ตอนที่ 2
“ข้าไม่อาจปล่อยให้ตัวอันตรายเช่นเ้า…มีลมหายใจสืบต่อไปได้อีก” จิณเอ่ยเสียงเย็นเฉียบ พลางตวัดดาบศักดิ์สิทธิ์ขึ้นชี้หน้าเซเวียร์
ประกายแสงที่สะท้อนวาววับบนปลายคมดาบ ดูราวกับคำประกาศาครั้งสุดท้ายระหว่างศรัทธาอันแรงกล้าและมวลบาปที่ไม่อาจชำระ
เซเวียร์ยิ้มอย่างรู้ทันทุกจังหวะการหายใจของเธอ
“ข้าชอบหญิงที่กล้าท้าทาย…แต่เ้าพร้อมหรือยัง ที่จะยืนอยู่ใกล้ข้าโดยไม่หวั่นไหว?”
“ข้าไม่ได้หวั่นไหวหรือสั่นสะท้าน ไม่ว่าเ้าจะเป็ผู้ใด ข้าจะทำหน้าที่ของข้าให้ถึงที่สุด!!”
ด้านอริสาและการ์เน็ตถอยกรูดไปด้านหลัง เพราะต่างตระหนักดีว่า…พาลาดินสาวกำลังสุมพลังเต็มที่เพื่อเอาจริง
เซเวียร์หัวเราะเย้ยหยัน พลางยืดอกอย่างมั่นใจ
“เ้าคิดว่าชนะแล้วจะปลิดชีวิตข้าได้หรือ? ข้าก็อยากรู้เหมือนกัน…ว่าเ้าจะจัดการกับชีวิตะนี้ยังไง? ฮา…ฮ่าๆๆๆๆๆๆ” สายตาเย้ยหยันนั้นทำสาวๆ ถึงกับสั่นะเื
จิณยกดาบศักดิ์สิทธิ์ขึ้นเหนือศีรษะ ร่างตรงตึง ดวงตาแฝงแววเยือกเย็นแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
“ข้าคือพาลาดินผู้รักษาเกียรติยศ แสงศักดิ์สิทธิ์ของข้าจักเผาผลาญร่างอันชั่วร้ายของเ้าให้มอดม้วย”
เธอก้าวเข้าหาเซเวียร์อย่างมั่นคง ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยแรงกดดันที่บีบหัวใจฝ่ายตรงข้าม และถึงแม้จะเห็นว่าเซเวียร์ยิ้มเย้ย
ทว่านั่นก็ไม่อาจทำให้จิณละทิ้งความตั้งใจไปได้
เซเวียร์ก้าวเข้าใกล้ช้าๆ รอยยิ้มเหนือชั้นปรากฏบนใบหน้า
“น่ากลัวเสียจริง…แล้วถ้าความหยิ่งทระนงที่เ้าถือดีนักหนา ต้องแหลกสลายอยู่ใต้ร่างของข้าเสียล่ะ?”
เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกที่สั่นพร่าอยู่ในลำคอ ท่าทางยั่วเย้านั้นดูจงใจจะบดขยี้เกียรติยศของอัศวินแห่งแสงให้ย่อยยับ
จิณขมวดคิ้วแน่น มือขวาตวัดดาบขึ้น
“อย่าแม้แต่จะฝัน!!” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเด็ดขาด
เซเวียร์หัวเราะราวเล่นเกมกับชะตากรรมของพวกเธอ
“ดี!! ถ้าเช่นนั้น…ปาร์ตี้ของพวกเ้าทั้งสาม จะต้องกลายเป็สมบัติของข้า ฮาเร็มแห่งาาแวมไพร์” สายตาของเขาแลบแววเย้ยหยัน
สายตาเยือกเย็นนั้นกระชากหัวใจสาวๆ ให้สั่นสะท้าน ราวกับถูกแรงดึงดูดมหาศาลกดทับ
“ฮาเร็มเหรอ? ฟังดูเหมือนเกมพนันของพวกกะโหลกหนา มากกว่าจะเป็ศึกดวลศักดิ์ศรีนะเนี่ย ฮิๆๆ”
การ์เน็ตหัวเราะร่วนด้วยท่าทางยียวน พลางปรายตามองอย่างนึกสนุกกับสถานการณ์ตรงหน้า
“ข้าจะทำให้เ้ารู้ ว่าความโอหังของเ้ามีราคาที่ต้องแลกด้วยชีวิต” จิณเลิกคิ้วโต้ตอบในความอวดดี
การต่อสู้เปิดฉากขึ้นท่ามกลางโถงวิหารหินอันเปียกชื้น ภายใต้แสงสลัวที่สาดลอดผ่านปากถ้ำริมผา ผสานไปกับเสียงเกลียวคลื่นที่ซัดกระทบหน้าผาจนดังก้องกังวานไปทั่วทุกทิศทาง
จิณพุ่งเข้าหาอย่างดุดันไร้ความลังเล
คมดาบในมือเคลื่อนไหวไปตามจังหวะการหายใจที่แม่นยำ ราวกับเธอพยายามจะชำระล้างความแปดเปื้อนทั้งหมดด้วยการต่อสู้ครั้งนี้
ทว่าเซเวียร์กลับไม่ป้องกันด้วยอาวุธใด
เขาหลบทุกคมดาบด้วยการขยับกายอย่างอ้อยอิ่งเหมือนกำลังเต้นรำมากกว่าต่อสู้ จนเมื่อเริ่มอ่านจังหวะของเธอออก เขาก็ขยับเข้าประชิดทีละนิด จนกลิ่นกายบุรุษเพศและกลิ่นเืจางๆ จากผิวเขาแตะจมูกเธอ
ฟึ่บ!!
จิณแทงพลาดเฉียดอกเขาไปเพียงปลายเล็บ เซเวียร์พลิกตัวคว้าข้อมือเธอไว้แน่น สายตาเยือกเย็นและยั่วเย้าประสานกัน
ชายหนุ่มโน้มตัวลงมา จนลมหายใจร้อนผ่าวััซอกคอ และกระซิบด้วยน้ำเสียงเชิญชวน
“แรงดี…แต่ยังแข็งกระด้างเกินไปสำหรับจังหวะเต้นรำบนเตียงนะ”
จิณกระชากข้อมือที่ถูกกุมกลับทันทีด้วยความรังเกียจ ก่อนจะตวัดคมดาบใส่เซเวียร์อีกครั้งอย่างดุดัน…แต่เขากลับฉวยจังหวะหมุนตัวหลบราวกับเต้นรำลีลาศ ดึงอริสาที่เผลอขยับเข้ามาดูใกล้ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ให้ถลาร่างเข้าสู่อ้อมอกแกร่งแทน
“เ้ากำลังทำอะไร!!” จิณตวาด ดวงตาเต็มไปด้วยความเดือดดาล และความสั่นะเืที่เธอไม่ยอมรับถึงที่สุด
“เต้นรำไงเล่า…สตรีผู้นี้จังหวะดีกว่าเ้าเสียอีก” เซเวียร์หัวเราะในลำคอ
อริสาสะดุ้งเล็กน้อย แดนหน้าแดงระเรื่อ ขณะที่การ์เน็ตยืนพิงเสาด้านข้างอย่างสนุกสนาน สายตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและรอยยิ้มกวนๆ
เขาพาอริสาหมุนวนไปตามจังหวะก้าวเท้าของจิณ ทำให้เธอตกอยู่ในมุมลำบาก เพราะถ้าฟัน…มีโอกาสสูงที่จะโดนเพื่อนร่วมทีมเป็แน่
ทว่าตอนนี้ร่างของอริสาสั่นเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความใ และความเคลิบเคลิ้มที่ไม่อาจปฏิเสธได้ จากแรงดึงดูดอันมืดมิดของเซเวียร์
จิณตัดสินใจหยุดการรุกไล่ในที่สุด ร่างกายแข็งทื่อด้วยความจำยอม ดวงตาเธอฉายแววขุ่นเคืองแต่ถูกฝืนสงบภายใต้เกียรติของพาลาดิน
"ข้าไม่อาจฟันเ้า โดยแลกกับการทำร้ายพวกพ้อง"
เซเวียร์กอดรัดอริสาที่อยู่ในอ้อมอกเข้ามาแนบชิดอีกครั้งอย่างช้าๆ ราวกับกำลัง ก่อนจะก้าวเข้าหาจิณ
“นั่นเท่ากับเ้าประกาศความพ่ายแพ้ด้วยตัวเองแล้ว”
"เ้ามันก็แค่ไอ้ขี้โกงต่ำทราม!!" จิณกำด้ามดาบแน่นจนข้อนิ้วขาว เสียงของเธอแหบต่ำด้วยความโกรธแค้นที่ถูกบีบให้จำนน
“ไม่เลยสักนิด”
เซเวียร์ตอบพร้อมรอยยิ้มหยันที่บิดเบี้ยวบนใบหน้า
“ข้าเรียกมันว่ากลยุทธ์…และดูเหมือนเ้าต่างหากที่กำลังเต้นเร่าไปตามจังหวะที่ข้าเป็คนกำหนด”
การ์เน็ตยกนิ้วโป้งให้พลางร้องอุทานอย่างถูกใจ
“โอ้โห!! งั้นก็ตามนั้น ฮาเร็มแห่งาาแวมไพร์ฟังดูน่าสนุกดีนี่นา…นับข้าเข้าไปด้วยคนสิ!!”
จิณหันขวับมามองสหายร่วมปาร์ตี้ ก่อนจะตวัดสายตาไปทางราชันหนุ่มอย่างเด็ดขาด
“พวกเราจะร่วมทางกับเ้า แต่มีข้อแม้ว่าผู้นำต้องเป็ข้าแต่เพียงผู้เดียว…เข้าใจไหม?”
เซเวียร์คลี่ยิ้มอ่อนโยนทว่าเปี่ยมไปด้วยอำนาจคุกคาม
“ข้าไม่คิดจะแย่งชิงตำแหน่งนั้นจากเ้าหรอก” รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความถือดี เพราะเขารู้ดีว่าท้ายที่สุดแล้ว…ไม่ว่าใครจะเป็ผู้นำ แต่โลกทั้งใบนี้ก็ยังคงเป็ของเขาอยู่ดี
กล่าวจบ…ริมฝีปากของเขาก็โฉบลงมา มอบจุมพิตให้กับอริสาที่ยังคงเคลิ้มอยู่ในอ้อมกอด
หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบทะลุอก ร่างกายร้อนผ่าวราวละลาย นี่เป็ครั้งแรกที่อริสาได้ััความรู้สึกเช่นนี้ ความไร้เดียงสาและแรงดึงทางอารมณ์นั้นทำให้เธอถึงกับตั้งตัวไม่ทันเลยทีเดียว
เซเวียร์รุกล้ำจุมพิตนั้นอย่างบ้าคลั่ง เขาดันลิ้นให้ลึกและหนักหน่วงเข้าไปในโพรงปากของเธอ ตวัดควานหาน้ำหวานมาดูดดื่ม
หญิงสาวยิ่งระทวยไปกับความหิวกระหายที่เขาถ่ายทอดมา ราวกับเธอเพิ่งได้รับยาพิษที่หอมหวาน
“คืนนี้เ้าจะได้รับเกียรติจากข้าเป็คนแรก” เซเวียร์กระซิบแ่เบาข้างหูซ้ายของอริสา เสียงนั้นราวกระซิบลงไปในเส้นเื ทำให้หัวใจของอริสาสั่นแรงขึ้นอีกเป็เท่าตัว
จิณยืนนิ่ง แม้ดวงตาจะฉายแววขุ่นเคือง ทว่ายังคงรักษาท่าทีอันเด็ดเดี่ยวไว้…หัวใจของเธอสั่นระริก ด้วยความอัปยศที่ต้องร่วมทางกับปีศาจ แต่เธอก็ฝืนบังคับตัวเองให้สงบนิ่งที่สุด
[ข้า…จะไม่ยอมให้เ้าใช้วิธีสกปรกนี้กับพวกข้าไปตลอดแน่] เธอกล่าวกับตัวเองในใจ ทว่ามือที่กำดาบกลับเริ่มชื้นเหงื่อด้วยความประหวั่น
ส่วนการ์เน็ตเพียงยืนพิงเสาหินที่เต็มไปด้วยตะไคร่อย่างสบายอารมณ์ พร้อมรอยยิ้มกวนประสาทที่แสดงความคาดหวังในความโกลาหลที่กำลังจะมา
“โอ้…สนุกจริงๆ เซเวียร์นี่เจ๋งสุดๆ คืนนี้ต้องดื่มฉลองสักหน่อย งานเลี้ยงจะได้ครบสูตร” สายตาของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความเพลิดเพลินเหมือนได้ดูโชว์สด
“เอาล่ะ แม่สาวน้อย ก่อนที่เ้าจะแฉะจนสติหลุดลอยไปกว่านี้…บอกข้าทีว่าทำไมพวกเ้าถึงเดินทางมาไกลจากอาณาจักรมนุษย์ถึงเพียงนี้?”
สายตาของเซเวียร์แฝงความยั่วเย้าและเหนือชั้น ก่อนจะปล่อยอริสาที่เขานำมาเนื้อแนบเนื้อลงสู่พื้น
อริสากระแอมเบาๆ ก่อนตอบเสียงเรียบ
“พวกข้ามาที่นี่เพื่อตามหาลูกแก้วแห่งอำนาจ ไว้เพื่อปกป้องมนุษยชาติ”
“พวกมนุษย์ทั้งหลาย…ยังอยู่ดีสินะ” เซเวียร์ย้อนรำลึกถึงอดีตครั้งที่เขายังเรืองอำนาจ
“พวกเราต้องต่อสู้กับออร์ค โทรลล์ และก็อบลินมาอย่างต่อเนื่อง ไหนจะพวกไลแคนที่แอบลักพาตัวหญิงสาวอีก…พวกเราจึงต้องหาเบาะแสของลูกแก้วให้เร็วที่สุด” จิณเริ่มอธิบาย…น้ำเสียงจริงจังแต่แฝงไว้ด้วยความตึงเครียด
“แล้วไอ้ลูกแก้วอะไรนั่น เจอแล้วทำไม…มันวิเศษอะไรนักหนา?” เซเวียร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มเ้าเล่ห์ยังคงติดบนใบหน้า นั่นเพราะเขาเพิ่งเคยได้ยินชื่อลูกแก้วแห่งอำนาจเป็ครั้งแรก
“ตำนานกล่าวว่า…ใครได้ลูกแก้วแห่งอำนาจทั้งหก ก็เหมือนได้ครอบทั้งโลก” อริสาก้มหน้าลุกขึ้นยืนบิดตัวเล็กน้อย ดวงตายังเต็มไปด้วยความลังเล และอารมณ์ค้างคาจากเหตุการณ์ก่อนหน้า
“ฟังดูเหมือนของสะสมสุดหรูที่เหมาะกับเ้านะ” การ์เน็ตหัวเราะกวนๆ พลางย่องเข้ามาตบไหล่เซเวียร์อย่างเป็กันเอง
“ไม่เห็นเคยได้ยิน…พวกเ้าโดนหลอกแล้ว” เซเวียร์เอามือขึ้นเกาคาง รอยยิ้มเ้าเล่ห์แฝงความสงสัย ดวงตาวาววับขณะพยายามทบทวนความจำ
“ไม่ใช่ว่าเ้ามัวแต่ขลุกอยู่กับนางบำเรอ จนหูหนวกตาบอดกับข่าวสารสำคัญหรอกเหรอ?” จิณเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทุกคำเต็มไปด้วยน้ำเสียงประชดแดกดันอย่างถึงที่สุด แววตาแฝงความท้าทายขณะสบสายตาเซเวียร์
“ถ้ามันมีจริงตลอดเวลาสามร้อยห้าสิบปี ของวิเศษขนาดนี้ข้าจะไม่เคยได้ยินเลยหรือไง?” เซเวียร์สวนกลับทันที
ทั้งสามสาวถึงกับตกตะลึงเมื่อได้ยินอายุของแวมไพร์ตรงหน้า
“นี่…เ้าอายุเท่าไหร่แล้วเนี่ย?” อริสาสั่นถามด้วยเสียงเบา แต่แฝงความประหลาดใจ
“ถ้ารวมที่นอนในโลงหินด้วยก็สี่ร้อยสิบเจ็ดปีแล้ว…ยังวัยฉกรรจ์อยู่เลย ฮา…ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”
“สี่ร้อยสิบเจ็ดปีเลยงั้นเหรอ?” อริสาเบิกตากว้างถามเสียงสั่น แววตาที่จ้องมองเขานั้นเต็มไปด้วยความตกตะลึงต่ออายุขัยที่เกินกว่ามนุษย์จะจินตนาการได้
“ะงั้นหรือ!?” จิณพึมพำกับตัวเอง
มือที่ถือดาบสั่นระริกเล็กน้อยจากแรงกดดันมหาศาล แววตาของเธอฉายความเคร่งเครียด ทว่ายังคงความเยือกเย็นของผู้นำเอาไว้เพื่อไม่ให้เสียขบวน
“นี่มัน…ของแปลกจริงๆ เลยนะเนี่ย!!” ส่วนการ์เน็ตนั่นตื่นเต้นสุดๆ ที่ได้เจอกับวัตถุโบราณที่ยังเดินได้
“เอาเถอะ…แล้วพวกเ้าเจอสักลูกหรือยัง?” แวมไพร์หนุ่มถามราวขอข้อพิสูจน์
คำถามนั้นทำให้ทั้งสามสาวทำได้เพียงส่ายหน้าแทนคำตอบ บรรยากาศรอบกายพลันเงียบงันลงทันตาด้วยความรู้สึกอึดอัดที่ไม่อาจปฏิเสธได้
“เห็นไหม…โดนหลอกแล้ว สู้ให้ข้าช่วยซะยังจะง่ายกว่า” เซเวียร์ยิ้มเ้าเล่ห์ แฝงแววความท้าทายและยั่วเย้า
“เ้าจะเก่งสักแค่ไหนกัน? เมื่อกี้ยังเอาแต่หลบอยู่เลยนะ” จิณย้อนถามอย่างแดกดัน
“กะแค่ไอ้พวกปลาซิวปลาสร้อย ไม่คณามือท่านเซเวียร์ผู้แสนเก่งกาจหรอก”
แวมไพร์หนุ่มกล่าวด้วยความมั่นใจ
“ถ้าเ้ายอมปรนนิบัติข้าเป็รางวัลในทุกๆ คืน ข้าจะไปกวาดล้างเผ่าพันธุ์ไอ้พวกสวะชั้นต่ำ ให้สูญพันธุ์ไปเลย…เอาไหม?”
“ไอ้สารเลว!! ใครมันจะไปยอมแก” จิณตวาดกลับด้วยความโมโห สองมือกำอาวุธแน่นขึ้น
“เอาเถอะ…ยังไงภารกิจนี้ก็ไม่ล้มเหลวไปซะทีเดียว พวกเราได้พรรคพวกเปลือยๆ มาอีกคนเลยนะ” การ์เน็ตยักไหล่ชี้ข้อดีของวันนี้
“ภาระสิไม่ว่า” จิณยังคงไม่สบอารมณ์
“นี่ๆ แล้วจะยังไงต่อเหรอ?” อริสาถาม
“ถ้าไม่มีแผนจะทำอะไร งั้นเราสองไปต่อจากที่ค้างคากันให้จบเถอะ” เซเวียร์เคลื่อนตัวไปด้านหลังอริสา ก่อนที่ครั้งนี้จะใช้มือขวาบีบเข้าเต็มทรวงอกซ้ายของเธอ ขณะที่มือซ้ายล้วงต่ำเข้าไปในบิกินี
“อ๊ายยย~” อริสาใจนตั้งตัวไม่ทัน หลุดครางเสียงหลง
โป๊ก!!
“ปล่อยนางเดี๋ยวนี้นะ!!” ความเดือดดาลฉายชัดในดวงตาสีฟ้าครามของพาลาดินสาว
“โอ๊ย!! มันเจ็บนะโว้ย…ยัยบ้า!!”
เซเวียร์ที่มัวแต่ลูบคลำจนเพลิน ถูกจิณปาเศษหินอัดเข้าที่ขมับขวาจนเืซึม
“หวงกางกันหรือไง…ไว้ถึงตาเ้าเมื่อไหร่ ข้าจะจัดให้หนักเลย!!”
“ถ้ากล้าก็ลองดูสิ…ข้าจะได้ชื่อว่านักล่าแวมไพร์” จิณที่กำลังเดือดท้าทายกลับ
“กล้าท้าทายข้าอย่างนั้นเหรอ?” าาแวมไพร์เริ่มเดือดขึ้นบ้าง และนั่นทำให้สองมือของเขายิ่งลงมือกับอริสารุนแรงขึ้นไปอีกอย่างไม่รู้ตัว
เนินเนื้อที่กำลังสั่นสะท้านถูกอำนาจมืดแห่งััเข้าครอบงำ นิ้วที่ผ่านประสบการณ์โชกโชนของเขารุกไล่ และ่ชิง ความรู้สึกอย่างไม่ปรานี มันรัวกระตุ้นอย่างหนักหน่วง ราวกับการประทับตราบาปลงบนผิวอันอ่อนไหวนั้น
“อ้าาา~” และเป็สาวผมสีน้ำตาลหม่นที่ถูกกระตุ้นจนไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป
ทั้งร่างของเธอรู้สึกร้อนวาบไปหมด…ก่อนจะกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงจนตาเหลือก ราวกับถูกไฟช็อตด้วยความเสียวซ่านคามือของเซเวียร์
“เื่ของเ้าเอาไว้ก่อน”
เซเวียร์จ้องตาจิณ
“เวลานี้…ข้าจะดื่มด่ำน้ำทิพย์แก้กระหาย ฮา…ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”
“สุดยอดจริงๆ ทำให้ข้าบ้างสิ!!” การ์เน็ตมองน้ำที่ไหลนองออกมาอย่างสนุกสนาน
“เ้าได้สิทธินั้น แต่ไม่ใช่ตอนนี้” เซเวียร์หันไปยักคิ้วให้
“ดีจังเลย…เพิ่งเคยรู้สึกดีเช่นนี้เลยนะเนี่ย” อริสาหอบเบาๆ รู้สึกว่าทั้งร่างเบาหวิว จนเกิดสภาวะทิ้งตัวลงในอ้อมแขนของเซเวียร์
จิณถอนหายใจเบาๆ มองเซเวียร์กับอริสา
“ช่างเถอะ…อย่างน้อยนางก็มีความสุขเพราะเ้าไปแล้ว”
“อยากบ้างไหมล่ะ? ถ้าเป็เ้า…ข้าจัดชุดใหญ่ พิเศษ ‘ใส่ไข่’ แถมให้ด้วยเลย” เซเวียร์แสยะยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
“พอเถอะ…อย่ามาไร้สาระกับข้า” จิณปฏิเสธอย่างไร้เยื้อใย
“ว่าแต่…มีใครติดชุดท่อนล่างสำรองมาบ้างไหม? ของข้ามัน…เปียกชุ่มไปหมดแล้ว” อริสาพึมพำด้วยน้ำเสียงพร่าสั่น
ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างไม่อาจซ่อนเร้น ั์ตาคู่สวยดูฉ่ำปรือและเลื่อนลอยเล็กน้อยจากความกระสันรัญจวนที่เพิ่งพุ่งทะยานถึงขีดสุดเมื่อครู่
เธอขยับขาที่ยังสั่นน้อยๆ เข้าหากันอย่างขัดเขินเมื่อััได้ถึงความเปียกแฉะที่ซึมผ่านอาภรณ์ออกมา
การ์เน็ตที่มองเซเวียร์กำลังก้มลงดูดเลียน้ำหวานที่หยดลงมาก็หัวเราะลั่น เพราะยิ่งเขาทำแบบนั้น อริสาก็ยิ่งสั่นและเปียกมากขึ้นไปอีก
ส่วนจิณได้แต่เอามือกุมขมับส่ายหน้าด้วยความสมเพชกับภาพอุจาดตาที่ได้เห็น
[นี่ข้า…ต้องร่วมทางไปกับคนบ้าพวกนี้จริงๆ หรือเนี่ย?]