ตอนที่ 72 ราตรีนิรันดร์กาล (2)
ตอนที่ 72 ราตรีนิรันดร์กาล (2) ลาซิเฟียทะยานขึ้นฟ้า นิ้วชี้กลับกลายเป็นสีทองอร่าม ในขณะนี้เอง เยติยังคงไม่เคลื่อนกายแม้แต่น้อย มันมองแสงสีทองที่นิ้วมือของหญิงสาวอย่างโง่งม ถึงมันจะมีสติปัญญาพอจะสื่อสาร ทว่า มันไม่ได้ฉลาดอะไรถึงเพียงนั้น หนึ่งมือเคลื่อนวาดแนวทแยงซ้าย บรรยากาศกลับกลายเป็นหนักอึ้ง เพียงพริบตาก็ได้บังเกิดเสียงดัง ฉัวะ-----ฉูดดดดดดด สายโลหิตพุ่งทะลักออกมาจากบาดแผลฉกรรจ์ลึก เยติร้องโหยหวนพลางนำมือป้องอกไว้ สิ่งมีชีวิตตัวนี้รู้ดีอยู่แก่ใจว่าศัตรูเบื้องหน้าแข็งแกร่งปานใด หากแต่ สิ่งที่มันได้ประสบพบเจอกลับโหดร้ายยิ่งกว่า ในสายตาของมัน ค่าสเตตัสของหญิงสาวมีเลเวลไม่ถึงหนึ่งหมื่นด้วยซ้ำ พลังกายและพลังเวทย์ยังหลักล้านต้นๆ เทียบกับตนที่มีพลังกายถึงสามสิบล้าน ทว่า เมื่อได้ลองรับการโจมตีของหญิงสาว สเตตัสซึ่งมีความต่างราวฟ้ากับเหวกลับไร้สาระในทันที “โฮกกกก---เจ็บ! เป็นไปได้ยังไง ค่าพลังของเจ้าอ่อนด้อยว่าข้ามาก!!” แววตาแดงก่ำจ้องมองลาซิเฟียที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ จิตใจมันเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว เยติพลันเหวี่ยงหมัดออกไปในทันที หมัดขนาดยักษ์พุ่งตรงพลางเสียงคำรามต่ำของอากาศ ลาซิเฟียปรากฏอาการสงบนิ่ง หญิงสาวไม่แม้แต่จะหันมองหมัดที่พุ่งเข้ามา หนึ่งมือตวัดออกในทันใด ฉัวะ!!---ฉูดดดดดด โฮกกกก เสียงคำรามของเยติดังสนั่นก้อง มันเต็มไปด้วยความฉงนและหวาดกลัวจับจิต หมัดนั้นต่อยพลาดเป้า แม้จะเห็นเต็มสองตาว่าเธอไม่เคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย ถึงกระนั้นหมัดก็ยังคงพลาดเป้า หมัดที่ใหญ่และกว้างราวสิบเท่าของศัตรูเบื้องหน้านั้นพลาดเป้า! หนำซ้ำ ลาซิเฟียเพียงตวัดมือแค่ครั้งเดียวกลับสร้างแผลแบดลึกให้แก่มัน ร่างกายที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าถูกฟันเป็นแผลลึกอีกครั้ง!! โลหิตไหลซึมไม่หยุดหย่อน เยติที่คราวแรกแววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ตอนนี้ปรากฏอาการสั่นเคลือ “ทนทานจังนะ” ลาซิเฟียกล่าวสีหน้าเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็ง ภายใต้แววตาราวกับไร้ชีวาคู่นั้น มันไร้ซึ่งความปราณีต่อศัตรู!! เพียงชั่วอึดใจ ลาซิเฟียพลันตวัดนิ้วที่อาบแสงสีทองอีกครั้ง ฉัวะ!! เสียงตัดเนื้อหนังดังขึ้น ทุกครั้งล้วนมีโลหิตปริมาณมากสาดกระจายออกมา สีหน้าของเยติยิ่งมายิ่งคล้ายกับว่าหมดหนทาง มันไม่ต่างอันใดไปกับกระสอบทรายของเธอเลยแม้แต่น้อย “เป็นไปได้ยังไง พลังของเราต่างกันขนาดนั้น” ความฉงนเกาะกุมเต็มเปี่ยม ปีศาจแห่งความกลัวยิ่งมายิ่งเกาะกุมจิตใจอย่างหนานแน่น ตอนนี้มันไม่สงสัยแล้ว ภายใต้พลังอำนาจระดับนี้ การสังหารทัพอสูรนับล้านย่อมง่ายดายราวกับบี้มด ลาซิเฟียไม่กล่าวคำ เธอตระหนักแล้วว่าศัตรูเบื้องหน้าได้จนมุม หากแต่ศัตรูย่อมเป็นศัตรู!! ไร้ซึ่งความปราณีในการกระทำ หญิงสาวพลันตวัดมือไปมาอย่างรวดเร็ว ทุกการจู่โจมต่างเปี่ยมไปด้วยพลัง ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! เสียงตัดเนื้อหนังดังขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน สีหน้าของลาซิเฟียขณะตวัดมือกลับมีเพียงใบหน้านิ่งเฉยไร้อารมณ์ ถึงแม้ละอองโลหิตจะสาดมาโดนเธอ มันก็ไม่ได้ทำให้หญิงสาวร้อนรนแต่อย่างใดคล้ายกับว่าเป็นความเคยชินอย่างที่สุด ลาซิเฟียยังคงโจมตีกระหน่ำไม่หยุดพัก เสียงร้องของเยติยิ่งมายิ่งโหยหวนราวกับภูติจากขุมนรก เพียงสิบลมหายใจ ทั่วร่างของมันบังเกิดรอยแผลลึกกว่าร้อยแผล โลหิตไหลอาบท่วมย้อมขนดกสีเงินกลับกลายเป็นสีแดงฉาน เยติสายตาเริ่มเลือนลางเนื่องด้วยบาดแผลที่สร้างความเจ็บปวดให้มากเกินจะทน คาดไม่ถึงเลยว่ามนุษย์คนหนึ่งจะกระทำได้ถึงขนาดนี้ มันดำรงชีวิตอยู่มากว่าหมื่นปี เอาตัวรอดจากอุปสวรรค์ต่างๆจนอยู่รอดมาถึงบัดนี้ คู่ต่อสู้เบื้องหน้าของมันแข็งแกร่งจนเกินไป ในช่วงเวลานั้นเอง ภายใต้ห้วงภวังค์ราวกับย้อนความทรงจำก่อนตาย บังเกิดเสียงสายหนึ่งที่สิ่งมีชีวิตตัวนี้คุ้นเคยอย่างที่สุด “เจ้าตัวน้อย เจ้าหนีมาจากมหาทวีปงั้นหรือ…” น้ำเสียงทั้งนุ่มนวลและอบอุ่น หากแต่ ความทรงจำถัดมากลับสร้างความสะเทือนใจอย่างที่สุด ภายใต้เจ้าของเสียงที่มันได้ยิน ภาพเบื้องหน้ากลับปรากฏเหล่ามนุษย์ที่เสียบศีรษะของมันชูขึ้นฟ้า เพียงพริบตาเดียว เยติที่คล้ายเริ่มหมดลมหายใจก็เริ่มขยับตัว แววตาสีแดงของมันเริ่มเข้มข้นขึ้นจนคล้ายกับโลหิต ในช่วงเวลานั้นเองที่เรือนร่างนิ่งงันเริ่มเดินเข้าหาลาซิเฟีย ลาซิเฟียคล้ายประหลาดใจเล็กน้อย “ยังขยับได้อีกเหรอ?!” “พวกมนุษย์มันต่ำช้า!! ในไม่ช้า ท่านเทพปีศาจสวรรค์ก็จะกวาดล้างพวกเจ้าเฉกเช่นเดียวกันกับการกวาดล้างเหล่าทวยเทพเมื่อครั้นบรรพกาล!!” เยติกล่าวด้วยความเคียดแค้นถึงขีดสุด ความแค้นนี้ฝังรากลึกไปถึงกระดูกดำ เรือนร่างใหญ่โตพุ่งทะยานใส่หญิงสาวที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศ ความเร็วของมันเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผัวะ เยติพุ่งชนเรือนร่างเบื้องหน้าวิ่งลากยาวไปไกลกว่าสามสิบเมตร ลาซิเฟียถูกแรงอัดกระแทกเข้าเต็มๆ เนื่องด้วยความเร็วของมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าประหลาด มันทำให้หญิงสาวมิอาจตั้งตัวและถูกจู่โจมในที่สุด ถึงเธอจะสามารถเอาชัยเหนือมันได้ ก็มิอาจลบความจริงที่ว่าพลังนั้นแตกต่างกัน!! หญิงสาวรับการจู่โจมของพลังที่มากกว่าตนถึงสามเท่าตัว ลาซิเฟียกระอักเลือดคำโต รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งร่าง ห้วงจิตสั่นกระเพื่อมแฝงด้วยความรู้สึกตกตะลึง เยติไม่รอช้า มันปล่อยหมัดออกไปในทันที ด้วยขนาดที่ใหญ่โตของหมัดและความเร็วที่เพิ่มขึ้น ลาซิเฟียมิอาจหลบหลีกการโจมตีนี้ได้พ้น เป็นการโจมตีต่อเนื่องไม่ให้ศัตรูได้ตั้งตัว ผัวะ!! หมัดหนักต่อยเข้าใส่ลาซิเฟียอย่างหนักหน่วง เรือนร่างที่ลอยค้างกลางอากาศพลันติดตรึงไปกับหมัดของมัน ทุกช่วงเวลาล้วนถูกแรงกระทำจากพลังกายระดับสามสิบล้านหน่อย!! ลาซิเฟียรู้สึกหวาดกลัวถึงขีดสุด ร่างกายระบมไปทุกส่วนราวกับถูกเหล็กหนักทุบตีอย่างรุนแรง หมัดของเยติไม่มีท่าทีจะหยุดลง มันต่อยลงจนสุดผืนปฐพี บังเกิดเสียงดังก้องกัมปนาทพลางผืนธรณีที่แตกร้าวละเอียดแผ่ขยายเป็นวงกว้าง ผืนดินยุบตัวลึกลง ลาซิเฟียนอนแน่นิ่งอยู่ตรงศูนย์กลางของหลุมยักษ์ ในขณะเดียวกันทั่วทั้งร่างของเยติปรากฏโลหิตไหลซึมออกราวกับสายธารหลั่งไหล บาดแผลลึกเปิดกว้างหลายจุดอย่างน่ากลัว การต่อยของมันส่งผลให้หมัดขวาเกิดแผลฉีกขาดกว้างยิ่งขึ้น เยติกระอักเลือดคำโตออกมา กลุ่มโลหิตขนาดใหญ่อาบทั่วบริเวณพื้นเบื้องล่าง ลาซิเฟียรับโลหิตมหาศาลไปเต็มๆ โลหิตสีแดงสดอาบชโลมร่างขาวนวลคล้ายบ่อทะเลเลือด เยติรู้สึกเจ็บปวดเกินคณานับ ทั่วร่างล้วนสร้างความเจ็บปวดให้กับมันราวกับถูกมีดนับล้านทิ่มแทงตลอดเวลา สติเริ่มลางเลือน ร่างกายมหึมาที่คล้ายร่วงหล่นลง ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า มันกลับยืนหยัดขึ้นอีกครั้งด้วยสภาพร่อแร่ใกล้ตาย “เจ้าพวกมนุษย์สารเลว…” เยติยกหมัดซ้ายขึ้น มันปล่อยหมัดออกไปด้วยแรงเฮือกสุดท้าย เป้าของหมัดนั้นคือหญิงสาวที่นอนทอดร่างอยู่เบื้องล่าง บึ้ม!! บังเกิดเสียงดังสนั่นก้องกัมปนาทอีกครั้ง การลงมือของเยติไร้สิ้นความเมตตาปราณี มันใช้พลังทั้งหมดทุ่มใส่การโจมตีในครั้งนี้ ลาซิเฟียที่นอนแน่นิ่งรับหมัดของมันเข้าไปเต็มๆ ผืนธรณียุบลงอีกครั้ง รอยแตกร้าวแผ่ขยายกว้างขึ้นกว่าเดิม หลังจากปล่อยหมัดเสร็จ เยติก็ดึงมือกลับมันอยากจะยลโฉมเรือนร่างที่แหลกเละก่อนตกตาย ในช่วงเวลานั้นเองที่มือได้ถูกดึงกลับมา ภาพก่อนมันตายกลับกลายเป็นฝันร้ายติดตัว เรือนร่างที่มันทุ่มกำลังใส่เต็มแรงโจมตีนั้น กลับปรากฏบาดแผลรุนแรงทั่วทั้งร่างมิได้แหลกเละแต่อย่างใด โลหิตต่างไหลซึมออกมา เนื่องด้วยทะเลโลหิตที่หญิงสาวนอนจมลงไป มันยากจะสังเกตว่าเลือดของเธอไหลออกมามากเพียงใด “ฮาฮาฮา… บาดแผลแบบนั้น เจ้าจะตายในไม่ช้าอยู่ดี…” สิ้นเสียงของสิ่งมีชีวิตยักษ์ตัวนี้ มันล่มพับลงในทันใด แววตาสีแดงสดปรากฏอาการไร้ชีวา เยติตัวนี้ได้ตกตายไปแล้ว… ---ครั้นอดีต ยุคปฐมเทพ--- “ท่านพ่อ! ดูซิๆ ข้าทำได้แล้ว” น้ำเสียงนุ่มละมุนของสาวน้อยดังขึ้น เธอพยายามเรียกขานบุคคลที่อยู่เบื้องหน้าให้หันมาสนใจ ฝ่ามือของเธอตอนนี้ปรากฏมังกรน้ำขนาดเล็กจิ๋ว มันดูราวกับมังกรน้ำตัวนี้มีชีวิตจริงๆ หากแต่มันเป็นเพียงรูปปั้นเท่านั้น “โฮ่ๆ---ลาซิเฟีย เจ้าเก่งมากเพียงร่ำเรียนการควบคุมเวทย์สัปดาห์เดียว เจ้าก็บรรลุถึงขั้นสูงสุดแล้ว” ชายวัยกลางคนกล่าวพลางสีหน้ายิ้มแย้ม ด้านหลังของเขาปรากฏกลุ่มคนห้าคน รุ่นอายุไล่เลี่ยกันใบหน้าดูราวกับพวกวัยกลางคน ทว่า อายุที่แท้จริงของพวกเขา มันนานเสียจนจำไม่ได้สักคน “ลูบหัวๆ” ลาซิเฟียกล่าวอย่างสดใส เด็กสาวแย้มยิ้มอย่างเบิกบานใจ “ได้สิ” ชายวัยกลางคนตอบพลางลูบหัวเด็กสาวอย่างอ่อนโยน แววตาเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่เอ็นดูราวกับลูกในไส้ ในช่วงเวลานั้นเองที่เสียงของบุคคลกลุ่มหลังเริ่มดังขึ้น “องค์ปฐมเทพลาปลาซ ข้าเห็นเด็กคนนั้นอยู่กับท่านมานานแล้วนะ เธอเป็นใครกันแน่” “เด็กคนนี้น่ะหรือ? ข้าไปเจอนางที่ผาบรรจบราชันย์ ข้าจึงเก็บนางมาเลี้ยง” ลาปลาซเอ่ยตอบ หากแต่การสนทนาของพวกเขา เด็กสาวไม่อาจได้ยินสักถ้อยคำ ภาพเบื้องหน้าราวกับชายวัยกลางคนกำลังอ้าปากพะงาบๆ “องค์ปฐมเทพลาปลาซ ท่านรู้แก่ใจมิใช่หรือ ความสามารถของเด็กคนนี้เหนือล้ำทวยเทพเยี่ยงพวกเราเสียอีก แม้กระทั่งเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน เธอยังนำหน้าทิ้งห่างแบบไม่ติดฝุ่น ความสามารถในการคำนวณเหนือล้ำเหล่าทวยเทพไปด้วยซ้ำ ตัวตนอันตรายเช่นนี้ หากการมีอยู่ของเธอเลื่องลือไปถึงเทวราชละก็…” ชายวัยกลางคนไม่กล้ากล่าวต่อ ผลลัพธ์นั้นพวกเขาทั้งหมดต่างรู้ดี “หนำซ้ำ รูปลักษณ์ของนางยังงดงามเหนือองค์เทพใดๆ ท่านไม่คิดว่าเรื่องเหล่านี้จะนำปัญหามาสู่ตัวท่านหรือ? แม้ท่านจะเป็นถึงองค์ปฐมเทพลาปลาซผู้ทรงอำนาจก็ตาม ไม่ว่ายังไงท่านก็ไม่มีสามารถต่อต้านเทวราชได้อยู่ดี” องค์ปฐมเทพลาปลาซปรากฏสีหน้าราบเรียบสงบดั่งผิวน้ำ เขาลูบศีรษะลาซิเฟียอย่างอ่อนโยน หากแต่ความรู้สึกที่ส่งผ่านในครั้งนี้เต็มไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน “ข้ารู้” แปดปีผ่านไป “องค์ปฐมเทพลาปลาซ---เทวราชมีรับสั่งให้บุตรสาวของท่านหรือลาซิเฟีย เข้ารับพิธีสมรสกับองค์ชายเฟโรซี” ผู้ส่งสาส์นเอ่ย องค์ปฐมเทพลาปลาซได้แต่กัดฟันทำตามประสงค์ของเทวราช ชายผู้นี้เลี้ยงดูลาซิเฟียเปรียบดั่งลูกในไส้ การที่ต้องยกลูกสาวของตัวเองให้จ้าวสวรรค์กลับกลายเป็นปัญหาที่หนักอึ้งอยู่ในใจเขา เหตุเป็นเพราะว่า เทวราชนั้นมิได้มีจิตใจที่งดงามแม้กระทั่งสายเลือดของพวกเขาเอง องค์ชายเฟโรซีก็มีข่าวลือแย่ๆมากมาย ปัญหาในครั้งนี้หนักหนาเกินว่าเขาจะทานรับไหว ถึงกระนั้นองค์ปฐมเทพลาปลาซก็ได้แต่จำยอม เขาโนมน้าวลาซิเฟียอย่างสุดความสามารถ แน่นอน ลาซิเฟียตอบรับคำโดยไม่ครุ่นคิด องค์ปฐมเทพลาปลาซในสายตาของเธอ เขาก็คือพ่อแท้ๆ ยามเด็กสาวเห็นสีหน้าบิดาดูกังวลยิ่ง เธอตอบรับเพื่ออยากจะคลายความกังวลนั้น ลาซิเฟียเป็นเด็กสาวที่ฉลาด หนักแน่นและจิตใจงดงาม เธอมิอาจทนเห็นพ่อของตนเองทนทุกข์ได้ ในวันงานพิธีสมรส แท้จริงแล้ว มันกลับเป็นกลอุบายของเทวราช เรื่องราวในวันนั้นได้กลายเป็นฝันร้ายติดตัวลาซิเฟียตราบนิรันดร์!! ท่ามกลางความยิ้มแย้มของเหล่าเทพที่เข้าร่วมงาน ตอนถึงพิธีกราบไว้บิดามารดา ในที่สุดฝันร้ายก็ได้เกิดขึ้น หนึ่งดาบแทงทะลุอกขององค์ปฐมเทพลาปลาซไร้ซึ่งความปราณี มันเป็นการกระทำของเทวราช เพื่อการปกครองสวรรค์ที่เด็ดขาด มันจำเป็นต้องกำจัดเสี้ยนหนามออก เนื่องด้วยองค์ปฐมเทพลาปลาซนั้นทรงอำนาจอย่างที่สุด พลังของเขามีมากพอจะรับมือกับขุนพลสวรรค์ทั้งแปดองค์ได้อย่างพร้อมเพรียง โดยไม่เสียเปรียบเลยแม้แต่น้อย ด้วยอำนาจพลังใหญ่โตเช่นนี้ สำหรับผู้ปกครองแล้ว มันเป็นความไม่สบายใจ เทวราชจึงตัดสินใจใช้งานสมรสนี้ประหารองค์ปฐมเทพลาปลาซต่อหน้าทวยเทพทั้งหมด ทว่า ในความเป็นจริง เหล่าทวยเทพที่เข้าร่วมงานต่างเป็นคนของเทวราชทั้งสิ้น พวกมันทั้งหมดล้วนสมคบคิดกัน “ท่านพ่อ! ท่านพ่อ! ท่านพ่อ! ใครก็ได้! ช่วยพ่อของข้าด้วย ใครก็ได้ ได้โปรด…” ลาซิเฟียกล่าวพลางหยดน้ำตาพร่างพรมใส่ร่างขององค์ปฐมเทพลาปลาซที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ยามเธอกวาดมองทวยเทพที่ร่วมงานคราใด มันเป็นช่วงเวลาที่จิตใจบริสุทธิ์ของเด็กสาวปรารถนาด้วยความอาฆาตขึ้นมา นอกจากองค์เทพอื่นๆ จะไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือแล้ว สีหน้าของพวกมันต่างมีเพียงรอยยิ้มแสยะประดับใบหน้า แม้กระทั่งองค์ชายเฟโรซีที่อยู่ข้างกายลาซิเฟียตอนนี้ ยังหัวเราะคลั่งออกมา “ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่มีใครช่วยมันหรอก ท่านพ่อคิดการใหญ่เช่นนี้ คงจะให้มีข้อบกพร่องอันใดไม่ได้ ส่วนเจ้า เห็นทีคืนนี้คงมีแต่เรื่องสนุกแน่ๆ ฮิฮิ” ลาซิเฟียอึกอึ้งนิ่งค้างไร้การตอบสนอง เด็กสาวช็อคยิ่ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเกินสิ่งที่สาวน้อยวัยสิบขวบจะทานรับไหวราวกับถูกค้อนหนักทุบตีอย่างรุนแรง ทั่วร่างต่างแข็งทื่อแม้กระทั่งแววตายังนิ่งงันไม่สั่นไหว “ฮ่าฮ่าฮ่า เฟโรซี---เห็นทีนี้คงเป็นของขวัญวันครบรอบสิบห้าปีของเจ้า การไร้เสี้ยนหนามอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้พวกเราปกครองสวรรค์ได้อย่างไร้กังวลแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า” เทวราชหัวร่อออกด้วยความปรีดายิ่ง พลังของเขานั้นไม่มากพอจะปลิดชีพองค์ปฐมเทพลาปลาซ เป็นความแตกต่างกันเกินไป มีเพียงกลอุบายเท่านั้นที่สามารถคร่าชีวิตของมันได้ “ทะ---ทำไมกัน!! ท่านพ่อทั้งซื่อสัตย์และทำดีต่อพวกท่านมากแท้ๆ พวกท่านทำแบบนี้เพื่ออะไร!!” ลาซิเฟียกล่าวออกน้ำเสียงนั้นสั่นเคลือยิ่งจนแทบไม่เป็นคำ “ทำไมน่ะหรือ? เจ้าลองนึกดูซิว่าเจ้าเป็นผู้นำกลุ่มล่าสมบัติ เจ้ามีพลังมากพอจะข่มเหงบุคคลได้กลุ่มได้ทั้งหมด แต่จู่ๆก็มีสิ่งแปลกปลอมขึ้นมา มันแข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าเจ้า เจ้าจะรู้สึกสบายใจได้หรือ? เจ้าต้องคอยชี้นำบุคคลที่แข็งแกร่งกว่าเจ้ามากนักซึ่งไม่รู้ว่าตอนไหนที่มันจะทรยศเรา ในเมื่อไม่รู้ ลงมือก่อนย่อมได้เปรียบ” เทวราชกล่าวก่อนกล่าวต่อ “แต่เจ้าไม่ต้องกังวล ตัวเจ้านั้นพวกข้าจะดูแลอย่างดีเลยล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า” “สารเลว…” ลาซิเฟียกล่าวพลางกัดฟันกรอดๆ หัวใจของเธอคล้ายแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี จิตใจที่บริสุทธิ์กลับปะปนไปด้วยมลทินสีดำ ..สเตตัสปัจจุบัน... ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:7,221 พลังกาย:1,542,111 พลังเวทย์:2,310,928 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ