ตู้ม~!
เสียงกระแทกพื้นของชุดเกราะหนักทั้ง 2 สั่นสะเทือนพื้นดินจนเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่เต็มไปด้วยรอยแตก แอชเชอร์ที่มีชุดเกราะช่วยรับแรงกระแทกจึงไม่ได้บาดเจ็บใดๆ ชายที่เขากระโดดคว้าจับกลางอากาศในตอนที่มันคิดจะใช้แรงระเบิดของยานปกปิดการบินเพื่อหนีไป ตอนนี้ก็ได้นอนอยู่บนพื้นหลังจากถูกเขาจับล็อกตัว ยังดีที่ชุดเกราะของมันช่วยรับแรงกระแทกเช่นกันจึงทำให้มันไม่ได้รับความเสียหาย
[แจ้งเตือน ตรวจพบพลังงานความเข้มข้นสูง กรุณาออกห่างจากตำแหน่งนี้ใน 10 วินาที]
บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความดีใจเพราะสามารถจับชายสวมชุดเกราะสีดำมาเค้นหาคำตอบเริ่มเปลี่ยนไปเป็นสีหน้าวิตก แอชเชอร์จึงพลิกร่างที่ตกมาจากฟ้าพร้อมกับเขาแล้วใช้มีดกรีดชุดเกราะเพื่อที่เขาจะนำมันออกมา ตอนนี้ชุดเกราะที่สวมใส่กำลังจะเปิดใช้งานระบบทำลายตัวเอง แต่เมื่อเขาใช้แรงเปิดชุดเกราะออกมานี้เอง ร่างที่อยู่ข้างในก็ได้กระตุกสิ้นใจตายด้วยการมีน้ำลายฟูมปาก เขาจึงกระโดดหนีจากมันเมื่อรู้ว่าชายคนนี้เด็ดขาดมากหลังจากถูกจับตัวมันเลือกที่จะทำลายตัวเองทิ้ง ไม่ให้ถูกสอบปากคำหรือนำไปตรวจหาหลักฐานได้
บู้ม~!
แอชเชอร์ถูกแรงระเบิดของชุดเกราะดีดจนลอยกระเด็นออกไปไกลหลังจากเขาวิ่งหลบไม่พ้น อย่างไรก็ตามชุดเกราะที่เขาสวมยังคงปกติไม่มีความเสียหาย เมื่อรู้ว่าตำแหน่งนี้ไม่มีอะไรให้เขาสืบหาแหล่งที่มาของพวกชุดดำเขาจึงเปิดใช้งานสกิลวิ่งเร็วเตรียมจะหลบหนี ทว่าการหนีกลับช้าไปเมื่อพี่เลี้ยงของเขาเข้าถึงระยะที่สามารถระบุชุดเกราะที่แอชเชอร์สวมใส่จนรู้ว่าเป็นเขาได้
“แอชเชอร์ ทำไมนายถึงขัดคำสั่ง เกิดอะไรขึ้นอธิบายมาทั้งหมด”
“คือว่าผมเห็นสิ่งแปลกประหลาดบนท้องฟ้าจึงเข้ามาดู ปรากฎว่าผมถูกโจมตีจึงป้องกันตัว ผลออกมาจึงเป็นอย่างที่เห็น หลังจากที่ผมกระโดดขึ้นไปบนยานพวกมันได้ ยานก็ระเบิดตัวเองทิ้ง ส่วนคนที่ผมจับก็ฆ่าตัวตาย”
“รู้ไหมว่าพวกมันเป็นใคร มีสัญลักษณ์อะไร”
“ไม่ครับ”
แอชเชอร์ยังคงไม่บอกข้อมูลใดๆ เขารู้สึกเสียใจเช่นกัน หากเป็นไปได้เขาจะรีบเปิดชุดเกราะของมันให้เร็วกว่านี้ เพื่อหยุดไม่ให้มันกินยาฆ่าตัวตาย ตอนนี้เขากลับทำอะไรไม่ได้ นอกจากชุดเกราะของมันจะระเบิดไปแล้วยังหลอมละลายกลายเป็นแผ่นโลหะที่ไม่สามารถแกะรอยใดๆได้อีก
ยานรบที่ระเบิดบนท้องฟ้าก็เช่นเดียวกัน ต่อให้ทางกองทัพจะเก็บชิ้นส่วนของยานมาประกอบกันใหม่ สิ่งที่พวกเขาจะได้คงเป็นเศษโลหะเท่านั้น ระบบการควบคุม อุปกรณ์ไฮเทคที่ทำให้ล่องหนล้วนสลายไปทั้งหมดแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นนายไหวไหม”
การจะให้แอชเชอร์วิ่งกลับไป อาจจะเป็นการดึงดูดมอนสเตอร์ไปด้วย พี่เลี้ยงจึงจะขอกำลังจากเขาในการช่วยจัดการมอนสเตอร์เหล่านี้
“ไหวครับ ผมได้ทำการชาร์จชุดเกราะมาจากเพื่อนที่รอในจุดจอดรถ”
“ดี ฉันจะให้การฝึกพิเศษกับนาย ออกไปช่วยคนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“ทราบ~!”
แอชเชอร์วันทยหัตถ์ก่อนจะพุ่งออกไปด้วยความรวดเร็ว การต่อสู้ของเขาไม่สามารถออกไปไกลเกินกว่าระยะสายตาของพี่เลี้ยงได้ เขาจึงพุ่งตัวไปรอบๆใช้งานความสามารถของตนเองฆ่ามอนสเตอร์ที่กำลังออกอาละวาดเข่นฆ่าผู้คน ทว่าการต่อสู้ของแอชเชอร์ไม่สามารถเรียกว่าการต่อสู้ได้ ในเมื่อศัตรูอ่อนแอกว่าสิ่งที่เขาทำจึงเป็นการกวาดล้าง ด้วยสกิลระเบิดฝีเท้าที่เขาใช้งาน ทำให้การเคลื่อนไหวของเขาเข้าถึงมอนสเตอร์ได้รวดเร็วกว่าพี่เลี้ยง
ฉั๊วะ~!
เลือดสีแดงเปื้อนไปทั่วชุดเกราะ แอชเชอร์กลับไม่ได้สนใจ มันเป็นสิ่งปกติที่จะเกิดขึ้นในตอนที่เขาสู้ ตอนนี้เขาไม่รู้สึกต่างจากตอนฝึกซ้อมเลยสักนิด เนื่องจากการฝึกซ้อมเขาก็เอาชีวิตเข้าเสี่ยง ตอนนี้เขาก็กำลังเอาชีวิตเข้าเสี่ยงด้วยเช่นกัน ความต่างของมันคงจะเป็นการช่วยเหลือพลเรือน เพราะครั้งนี้เขาต่อสู้เพื่อป้องกันมนุษย์ที่ไม่สามารถหลบหนีเข้าไปยังฐานกำบังได้ทัน
“วิ่ง วิ่งต่อไปอย่าหันกลับมา วิ่ง”
ตู้ม~!
แขนข้างซ้ายแตกตัวเปิดใช้งานโล่กำบังขนาดใหญ่ ป้องกันไฟที่ถูกพ่นออกมาจากปากของมอนสเตอร์ แอชเชอร์ที่กระโดดมาขวางหน้าไม่ให้มันฆ่าพลเรือนได้สำเร็จจึงขว้างมีดปักหัวของมันจนตาย ก่อนที่เขาจะวิ่งไปเก็บมีดแล้วจัดการกับพวกที่เหลือใกล้ๆ พลางถอยไปวิ่งไปพร้อมกับพลเรือน เพื่อป้องกันสิ่งที่คิดจะโจมตีพวกเขา
“วิ่งวิ่งวิ่ง อย่างสนใจรอบข้าง วิ่งต่อไป”
จากประสบการณ์ที่ติดตัวมา จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่แอชเชอร์จะช่วยเหลือผู้คน ทำให้ตอนนี้ทุกๆคนที่เห็นการเคลื่อนไหวของแอชเชอร์ที่เข้ามาช่วยเหลือรีบออกมาจากสถานที่หลบซ่อนข้างทาง เพื่อจะไปรวมตัวกันที่ฐานใหญ่
ตู้ม~!
“วิ่งได้ไหม”
หินก้อนใหญ่ถูกยกออกจากขาหญิงสาวที่พึ่งตื่นจากการถูกปลุก เมื่อเธอพบว่าขาบาดเจ็บจึงส่ายหน้าให้กับทหารที่เข้ามาช่วยเหลือ แอชเชอร์จึงอุ้มเธอไปฝากให้ผู้หญิงที่กำลังวิ่งช่วยหามเธอไปยังฐานหลบภัย เขาไม่สามารถอุ้มใครได้เพราะมือของเขาจำเป็นต้องตวัดอาวุธออกไปรอบๆตัว
ตู้ม~!
เหล่าทหารที่แยกตัวออกไปจัดการมอนสเตอร์เริ่มกลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้งพลางช่วยกันนำพลเรือนไปยังฐานหลบภัยกระทั่งกลุ่มคนระลอกที่แอชเชอร์ช่วยเหลือมาถึงฐานหลบภัยพวกเขาก็รีบวิ่งเข้าไปข้างในปล่อยให้หน้าที่ข้างนอกเป็นของทหาร
“แอชเชอร์ นายเฝ้าที่นี่เอาไว้ ฉันจะขอไปตรวจสอบรอบๆก่อน”
“ครับ”
แอชเชอร์เปิดใช้งานระบบให้คอยตรวจสอบรอบข้าง พลางเฝ้าปากทางเข้าไปในฐานหลบภัยใต้ดิน ระหว่างนี้เองเขาก็ได้ยินเสียงระเบิดมาจากหลายทิศทาง มันเป็นสัญญาณที่ส่งมาจากพี่เลี้ยงของเขาที่กำลังออกกวาดล้างมอนสเตอร์ในเขตนี้
“ชิ”
แม้เวลาจะผ่านไป แอชเชอร์กลับไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิดเดียว ครั้งนี้เขาปล่อยให้พวกชุดดำหนีไปได้สร้างความไม่พอใจและสร้างความสงสัยให้เขาหลายอย่าง
สิ่งแรกที่เขาสงสัยคือระดับ S ที่อยู่บนยาน ทำไมมันถึงไม่ใช้กำลังฆ่าเขา ด้วยพลังที่มากกว่าจากชุดเกราะที่อยู่คนละรุ่น มันมีโอกาสในการฆ่าเขาสูงมาก กลับเลือกที่จะบินหนีไปด้วยการทำลายยานบิน
หากมันลงมือฆ่าเขานอกจากจะนำยานบินกลับไปได้แล้ว พวกมันยังอาจจะทำภารกิจต่อไปได้ กลับกลายเป็นว่าทุกๆอย่างตกอยู่ภายใต้การถอย ต่อให้พวกมันจะพลังมากกว่ากลับไม่มีใครเลือกที่จะสู้กับเขาเลยนอกจากหนี
“แอชเชอร์ กลับกันเถอะ หน่วยช่วยเหลือเดินทางกลับมาแล้ว”
แอชเชอร์ที่ยืนคิดหาเหตุผลของการถอยจากพวกชุดเกราะสีดำ มองไปยังพี่เลี้ยงของเขาที่กลับมาหลังจากออกไปกวาดล้างมอนสเตอร์ 2 ชั่วโมง เขาจึงทำตามคำสั่งด้วยการเปิดใช้งานชุดเกราะวิ่งกลับไปยังจุดจอดรถ
ภายในเขตนี้ไม่มีอะไรให้เขาทำอีกต่อไป มอนสเตอร์ทุกตัวถูกจัดการไปแล้ว รูบนเพดานก็กำลังถูกปิดด้วยวัสดุพิเศษที่เหมือนกับโฟม มันกำลังถูกยานบิน 3 ลำยิงสารบางอย่างเข้าไปในรูก่อนสสารจะขยายตัวกลายเป็นของแข็งปิดรูไม่ให้มอนสเตอร์เข้ามาข้างในได้อีก
หว๋อ~!
เสียงรถพยาบาล เสียงรถหน่วยงานต่างๆล้วนวิ่งวุ่น กลุ่มของแอชเชอร์กลับสวนทางคนกลุ่มนี้ที่เดินทางเข้ามาในเขต V45 เพื่อกลับไปยังค่ายฝึกของพวกเขา
“เอาล่ะ เดินทางกลับกันได้ สวนนายแอชเชอร์ จะมีคนเรียกนายไปสอบปากคำสักเล็กน้อย โปรดให้ข้อมูลที่เป็นจริงเกี่ยวกับสิ่งที่นายเกี่ยวข้อง”
“ครับ”
แอชเชอร์พยักหน้า ทว่าเขากลับไม่ได้วิตกใดๆเลยสักนิดเดียว สิ่งที่เขาจะพูดยังคงเหมือนเดิมคือเขาไม่รู้จักคนกลุ่มนี้ ที่เขาทำมีเพียงแค่หาต้นตอของสาเหตุการถูกรบกวนชุดเกราะ จนไปเจอเข้ากับยานบินล่องหนบนท้องฟ้าพร้อมกับเจอคนสวมชุดเกราะสีดำ แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ทำอะไร พวกมันกลับหนีหาย สุดท้ายก็ระเบิดยานและระเบิดตัวเองทิ้ง เขาจำหน้าของมันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ยังดีที่ชุดเกราะไม่มีระบบถ่ายภาพจึงทำให้ใบหน้าของชายที่ระเบิดตัวตาย ยังไม่ถูกเปิดเผย
เขาไม่รู้ว่ามันจะเป็นเรื่องร้ายหรือเรื่องดี หากใบหน้าชายคนนี้เปิดเผยออกไป ถ้ากลุ่มชายชุดเกราะสีดำนี้รู้ว่าเขาเป็นตัวการทำให้พวกมันถูกเปิดโปงเขาอาจจะถูกเล่นงานทุกวิถีทางอาจถึงขั้นส่งบางหน่วยมาเล่นงานเขา แต่ตอนนี้เขายังไม่มีข้อมูลของพวกมัน แล้วยังปกปิดข้อมูลไว้อีก ต่อให้พวกมันจะตามสืบเรื่องของเขา สุดท้ายพวกมันก็ได้เพียงแค่ข้อมูลที่บอกว่าเขา ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกมัน สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเขาก็อาจจะไม่ถึงขั้นหนัก สิ่งที่พวกมันจะกล้าทำน่าจะมีเพียงแค่ส่งคนมา 2 - 3 คนเพื่อปิดปากเขาเท่านั้น ไม่ใช่ยกมาทั้งหน่วยเหมือนที่เขาเปิดเผยข้อมูล ด้วยสิ่งที่เขาปกปิดไว้อาจจะทำให้เขามีเวลาฝึกจนคิดว่าไม่จำเป็นต้องฝึกต่อไปสามารถใช้แต้มสถานะคงเหลือได้ตามต้องการ
“เอาล่ะแอชเชอร์ ตามพวกเรามา”
แอชเชอร์เดินตามพี่เลี้ยงไปยังตึกแห่งหนึ่ง หลังจากที่เขาจะต้องไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆที่เกิดขึ้นกับชายสวมชุดเกราะสีดำ โดยห้องที่เขาถูกต้อนรับยังคงเป็นห้องโล่งกว้างมีไฟดวงเดียวเท่านั้น
“แอชเชอร์ แอสลาส ทางเราไม่มีอะไรมาก เพียงแค่อยากให้คุณเขียนทุกอย่างที่เห็นลงไปในกระดาษแผ่นนี้”
“ผมต้องเขียนเหรอครับ”
“ใช่ ทุกอย่างที่นายเห็นเขียนลงไปทั้งหมดอย่าให้ตกหล่น”
ทหารหญิงที่ทำหน้าที่สืบสวนนั่งนิ่งมองจ้องแอชเชอร์ส่วนชายอีกคนยืนปิดประตูคอยสังเกตตัวของแอชเชอร์เพื่อหาสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับการเขียน ซึ่งเขาก็ลงมือเขียนด้วยด้วยตั้งใจบางครั้งก็กัดปากกาแกล้งทำเป็นว่าเขากำลังคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ว่าตัวของเขาเจออะไรมาบ้าง
“เสร็จแล้วครับ ทั้งหมดที่ทำมีเท่านี้”
แอชเชอร์ยื่นปากกาและกระดาษให้กับทหารหญิงจากนั้นเขาก็ถูกปล่อยตัวกลับไปยังห้องพัก ดูเหมือนว่าวันนี้จะเป็นอีกวันที่ทำให้เขาหนักใจ
“ออกไปวิ่งสักหน่อยดีกว่า”
การออกกำลังกายของแอชเชอร์ถูกวางเอาไว้หลังจากที่เขานำชุดเกราะไปซ่อมบำรุง ระหว่างทางนี้เองเขาก็พบเข้ากับชายสวมสูทสีดำเดินเข้ามาทักทายพร้อมกับยื่นนามบัตรสีทองให้กับเขา
“สวัสดีครับคุณแอชเชอร์ ผมโลแกนเป็นตัวแทนของหน่วยดีลาส คุณแอชเชอร์คงน่าจะได้ยินมาบ้าง”
“ครับ มีอะไรหรือเปล่าครับพอดีผมกำลังจะเข้าสู่ช่วงฝึก”
“พอดีทางเรากำลังมองหาคนเข้าร่วมหน่วย”
“อ๋อ พอจะมีเอกสารไหมครับ ผมไม่สะดวกคุยจริงๆ ตอนนี้ก็ค่ำแล้วผมพึ่งได้ทำภารกิจด่วนกับพี่เลี้ยงมาด้วย จึงเหนื่อยมากๆ ขอเป็นข้อมูลเอกสารจะได้ไหมครับ”
“ได้ครับ ผมเตรียมมาให้เรียบร้อย หากคุณแอชเชอร์สนใจติดต่อสอบถามทางเบอร์โทรและที่อยู่บนนามบัตรมาได้ทุกเมื่อนะครับ ทางหน่วยของเรามีสวัสดิการดีไม่ต่างจากหน่วยท็อปๆเลย”
“ขอบคุณครับ ไว้พบกันใหม่นะครับ”
แอชเชอร์ตอบด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง ไม่ใช่ว่านี่เป็นครั้งที่สองที่เขาได้รับนามบัตร หลายวันมานี้มีหลายคนเข้ามาในค่ายฝึกพิเศษเป็นจำนวนมาก พวกเขาล้วนแล้วมุ่งเป้ามายังเขาเกือบทุกๆคนเพื่อดึงตัวระดับ S เข้าร่วม แอชเชอร์จึงต้องคุยกับพวกเขาอย่างมีมารยาท เนื่องจากว่าการเป็นทหารกับการเป็นนักเรียนมีสิ่งที่ต่างกันหลายอย่าง หนึ่งคือเส้นสาย สองคืออำนาจ เขายังไม่อยากไปขัดผลประโยชน์หรือทำให้ใครเกลียดขี้หน้าจนมาหาเรื่องเขาในตอนที่เขาได้รับการบรรจุเป็นทหาร