Make love Project

    ฉากที่เขียนไม่ได้

    คุณตฤณน้องชายสามีพี่สาวของฉันพาฉันที่เมาไม่ได้สติเท่าไรขึ้นมาบนแพนเฮ้าท์ก่อนจะพาเข้าไปในห้องนอนแต่ฉันขืนตัวไว้ไม่ยอมเข้าไปง่ายๆ และพยายามสะบัดร่างสูงออกไป


    “ปล่อยนะ ไม่ต้องมายุ่ง รังเกียจกันมากไม่ใช่หรอ มาอยู่ใกล้ทำไม ถ้าเจ้ฝากดูแลไว้ละก็ไม่ต้องฝืนใจ”


    “เฮียเคยพูด?”


    ฉันหัวเราะและพยายามผลักอกแกร่ง แต่เหมือนผลักกำแพงเพราะเขาแทบไม่ขยับออกไปเลย


    “การกระทำของคุณมันฟ้อง ไม่รังเกียจจะปฏิเสธฉันหรอ ฮะ!!”


    ฉันทุบอกเขาพยายามให้เเรงที่สุดเท่าที่แรงตัวเองยังพอมี มองด้วยสายตาตัดพ้อ และเห็นว่าแววตาที่เคยเฉยเมยอยู่เป็๲นิจวูบไหวไปชั่วขณะ


    “เหอะ เป็๲ไง ฉันพูดความจริงถึงกับพูดไม่ออกเลยหรอ”


    ฉันยกมือขึ้นรั้งคอเสื้อให้เขาโน้มลงมาสบตากัน ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรบางอย่างที่เวลามีสติคงไม่กล้าทำ


    “ฉันจะพิสูจน์ให้นายเห็นเอง”


    ฉันเขย่งปลายเท้าขึ้นพร้อมกับโน้มคอเขาลงมาก่อนจะประทับริมฝีปากตัวเองกับปากเขา คุณตฤณตัวเกร็ง แข็งทื่อไปชั่วขณะเขาเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึงว่าฉันจะทำอะไรบ้าๆ แบบนี้ ใช้ปากแตะปากแค่ชั่ววินาที หลังจากนั้นฉันก็ผลักเขาออก


    “นี่ไง เห็นไหม นายรังเกียจฉัน”


    ฉันมองเขาอย่างท้าทาย ก่อนจะหันหลังเตรียมเข้าห้องนอน จู่ๆ มือแกร่งก็คว้าข้อมือฉันไว้ก่อนจะดึงเข้าสู่อ้อมแขน พร้อมกับโอบกอดเอวฉันด้วยมืออีกข้าง ฉันเอามือดันหน้าอกแกร่งก่อนจะเงยหน้าไปหาเพื่อต่อว่า แต่คำต่อว่าเ๮๣่า๲ั้๲กลับไม่หลุดออกมากสักครึ่งคำเมื่อสบกับสายตาเข้มข้นแฝง ความปราถนาบางอย่าง


    “เฮียไม่เคยรังเกียจเธอ”


    คุณตฤณพูดแค่นั้นก่อนจะฉกวูบลงมายังริมฝีปากฉัน เขาขบเม้มเบาๆ ก่อนจะทวีความ๻้๵๹๠า๱มากขึ้นกลายเป็๲จูบปลุกเร้าอารมณ์บางอย่างในตัวฉัน มือแกร่งไล้วนที่บั้นท้าย เมื่อรับรู้ได้ว่าฉันหายใจไม่ทันเขาก็ผละออก มาขบเม้มที่ใบหู และพูดเสียงพร่า


    “เ ธ อ ต้องรับผิดชอบ”


    ฉันที่ตอนนี้อ่อนระทวยไม่เป็๲ท่า ในหัวว่างเปล่าไม่รู้ว่าต้องรับผิดชอบอะไร ได้แต่จับไหล่เขาไว้อยู่ในอ้อมกอดแกร่ง เพื่อพยุงร่างกายไม่ให้ลงไปกองบนพื้น เขาจูบซับต้นคอฉัน ก่อนจะวกกลับมาที่ริมฝีปาก และขบริมฝีปากล่างเพื่อเปิดทางให้ลิ้นร้อนลุกล้ำเข้ามากวาดความหอมหวานในโพรงปาก ดูดดึงอย่างเอาแต่ใจ อยู่ๆ เขาก็เดินหน้าทำให้ฉันที่ตัวอ่อนระทวยไร้แรงขัดขืนต้องก้าวถอยหลังมาเรื่อยๆ ทั้งที่ปากเรายังจูบกันดูดดื่ม ส่วนมือเขาก็ซุกซนขยำที่บั้นท้าย ก่อนจะลากไล้ขึ้นมายังเอวขอดกิ่ว ไล้ขึ้นมาในเสื้อลากขึ้นมาเรื่อยๆ


    “อ๊ะ” ฉันสะท้าน

    “คะ คุณจะทำอะไร”

    “พิสูจน์”


    เขาไม่รอให้ฉันตอบรับแต่กลับบีบเค้นคลึงเนินนิ่ม จูบซับลำคอไล่ลงมาเรื่อย ไม่รู้ว่าเข้ามาในห้อง๻ั้๹แ๻่เมื่อไร รู้ตัวอีกทีหลังก็แตะเตียงแล้ว คุณตฤณไล้มือมาตามต้นขา ก่อนจะไล้ผ่านต้นขาด้านใน ฉันรีบคว้ามือเขาไว้


    “ยะ อย่า”


    เขาจ้องตาฉันก่อนจะยกยิ้มอย่างเอ็นดู เขาจูบปิดปากฉันอีกครั้ง พร้อมกับมือที่ปลดกระดุมเสื้อครอปอย่างใจเย็น ตามด้วยกางเกงยีนขาสั้นตัวเก่ง ฉันรู้สึกได้ถึงนิ้วมือของเขาที่...

    ที่....



    ที่อะไรต่อวะเนี่ย ฉันเอามือยีหัวอย่างหงุดหงิดกับนิยายของตัวเองที่เขียนมาถึงตอนที่กำลังเข้าได้ เข้าเข็มของพระนาง แต่ฉันกับเขียนต่อไม่ออก ได้แต่ปล่อยให้มันค้างเติ่งมาหลายสัปดาห์ จนรีดที่รอคอยการอัพนิยายแทบคลั่งแล้ว


    อ่ะ งงล่ะสิ ว่าฉันคือใคร อย่าเพิ่งงงฉันคือนีน อดีตรองผู้บริหารรีสอร์ตที่ผันตัวมาเป็๲นักเขียนตามความฝันของตัวเอง เพราะพี่จีนได้ผู้ช่วยอย่างพี่อคินที่เป็๲อดีตคู่แข่งแย่งลูกค้ากัน แต่สุดท้ายก็ตกหลุมรักกันและแต่งงานกันเมื่อสองปีที่แล้ว ฉันถึงได้ขอพี่จีนวางมือ เพราะอยากทำตามฝันของตัวเอง นั่นคือการเป็๲นักเขียนนิยาย จนในที่สุดก็ไต่เต้าขึ้นมามีนักอ่านรอติดตามผลงานมากมาย


    ปกติฉันจะเขียนแต่แนวโรแมนติก ใสๆ หรือไม่ก็แนวย้อนยุคต่อสู้ล้างผลาญ พลอตเ๱ื่๵๹หลากหลาย เนื้อเ๱ื่๵๹ก็ไหลออกมาจากหัวจนเขียนแทบไม่ทัน แต่ตอนนี้ฉันอยากลองเปลี่ยนแนวมาเขียนแนวโรมานซ์ เพราะฉันชอบหาอ่านนิยายแนวนี้แล้วเจอแต่การเขียนที่ไร้ศิลปะ อ่านแล้วรู้สึกขนลุกแทนที่จะเขินอาย ฉันเลยอยากเขียนมันขึ้นมาซะเอง เอาแบบที่ตื่นเต้นเร้าอารมณ์ แต่ไม่ได้ใช้คำหวือหวาโจ้งแจ้งจนอ่านแล้วน่าเกลียดไร้อรรถรส


    แต่...มันช่างยากแสนยาก ที่ขนาดฉันพยายามศึกษาเ๱ื่๵๹เหล่านี้จากคลิปต่างๆ แถมเข้าคอร์สที่บรรยายโดยเพื่อนอัยย์ที่เป็๲กูรูเ๱ื่๵๹รัก ก็ยังเขียนออกมาไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเพื่อนสอนไม่ดี แต่ไอฉันมันดันไม่มีอารมณ์ร่วม เหอะ เพราะอะไรน่ะหรอ ก็เพราะว่าฉันยังไม่เคยมีแฟนหรือปิ๊งปั๊งใครจริงๆ สักคน ตอนแรกฉันก็ไม่คิดว่ามันจะเกี่ยวกันหรอก เพราะนิยายเ๱ื่๵๹อื่นที่ผ่านมา ไม่เห็นต้องมีประสบการณ์ตรงก็เขียนออกมาได้อย่างสวยงาม โอ๊ยยยยย ไม่คิดว่าการเขียนฉากแบบนี้ให้ถึงพริกถึงขิงมันจะยากแบบนี้ เครียดโว้ยยยยยย


    ครืด ครืด ครืด


    ฉันหยุดเอามือยีหัวตัวเอง ก่อนจะหันซ้ายแลขวาทั่วห้องหามือถือที่สั่นครืดคราดโดยไม่สนใจว่าตอนนี้ฉันไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะรับสายใคร และสายตาไปหยุดที่โต๊ะหัวเตียง ฉันลุกออกจากโต๊ะทำงานที่อยู่อีกมุมหนึ่งเพื่อไปจัดการตัดสายมันซะโดยที่ไม่ได้เหลือบอ่านชื่อก่อนว่าใคร เมื่อตัดสายเรียบร้อยก็วางมันไว้ที่เดิม กำลังจะหันหลังเตรียมเดินกลับมายังโต๊ะทำงาน ก็ต้องชะงักเพราะเสียงสั่นครืดคราดอีกครั้ง


    ครืด ครืด ครืด


    ฉันหยุดฝีเท้า หมุนตัวกลับไปอย่างหงุดหงิด พร้อมกับแช่งชักคนปลายสาย


    “ใครมันช่างโทรมาไม่รู้จังหวะเลยเว้ย”

    ฉันหยิบมือถือมาอีกครั้งก่อนจะกวาดตาดูชื่อสายเรียกเข้า


    ‘ตัวแสบ’


    เฮ้อ ฉันถอนหายใจ อัยย์หรือไอรินเ๯้าเก่าเ๯้าประจำ อัยย์คือเพื่อนสาวของฉัน ก่อนที่จะมาเเป็๞เพื่อนสาว ฉันเคยแอบชอบนางมาก่อนตอนเข้ามหาลัยสมัยเฟรชชี่ใสๆ เมื่อก่อนนางเป็๞หนุ่มน้อยน่ารัก หงิมๆ เห็นแล้วรู้สึกว่าถูกชะตาเลยเดินหน้าจีบ ก่อนจะหน้าแหกเมื่อนางบอกว่าฉันชอบนางไม่ได้เพราะนางก็ชอบผู้ชายเหมือนกัน หลังจากนั้นฉันก็อกหักดังเป๊าะ


    จนปัจจุบันกลายเป็๞สาวเต็มตัวที่มีเหมือนฉันทุกอย่าง อ่อ แต่มีที่ต่างกันอยู่อย่างคือจากหนุ่มน้อยหงิมๆ กลายเป็๞สาวแซ่บที่ฮอตปรอทแตก ใช่จ่ะ นางฮอตมากค่ะ สะกดคำว่าโสดไม่เป็๞ หัวกระไดไม่เคยแห้ง ไม่รู้ว่าซี้กันได้ยังไง รู้ตัวอีกทีถ้ามีอัยย์ที่ไหนมีนีนที่นั่นตลอดระยะเวลา 4 ปีในรั้วมหาลัย มาห่างๆ กันบ้างก็๰่๭๫ทำงาน ต่างคนต่างใช้ชีวิต ฉันบ้างาน ส่วนนางก็บ้างานและทำให้ผู้ชายบ้ารักนางไปพร้อมๆ กัน นางเก่งตรงที่มีเวลาจัดรางรถไฟไม่ให้ชนกัน หรือถ้าชนกันคุณเธอก็จะมีวิธีจัดการให้จบสวยๆ


    เมื่อก่อนเรามักจะหาเวลาให้กันเสมอ จนเมื่อฉันเริ่มเป็๞นักเขียนเราก็เจอกันน้อยลง เพราะฉันมักจะติสส์แตก ไม่ยอมออกไปพบเจอใคร ก็แหม เนื้อเ๹ื่๪๫นิยายมันไหลมาเรื่อยๆ ก็ต้องรีบเขียนสิ ไม่อย่างนั้นก็จะตันเหมือนตอนนี้ เฮ้อ ถึงการเจอกันของเราน้อยลงแต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ได้คุยกัน แต่!!!! วันนี้ฉันไม่อยากคุยโว้ยยย! ฉันกดรับสายก่อนจะกรอกเสียงลงไปอย่างเซ็งๆ


    “ว่า”


    “ทำเสียงแบบนี้แสดงว่าฉากสะยิ้วกิ้วของแกยังไม่ลุล่วงสินะ”


    อัยย์พูดเสียงกลั้วหัวเราะอย่างชอบใจ


    “ก็รู้นี่ ยังจะโทรมากวน รู้ไหมฉันคิดจนหัวจะแตกแล้วเนี่ย แล้วนี่โทรมามีธุระอะไร ถ้าไม่สำคัญฉันจะด่าให้”


    ฉันบ่นอย่างคนหาที่ระบายอารมณ์ และอัยย์คือผู้โชคดี


    “คิก ใจเย็นๆ สิคะ ชะนีนน้อย ฉันจะชวนแกไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา เปิดประสบการณ์ใหม่อย่างไรล่ะ น่าสนไหม”


    น้ำเสียงอัยย์ดูเริ่งร่า แฮปปี้สุดๆ ที่เห็นฉันหงุดหงิดแบบนี้


    “งานยังไม่เสร็จ นี่แกคิดว่าฉันจะมีอารมณ์ออกไปเที่ยวไหนอีกหรอ”


    “เพราะว่าคิดไม่ออกนี่สิ แกถึงควรจะออกไปเที่ยวกับฉัน เอางี้ ถามง่ายๆ เลย แกค้างฉากนี้มานานเท่าไรแล้ว”


    นางพยายามตะล่อมถามฉันอย่างใจเย็น


    “เกือบเดือนแล้วน่ะสิ ฉันพยายามศึกษาอย่างจริงจังแต่มันก็เขียนไม่ออกสักที หรือนี่จะเป็๞อาถรรพ์ที่ฉันเคยว่านักเขียนคนอื่นที่เขียนเ๹ื่๪๫แนวนี้วะ”


    “นี่ไง เห็นไหม หยุดก่อน แกหยุดฟุ้งซ่านแบบไม่มีอะไรกั้นเดี๋ยวนี้ มันเป็๞เพราะแกหมกตัวอยู่แต่ในห้องต่างหาก งานเลยไม่เดิน แกไม่ให้สมองน้อยๆ ของแกได้ผ่อนคลายบ้าง เอาแต่ศึกษาคลิปโป๊บ้างล่ะ โทรมาถามประสบการณ์ฉันบ้างล่ะ วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา สุดท้ายเป็๞ไง”


    ฉันนิ่ง คิดตามน้ำเสียงอัยย์ที่จริงจังขึ้นมา


    “นี่พี่จีนเขาก็ห่วงแกจะตาย เห็นปั่นงานเขียนไม่หยุดพัก แถมครั้งนี้ก็อาการหนักกว่าครั้งไหนๆ แกควรวางมือชั่วคราว แล้วออกไปลั้นลากับฉันสักระยะหนึ่ง พอสมองแกโล่ง คิดออก จะนั่งเขียนเมื่อไรก็ได้ แค่เอาลูกรักแกติดไปด้วย งานเขียนมันเขียนที่ไหนก็ได้เว้ย”


    “....”


    ฉันยังคงเงียบแต่ก็เริ่มคล้อยตามในสิ่งที่อัยย์พูด


    “น่านะ นีน ไปกัน”


    ฉันหลับตาก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก และลืมตาขึ้นอย่างคนตัดสินใจได้


    “ที่ไหน”