้จะเป็นวิถีราชัน แต่ความแข็งแกร่งของปราณในร่าง มีความต่างระดับกันสูง ดังนั้น ทั้งสองคนจึงไม่ใช่คู่ที่จะมาวัดในระดับเดียวกันได้อีกต่อไป
กล่าวถึงจงฮวา ที่อยู่ต่างสำนัก ก็มุ่งมั่นฝึกฝนขึ้นระดับวิถีราชันขั้นกลาง และข้างกายก็ยังคงมีหนานซือ ที่เป็นเงาแทบจะทุกที่ทุกเวลา สำหรับหนิงเซียน นางมุ่งมั่นจะเป็นมือกระบี่ จึงไม่ได้สนใจผู้ใด ด้วยความฉลาดและมีไหวพริบ ในปีที่สามหนิงเซียน ก็ก้าวขึ้นระดับวิถีราชันขั้นสูงและเป็นศิษย์เอกปฐม ฝึกฝนวิชาของสำนักได้ครบถ้วน
#$#$%$%
ที่นอกชายฝั่งมองออกไป สำนักต่าง ๆ ยังคงเฝ้ามองความเป็นไปของเรือโบราณบรรพกาล แม้จะไม่จริงจังเฉกเช่นสองสามปีก่อน เรียกได้ว่า ลดน้อยลงไปมาก วงแหวนแห่งพลังสีต่าง ๆ มีการเปลี่ยนสีเป็นระยะ และล่าสุดสีของวงแหวนเกิดการผสมผสานกลายเป็นสีเทาเข้มมาสองสามปีแล้ว หากมองเข้าไป จะไม่เห็นตัวเรือ เห็นแต่เป็นเงาขมุกขมัวอยู่กลางทะเล ไม่ว่าจะมองกลางวันหรือกลางคืน ก็ล้วนแต่มองเข้าไปไม่เห็น สำนักต่างๆ เองก็ไม่กล้าเสี่ยงที่จะเข้าไปดูในระยะใกล้ ได้เพียงแต่ดูอยู่ห่าง ๆ
(&*%^$%^$%
ในที่สุดก็ล่วงเลยวันที่สำนักวั่งซูประกาศจะกลับมาล้างแค้น ล่วงเลยมาถึงหนึ่งปี บนฟากฟ้ายามบ่าย เมื่อมองออกไปเห็นเรือเหาะขนาดใหญ่ลอยเข้ามาเหนือน่านน้ำ บนเรือปักธงชื่อสำนักวั่งซูไว้เด่นเป็นตระหง่าน สำนักต่าง ๆ ในดินแดนซีแดน ต่างแจ้งระวังภัยกันทั่วหน้า
อี้เอิน รองเจ้าสำนักวั่งซูในอดีต กลับกลายเป็นเจ้าสำนักอย่างเป็นทางการแล้วร่วมสองปีหลังเดินทางกลับไป นอกจากนี้บนเรือเหาะ ยังคงมีรองเจ้าสำนัก อาวุโสสำนักจำนวนหนึ่ง รวมถึงถิงถิง อาวุโสสำนักวั่งซู แม้รูปร่างของนางจะดีเพียงใด แต่น้อยคนนักที่จะได้เห็นดวงหน้าของนางอย่างแท้จริงในวัยนี้
ในอดีต เพื่อความปลอดภัยของถิงถิง อดีตเจ้าสำนักได้สอนเคล็ดวิชาหงส์มายาให้แก่นาง เพื่อทำให้ตัวตนดูเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ชายหรือหญิงก็ย่อมได้ อีกทั้งยังปลอมแปลงหน้าตาให้ผิดแผกไปจากเดิมได้ต่าง ๆ นานา ดังนั้น แม้ในยามนี้ ในสำนักวั่งซูเอง ก็มีไม่กี่คนที่จะเห็นหน้าตาที่แท้จริงของนาง รวมถึงในอดีตเมื่อสามปีเศษ ที่ถิงถิงเดินทางมาดินแดนซีแดน นางก็ปลอมตัวตนเช่นกัน ในครั้งนั้น มีเพียงอี้เอินและอาวุโสสำนักที่รู้เรื่องนี้
กล่าวถึง ถิงถิง ผู้เป็นอาวุโสสำนัก แท้จริงแล้ว นางเป็นลูกหลานสายตรงของบรรพชนผู้ก่อตั้งสำนัก ตามกฏบรรพชนตั้งแต่อดีตลูกหลานสายตรงจะได้รับการแต่งตั้งเป็นอาวุโสสำนักนับตั้งแต่ห้าปี ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงก็ตาม
เรือเหาะมุ่งเข้ามาที่บริเวณลานหน้าสำนักอสุนีหิมะ ในเวลาไม่นานผู้คนจากสำนักต่าง ๆ ล้วนเข้ามาดูเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น รวมถึง สำนักหยวนมังกรและอารามไตรวิหคด้วยเช่นกัน
"ข้ามาตามสัญญาที่ลั่นไว้เมื่อสามปีก่อน"
"เนื่องจากข้าได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าสำนัก ดังนั้น ระยะเวลาจึงเลื่อนออกมาปีเศษ"
"แต่อย่างไรก็ตาม ... นั่นทำให้พวกเจ้าได้มีเวลามากขึ้น" อี้เอินกล่าวออกมาขณะอยู่บนเรือเหาะ
"พวกเจ้าต้องการสิ่งใด ข้าไม่เคยสัญญาใด ๆ ติดค้างกับเจ้าไว้" เจ้าสำนักอสุนีหิมะกล่าวกลับไป
"ฮ่า ... ดูเหมือนความทรงจำพวกเจ้าจะหายไปนะ"
"ข้าเคยบอกไว้ว่า ข้าจะกลับมาทวงความยุติธรรมให้กับอาวุโสสำนักที่เสียชีวิตในครั้งก่อน และมาทวงดาบจักรพรรดิ"
"แม้ข้าจะกล่าวเช่นนั้นไว้จริง แต่เท่าที่ข้ารู้ สายข้ารายงานว่า เจ้าเด็กนั่นมันตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน อีกทั้งพวกเจ้ายังค้นหาดาบจักรพรรดิเล่มนั้นไม่พบ เจ้าเองก็สูญเสีย ข้าเองก็สูญเสียเช่นกัน ไม่มีใครได้เปรียบไปกว่ากัน"
"เพราะฉนั้น ข้าไตร่ตรองดูแล้ว ... ก็ไม่เป็นไร ในเมื่อเจ้าเด็กนั่นมันตายไปแล้ว และพวกเจ้าก็ไม่มีดาบ ดังนั้น ข้าก็ไม่จำเป็นต้องล้างแค้นให้มากความ พวกเจ้าไม่ได้อยู่ในสายตาของข้าตั้งแต่แรกแล้ว"
"อย่างไรก็ตาม ในอีกหนึ่งปีข้างหน้า จะมีการท้าทายจากผู้มาจากดินแดนต่าง ๆ หากพวกเจ้ามีดี ผ่านพ้นการท้าทายได้ พวกเจ้าก็จะอยู่รอดปลอดภัย ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าก็จะไปเช่นกัน ข้าละอยากเห็นความสามารถของศิษย์พวกเจ้านัก ว่าจะยอดเยี่ยมสมคำร่ำลือจริงหรือไม่ "
"ข้าจะให้คนของข้า รอให้การต้อนรับและจัดการพวกเจ้าเองในการท้าทายที่จะถึง"
"ข้าขอท้าทายสามสำนักใหญ่แห่งดินแดนซีแดน" เอินกล่าวด้วยความอหังการ
อี้เอินกล่าวจบก็ไม่ได้รอคำตอบแต่อย่างใด หากแต่หมุนตัวกลับ และเรือเหาะก็ลอยออกไปทันที เจ้าสำนักทั้งสามแห่งดินแดนซีแดน ได้แต่มองหน้ากัน คราวนี้อยู่ ๆ เรื่องก็วิ่งเข้ามาหาให้ปวดหัว แต่จะทำอย่างไรได้ ก็เพียงได้แต่เตรียมตัวให้พร้อม
ในยามนี้ ทุกคนต่างคิดเหมือนกัน "มีเวลาอีกหนึ่งปีเพื่อการท้ายทายระหว่างดินแดน" พวกเขาต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อความอยู่รอดอย่างมีศักดิ์ศรี เพื่อสำนัก เพื่อดินแดนของตนเองและลูกหลาน
ทั้งสามสำนักต่างแยกย้าย และประชุมด่วนทันที หนึ่งปีหรือสิบสองเดือน มันหาใช่เวลาที่ยามนานแต่อย่างใด ใครจะเป็นผู้เข้าสนามแห่งการท้าทาย ใครจะอยู่ ใครจะไป หากพลาด นั่นหมายถึง การสูญเสียชีวิตทีเดียว ...