ความวุ่นวายริมสระบัวยังคงดำเนินต่อไปแน่นอนว่าไม่มีมนุษย์หน้าไหนคิดจะเปิดศาลไต่สวนหาสาเหตุจากสัตว์ปีกหน้าโง่ก็แหงล่ะ ใครมันจะบ้ามานั่งจับเข่าซักไซ้เอาความจริงกับอาหารเย็น
"เอาไปตัดคอซะ!เ้าห่านตัวนั้น"
ฮ่องเต้เฒ่าตรัสด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและหงุดหงิดก่อนจะสะบัดชายแขนเสื้อสีทองหันหลังเดินจากไปอย่างไม่ไยดีท่าทางนั้นประหนึ่งลูกค้าที่เพิ่งเขี่ยหมูต้มเหม็นบูดทิ้งลงใต้โต๊ะของโรงเตี๊ยม ก่อนจะเรียกเสี่ยวเอ้อมาด่าว่าหมูมันเน่าแดกไม่ได้
ขณะเดียวกัน กลุ่มขันทีและนางกำนัลก็รีบกุลีกุจอหอบหิ้วร่างเปียกโชกขององค์หญิงแปดมุ่งหน้าไปปฐมพยาบาลยังตำหนักที่อยู่ใกล้เคียงอย่างทุลักทุเล
เจียงลี่หยูทำใจปลงตก ั์ตากลมดำขลับหม่นแสงลงลำคอยาวระหงลู่ลงกับพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก
'เอาเถอะ...ชีวิตห่านประดับสวนมันก็มีค่าแค่นี้แหละตายไปเดี๋ยวตาแก่ฮ่องเต้ก็แค่สั่งให้คนไปซื้อตัวใหม่แถวตลาดตีนเขามาแทน แถมฉันยังพูดภาษามนุษย์ไม่ได้เสียด้วยจะให้เอาตีนผังผืดไปจุ่มหมึกเขียนฎีการ้องทุกข์ก็คงไม่ทันแล้วมั้ง'
ชิ้ง!
เสียงสะท้อนของคมดาบที่แหวกอากาศดังขึ้นองครักษ์เสื้อแพรนายหนึ่งเงื้อเหล็กกล้าคมกริบขึ้นสุด่แขนเล็งเป้าหมายไปยังลำคอขาวสะอาดที่รอรับชะตากรรม
"ช้าก่อน"
สุรเสียงทุ้มต่ำดังแทรกขึ้นกลางวงล้อมทำเอาปลายดาบที่กำลังจะสับลงมาต้องหยุดชะงักค้างกลางอากาศ
บุรุษหนุ่มรูปงามก้าวพรวดเข้ามาประชิดตัวนักโทษปะาอวบอ้วน
"ข้าจะลงมือเอง"
หมับ!
ฝ่ามือหนาขององค์ชายห้าคว้าเข้าที่ลำคอยาวๆของเจียงลี่หยูอย่างแม่นยำ
ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยปากทักท้วงเชื้อพระวงศ์หนุ่มก็ออกแรงลากก้อนขนอุ้ยอ้ายออกไปจากบริเวณลานอุทยานหลวงอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้องครักษ์ถือดาบกับบ่าวไพร่ทั้งหลายยืนงงเป็ไก่ตาแตกอยู่ริมสระน้ำ
เมื่อพ้นจากสายตาผู้คน จนเข้ามาอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบชายหนุ่มก็คว้าเอาเศษผ้ากระสอบเก่าๆ แถวนั้นมาคลุมทับหัวกลมๆ ของห่านสาวเอาไว้จนมิดชิด
ซ่า...
ของเหลวสีแดงข้นคลั่กกลิ่นคาวคละคลุ้งซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าเป็เืหมูสดๆ จากโรงครัวหลวงถูกสาดชโลมลงบนผ้าคลุมและขนสีขาวจนเปรอะเปื้อนไปทั่วบริเวณเพื่อตบตาผู้คนรอบนอกประหนึ่งว่ามีการเชือดคอห่านสำเร็จโทษเสร็จสิ้นแล้ว
ตึก... ตึก...
“น้องห้า เ้าจะขัดราชโองการของเสด็จพ่อหรือ?”องค์รัชทายาทเดินตามมาพร้อมกับเหล่าองครักษ์หลวงจำนวนหนึ่งหากแต่ว่า องค์ชายรูปงามไม่ได้ตอบกลับสิ่งใดในทันทีแต่กลับหันไปส่งสัญญาณอะไรบางอย่างให้แก่คนของตัวเองก่อนจะหันกลับมายิ้มให้พี่ชายคนละแม่แบบแหยๆ
“ทอดพระเนตรดูเถิดเสด็จพี่เ้าห่านนี้ถูกข้าหักคอจนสิ้นใจข้ากับคนของข้าเตรียมนำร่างเ้าห่านบ้าตัวนี้ไปฝังแล้ว”
องค์รัชทายาทหรี่ตาทอดพระเนตรร่างของเจียงลี่หยูที่แข็งเป็หินแบบสงสัย“เ้าแน่ใจสินะ ว่าสำเร็จโทษมันแล้วห่านโง่ตัวนี้บังอาจทำร้ายน้องแปดเชียวนะ”
“ท่านคงไม่อยากเสวยห่านที่เลี้ยงไว้ในอุทยานหรอกกระมังแต่หาก้า ข้าให้พ่อครัวหลวงจัดสำรับด้วยเนื้อห่านนี้ได้ เสด็จพี่จะได้มั่นใจ”
“ไม่ต้องมากพิธีข้าจะเชื่อเ้าสักครั้งน้องห้า ถ้ามันตายไปแล้วข้าคงให้คำตอบกับเสด็จพ่อและน้องแปดได้ ดังนั้น เ้าจงจัดการตามที่เห็นสมควรเถิด”
พูดจบองค์รัชทายาทก็เดินหายไปพร้อมเหล่าองครักษ์เสื้อแพรขณะที่องค์ชายห้าลอบถอนหายใจแบบโล่งอก
ไม่นานนัก...
เสียงฝีเท้าของคนหามเกี้ยวก็ดังขึ้นด้วยจังหวะเดินแบบสม่ำเสมอร่างอวบอ้วนถูกโยนขึ้นมาซุกซ่อนไว้บนเกี้ยวส่วนตัวขององค์ชายห้าก่อนที่ขบวนจะมุ่งหน้าเดินทางออกจากเขตพระราชฐานอย่างเงียบเชียบ
สตรีในร่างสัตว์ปีกที่ถูกคลุมหัวนอนนิ่งสนิทอยู่บนเบาะรองนั่งนุ่มๆ
แม้ในใจของอดีตพนักงานออฟฟิศจะเต็มไปด้วยความงุนงงสับสนราวกับมีลิงกังมาตีฉาบอยู่ในหัวแต่เธอก็เลือกที่จะเล่นตามน้ำ แสร้งทำตัวแข็งทื่อปล่อยขาและปีกห้อยต่องแต่งเหมือนซากศพขึ้นอืดอย่างแเี
'อีตาองค์ชายห้านี่คิดจะทำอะไรของเขากันแน่...ลงทุนเล่นละครตบตาคนทั้งวังเพื่อขโมยซากฉันออกมาเนี่ยนะหรือว่าหมอนี่จะมีรสนิยมเปิบพิสดารอยากกินห่านพะโล้สูตรลับเฉพาะแบบไม่ต้องแบ่งให้ใครกิน!'
เกี้ยวหลังงามถูกหามรอนแรมมาไกลราวสามชั่วยามก่อนจะหยุดการเคลื่อนไหวลงอย่างนุ่มนวล
ฝ่ามือหนาของบุรุษผู้สูงศักดิ์รวบลำคอยาวๆของเจียงลี่หยู พลางหิ้วลงมายืนบนพื้นดิน
เศษผ้ากระสอบเก่าๆ ที่ชุ่มไปด้วยเืหมูคาวคลุ้งถูกดึงพรวดออกไปจากหัวกลมๆ
อดีตหญิงสาวหน้าตาธรรมดาวัยยี่สิบเจ็ดปีในร่างห่านรีบสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆทันทีที่ได้รับอิสระ
ใบหน้าหล่อเหลาคมคายขององค์ชายห้ายังคงขมวดคิ้วเป็ปมเงื่อนตายตามความเคยชิน
ทว่าเพียงชั่วพริบตา มุมปากของเขากลับยกขึ้นเล็กน้อย
รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นมาบนใบหน้าที่มักจะเรียบตึงราวกับแผ่นกระดานซักผ้า
ดวงตากลมสีดำขลับของห่านสาวเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
'ผีหลอกกลางวันแสกๆ หรือไง!ั้แ่ทะลุมิติมา ฉันยังไม่เคยเห็นเขายิ้มเลยสักครั้ง!'
เชื้อพระวงศ์หนุ่มย่อตัวลงมาจนใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากจะงอยปากสีส้มเพียงแค่คืบ
"เกมการเมืองในวังหลวงมันก็บัดซบเช่นนี้แหละโชคดีหน่อยที่วันนี้ข้าเตรียมเืหมูไว้พอดิบพอดีแต่ปกติข้าก็พกเืหมูไว้แทบทุกวันอยู่แล้ว วันนี้เ้าก็เลยรอดพ้นจากความตาย...เอ่อ... รอดจากความขาดสติของพวกคนในวังหลวงบัดซบนั่น"