ตอนนี้ฝั่งอัฒจันทร์ภาพที่ลูคัสและเฉินกำลังปะทะกันล้วนตกอยู่ในสายตาของคนส่วนใหญ่เด็กในรุ่นเดียวกันบางคนถึงกับกำหมัดแน่นเพราะอายุทั้งสองในจอภาพนั้นไม่ได้ห่างจากตนมากนักแต่พวกเขากลับแข็งแกร่งเป็อย่างยิ่ง
"ท่านปู่ ลูคัสจะสู้มือมีดคนนั้นได้มั้ย" วิเวียนถามอย่างร้อนใจ
"เ้าหนุ่มมือมีดนั่นว่องไวมากหากเดาไม่ผิดวิชาแยกเงานั่นต้องเป็ของชายคนนั้นเป็แน่..."โนแลน พึมพำกับตัวเอง
สวบ!มีดสั้นฉาบไปด้วยปราณถูกหยุดไว้ด้วยมือซ้ายของลูคัส เขากุมปลายมีดเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยทำให้คมมีดเฉือนเนื้อของเด็กชายตามแรงกดโลหิตเริ่มหยดลงพื้นเป็ทาง
"ได้โอกาสแล้ว" เด็กชายไม่อาจตามความเร็วของเฉินได้ทันดังนั้นจึงเลือกใช้ตัวเองเป็เหยื่อล่อเพื่อหยุดการโจมตีแล้ว
หาจังหวะสวนกลับ
ดาบเล่มั์ในมือขวาเริ่มมีเพลิงสีแดงลุกโชติ่โซ่ดำสั่นสะท้านแล้วกับจะขาดออก"เพลิงหวน"ไอชั่วร้ายสีดำระเหยออกมาจากตัวดาบคล้ายมันสามารถรับรู้ได้ว่าตนเองกำลังจะได้ดื่มเืศัตรูอีกครั้งฉากนี้พูดเหมือนนานแต่ความจริงกลับเป็เพียงเสี้ยวพริบตา
ในขณะที่ลูคัสกำลังจะฟันดาบลงไปในแนวดิ่ง
ตู้มม! ศร ปราณยาวขนาดหนึ่งเมตรพุ่งลงมาจากท้องฟ้าแยกระหว่างตัวเขาและเฉินออกจากกัน
ลูคัสปล่อยมีดที่มือทิ้งก่อนใช้ก้าวพริบตาถอยร่างห่างออกไปสามเมตร
เฉินเองก็ถอยออกไปแล้วเช่นกันมีผู้มาเยือน! หญิงสาวผ้าคลุมเขียวยืนอยู่บนต้นไม้ใหญ่ผมสีดำของเธอโบกสะบัดตามแรงลมในมือหญิงสาวปรากฏคันศรั์สีดำเข้มเล็งมาตรงทิศทางที่ลูคัสอยู่
หลังจากเฉินและลูคัสทิ้งระยะห่างออกจากกัน
มีเสียงประกาศดังขึ้น
"ธงสัญลักษณ์หมู่ตึกวัสสานะถูกยึดโดยหมู่ตึกวสันต์"
หลังจบประกาศจากทางสถานศึกษา
กำลังพลอีกราวสองร้อยคนก้าวออกมาจากบริเวณป่า
เมื่อพ้นแนวไม้แสงแดดส่องกระทบธงผืนใหญ่สีดำอยู่ในมือของชายผู้หนึ่ง"โอวี่ เบิร์นเนอร์"
"ประจำตำแหน่งล้อมพวกเขาสองคนเอาไว้" โอวี่ออกคำสั่ง
หญิงสาวบนต้นไม้ใหญ่กับเฉินยืนนิ่งโดยไม่มีท่าทีหวาดกลัวกับสถานการณ์ตรงหน้า
ในขณะที่โอวี่กำลังจะสั่งโจมตีนั้น
"เดี๋ยว" เซเวียร์ วูดส์ยืนอยู่บนชั้นลอยของปราสาทเธอกำลังทอดสายตามองเหล่าผู้คนด้านล่าง
"รู้ว่าตกอยู่ในวงล้อมของศัตรูแต่ก็เลือกจะออกมาช่วยเด็กคนนี้ไม่สมกับเป็เธอเลยนะ
“ฟารีนฟรานเชสเตอร์”
เมื่อเซเวียร์วูดส์ กล่าวจบสายตาของลูคัสก็ต้องเบิกกว้างเพราะนามสกุลนั้นดูคุ้นหูเป็อย่างยิ่ง
"..."หญิงสาวที่ถูกถามไม่กล่าวอะไรเธอกระชับคันศรั์ในมือปราณบริเวณคันศรสั่นไหวเป็สัญญาณบอกว่าตนเตรียมสู้ตาย
สายตาของเซเวียร์วูดส์ มองออกยังฝ่ายผู้มาเยือนไปไม่รู้ว่าตัวเธอกำลังคิดอะไร
"ปล่อยสองคนนี้ไป" เซเวียร์ วูดส์ ออกคำสั่ง
"เซเวียร์นี่เป็โอกาสดีที่จะกำจัดคิงของอีกฝ่าย" โอวี่ กล่าวเตือน
"ให้พวกเขาไปนี่คือคำสั่ง"
ในที่สุดทั้งฟารีนและเฉินก็ก้าวออกไปจากวงล้อมท่ามกลางสายตาของเหล่าสมาชิกหมู่ตึกวสันต์
ขณะนี้ปราสาทเขียวพร้อมธงถูกยึดครองโดยหมู่ตึกวสันต์อย่างเป็ทางการธงสีดำและธงสีเขียวอ่อนโบกสะบัดอยู่้าสุดของปราสาท
โอวี่ที่เดินเคียงข้างเซเวียร์ออกปากถามด้วยความสงสัย"ทำไมไม่ฆ่าฟารีนซะ"
"หากสั่งคนเข้าโจมตีด้วยฝีมือของสองคนนั้นคงเสียคนไม่ต่ำกว่าห้าสิบ"เซเวียร์ วูดส์ กล่าวอย่างเคร่งขรึม
"เสียไปห้าสิบแต่ก็คุ้มค่าฟารีนไม่ใช่คนที่จัดการได้ง่ายๆ"โอวี่ยังคงย้ำความคิดเดิม
"มองภาพรวมสิปราสาทก็ยึดแล้วธงก็อีกฝ่ายเราก็ได้มาแล้วไม่จำเป็ต้องเปลืองตัว...นายไปเรียกทุกคนมารับคำสั่งต่อไป"
เซเวียร์ วูดส์ พูดเสียงดังขณะนั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บัญชาการ
ด้านฝั่งอัฒจันทร์คนดู
เกิดเสียงฮือฮาอีกครั้งฉากที่หมู่ตึกวสันต์เข้ายึดครองปราสาทเขียวจากหมู่ตึกวัสสานะโดยเสียกำลังพลไปเพียงหลักสิบยังคงประทับอยู่ในใจของผู้คน
เหล่าผู้ชมที่เคยเดินทางมาชมครั้งแรกบางคนถึงกับเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่แหกปากะโเชียร์ลั่นเพราะการต่อสู้ในาครั้งนี้นั้นดุเดือดเป็อย่างมากพวกเขาเริ่มตระหนักแล้วว่าศิษย์ของสถานศึกษาแห่งนี้ล้วนไม่ธรรมดาอย่างที่ตาเห็น
ณผืนป่ารกร้างแห่งหนึ่ง
"ฟารีนเรามาร่วมมือกันดีกว่า"ชายร่างใหญ่ในผ้าคลุมสีแดงยืนประจันหน้ากับ ฟารีน ฟรานเชสเตอร์
"อาร์โนลด์ฝั่งนายเหลือคนเท่าไหร่" ฟารีนถาม
"ร้อยสามสิบยกให้เธอบัญชาการ"
หญิงสาวยืนครุ่นคิดเล็กน้อย
"งั้นตกลงหมู่ตึกวัสสานะทุกคนร่วมมือกับหมู่ตึกคิมหันต์แล้วรอฟังคำสั่ง"ฟารีน ฟรานเชสเตอร์ประกาศกร้าว
อาร์โนลด์ดีน เป็หัวหน้าของหมู่ตึกคิมหันต์
ชายคนนี้เป็นักรบฝีมือฉมังงานถนัดของเขาคือการฟาดฟันเหล่าศัตรูในสนามรบทุกครั้งที่เขาบัญชาการศึกจึงมักออกรบด้วยตัวเองเสมอทำให้การป้องกันของปราสาทแดงอ่อนแอจนกระทั่งถูกอากิโกะที่เป็เด็กสาวเ้าแผนการนำกำลังพลบุกไปขโมยธงออกมาได้อย่างง่ายดาย
"งั้นแผนคืออะไร" อาร์โนลด์ สอบถาม
"ไม่ต้องรีบนี่แค่วันแรกาที่แท้จริงพึ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น..."ฟารีนตอบสั้นๆ แม้จะถูกยึดปราสาทเขียวไปแต่ไพร่พลของเธอยังเหลือเกินครึ่ง
ภายในปราสาทเขียวซึ่งตอนนี้กลายเป็ของหมู่ตึกวสันต์ไปเรียบร้อย
ขณะนี้ท้องฟ้าใกล้มืดแล้ว
ลูคัสกำลังนั่งเหม่ออยู่ตรงบริเวณทางเข้าตนกำลังนึกถึงคำพูดของฟุสที่ชานชาลาวันนั้นฟารีนน่าจะเป็พี่สาวของเ้านั่นแต่เมื่อคิดถึงใบหน้าของหญิงสาวผ้าคลุมเขียวแสนน่ารักมาเทียบเข้ากับฟุสที่เวลายิ้มคล้ายกับกอลิล่ากำลังโมโหมันช่างไม่มีเค้าโครงที่จะนำสองคนนี้มาเชื่อมโยงกันได้เลย
เมื่อย้อนกลับไปคิดถึงฉากการต่อสู้กับเฉิน ลูคัสลองครุ่นคิดต่อว่าหากฟารีนไม่เข้ามาขัดจังหวะเขาจะสามารถจัดการอีกฝ่ายลงได้หรือไม่
ตนกำลังจินตนาการถึงทักษะร่างแยกนั่นว่าหากต้องรับมือกับวิชานี้อีกครั้งเขาจะทำยังไง
ภายในห้องโถงปราสาทเขียว
"คืนนี้ทุกคนพักเอาแรงให้เต็มที่ทิ้งเวรยามหน้าประตูไว้แค่ยี่สิบคนพอ"เซเวียร์ วูดส์ สั่งการ
ขณะนี้ทุกคนไม่เว้นแม้แต่เด็กปีหนึ่งล้วนทำตามคำสั่งของเธออย่างไม่มีข้อสงสัยชัยชนะในวันนี้บ่งบอกความสามารถในการบัญชาการรบของเธอได้เป็อย่างดี
สาเหตุที่ให้ทุกคนพักผ่อนเพราะหญิงสาวอ่านเกมล่วงหน้าแล้วตอนนี้ผลึกสีเขียวที่ได้มาจากการฆ่าอสูรในมือของเซเวียร์ทำให้แผนที่หนังสัตว์แสดงจุดสีเล็กๆ มีทั้ง สีดำ สีฟ้า สีแดงสีเขียวที่เคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาซึ่งจุดพวกนี้ก็คือเหล่าสมาชิกของหมู่ตึกทั้งหมดในสนามรบแห่งนี้นั่นเอง
พูดได้เลยว่าเกมการรบครั้งนี้ฝั่งหมู่ตึกวสันต์ได้เปรียบเป็อย่างมากและในคืนนี้ทุกฝ่ายที่เหลือน่าจะเก็บพลังเอาไว้รบพุ่งกันในวันถัดไป
เนื่องจากายังคงดำเนินต่อไปอีกหลายวันและแล้วค่ำคืนแรกของาสี่หมู่ตึกก็ผ่านไป
พระอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นแนวเขาเป็สัญญาณวันใหม่
หลังเวลาล่วงเลยไปจนบ่ายสามโมงเย็นก็ยังไม่มีประกาศใหม่จากสถานศึกษาจึงยังไม่มีฝ่ายใดเคลื่อนไหว
จนกระทั่งสี่โมง...ประกาศจากสถานศึกษาดังขึ้น
"สวัสดีตอนบ่ายนักเรียนที่รักทุกคน"แล้วภาพก็ฉายให้เห็นแท่นหินบูชาขนาดใหญ่ในทะเลทรายบนนั้นมีคทายาวเป็รูปร่างของปีกนกวางอยู่
"ภารกิจนี้ไม่มีคะแนนแต่คทาปีกนกจะทำให้ผู้ถือครองสร้างนักรบทรายขึ้นมา
ได้สองร้อยชีวิตโดยขั้นพลังของนักรบจะอยู่ที่โซลเยอร์ขั้นสี่"
ความโกลาหลเกิดขึ้นทันทีความสามารถเฉลี่ยของเหล่าสมาชิกส่วนใหญ่ในสนามรบอยู่ที่อาณาจักรพลังที่2 ขั้นแรกเท่านั้นหมายความว่าผู้ที่ได้ถือครองคทาก็เหมือนกับกุมชัยชนะไว้ครึ่งหนึ่ง
ภายในห้องโถงปราสาทเขียว
“เซเวียร์เราจะส่งคนไปชิงคฑานั้นมาไหม”โอวี่ เบิร์นเนอร์ถามด้วยความร้อนใจ
“ไม่ต้องส่งหน่วยสอดแนมไปดูสถานการณ์ก็พอ”เซเวียร์เอ่ยด้วยเสียงเรียบ
โอวี่เองก็ไม่ถามอะไรต่อหากเธอคนนี้ตัดสินใจแล้วต่อให้ชักแม่น้ำทั้งห้ามาก็คงเปลี่ยนอะไรไม่ได้
เมื่อโอวี่ออกไปแล้วเซเวียร์ก็ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้บัญชาการพร้อมทำสีหน้าครุ่นคิดที่ไม่สงคนไปเพราะเธอ้าลดการสูญเสียให้ได้มากที่สุด
เธอเห็นแล้วว่าจุดสีเขียวกับแดงมีการรวมตัวกันซึ่งไม่ได้อยู่เหนือไปจากที่ตนคาดการณ์ไว้ดังนั้นหากฝ่ายหมู่ตึกวสันต์ไม่เข้าร่วมก็จะเหลือเพียงหมู่ตึกเหมันต์เมื่อทั้งสองฝั่งเข้าปะทะกันจนมีการสูญเสียย่อมเป็ผลดีต่อฝ่ายตน
ส่วนเื่คฑาก็ไม่หนักใจนักแม้โซลเยอร์ขั้นสี่จะแข็งแกร่งแต่ก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดที่เธอต้องไปแย่งชิงอีกอย่างหากเดาไม่ผิดเมื่อมีนักรบทรายในมือก็หมายความว่า นักรบหนึ่งตนเท่ากับจำนวนไพล่พลหนึ่งชีวิต
เมื่อตกตายฝ่ายที่ทำลายนักรบทรายลงย่อมได้คะแนนอย่างไม่ต้องสงสัยแล้วเื่อะไรตนจะต้องนำแต้มไปเพิ่มให้แก่ฝายตรงข้ามด้วย
ฝั่งกลุ่มพันธมิตรหมู่ตึกคิมหันต์และวัสสานะ
"เตรียมตัวออกเดินทาง" ฟารีนะโสั่งเพื่อให้ทุกคนตื่นตัว
เหล่าหมู่ตึกพันธมิตรสามารถเคลื่อนกำลังพลได้อิสระในขณะที่อีกสองหมู่ตึกต้องดูแลธงและปราสาท
"นายปะทะกับลูคัสมาเหรอ" ฟุส กับ เฉิน กำลังนั่งสนทนากันเพราะขณะนี้หมู่ตึกของทั้งสองกลายเป็พันธมิตรกันแล้ว
"ใช่" เด็กชายผมยักศกตอบ
"เป็อย่างไรบ้างหมอนั่นแข็งแกร่งหรือเปล่า"ฟุสถามต่อด้วยอาการตื่นเต้น
"ต่อให้เราสองคนร่วมมือกันก็ไม่แน่ว่าจะล้มเขาได้"เฉินตอบด้วยสีหน้าขึงขัง
.